เจาะลึกการไปเรียนต่อ UK จากมุมมองของ Agency ตอน เลือก Agency ไหนดี?

ผมทำงานบริษัท Agency ที่ส่งนักเรียนไปเรียนต่อใน UK นะครับตอนนี้ทำงานมาได้ 3 ปีกว่าแล้วก็อยากจะมาแชร์ประสบการณ์และมุมมองจากการทำงานตรงนี้ครับเพื่อเป็นอีกมุมนึงของการไปเรียนต่อครับ เพราะปกติจะเห็นแต่มุมมองจากคนที่ไปเรียนต่อมาแล้วหรือกำลังจะไปมาแชร์แลกเปลี่ยนความรู้กันนะครับ

Note: ขอบอกไว้ก่อนเลยนะครับว่าผมจะไม่ตอบคำถามแบบว่า เรียนที่นี่ คณะนี้ เกรดเท่านี้ ไปเรียนที่นั่นที่นี่ได้ไหมนะครับ เพราะผมตอบไม่ได้ทุกมหาวิทยาลัยครับเพราะแต่ละมหาวิทยาลัยเกณฑ์ในการรับต่างกันและนักเรียนแต่ละคนก็มีที่มาที่ไปต่างกันครับ

หลายๆคนที่กำลังจะเรียนต่อก็คงกำลังดูข้อมูลหลายๆด้านอยู่ว่าจะไปเรียนที่ไหนดี รวมถึงด้านไหนดีสำหรับคนที่กำลังจะเปลี่ยนสายที่เรียนมาด้วย อย่างแรกเลยครับหลายคนคงสงสัยว่าถ้าเลือกAgency จะเลือกยังไงและAgency ทำอะไรบ้างใช้บริการเสียค่าใช้จ่ายไหม ตอบง่ายๆเลยครับเลือก Agency ไม่ยากครับเลือกเอาที่เขาดูและมหาวิทยาลัยที่เราอยากเข้าครับ เลือกมหาวิทยาลัยยากกว่ามากครับ 555 มหาวิทยาลัยในUK มีเป็นร้อยครับถ้าไม่ได้เรียนที่เฉพาะด้านจริงๆมหาวิทยาลัยให้เลือกเพียบครับ วิธีการดูก็ไม่ยากครับเข้าเว็ปมหาวิทยาลัยโดยตรงเลยครับจะมีลิสต์ Agency ที่เป็นตัวแทนในแต่ละประเทศอยู่ครับ ตัวอย่างตามรูปด้านล่างนะครับจะเห็นว่ามีลิสอยู่ครับ การสมัครผ่าน Agency ไม่เสียค่าใช้จ่ายครับเพราะ agency จะได้เงินลักษณะเป็นค่าคอมฯครับตามจำนวนนักเรียนที่สมัครผ่าน agency นั้นๆและไปเรียนที่มหาวิทยาลัยครับ แต่จะมีบางมหาวิทยาลัยครับที่จะต้องเสียค่า Application fee ในการสมัคร

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ทีนี้หลายคนก็สงสัยบางที่มีตั้งหลาย agency เลือกที่ไหนดี agency เล็กหรือใหญ่ดีจะ Agency ใหญ่ก็ง่ายดีครับเพราะมีเกือบทุกมหาวิทยาลัยที่เราสนใจแต่ว่าข้อเสียก็มีครับ agency ใหญ่ๆส่วนมากวิธีการทำงานของเขาคือมีทุกที่ครับขอแค่เอกสารส่งมาเขาสมัครให้ทุกที่เลยครับแล้วก็รอน้องๆตัดสินใจเองนี่หละครับจะไปที่ไหนก็แล้วแต่เลย นี่ละครับข้อเสียคือ agency ใหญ่ๆจะไม่ค่อยให้เวลากับการคุยรายละเอียดแค่ละมหาวิทยาลัยมากนักครับอาศัยว่ามีเยอะนักเรียนอยากไปที่ไหนเดี๋ยวก็จัดการเลือกไปเองขอให้มีอยู่ในลิสต์ที่เขามี Contact ครับ

การสมัครกับ agency ที่มีมหาวิทยาลัยน้อยกว่าถึงอาจจะต้องใช้หลายที่หน่อยแต่ว่าก็จะได้คุยรายละเอียดของมหาวิทยาลัยมากกว่าครับ อย่างเช่นผมตอนทำงานเรามีมหาวิทยาลัยอยู่ในมือแค่นี้เราก็ต้องให้ข้อมูลให้ดีที่สุดครับเพื่อน้องจะได้มีโอกาสตัดสินใจเลือกไปเรียนกับมหาวิทยาลัยของเราครับ เพราะผมไม่สามารถสมัครทิ้งๆไว้แล้วให้น้องเลือกได้ครับเพราะทุกคนไม่ได้สมัครแค่มหาวิทยาลัยเดียวแน่นอนเขาสมัครกับเราสองที่อาจจะสมัครกับที่อื่นๆอีก 4-5 ที่ก็เป็นไปได้ครับ พูดง่ายๆว่าพวก agency เล็กๆนี่จะมีมหาวิทยาลัยที่เป็นเฉพาะทางของเขาครับเพราะเขามีของอยู่ในมือแค่นี้ครับต้องทำเต็มที่

ในการเลือกตรงนี้สำคัญนะครับเพราะบางที่ที่ไม่ได้มีชื่อในเว็ปของมหาวิทยาลัยเขาก็จะบอกเราว่าสมัครได้ๆใช่ครับเขาอาจจะสมัครให้ได้ครับโดยการส่งให้ Agency ที่เป็นตัวแทนทำให้อีกทีครับอันนี้ก็ยังพอโอเคอยู่ครับแต่เรื่องข้อมูลเขาอาจจะไม่แม่นมหาวิทยาลัยนั้นๆเท่าไหร่ครับ แต่อันที่แย่เลยก็คือไม่ได้เป็นตัวแทนแล้วสมัครให้ครับอันนี้ก็คือทำใบสมัครให้เหมือนกันเรียนสมัครไปเองเลยครับ แบบนี้นี่ถ้าเราไม่ได้จะไปกับมหาวิทยาลัยที่เขาสมัครแบบไม่ได้เป็นตัวแทนนี่ไม่ค่อยมีปัญหาครับแต่ว่าถ้าแจ็คพ๊อตแตกเราจะไปนี่ยุ่งเลยครับเพราะถามอะไรก็ไม่ค่อยรู้สักเท่าไหร่ครับสุดท้ายต้องวิ่งหาที่ที่เขาเป็นตัวแทนช่วยดูให้ครับ

หลักๆเท่าที่นึกออกสำหรับการเลือก Agency ผมนึกออกเท่านี้หละครับส่วนครั้งต่อไปจะเขียนเรื่องอะไรต่อดีตอนนี้กำลังนึกอยู่ครับเพราะเรื่องเล็กเรื่องน้อยมันเยอะมากๆเลย 555 ต้องคิดก่อนว่าเขียนเรื่องไหนดี แต่คิดว่าจะเล่าไปตามขั้นตอนการสมัครเรียนนี่หละครับต่อไปคงเรื่องการเตรียมตัวเริ่มสมัครเรียนแต่ยังคิดอยู่ว่าเขียนตรงไหนก่อนดี ถ้าใครมีเรื่องอะไรอยากรู้บอกได้นะครับผมจะดูแล้วค่อยๆเขียนเป็นเรื่องๆไปแยกกระทู้กันนะครับ ^ ^

ปล ผมจะไม่อ้างอิงชื่อ Agency ไหนๆเลยนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่