ข้าพเจ้าได้รับการติดต่อจากคู่กรณีครั้งแรกทางเฟสบุคเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2558 โดยคู่กรณีเป็นเพื่อนเก่าตั้งแต่สมัยเด็ก และไม่ได้ติดต่อกันเป็นเวลานานจึงได้มีการพูดคุยและขอเบอร์โทรศัพท์กัน และได้ทำการติดต่อกันผ่านทางโปรแกรมไลน์ โดยหัวข้อที่ทำการสนทนาเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันทั่วไป ต่อมาคู่กรณีได้เล่าให้ฟังว่าผ่านความยากลำบากมา แต่ได้สามีที่มีฐานะดี ซึ่งคู่กรณีอ้างว่าสามีเป็นลูกชายของ บริษัท สยาม แก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมี คัลส์ จำกัด และทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับน้ำมันโดยส่งให้แก่ปั้มเชลล์ทั่วประเทศ ส่งน้ำมันเตาให้แก่โรงงานในจังหวัดระยอง ธุรกิจเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างที่จังหวัดสุรินท์ ซึ่งคู่กรณีได้นำรูปธุรกิจต่างๆ เบื้องต้นมาแอบอ้างว่าสามีตนเป็นเจ้าของกิจการนั้นๆโดยเล่าว่าพบเจอกับสามีที่บ่อนปอยเปต ประเทศกัมพูชา จึงได้เริ่มต้นคบหากัน แต่ตนเป็นภรรยานอกสมรสทำให้ไม่เป็นที่รู้จักในสังคม และตนกำลังตั้งครรภ์สามีที่อ้างถึงจึงไม่ให้ตนออกไปทำงานข้างนอก โดยคู่กรณีได้นำภาพของผู้อื่นมาแอบอ้างว่าเป็นตนเอง และยังได้นำภาพผู้อื่นมาแอบอ้างว่าเป็นสามีอีกด้วย ซึ่งคู่กรณีได้กล่าวว่าตนได้ทำศัลยกรรมทั้งใบหน้าและร่างกายจนดูดีกว่าในอดีต เพื่อให้สามารถขายสินค้าเกี่ยวกับความงามได้ คู่กรณีกล่าวว่าสามีได้ให้เงินมาก้อนหนึ่งมูลค่า1ล้านบาท ตนจึงนำมาทำธุรกิจนำเข้าเครื่องสำอางจากประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นโดยนำเข้าผ่านทางบริษัทนำเข้าของสามี จนสามารถสร้างฐานะของตนเองจนร่ำรวยมีทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า20ล้านบาท และได้รักษาบิดาของตนให้หายจากโรคเกี่ยวกับตับ โดยใช้เงินไปเกือบ10ล้านบาท เนื่องจากบ้านบิดาของคู่กรณีอยู่ใกล้กับบ้านของข้าพเจ้าในจังหวัดร้อยเอ็ด จึงเห็นว่าบิดาของคู่กรณีมีประวัติการรักษาจริง และได้รับการรักษาจนหายดี และเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2558 ข้าพเจ้าได้เข้าไปดูพบบิดาของคู่กรณี ซึ่งได้หายป่วยจากโรคตับจริง และได้ทำการสร้างบ้านใหม่ซึ่งบิดาของคู่กรณีได้อ้างว่าลูกสาวได้ให้เงินมาสร้างบ้านและซื้อรถ และยังให้เงินน้องสาวอีกจำนวนหนึ่งเพื่อทำธุรกิจอู่ซ่อมรถยนต์ ข้าพเจ้าจึงเริ่มหลงเชื่อในเรื่องที่คู่กรณีได้สร้างขึ้นมา นอกจากนี้คู่กรณียังอ้างว่าเป็นเจ้าของห้องชุดคอนโดในใจกลางกรุงเทพฯ และบ้านอีก 2 หลัง โดยนำภาพบ้านและคอนโดมาอ้างถึงว่าเป็นเจ้าของอีกด้วย หลังจากที่ได้พูดคุยกันมาเป็นเวลา 2เดือน ข้าพเจ้าจึงได้พบกับคู่กรณีเป็นครั้งแรก โดยรูปร่างหน้าตาของคู่กรณีไม่ได้เหมือนกับในภาพที่ส่งให้ดู ซึ่งคู่กรณีอ้างว่าตนได้นำซิลิโคนในร่างกายออกจนหมด เพราะสามีกลัวจะส่งผลเสียต่อลูกในครรภ์ ข้าพเจ้าได้เดินทางไปดูสถานที่ๆคู่กรณีอ้างถึงด้วย ซึ่งการนัดพบแต่ละครั้งคู่กรณีจะเปลี่ยนรถที่ขับมาพบข้าพเจ้าทุกครั้ง โดยคู่กรณีได้พาข้าพเจ้าไปซื้อสินค้าแบรนด์เนม พาไปสถาบันเสริมความงาม พาไปเลี้ยงอาหาร โดยทุกครั้งคู่กรณีจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ข้าพเจ้าจึงหลงเชื่อว่าคู่กรณีมีเงินและธุรกิจที่อ้างถึงว่ามีอยู่จริง คู่กรณีกล่าวว่าปัจจุบันตนไม่ได้ทำงานแล้ว แต่ตนได้ทำการเปิดพอร์ทเพื่อเล่นหุ้นทอง ทำการซื้อขายผ่านทางอินเทอเน็ต และผ่านทางโบรกเกอร์ โดยสามารถซื้อขายได้ทั้งตลาดเอเซีย และตลาดยุโรป โดยโบรกเกอร์จะทำการรวบรวมยอดและโอนเงินให้ทุกวันศุกร์ และสามารถถอนออกได้ในวันจันทร์ โดยกำไรที่ได้จากการเล่นหุ้นทอง ตนได้นำไปผ่อนคอนโดและบ้านของตนในกรุงเทพฯ และส่งให้บิดามารดาใช้เดือนละ50,000บาท คู่กรณีจึงได้ทำการชักชวนข้าพเจ้าให้เล่นหุ้นทองด้วยกัน โดยให้ข้าพเจ้าทำการโอนเงินให้เพื่อทดลองซื้อขายหุ้นทอง ด้วยพอร์ทของคู่กรณี ซึ่งได้อ้างว่าหากทำการเปิดพอร์ต เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ เดี๋ยวมาต่อนะ
แชร์ประสบกราณ์ โดนเพื่อนสนิทโกงเงิน 10 ล้าน เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก บ้านเดียวกัน ทำกันได้ลง 😧