ขอเปิดประเด็นการสนทนา อยากรู้ว่า Office ใคร มีอะไรแปลกๆ กับการทำงานบ้างหรือเปล่า พอดีว่าตั้งแต่เรียนจบมา
ทำงานมาได้ก็ 6-7 ปี เข้าไปแล้ว ไม่รวมพวกทำงาน Part time ระหว่างเรียนอีกนะครับ พอดีไม่ชอบอยู่บ้านว่างๆ ก็หางานทำไปเรื่อย
จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีโอกาศย้ายงาน (ได้งานใหม่) ไกลบ้านหน่อย แต่ก็นะ ค่าตอบแทนก็โอเครอยู่ คำนวนแล้วก็ยังเหลือๆ กับค่าใช้จ่าย
ก็ลองดูดีกว่า ดีกว่าหยุดอยู่กับที่เฉยๆ แล้วไม่ก้าวหน้าไปไหนเลย สิ่งแรกที่แปลกใจก็คือวันที่เค้าโทรมาบอกว่ารับเราเข้าทำงานแล้วก็คือ
ขอให้เราไปเริ่มงานวันจันทร์นี้เลย (ซึ่งโทรมาเย็นวันศุกร์) ก็แปลกๆ แต่ก็ต้องปฏิเสธ เพราะว่าเราต้องแจ้งเรื่องล่วงหน้า 30 วันเป็นปรกติ
ทางเค้าก็ต้องยอม เพราะว่าเรายืนยันว่าไม่สามารถไปเริ่มงานให้กระทันหันแบบนั้นได้ แต่ก็คิดในใจว่า ถ้ารอได้ก็รอ รอไม่ได้ก็ไปหาคนอื่นละกัน
เพราะว่าผมเองก็ไม่ได้เดือดร้อนจะต้องย้ายงานอะไร ที่ทำอยู่ก็สบายดี ถึงจะไม่มีอนาคตเท่าไหร่ก็เถอะ 555 สุดท้ายเค้ารอ ก็อ่ะ ไปก็ไป
พอได้ไปเริ่มงานที่ใหม่ เอาหล่ะ เรื่องราว เรื่องเล่าต่างๆ ก็ลอยผ่านมาเข้าหู เรื่องเกี่ยวกับความงก ของ Office ใหม่ ความเคี่ยวต่างๆ นาๆ
แต่ก็ว่าไม่ได้สนใจซักเท่าไหร่ เห็นคนลาออกทีไร ก็บอกกันทุกคนว่าที่เก่าไม่ดีอย่างนั้น อย่างนี้ ก็เลยไม่ค่อยใส่ใจ ไม่ลองเอง ก็ไม่รู้
จนกระทั้งเจอกับตัวเองนี่แหละครับพี่น้อง
พอได้ไปเริ่มงานก็รู้ว่าที่นี่มี locker สำหรับเก็บกระเป๋า สิ่งของต่างๆ ของพนักงาน คือ ไม่อนุญาติให้นำเข้าไปในห้องทำงาน เข้าไปได้
แค่ตัวเปล่า เครื่องเขียน หรืออุปกรณ์ทำงาน และไม่อนุญาติให้นำ Computer Laptop ส่วนตัวมาใช้ในที่ทำงานด้วย
* อ่อ ลืมบอกไปว่าผมทำงานทางด้าน Creative ทำพวกรายการโทรทัศน์นี่แหละครับ ^^ Office ที่พูดถึงก็ไม่ได้ใหญ่อะไร เป็นบริษัทเล็กๆ
ออกแนวธุรกิจในครอบครัวซะมากกว่า
เรื่องต่อไปก็คือในห้องทำงานฝ่ายผมมีกันอยู่แค่ 4-5 คนเท่านั้นก็เลยไม่ต้องใช้เวลาในการทำความรู้จักกันนานเท่าไหร่นัก พอถึงเวลาพักกลางวัน
คนอื่นๆ ก็เลยชวนกันออกไปหาอะไรทานข้างนอก พอทานเสร็จถ้าเวลาเหลือก็จะยังไม่เข้า Office กัน แต่จะรอให้ถึงบ่ายโมงพอดีค่อยเข้า เพราะ
ว่าในห้องทำงาน ห้องครัว หรือห้องอื่นๆ มีอุปกรณ์สำหรับดักฟัง เวลาพนักงานคุยกัน อันนี้เรื่องจริง?! (ตอนแรกก็ไม่เชื่อ)
แล้วก็มีเรื่องของการตอกบัตรเข้าทำงาน ปรกติเวลาทำงานก็ไม่เคยต้องมีการตอกบัตรเข้าทำงานหรอกนะครับ (อาจจะด้วยสายงาน)
แต่พอมาทำงานที่นี่ต้องตอกบัตรลงเวลาเข้าทำงานด้วยครับ เรื่องตอกบัตรหน่ะไม่เป็นปัญหาหรอกครับ แต่มีปัญหาตรงที่ชอบคุยงาน
กันตอนหลังเวลาเลิกงานแล้ว คือเจ้านายเรียกประชุมบ้าง บอกให้รอคุยงานบ้าง คือแบบ โอที ก็ไม่มีไง ใครมันไปอยากทำงานเกินเวลา
ตอนแรกๆ ก็ไม่ได้ใส่ใจ ถึงเวลาปุ๊บ ดีดตัวกลับบ้านทันที แต่ก็สงสัยว่าคนอื่นๆ เค้านั่นทำอะไรกัน เลิกงานแล้วทำไมยังไม่กลับบ้าน
โอทีก็ไม่ได้ พอได้ทำมาซักพักก็ถึงบางอ้อ พอมาเจอกับตัวเอง กลับเร็วก็โดนว่า เพราะถามหาเราไม่เจอหลังเวลาเลิกงาน บางวันก็
บอกว่าเดี่ยวลงมาคุย ก็นั่งรอเจ้านายลงมาคุยไปสิ เกือบสองทุ่ม สามทุ่มบ้าง กว่าจะได้กลับ แล้วเวลากลับดึกๆ โอทีไม่มี ตอนเช้า
มาสายก็หักตังอีก..... คือแบบ คุยในเวลางานได้ป่ะ?!
เบิกค่ารถ ไม่มีจ่ะ 555+ ออกไปซื้อของสำหรับทำงาน ออกไปยืมเสือผ้าพิธีกร ออกไปดูโลเคชั่น เบิกได้แค่ค่ารถเมล์ ขอย้ำ
"ค่ารถเมล์" เอาตั๋วรถเมล์มาเบิกด้วยนะครัชพี่น้อง ถ้าดัดจริตนั่ง Taxi จ่ายเอง รถไฟฟ้า จ่ายเอง แล้วคือแบบ สายงานของ
พวกกุเนี่ย เรื่องออกไปหาโลเคชั่น ออกไปหาอุปกรณ์ประกอบฉาก

โคตรเป็นเรื่องปรกติเลย แต่ว่าให้เบิกค่ารถเมล์เนี่ยนะ?!
สำหรับสายงานผมแล้วจะมี Stylist จัดหาเสื้อผ้า ให้กับพีธีกร แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกที่จะมีหรอกนะครับ บางทีพวก Creative อย่างเราๆ
ก็ต้องทำเองบ้าง ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้หรอกนะครับ เสื้อตัวละหมื่นกว่าบาท บางตัวสองสามหมื่น ให้หิ้วขึ้นรถเมล์มาเนี่ยยะ ไม่ได้
ยืมมาทีละตัวสองตัว บางครั้งมูลค่าเสื้อผ้าเกือบแสน ก็ต้องนั่ง Taxi แล้วไง เบิกก็ไม่ได้?!
เวลาที่ออกกองถ่าย ก็จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าข้าวกองถ่าย ไม่มี!! ไม่มีนะครับ หา-กันเอง แม้แต่พิธีกร
ก็ต้องหากินเองนะครับ เอาเป็นว่าพิธีกรของผมดังระดับนางฟ้าละกัน แต่หากินเองนะครับ ค่าน้ำมันรถ ค่าทางด่วน คือต้องจ่ายเองไปก่อน
แล้วค่อยมาเบิกที่ Office อีกที สงสัยอยู่ ถ้าวันนั้นผมไม่มีเงินทำไง เคยมีครั้งนึงที่ทางเจ้านายไปด้วย แต่คงหิวมั๊ง สั่งกาแฟ- -เสร็จก็กลับ
ทางผมก็ไม่รู้ พอเสร็จจากกองถ่าย พนักงานวิ่งมาเก็บเงิน สามร้อยกว่าบาท ก็ถามหากันให้วุ่นว่าของใคร สุดท้ายของเจ้านาย สั่งมา-
ตังไม่จ่ายผมเลยต้องจ่ายไปก่อน แล้วกลับมาเก็บที่ Office พอบอกว่าสามร้อยกว่าบาทเท่านั้นแหละ เจ้านายร้องกรี๊ด บอกว่ากาแฟอะไรแพง
แพงสิ สั่งในโรงแรมห้าดาว มันจะถูกป่ะหล่ะ แล้วก็สองแก้วด้วย ไม่ใช่แก้วเดียว ยังๆ เจ้านายไม่จ่ายครับ บอกให้ไปออกใบกำกับ
ภาษีเต็มรูปแบบมาก่อน งงเลยครับ ของสั่งมา-เอง นี่ต้องจ่ายไปก่อน แล้วเบิกก็ยังไม่ได้ด้วย จะเอาใบกำกับภาษี พ่อง?!
อีกครั่งหนึ่งที่ต้องบากหน้าไปขอใช้สถานที่เค้าฟรีๆ ในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง สำหรับการถ่ายทำรายการ แขกรับเชิญในรายการเดินมาบอกว่า
หิวน้ำค่ะ พอจะมีน้ำดื่มหรือเปล่าคะ ไอ้ครั้นจะไปบอกว่าไม่มีก็ดูยังไงๆ ต้องหน้าด้านไปขอน้ำดื่มฟรี จากทางโรงแรมให้เค้าเอามารับรอง
แขกรับเชิญอีก ทั้งๆ ที่เจ้านายก็ยืนอยู่ แต่ก็นะ เจ้านายไม่อาย ผมอาย ไปขอเค้าใช้สถานที่ฟรีๆ แล้วยังจะไปรบกวนเค้าอีก?!
มาที่กาแฟอีกครั้งหนึ่ง พอดีมีพิธีกรภาคสนามมาบ้างครั้งคราว เวลาพิธีกรสั่งเครื่องดื่มก็จะจ่ายไปก่อน แล้วค่อยกลับมาเบิกเป็นปรกติ
พอดีวันนั้น Starbucks ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง แต่ผมไม่ทราบ ตอนเช้าเลยจัดไปแล้ว 1 แก้ว พอถึงตอนบ่าย พิธีกรอยากทาน ก็เลยไปซื้อให้
แล้วเดี่ยวค่อยกลับไปเบิกที่ Office เอาละกัน พอสั่งเสร็จ พนักงานก็บอกว่า "ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งนะคะ" เอาหล่ะสิ แก้วเมื่อเช้ายังไม่หมด
จะสั่งอีกเหรอ แต่ถ้าไม่สั่งก็ขาดทุนนะเนี่ย ก็เลยตัดสินใจสั่งมาอีกหนึ่ง (ซึ่งก็ไม่ได้กินเอง) แต่พอกลับมาเบิกเท่านั้นแหละครับ
อึ้งครับ เค้าบอกให้ผมจ่ายเองครึ่งนึง เค้าไม่จ่ายให้ผมทั้งหมด เลยบอกว่าเค้าว่า
"มันแถมนะครับ คือถ้าไม่เอา ยังไงมันก็ต้องจ่ายราคานี้อยู่แล้ว"
คำตอบที่ได้คือ "ทราบค่ะ แต่ว่ามันเป็นหลักการทำงานของพี่"
"นี่ผมไม่ได้เอาเปรียบ แล้วยังต้องเสียเปรียบอีกเหรอครับ"
คำตอบที่ได้คือ "มันเป็นหลักการทำงานของพี่ค่ะ"
"อ่อเหรอครับ รู้งี้ไม่สั่งให้ขาดทุนหรอกครับ ไม่ได้อยาก" แล้วก็เดินออกมา
คือแบบไม่กี่บาทหรอกครับ แต่รู้สึกว่าไม่ได้เอาเปรียบใคร แล้วก็ไม่อยากให้ใครมาเอาเปรียบเราด้วย เจอแบบนี้เข้าไปนี่งงเลยครับ
วันหนึ่งผมนัดพนักงานมารับเอกสารที่ Office ครับ แต่พอดีว่าท่าทางพนักงานเอกสารเค้าดูห่ามๆ ไปหน่อย คงไปขัดหู ขัดตาเจ้านาย
ผมเลยเจอนายเรียกไปต่อว่า แล้วบอกว่าคราวหลังจะทำอะไรก็ต้องบอกเค้าก่อน จะให้ใครมาก็ต้องบอก เค้าไม่ชอบ
คือแบบ ไม่ชอบกริยาของพนักงานส่งเอกสารก็ไม่เกี่ยวกับผมนี่ แล้ววันทำงานก็ต้องมาเอาเอกสารที่ทำงานสิครับ จะให้ไปที่บ้าน
ก็วันหยุด ใครเค้าทำกัน มีการมาบอกให้ไปทำที่อื่น?! คือที่ไหนหล่ะ วันปรกติก็อยู่แต่ที่ทำงานนี่แหละ งง?!
เอาเป็นว่ายังไม่หมด ยังไม่ลงรายละเอียดเจ้านายแต่ละคน ถ้ากระแสดี เอาไว้จะมาเล่าต่อนะครับ
Office ท่านๆ อื่นๆ เจ็บๆ แสบๆ อย่างไร ก็เอามาแชร์ๆ กันบ้างนะครับ เผื่ออ่านของคนอื่นๆ ที่แย่กว่าเรา
แล้วอาจจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง 555
Office ไหน ใครว่าแย่ มาแชร์กันหน่อยซิ!!
ทำงานมาได้ก็ 6-7 ปี เข้าไปแล้ว ไม่รวมพวกทำงาน Part time ระหว่างเรียนอีกนะครับ พอดีไม่ชอบอยู่บ้านว่างๆ ก็หางานทำไปเรื่อย
จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีโอกาศย้ายงาน (ได้งานใหม่) ไกลบ้านหน่อย แต่ก็นะ ค่าตอบแทนก็โอเครอยู่ คำนวนแล้วก็ยังเหลือๆ กับค่าใช้จ่าย
ก็ลองดูดีกว่า ดีกว่าหยุดอยู่กับที่เฉยๆ แล้วไม่ก้าวหน้าไปไหนเลย สิ่งแรกที่แปลกใจก็คือวันที่เค้าโทรมาบอกว่ารับเราเข้าทำงานแล้วก็คือ
ขอให้เราไปเริ่มงานวันจันทร์นี้เลย (ซึ่งโทรมาเย็นวันศุกร์) ก็แปลกๆ แต่ก็ต้องปฏิเสธ เพราะว่าเราต้องแจ้งเรื่องล่วงหน้า 30 วันเป็นปรกติ
ทางเค้าก็ต้องยอม เพราะว่าเรายืนยันว่าไม่สามารถไปเริ่มงานให้กระทันหันแบบนั้นได้ แต่ก็คิดในใจว่า ถ้ารอได้ก็รอ รอไม่ได้ก็ไปหาคนอื่นละกัน
เพราะว่าผมเองก็ไม่ได้เดือดร้อนจะต้องย้ายงานอะไร ที่ทำอยู่ก็สบายดี ถึงจะไม่มีอนาคตเท่าไหร่ก็เถอะ 555 สุดท้ายเค้ารอ ก็อ่ะ ไปก็ไป
พอได้ไปเริ่มงานที่ใหม่ เอาหล่ะ เรื่องราว เรื่องเล่าต่างๆ ก็ลอยผ่านมาเข้าหู เรื่องเกี่ยวกับความงก ของ Office ใหม่ ความเคี่ยวต่างๆ นาๆ
แต่ก็ว่าไม่ได้สนใจซักเท่าไหร่ เห็นคนลาออกทีไร ก็บอกกันทุกคนว่าที่เก่าไม่ดีอย่างนั้น อย่างนี้ ก็เลยไม่ค่อยใส่ใจ ไม่ลองเอง ก็ไม่รู้
จนกระทั้งเจอกับตัวเองนี่แหละครับพี่น้อง
พอได้ไปเริ่มงานก็รู้ว่าที่นี่มี locker สำหรับเก็บกระเป๋า สิ่งของต่างๆ ของพนักงาน คือ ไม่อนุญาติให้นำเข้าไปในห้องทำงาน เข้าไปได้
แค่ตัวเปล่า เครื่องเขียน หรืออุปกรณ์ทำงาน และไม่อนุญาติให้นำ Computer Laptop ส่วนตัวมาใช้ในที่ทำงานด้วย
* อ่อ ลืมบอกไปว่าผมทำงานทางด้าน Creative ทำพวกรายการโทรทัศน์นี่แหละครับ ^^ Office ที่พูดถึงก็ไม่ได้ใหญ่อะไร เป็นบริษัทเล็กๆ
ออกแนวธุรกิจในครอบครัวซะมากกว่า
เรื่องต่อไปก็คือในห้องทำงานฝ่ายผมมีกันอยู่แค่ 4-5 คนเท่านั้นก็เลยไม่ต้องใช้เวลาในการทำความรู้จักกันนานเท่าไหร่นัก พอถึงเวลาพักกลางวัน
คนอื่นๆ ก็เลยชวนกันออกไปหาอะไรทานข้างนอก พอทานเสร็จถ้าเวลาเหลือก็จะยังไม่เข้า Office กัน แต่จะรอให้ถึงบ่ายโมงพอดีค่อยเข้า เพราะ
ว่าในห้องทำงาน ห้องครัว หรือห้องอื่นๆ มีอุปกรณ์สำหรับดักฟัง เวลาพนักงานคุยกัน อันนี้เรื่องจริง?! (ตอนแรกก็ไม่เชื่อ)
แล้วก็มีเรื่องของการตอกบัตรเข้าทำงาน ปรกติเวลาทำงานก็ไม่เคยต้องมีการตอกบัตรเข้าทำงานหรอกนะครับ (อาจจะด้วยสายงาน)
แต่พอมาทำงานที่นี่ต้องตอกบัตรลงเวลาเข้าทำงานด้วยครับ เรื่องตอกบัตรหน่ะไม่เป็นปัญหาหรอกครับ แต่มีปัญหาตรงที่ชอบคุยงาน
กันตอนหลังเวลาเลิกงานแล้ว คือเจ้านายเรียกประชุมบ้าง บอกให้รอคุยงานบ้าง คือแบบ โอที ก็ไม่มีไง ใครมันไปอยากทำงานเกินเวลา
ตอนแรกๆ ก็ไม่ได้ใส่ใจ ถึงเวลาปุ๊บ ดีดตัวกลับบ้านทันที แต่ก็สงสัยว่าคนอื่นๆ เค้านั่นทำอะไรกัน เลิกงานแล้วทำไมยังไม่กลับบ้าน
โอทีก็ไม่ได้ พอได้ทำมาซักพักก็ถึงบางอ้อ พอมาเจอกับตัวเอง กลับเร็วก็โดนว่า เพราะถามหาเราไม่เจอหลังเวลาเลิกงาน บางวันก็
บอกว่าเดี่ยวลงมาคุย ก็นั่งรอเจ้านายลงมาคุยไปสิ เกือบสองทุ่ม สามทุ่มบ้าง กว่าจะได้กลับ แล้วเวลากลับดึกๆ โอทีไม่มี ตอนเช้า
มาสายก็หักตังอีก..... คือแบบ คุยในเวลางานได้ป่ะ?!
เบิกค่ารถ ไม่มีจ่ะ 555+ ออกไปซื้อของสำหรับทำงาน ออกไปยืมเสือผ้าพิธีกร ออกไปดูโลเคชั่น เบิกได้แค่ค่ารถเมล์ ขอย้ำ
"ค่ารถเมล์" เอาตั๋วรถเมล์มาเบิกด้วยนะครัชพี่น้อง ถ้าดัดจริตนั่ง Taxi จ่ายเอง รถไฟฟ้า จ่ายเอง แล้วคือแบบ สายงานของ
พวกกุเนี่ย เรื่องออกไปหาโลเคชั่น ออกไปหาอุปกรณ์ประกอบฉาก
สำหรับสายงานผมแล้วจะมี Stylist จัดหาเสื้อผ้า ให้กับพีธีกร แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกที่จะมีหรอกนะครับ บางทีพวก Creative อย่างเราๆ
ก็ต้องทำเองบ้าง ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้หรอกนะครับ เสื้อตัวละหมื่นกว่าบาท บางตัวสองสามหมื่น ให้หิ้วขึ้นรถเมล์มาเนี่ยยะ ไม่ได้
ยืมมาทีละตัวสองตัว บางครั้งมูลค่าเสื้อผ้าเกือบแสน ก็ต้องนั่ง Taxi แล้วไง เบิกก็ไม่ได้?!
เวลาที่ออกกองถ่าย ก็จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าข้าวกองถ่าย ไม่มี!! ไม่มีนะครับ หา-กันเอง แม้แต่พิธีกร
ก็ต้องหากินเองนะครับ เอาเป็นว่าพิธีกรของผมดังระดับนางฟ้าละกัน แต่หากินเองนะครับ ค่าน้ำมันรถ ค่าทางด่วน คือต้องจ่ายเองไปก่อน
แล้วค่อยมาเบิกที่ Office อีกที สงสัยอยู่ ถ้าวันนั้นผมไม่มีเงินทำไง เคยมีครั้งนึงที่ทางเจ้านายไปด้วย แต่คงหิวมั๊ง สั่งกาแฟ- -เสร็จก็กลับ
ทางผมก็ไม่รู้ พอเสร็จจากกองถ่าย พนักงานวิ่งมาเก็บเงิน สามร้อยกว่าบาท ก็ถามหากันให้วุ่นว่าของใคร สุดท้ายของเจ้านาย สั่งมา-
ตังไม่จ่ายผมเลยต้องจ่ายไปก่อน แล้วกลับมาเก็บที่ Office พอบอกว่าสามร้อยกว่าบาทเท่านั้นแหละ เจ้านายร้องกรี๊ด บอกว่ากาแฟอะไรแพง
แพงสิ สั่งในโรงแรมห้าดาว มันจะถูกป่ะหล่ะ แล้วก็สองแก้วด้วย ไม่ใช่แก้วเดียว ยังๆ เจ้านายไม่จ่ายครับ บอกให้ไปออกใบกำกับ
ภาษีเต็มรูปแบบมาก่อน งงเลยครับ ของสั่งมา-เอง นี่ต้องจ่ายไปก่อน แล้วเบิกก็ยังไม่ได้ด้วย จะเอาใบกำกับภาษี พ่อง?!
อีกครั่งหนึ่งที่ต้องบากหน้าไปขอใช้สถานที่เค้าฟรีๆ ในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง สำหรับการถ่ายทำรายการ แขกรับเชิญในรายการเดินมาบอกว่า
หิวน้ำค่ะ พอจะมีน้ำดื่มหรือเปล่าคะ ไอ้ครั้นจะไปบอกว่าไม่มีก็ดูยังไงๆ ต้องหน้าด้านไปขอน้ำดื่มฟรี จากทางโรงแรมให้เค้าเอามารับรอง
แขกรับเชิญอีก ทั้งๆ ที่เจ้านายก็ยืนอยู่ แต่ก็นะ เจ้านายไม่อาย ผมอาย ไปขอเค้าใช้สถานที่ฟรีๆ แล้วยังจะไปรบกวนเค้าอีก?!
มาที่กาแฟอีกครั้งหนึ่ง พอดีมีพิธีกรภาคสนามมาบ้างครั้งคราว เวลาพิธีกรสั่งเครื่องดื่มก็จะจ่ายไปก่อน แล้วค่อยกลับมาเบิกเป็นปรกติ
พอดีวันนั้น Starbucks ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง แต่ผมไม่ทราบ ตอนเช้าเลยจัดไปแล้ว 1 แก้ว พอถึงตอนบ่าย พิธีกรอยากทาน ก็เลยไปซื้อให้
แล้วเดี่ยวค่อยกลับไปเบิกที่ Office เอาละกัน พอสั่งเสร็จ พนักงานก็บอกว่า "ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งนะคะ" เอาหล่ะสิ แก้วเมื่อเช้ายังไม่หมด
จะสั่งอีกเหรอ แต่ถ้าไม่สั่งก็ขาดทุนนะเนี่ย ก็เลยตัดสินใจสั่งมาอีกหนึ่ง (ซึ่งก็ไม่ได้กินเอง) แต่พอกลับมาเบิกเท่านั้นแหละครับ
อึ้งครับ เค้าบอกให้ผมจ่ายเองครึ่งนึง เค้าไม่จ่ายให้ผมทั้งหมด เลยบอกว่าเค้าว่า
"มันแถมนะครับ คือถ้าไม่เอา ยังไงมันก็ต้องจ่ายราคานี้อยู่แล้ว"
คำตอบที่ได้คือ "ทราบค่ะ แต่ว่ามันเป็นหลักการทำงานของพี่"
"นี่ผมไม่ได้เอาเปรียบ แล้วยังต้องเสียเปรียบอีกเหรอครับ"
คำตอบที่ได้คือ "มันเป็นหลักการทำงานของพี่ค่ะ"
"อ่อเหรอครับ รู้งี้ไม่สั่งให้ขาดทุนหรอกครับ ไม่ได้อยาก" แล้วก็เดินออกมา
คือแบบไม่กี่บาทหรอกครับ แต่รู้สึกว่าไม่ได้เอาเปรียบใคร แล้วก็ไม่อยากให้ใครมาเอาเปรียบเราด้วย เจอแบบนี้เข้าไปนี่งงเลยครับ
วันหนึ่งผมนัดพนักงานมารับเอกสารที่ Office ครับ แต่พอดีว่าท่าทางพนักงานเอกสารเค้าดูห่ามๆ ไปหน่อย คงไปขัดหู ขัดตาเจ้านาย
ผมเลยเจอนายเรียกไปต่อว่า แล้วบอกว่าคราวหลังจะทำอะไรก็ต้องบอกเค้าก่อน จะให้ใครมาก็ต้องบอก เค้าไม่ชอบ
คือแบบ ไม่ชอบกริยาของพนักงานส่งเอกสารก็ไม่เกี่ยวกับผมนี่ แล้ววันทำงานก็ต้องมาเอาเอกสารที่ทำงานสิครับ จะให้ไปที่บ้าน
ก็วันหยุด ใครเค้าทำกัน มีการมาบอกให้ไปทำที่อื่น?! คือที่ไหนหล่ะ วันปรกติก็อยู่แต่ที่ทำงานนี่แหละ งง?!
เอาเป็นว่ายังไม่หมด ยังไม่ลงรายละเอียดเจ้านายแต่ละคน ถ้ากระแสดี เอาไว้จะมาเล่าต่อนะครับ
Office ท่านๆ อื่นๆ เจ็บๆ แสบๆ อย่างไร ก็เอามาแชร์ๆ กันบ้างนะครับ เผื่ออ่านของคนอื่นๆ ที่แย่กว่าเรา
แล้วอาจจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง 555