หลังจากผ่านเรื่องเลวร้ายมา ประมาณ 2 เดือน มีเรื่องราวมาอัพเดท อิอิ ( พิมพ์ในมือถือเหมือนเดิม ผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยนะ )
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://m.pantip.com/topic/34559337? ที่สปอยไว้คือกระทู้แรกที่มาปรึกษา กระทู้นี้คือกระทู้ที่สอง ออกแนวภาคต่อ 5555
เริ่มเลยนะ หลังจากที่เจอปัญหาการเป็นชู้ เราก็จิตตกอยู่พักนึง เพื่อนของเราที่เป็นคนสืบเรื่องทุกอย่างให้เรา ก็ไปพูดกับผู้หญิงคนนั้น ( เป็นภรรยาพี่ทหาร ขอแทนชื่อว่าพี่เอนะ ) ว่าเราเป็นใครอะไรยังไง เราก็เลยได้คุยกัน พี่เอเล่าว่าสามีเค้า ( พี่ทหารที่หลอกเรา ) มีคนอื่นตลอด ก่อนจะมาถึงเราก็จับได้ 5-6 คน พี่ทหารก็พูดกับทุกคนเหมือนเดิมว่าโสด เรากับพี่เอก็คุยกันมาเรื่อยๆ แบบสนิทกันไปเลยพี่เอมีอะไรก็ปรึกษาเราเรื่องความสวยความงาม แบบปรึกษากันทุกเรื่อง เรายังเคยแซวพี่เอเลยว่า เห้ย! พี่ทหารมั่วขนาดนี้เราไปตรวจเลือดกันไหม 555 ( แต่เราไปตรวจจริง พอรู้ว่าพี่ทหารมั่วขนาดนี้ แต่ยังโชคดี ที่เราไม่เป็นอะไร โล่ง! ) แบบเรามีพี่สาวไปโดยปริยาย 5555 แต่ก็แปลกดีนะ พี่เอจะคุยกับเราตลอด มีอยู่คืนนึงพี่เอทักมาหาเราตอนตี 2 มาถามว่าเราอยู่กับพี่ทหารไหม เราแบบ อ้าวเห้ย! ไม่ไว้ใจเราขนาดนี้เลยหรอว่ะ ? เราก็บอกพี่เอว่า บอกไปแล้วว่าเราจะไม่ยุ่งกับพี่ทหารก็คือไม่ยุ่ง ไหนพี่เอาบอกว่าเราเป็นพี่น้องกันทำไมไม่เชื่อใจกัน เราก็บอกว่าราเปิดใจคุยกับพี่เอขนาดนี้เราไม่ทรยศพี่หรอก พี่เอก็บอกว่าพี่ขอโทษที่เค้าคิดไม่ดีกับเรา ( สรุปพี่ทหารก็ไม่หยุดเจ้าชู้จริงๆ )
วันนี้แค่จะมาอัพเดทว่าชีวิตเด็กสาวคนนึงเป็นยังไงบ้าง อิอิ หลังจากที่เจอเหตุการณ์นั้นก็เครียดนะ คิดมากขนาดที่จะดรอปเรียน จะอยู่คนเดียว จะหนีออกจากบ้านเพราะกลัวท้อง ( แต่โชคเค้าข้าง เราไม่ท้อง ) แต่ก็ไม่กล้าหนี กลัวพ่อแม่ตามหา กลัวเค้าร้องไห้ เราก็เลยกลับมาตั้งหลักที่บ้าน ( ปิดเทอมพอดี ) กลับมาบ้านมาช่วยพ่อแม่ทำงานที่บ้าน พ่อเราทำธุรกิจอย่างนึง ขายของนี้ละได้กำไรต่อชิ้นประ 25-35 บาท แล้วแต่ช่วงว่าสินค้านี้ขึ้นหรือลง เราก็แบบ พ่อเราต้องขายให้ได้อาทิตย์นึงไม่ต่ำกว่า 100 ชิ้น ถึงจะได้เงินให้เรากินนึงอาทิตย์ นี่แค่เฉพาะค่ากิน แล้วไหนจะค่าอ๊อฟชั่นอื่นๆอีก พ่อต้องทำหนักกว่าเดิมอีก เราก็เลยมาคิดทบทวนหลายๆอย่างว่า เห้ย! มันก็มีแค่ตาแก่ยายแก่สองคนนี้ป่าวว่ะ ที่ทำให้เราทุกอย่าง เราอยากได้เราอยากมีอะไร ก็แค่สองคนนี้ป่าวว่ะ แล้วทำไมเราต้องร้องไห้ ให้กับใครก็ไม่รู้ ที่คอยแต่ทำลายชีวิตเรา พ่อแม่เลี้ยงมาขนาดนี้ไม่เคยทำให้เราน้ำตาตกเลย พอคิดได้เท่านั้นละ เราก็พูดกับตัวเองเลยว่าจะไม่ทำท่านทั้งสองเสียใจ จะตั้งใจเรียน เลยเปิดอกคุยกับพ่อกับแม่เลย
เราเลือกจะคุยกับแม่เพื่อระบายทุกอย่างให้เคาฟัง เราเล่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง
เรา : หนูขอโทษ ...
แม่ : แม่ผิดเองที่เลี้ยงหนูมาแบนี้ แม่จะไม่โทษหนู แม่จะไม่โทษใคร แต่มีสิ่งเดียวที่แม่จะขอหนูคือ ตอนนี้หนูรู้แล้วอะไรดีไม่ดี อะไรควรไม่ควร แม่ไม่อยากให้ใครมาว่าลูกแม่ไม่ดี สัญญากับแม่นะว่าหนูจะใส่ชุดรับปริญญาให้แม่ดู
เรา : หนูสัญญา
แม่ : พอวันที่หนูเรียนจบ ก็จะมีผู้ชายที่พร้อมทุกอย่างเค้าจะเข้ามาเอง แม่จะรอวันนั้นที่ลูกสาวแม่ใส่ชุดเจ้าสาวโดยที่เจ้าบ่าวของหนูพร้อมทุกอย่าง แม่จะรอวันนั้นนะ ....
เราร้องไห้กอดแม่ พออีกวันก็เลยจะไปคุยกับพ่อเรื่องเรียน
เรา : พ่อจ๋า หนูอยากย้ายมอ
พ่อ : อ้าว ทำไมละ ?
เรา : ไม่อยากอยู่หอนะ เบื่ออยู่คนเดียว เรียนยากด้วย เทอมนี้เกรดก็ต่ำ
พ่อ : ..... ( เงียบ )
เรา : พ่อโกรธไหม ถ้าหนูจะโอนหน่วยกิตมาลงรัฐแถวบ้าน ( เราก็กลัวเค้าโกรธนะ )
พ่อ : ก็ดีสิ แม่จะได้ไม่เงียบ มาลงเอกชนก็ได้จะได้ไม่ต้องเรียนหนัก ( เรานี้แบบช๊อกเลย เห้ย!!! พ่อยอมง่ายจังว่ะ )
เรา : ไม่อ่ะ อยากอยู่รัฐ จะได้อยู่กับพวกหลินหลิน ( เพื่อนเรา )
พ่อ : แล้วแต่เลย เดี๋ยวพ่อคุยกับลุงให้
เรานี้แบบดีใจมาก มันเหมือนว่าเค้าเข้าใจเรามาก ไม่ดุไม่ห้าม มันเลยทำให้คิดได้หลายๆอย่างนะ ถามว่าตอนนี้ถึงกับปิดกั้นตัวเองไหม ก็ไม่ได้ปิดนะ เพียงแต่ไม่คิดจะเปิดตอนนี้ ขอแค่โฟกัสเรื่องเรียนก่อน เราไม่ได้เรียนอ่อนขนาดนั้นนะ แต่ความรู้สึกเราคือสมองคนเราไม่สามารถทำอะให้ดีได้แบบสองอย่างพร้อมกัน ตอนนั้นเราดูแลผู้ชายดีมาก 55555 เรื่องเรียนทิ้งเลย ไม่ทำควิซ เอาไฟนอลอย่างเดียว ตอนนี้เปิดเทอม ก็ตั้งใจเรียนมาก ใช้ชีวิตให้เหมาะสมกับวัย อายุ 18-19 ตอนนี้ก็อยู่กะเพื่อนโอเคกว่า กิน เที่ยว ช๊อป เสาร์อาทิตย์กลับมากินอาหารฝีมือแม่อร่อยๆ กลับมาหาพ่อให้พ่อสอนยิงปืน สอนแทงสนุ๊ก มันรู้สึกว่าโอเคมากกกกกกกกกก เราเป็นคนไม่เข้าสังคมมหาลัย เพราะเราว่ามันวุ่นวาย พอเทอมสองก็พยายามที่จะเข้าสังคมมากขึ้นเพราะจะได้ใช้ช่วงชีวิตวัยรุ่นให้มากขึ้น มีพวกรุ่นพี่ที่มหาลัยเค้าอยากให้เราเป็นคฑากร เราก็เขินนะ แต่ว่ะ ลองซะหน่อย ประสบการณ์ 55555 มันก็สนุกดี เราเลยรู้สึกว่าช่วงวัยรุ่นแบบนี้ควรใช้ชีวิตในแนวทางไหนมากกว่า
สิ่งที่อยากฝากไว้เลยคือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เลวร้ายแค่ไหน มันก็ต้องผ่านไป อย่าเอาชีวิตตัวเองไปจมปลักกับคนอื่น เพราะคนที่เสียใจไม่ใช่แค่ตัวเราแต่มันจะมีสองคนแก่ๆ ที่เค้าจะเสียใจมากกว่าเราอยู่ด้วย ทำอะไร นึก คิด ใช้สติให้มากๆ
ปล. นี้จะเป็นกระทู้สุดท้ายที่จะมาเล่าเรื่องแย่ๆแบบนี้ กระทู้หน้าจะมาขอรีวิวเรื่องความสวยความงามให้ฟังนะ อิอิ เพราะเราเคยดำ เคยอ้วนมาก่อน แถวเป็นสิวด้วย กว่าจะมาดูดีได้ ทำอะไรมาบ้าง คราวหน้าจะเป็นกระทู้สร้างสรรค์บ้างเนอะ 555
ปล.2 ที่จะรีวิวเป็นพวกครีม ฉีด กิน ว่าดีไม่ดียังไง เพราะลองมาทุกอย่าง ( แต่ไม่เคยศัลยกรรมนะ พ่อไม่ยอมให้ทำ ) 5555
ปล.3 ยาวไปนิด รบกวนที่รับฟัง 55555
มีแค่ 2 คนเท่านั้นละ ที่จะอยู่กับเราในวันที่แย่ที่สุด ...
เริ่มเลยนะ หลังจากที่เจอปัญหาการเป็นชู้ เราก็จิตตกอยู่พักนึง เพื่อนของเราที่เป็นคนสืบเรื่องทุกอย่างให้เรา ก็ไปพูดกับผู้หญิงคนนั้น ( เป็นภรรยาพี่ทหาร ขอแทนชื่อว่าพี่เอนะ ) ว่าเราเป็นใครอะไรยังไง เราก็เลยได้คุยกัน พี่เอเล่าว่าสามีเค้า ( พี่ทหารที่หลอกเรา ) มีคนอื่นตลอด ก่อนจะมาถึงเราก็จับได้ 5-6 คน พี่ทหารก็พูดกับทุกคนเหมือนเดิมว่าโสด เรากับพี่เอก็คุยกันมาเรื่อยๆ แบบสนิทกันไปเลยพี่เอมีอะไรก็ปรึกษาเราเรื่องความสวยความงาม แบบปรึกษากันทุกเรื่อง เรายังเคยแซวพี่เอเลยว่า เห้ย! พี่ทหารมั่วขนาดนี้เราไปตรวจเลือดกันไหม 555 ( แต่เราไปตรวจจริง พอรู้ว่าพี่ทหารมั่วขนาดนี้ แต่ยังโชคดี ที่เราไม่เป็นอะไร โล่ง! ) แบบเรามีพี่สาวไปโดยปริยาย 5555 แต่ก็แปลกดีนะ พี่เอจะคุยกับเราตลอด มีอยู่คืนนึงพี่เอทักมาหาเราตอนตี 2 มาถามว่าเราอยู่กับพี่ทหารไหม เราแบบ อ้าวเห้ย! ไม่ไว้ใจเราขนาดนี้เลยหรอว่ะ ? เราก็บอกพี่เอว่า บอกไปแล้วว่าเราจะไม่ยุ่งกับพี่ทหารก็คือไม่ยุ่ง ไหนพี่เอาบอกว่าเราเป็นพี่น้องกันทำไมไม่เชื่อใจกัน เราก็บอกว่าราเปิดใจคุยกับพี่เอขนาดนี้เราไม่ทรยศพี่หรอก พี่เอก็บอกว่าพี่ขอโทษที่เค้าคิดไม่ดีกับเรา ( สรุปพี่ทหารก็ไม่หยุดเจ้าชู้จริงๆ )
วันนี้แค่จะมาอัพเดทว่าชีวิตเด็กสาวคนนึงเป็นยังไงบ้าง อิอิ หลังจากที่เจอเหตุการณ์นั้นก็เครียดนะ คิดมากขนาดที่จะดรอปเรียน จะอยู่คนเดียว จะหนีออกจากบ้านเพราะกลัวท้อง ( แต่โชคเค้าข้าง เราไม่ท้อง ) แต่ก็ไม่กล้าหนี กลัวพ่อแม่ตามหา กลัวเค้าร้องไห้ เราก็เลยกลับมาตั้งหลักที่บ้าน ( ปิดเทอมพอดี ) กลับมาบ้านมาช่วยพ่อแม่ทำงานที่บ้าน พ่อเราทำธุรกิจอย่างนึง ขายของนี้ละได้กำไรต่อชิ้นประ 25-35 บาท แล้วแต่ช่วงว่าสินค้านี้ขึ้นหรือลง เราก็แบบ พ่อเราต้องขายให้ได้อาทิตย์นึงไม่ต่ำกว่า 100 ชิ้น ถึงจะได้เงินให้เรากินนึงอาทิตย์ นี่แค่เฉพาะค่ากิน แล้วไหนจะค่าอ๊อฟชั่นอื่นๆอีก พ่อต้องทำหนักกว่าเดิมอีก เราก็เลยมาคิดทบทวนหลายๆอย่างว่า เห้ย! มันก็มีแค่ตาแก่ยายแก่สองคนนี้ป่าวว่ะ ที่ทำให้เราทุกอย่าง เราอยากได้เราอยากมีอะไร ก็แค่สองคนนี้ป่าวว่ะ แล้วทำไมเราต้องร้องไห้ ให้กับใครก็ไม่รู้ ที่คอยแต่ทำลายชีวิตเรา พ่อแม่เลี้ยงมาขนาดนี้ไม่เคยทำให้เราน้ำตาตกเลย พอคิดได้เท่านั้นละ เราก็พูดกับตัวเองเลยว่าจะไม่ทำท่านทั้งสองเสียใจ จะตั้งใจเรียน เลยเปิดอกคุยกับพ่อกับแม่เลย
เราเลือกจะคุยกับแม่เพื่อระบายทุกอย่างให้เคาฟัง เราเล่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง
เรา : หนูขอโทษ ...
แม่ : แม่ผิดเองที่เลี้ยงหนูมาแบนี้ แม่จะไม่โทษหนู แม่จะไม่โทษใคร แต่มีสิ่งเดียวที่แม่จะขอหนูคือ ตอนนี้หนูรู้แล้วอะไรดีไม่ดี อะไรควรไม่ควร แม่ไม่อยากให้ใครมาว่าลูกแม่ไม่ดี สัญญากับแม่นะว่าหนูจะใส่ชุดรับปริญญาให้แม่ดู
เรา : หนูสัญญา
แม่ : พอวันที่หนูเรียนจบ ก็จะมีผู้ชายที่พร้อมทุกอย่างเค้าจะเข้ามาเอง แม่จะรอวันนั้นที่ลูกสาวแม่ใส่ชุดเจ้าสาวโดยที่เจ้าบ่าวของหนูพร้อมทุกอย่าง แม่จะรอวันนั้นนะ ....
เราร้องไห้กอดแม่ พออีกวันก็เลยจะไปคุยกับพ่อเรื่องเรียน
เรา : พ่อจ๋า หนูอยากย้ายมอ
พ่อ : อ้าว ทำไมละ ?
เรา : ไม่อยากอยู่หอนะ เบื่ออยู่คนเดียว เรียนยากด้วย เทอมนี้เกรดก็ต่ำ
พ่อ : ..... ( เงียบ )
เรา : พ่อโกรธไหม ถ้าหนูจะโอนหน่วยกิตมาลงรัฐแถวบ้าน ( เราก็กลัวเค้าโกรธนะ )
พ่อ : ก็ดีสิ แม่จะได้ไม่เงียบ มาลงเอกชนก็ได้จะได้ไม่ต้องเรียนหนัก ( เรานี้แบบช๊อกเลย เห้ย!!! พ่อยอมง่ายจังว่ะ )
เรา : ไม่อ่ะ อยากอยู่รัฐ จะได้อยู่กับพวกหลินหลิน ( เพื่อนเรา )
พ่อ : แล้วแต่เลย เดี๋ยวพ่อคุยกับลุงให้
เรานี้แบบดีใจมาก มันเหมือนว่าเค้าเข้าใจเรามาก ไม่ดุไม่ห้าม มันเลยทำให้คิดได้หลายๆอย่างนะ ถามว่าตอนนี้ถึงกับปิดกั้นตัวเองไหม ก็ไม่ได้ปิดนะ เพียงแต่ไม่คิดจะเปิดตอนนี้ ขอแค่โฟกัสเรื่องเรียนก่อน เราไม่ได้เรียนอ่อนขนาดนั้นนะ แต่ความรู้สึกเราคือสมองคนเราไม่สามารถทำอะให้ดีได้แบบสองอย่างพร้อมกัน ตอนนั้นเราดูแลผู้ชายดีมาก 55555 เรื่องเรียนทิ้งเลย ไม่ทำควิซ เอาไฟนอลอย่างเดียว ตอนนี้เปิดเทอม ก็ตั้งใจเรียนมาก ใช้ชีวิตให้เหมาะสมกับวัย อายุ 18-19 ตอนนี้ก็อยู่กะเพื่อนโอเคกว่า กิน เที่ยว ช๊อป เสาร์อาทิตย์กลับมากินอาหารฝีมือแม่อร่อยๆ กลับมาหาพ่อให้พ่อสอนยิงปืน สอนแทงสนุ๊ก มันรู้สึกว่าโอเคมากกกกกกกกกก เราเป็นคนไม่เข้าสังคมมหาลัย เพราะเราว่ามันวุ่นวาย พอเทอมสองก็พยายามที่จะเข้าสังคมมากขึ้นเพราะจะได้ใช้ช่วงชีวิตวัยรุ่นให้มากขึ้น มีพวกรุ่นพี่ที่มหาลัยเค้าอยากให้เราเป็นคฑากร เราก็เขินนะ แต่ว่ะ ลองซะหน่อย ประสบการณ์ 55555 มันก็สนุกดี เราเลยรู้สึกว่าช่วงวัยรุ่นแบบนี้ควรใช้ชีวิตในแนวทางไหนมากกว่า
สิ่งที่อยากฝากไว้เลยคือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เลวร้ายแค่ไหน มันก็ต้องผ่านไป อย่าเอาชีวิตตัวเองไปจมปลักกับคนอื่น เพราะคนที่เสียใจไม่ใช่แค่ตัวเราแต่มันจะมีสองคนแก่ๆ ที่เค้าจะเสียใจมากกว่าเราอยู่ด้วย ทำอะไร นึก คิด ใช้สติให้มากๆ
ปล. นี้จะเป็นกระทู้สุดท้ายที่จะมาเล่าเรื่องแย่ๆแบบนี้ กระทู้หน้าจะมาขอรีวิวเรื่องความสวยความงามให้ฟังนะ อิอิ เพราะเราเคยดำ เคยอ้วนมาก่อน แถวเป็นสิวด้วย กว่าจะมาดูดีได้ ทำอะไรมาบ้าง คราวหน้าจะเป็นกระทู้สร้างสรรค์บ้างเนอะ 555
ปล.2 ที่จะรีวิวเป็นพวกครีม ฉีด กิน ว่าดีไม่ดียังไง เพราะลองมาทุกอย่าง ( แต่ไม่เคยศัลยกรรมนะ พ่อไม่ยอมให้ทำ ) 5555
ปล.3 ยาวไปนิด รบกวนที่รับฟัง 55555