[SR] [Review] The Divergent Series: Allegiant Part 1 ปฎิวัติสองโลก - ภาคจบที่เนื้อหาเริ่มซ้ำ แต่เพิ่มความล้ำเข้าไป


ก่อนอ่านรีวิว ผมออกตัวก่อนเลยนะว่า ผมไม่เคยอ่านหนังสือนิยายเรื่องนี้นะครับ รีวิวตามความรู้สึกที่ดูมา

หลังจากที่หนัง #Heroine อย่าง The Hunger Games จบบริบูรณ์ไปแล้วแบบ Happy Ending หนังที่เรียกได้ว่าเป็นรุ่นน้องตามติดมาอย่าง The Divergent ก็มาถึงภาคจบซะที แต่ภาคจบก็ถูกแบ่งเป็นสอง part เหมือนหนังรุ่นพี่ แต่ภาคนี้รู้สึกกระแสเงียบไปเยอะกว่าสองภาคแรกมาก ไม่รู้ทำไม ส่วนตัวผมเอง ที่ความน่าสนใจมันลดน้อยลง คงเป็นเพราะหลายปีมานี้หนังแนว "แบ่งแยกชนชั้น และถูกครอบคลุมโดยบุคคลเหนือกฏหมายของสังคม" มันออกมาหลายเรื่อง และแต่ละเรื่องก็เนื้อหาคอนเซ็ปต์หลักของหนังไม่ได้หนีกันเท่าไหร่ แต่ไปต่างกันตรงรายละเอียดปลีกย่อยข้างในเท่านั้น ซึ่งกับ Allegiant Part 1 ผมก็มองแบบนั้น


เรื่องราวต่อเนื่องหลังจาก ‘ทริส’ (เชลลีน วู้ดลี่ย์) และ ‘โฟร์’ (ธีโอ เจมส์) เสี่ยงเข้าไปในโลกเบื้องหลังกำแพงและถูกจับเข้าห้องขังคุ้มกันโดย หน่วยงานลึกลับที่เรียกว่า ‘ศูนย์วิจัยและศึกษายีนส์มนุษย์’ ทำให้พวกเขาต้องค้นหาความจริงอันชวนตกตะลึงที่ไม่เคยรู้มาก่อนของโลกที่พวกเขาอาศัยอยู่ นำไปสู่เหตุการณ์อันน่าตื่นเต้นเร้าใจ และเป็นปฐมบทมหากาพย์การต่อสู้ นำไปสู่ตอนจบอันยิ่งใหญ่เพื่อปิดตำนาน


บอกไว้ก่อน ใครที่ยังไม่ได้ดูสองภาคแรกแล้วมาดูภาคนี้ ไม่รู้เรื่องแน่นอนครับ ไม่มีการย้อนเรื่องให้ดูด้วย ภาคนี้เริ่มต้นได้ดีครับ มีความตื่นเต้นของโลกหลังกำแพงเป็นตัวชูโรง เพราะมันถูกปูปริศนาหลังกำแพงมาตั้งแต่สองภาคแรกแล้ว แถมหนังก็ยังจัดฉาก #Action ไล่ล่ามาให้ตั้งแต่เริ่มเรื่อง ซึ่งก็ลุ้นสนุกเลยล่ะ แต่ก็ยังแอบผิดหวังเล็กๆ กับฉากปีนกำแพงที่ปล่อยภาพโปรโมทออกมาเหมือนจะเป็นฉากที่ยิ่งใหญ่อลังการ แต่สุดท้ายมีฉากนี้แค่แป้บเดียว


โลกนอกกำแพงทำออกมาได้ดี ดูเป็น The End of the World มาก แต่สิ่งที่ทำให้ผมเห็นความแตกต่างของหนังเรื่องนี้คือเรื่องของแนวคิดล้ำๆ ที่หนังใส่เข้าไปเพื่อสร้างจุดต่าง ซึ่งเมื่อหนังพาคนดูเข้าไปสู่ศูนย์ควบคุมแล้ว หนังก็เปลี่ยนประเด็นไปเล่นเกี่ยวกับเรื่องราวของความแตกต่างระหว่าง Pure Genes กับ Damaged Genes แทน ซึ่งในภาคนี้ยังไม่ได้ชัดมากนัก แค่เกริ่นๆ ให้คนดูรู้ว่ามันมีการแบ่งแยกและกำหนดตัวตนแบบนี้อยู่ในหนัง เรื่องของการแบ่งก๊กถูกลืมเลือนหายไป ประเด็นการต่อต้านกันทางความคดิหรือความเชื่ออีกไม่มีให้เห็นเหมือนสองภาคแรก เลยกลายเป็นประเด็นที่ปูมาหายไปหมดเลย เปลี่ยนมาเป็นโฟกัสที่ตัวนางเอกล้วนๆ แต่ก็ยังไม่ได้บอกว่ายีนที่สมบูรณ์ 100% ของนางเอกมีความสำคัญยังไง คงไปเฉลยในภาคจบ


ประเด็นหลักๆ ของเรื่องนี้ มันเหมือนกับจะบอกคนดูกลายๆ ว่าเรื่องของการถูกกำหนดให้ใครเป็นยังไง มันไม่ได้สิ่งสำคัญของชีวิต คนเรากำหนดตัวเองได้ ผมชอบตรงที่ ทริส พูดกับ โฟร์ ว่า "Damaged Genes ไม่ได้ทำให้ฉันมองเธอเปลี่ยนไป ยังไงเธอก็ยังเป็นเธออยู่ดี" มันบอกให้คนดูรู้ว่า ต่อให้ใครจะมองเราว่าเป็นยังไง สุดท้ายแล้วตัวเราก็คือตัวเราอยู่วันยังค่ำ แต่ในเรื่อง อิตาโฟร์ มันกะลังงอนนางเอกอยู่ เลยไม่ได้สนใจอะไร 555


เรื่อง CG ในฉากต่างๆ ยังเป็นจุดเด่นที่สุดเหมือนสองภาคที่ผ่านมา หลายๆ ฉากพอเปิดตัวออกมาแล้วอึ้ง ทึ่ง เสียว มาก อย่างที่บอกว่า ฉากนอกกำแพง เป็นฉากที่ดูวันอวสานโลกจริงๆ ฉากในศูนย์ควบคุมก็ทำได้สวยอลังและล้ำมาก ตอนนี้ที่ผมอยากเห็นที่สุดคือ ฉากใน Provident ที่ไม่รู้ว่าในภาคจบจะมีให้เห็ฯเพิ่มเติมรึเปล่า เพราะในภาคนี้เห็นอยู่ไม่ถึง 5 นาที มันน่าจะเป็นอะไรที่สวยงามและล้ำกว่าทุกฉาก


สำหรับตัวละคร ภาคนี้ก็ยังโฟกัสที่ตัวของ ทริส และ โฟร์ มากที่สุดเหมือนเดิม แต่ตัวละครที่ถูกให้ความสำคัญมากๆ เหลือแค่พวกที่หนีออกนอกกำแพง 5 ตัว กับตัว เดวิด ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุม ซึ่งทั้งหมดทั้งเรื่องจะโฟกัสกันอยู่แค่นี้เท่านั้น พวกกลุ่มต่างๆ ไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไหร่ ส่วนคนที่เด่นและออกมาสร้างสีสันได้ตลอดเวลาในภาคนี้ ส่วนตัวผมยกให้กับ Miles Teller ในบท ปีเตอร์ นี่แหละครับ ลองไปดูเอาเองละกัน


จริงๆ ภาพรวมของหนังในความคิดผม ผมว่ามันดร็อปลงไปจากสองภาคแรกพอสมควรนะ เพราะอย่างที่บอก พอดูไปดูมา ไอเดียหลักๆ ของหนังมันไม่ได้ฉีกไปจากหนังรุ่นพี่อย่าง The Hunger Games เท่าไหร่ แค่ใส่อะไรเพิ่มเข้าไป มันเลยทำให้ไม่ได้รู้สึกตื่นตาตื่นใจมากนัก แถมยังมาฉายต่อหลังจากที่รุ่นพี่ปิดตำนานไปแล้ว เลยทำให้รู้สึกว่าถึงหนังจะดูสนุก แต่เนื้อเรื่องก็ยังไม่แปลกใหม่อยู่ดี

ขอขอบคุณบัตรรอบสื่อมวลชนจาก Sahamongkolfilm International ด้วยครับ

พูดคุยเพิ่มเติมได้ที่เพจเลยครับ >>> [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ชื่อสินค้า:   The Divergent Series: Allegiant Part 1
คะแนน:     
**SR - Sponsored Review : ผู้เขียนรีวิวนี้ไม่ได้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง แต่มีผู้สนับสนุนสินค้าหรือบริการนี้ให้แก่ผู้เขียนรีวิว โดยที่ผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนอื่นใดในการเขียนรีวิว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่