ไม่ได้ดูละครไทยมานานนนนมากกกกกแล้วค่ะ เป็นเรื่องแรกในรอบหลายปีที่ตั้งตารอดูจริงๆจังๆตั้งแต่ต้นจนจบ
รักหนังสือนิยายเล่มนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้วค่ะ ด้วยความที่ชอบเรียนประวัติศาสตร์เป็นทุนเดิม จำได้ว่าตอนเรียนก็ซาบซึ้งตรึงใจกับวีรกรรมของชาวบ้านบางระจันมาก จำชื่อผู้นำบ้านบางระจันได้ทั้ง 11 คน พอได้มาอ่านนิยายอิงประศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวและสดุดีวีรชนชาวบ้านที่ปกปักรักษาแผ่นดินให้เราก็ยิ่งประทับใจ
ปกติไม่ค่อยชอบดูละครที่สร้างจากหนังสือเล่มโปรดเท่าไหร่ เพราะมีเปอร์เซ็นต์ผิดหวังเป็นส่วนมาก แต่ขอปรบมือดังๆคารวะทีมผู้สร้างผู้กำกับนักแสดงและทีมงานว่าเรียงร้อยเรื่องราวออกมาได้ดีงามละเมียดละไมมาก มีจุดสะดุดบ้างในบางฉากบางตอนแต่โดยรวมถือว่าปราณีต แคสติ้งนักแสดงชุดนี้ก็ทำได้ดีมาก
มีหลายๆฉากที่จับใจ ประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยๆนอกเหนือจากความสามัคคี เสียสละ รักชาติรักแผ่นดินที่เป็นเนื้อหาหลัก ก็คือ ...ความหวัง... ไม่ว่าจะเป็นฉากที่เมืองใจบอกลาท่านตา แล้วบอกว่าตนทิ้งค่ายไม่ได้เพราะความหวังคนทั้งค่ายคือการรอเมืองใจกลับไปพร้อมปืนใหญ่ ฉากที่บ่าวท่านเจ้าคุณเตือนสติท่านเจ้าคุณยามจะทิ้งค่าย ว่าท่านคือความหวังของคนทั้งค่าย รวมถึงฉากก่อนจบตอนศิโรตม์บอกแม่ว่าไปก็ไม่ได้ช่วยเปลี่ยนอะไร ประวัติศาสตร์ก็แก้ไขไม่ได้ ค่ายก็แตกอยู่ดี แม่ตอบว่า อย่างน้อยก็ได้ช่วยสร้างความหวัง ขวัญและกำลังใจให้คนในค่ายไงลูก จับใจมากค่ะ เพราะถึงแม้ทุกวันนี้จะไม่มีสงครามข้าศึกศัตรูให้ต้องสู้รบ แต่ความหวังก็เป็นปัจจัยที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนทุกคนไม่ว่าจะยามศึกหรือยามทุกข์ ...คนเราทุกคนมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความหวัง...
ยิ่งฉากค่ายแตกตอนท้ายเรื่องดูแล้วปวดร้าวมาก #อินค่ะอิน
ตอนฉากจบที่ศิโรตม์ร้องไห้กับแม่ หรือไปสักการะอนุสรณ์สถานชาวบ้านบางระจันเห็นตาบวมเหมือนคนร้องไห้มาหนักๆเลย
ส่วนเมืองใจที่พี่อ๋อมรับบท อุต๊ะ! #ช่างกล้าเรียกเค้าว่าพี่ 55 ก็ขึ้นหิ้งได้รับคำชมจากอ.ทมยันตีเจ้าของบทประพันธ์ไปแล้ว
รวมถึงความดีงามของนักแสดงและทีมงานทั้งหมด จนทำให้อดใจไม่ไหวมาตั้งกระทู้ชื่นชมและขอบคุณที่รังสรรค์ผลงานดีๆออกมาให้คนไทยได้ดู ให้เด็กๆได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ตระหนักในคุณค่าและที่มาของผืนแผ่นดินที่เราพำนักพักอาศัย ว่าบรรพชนเราฝ่าฟันอะไรมาบ้าง
#เจ็บอื่นคงไม่เท่าเจ็บที่ต้องเสียแผ่นดิน
#เหลือแค่คนสุดท้ายก็ต้องสู้จนแค่หมดลม
เครดิต รูปประกอบเสิชมาจากอากู๋ค่ะ
สุดท้าย แม้กระทั่งเพลงประกอบละครก็ไพเราะและมีความหมายที่ดีมาก ขอยกท่อนที่ชอบเป็นพิเศษมาให้อ่านกันด้วยนะคะ ขอบคุณคุณชมพูผู้แต่ง และคุณอู๋ผู้ขับร้อง ฟังแล้วขนลุกเลยค่ะ
อตีตา คือที่มาของเรา
จากเถ้าถ่าน วิญญาณแห่งบรรพชน
เสียสละ เลือดและเหงื่อเคล้าปน
คือรากเหง้าเราทุกคนตลอดไป
อตีตา คืออนาคตา
เรียนรู้ว่า ผ่านมาเป็นเช่นใด
เส้นทางต่อ อยากให้เป็นเช่นไร
เมื่อเข้าใจ ยอมรับในตัวตน
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับบทประพันธ์อันงดงามและการถ่ายทอดอย่างสุดยอดของทีมงานทุกคนค่ะ (-/\-)
...เราเรียนรู้อดีตเพื่อให้รู้จักและตระหนักถึงคุณค่า และอดีตก็ย่อมเป็นทางปูไปสู่อนาคตที่สดใสเมื่อเราได้ทำความเข้าใจในรากเหง้าที่มาและยอมรับตัวตนในอดีตของเรา...
อตีตา: ละครอิงประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ขอปรบมือดังๆคารวะทีมผู้สร้างผู้กำกับนักแสดงทีมงาน และอ.ทมยันตีเจ้าของบทประพันธ์
รักหนังสือนิยายเล่มนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้วค่ะ ด้วยความที่ชอบเรียนประวัติศาสตร์เป็นทุนเดิม จำได้ว่าตอนเรียนก็ซาบซึ้งตรึงใจกับวีรกรรมของชาวบ้านบางระจันมาก จำชื่อผู้นำบ้านบางระจันได้ทั้ง 11 คน พอได้มาอ่านนิยายอิงประศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวและสดุดีวีรชนชาวบ้านที่ปกปักรักษาแผ่นดินให้เราก็ยิ่งประทับใจ
ปกติไม่ค่อยชอบดูละครที่สร้างจากหนังสือเล่มโปรดเท่าไหร่ เพราะมีเปอร์เซ็นต์ผิดหวังเป็นส่วนมาก แต่ขอปรบมือดังๆคารวะทีมผู้สร้างผู้กำกับนักแสดงและทีมงานว่าเรียงร้อยเรื่องราวออกมาได้ดีงามละเมียดละไมมาก มีจุดสะดุดบ้างในบางฉากบางตอนแต่โดยรวมถือว่าปราณีต แคสติ้งนักแสดงชุดนี้ก็ทำได้ดีมาก
มีหลายๆฉากที่จับใจ ประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยๆนอกเหนือจากความสามัคคี เสียสละ รักชาติรักแผ่นดินที่เป็นเนื้อหาหลัก ก็คือ ...ความหวัง... ไม่ว่าจะเป็นฉากที่เมืองใจบอกลาท่านตา แล้วบอกว่าตนทิ้งค่ายไม่ได้เพราะความหวังคนทั้งค่ายคือการรอเมืองใจกลับไปพร้อมปืนใหญ่ ฉากที่บ่าวท่านเจ้าคุณเตือนสติท่านเจ้าคุณยามจะทิ้งค่าย ว่าท่านคือความหวังของคนทั้งค่าย รวมถึงฉากก่อนจบตอนศิโรตม์บอกแม่ว่าไปก็ไม่ได้ช่วยเปลี่ยนอะไร ประวัติศาสตร์ก็แก้ไขไม่ได้ ค่ายก็แตกอยู่ดี แม่ตอบว่า อย่างน้อยก็ได้ช่วยสร้างความหวัง ขวัญและกำลังใจให้คนในค่ายไงลูก จับใจมากค่ะ เพราะถึงแม้ทุกวันนี้จะไม่มีสงครามข้าศึกศัตรูให้ต้องสู้รบ แต่ความหวังก็เป็นปัจจัยที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนทุกคนไม่ว่าจะยามศึกหรือยามทุกข์ ...คนเราทุกคนมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความหวัง...
ยิ่งฉากค่ายแตกตอนท้ายเรื่องดูแล้วปวดร้าวมาก #อินค่ะอิน
ตอนฉากจบที่ศิโรตม์ร้องไห้กับแม่ หรือไปสักการะอนุสรณ์สถานชาวบ้านบางระจันเห็นตาบวมเหมือนคนร้องไห้มาหนักๆเลย
ส่วนเมืองใจที่พี่อ๋อมรับบท อุต๊ะ! #ช่างกล้าเรียกเค้าว่าพี่ 55 ก็ขึ้นหิ้งได้รับคำชมจากอ.ทมยันตีเจ้าของบทประพันธ์ไปแล้ว
รวมถึงความดีงามของนักแสดงและทีมงานทั้งหมด จนทำให้อดใจไม่ไหวมาตั้งกระทู้ชื่นชมและขอบคุณที่รังสรรค์ผลงานดีๆออกมาให้คนไทยได้ดู ให้เด็กๆได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ตระหนักในคุณค่าและที่มาของผืนแผ่นดินที่เราพำนักพักอาศัย ว่าบรรพชนเราฝ่าฟันอะไรมาบ้าง
#เจ็บอื่นคงไม่เท่าเจ็บที่ต้องเสียแผ่นดิน
#เหลือแค่คนสุดท้ายก็ต้องสู้จนแค่หมดลม
เครดิต รูปประกอบเสิชมาจากอากู๋ค่ะ
สุดท้าย แม้กระทั่งเพลงประกอบละครก็ไพเราะและมีความหมายที่ดีมาก ขอยกท่อนที่ชอบเป็นพิเศษมาให้อ่านกันด้วยนะคะ ขอบคุณคุณชมพูผู้แต่ง และคุณอู๋ผู้ขับร้อง ฟังแล้วขนลุกเลยค่ะ
อตีตา คือที่มาของเรา
จากเถ้าถ่าน วิญญาณแห่งบรรพชน
เสียสละ เลือดและเหงื่อเคล้าปน
คือรากเหง้าเราทุกคนตลอดไป
อตีตา คืออนาคตา
เรียนรู้ว่า ผ่านมาเป็นเช่นใด
เส้นทางต่อ อยากให้เป็นเช่นไร
เมื่อเข้าใจ ยอมรับในตัวตน
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับบทประพันธ์อันงดงามและการถ่ายทอดอย่างสุดยอดของทีมงานทุกคนค่ะ (-/\-)
...เราเรียนรู้อดีตเพื่อให้รู้จักและตระหนักถึงคุณค่า และอดีตก็ย่อมเป็นทางปูไปสู่อนาคตที่สดใสเมื่อเราได้ทำความเข้าใจในรากเหง้าที่มาและยอมรับตัวตนในอดีตของเรา...