สวัสดีครับ นี่ก็เป็นกระทู้แรกที่ผมตั้งใจอยากจะเล่าเรื่องราวดี ปะปนคลุกเคล้าผสมเศร้านะครับ5555 ก็ก่อนอื่นก็ขอบอกก่อนเลย ผมไม่ได้ตั้งใจหรือเจตนาที่จะทำให้เพื่อนของผมเดือดร้อนหรือเสียหายอะไรนะครับ ผมแค่จะสื่อว่า ในช่วงชีวิตเด็ก ม.ปลายนั้น ผมได้เจอเพื่อนที่ผมรักมากๆ และผมก็หวังว่าเขาจะรู้สึกแบบเดียวกันกับผม แม้ว่าตอนนี้ ผมจะ Unfriend เขาไปแล้วก็เถอะ TT เรื่องมันเศร้าอ่ะ เดี๋ยวผมค่อยเล่านะครับ555
ก่อนอื่นผมก็อยากจะบอกอีกครั้งนะ ว่าผมมาตั้งกระทู้ไม่ได้มาประจาน นะครับเพราะเขาคือ เพื่อนรักของผมนะ จริงๆนะครับ55 ผมอยากเล่าเรื่องราวชีวิตบั้นปลายของผมที่ได้มีโอกาสเจอเพื่อนคนหนึ่งที่ดีมาก และเราก็สนิทกันนะ (ผมอยากให้เขาคิดเหมือนผมจัง)
จริงๆน่ะ ผมก็มีเพื่อนนะ แต่มันย้ายไป รร อื่นกันหมดแล้ว 555 ผมเลยอยู่คนเดียวสบายใจ แต่ ใน รร ในห้อง ผมก็มีอยู่นะ ไม่ใช่ไม่มีนะครับ555 ก็อย่างที่กล่าวไว้ว่า การที่เราจะมาเจอเพื่อนแท้ เพื่อนรัก มันต้องใช้ใจแลก ใช้เวลาพิสูจน์กันจริง ๆ กว่าจะมาเป็นเพื่อนรักกัน คือมันผ่านอะไรมามากมายอ่ะ
คือที่ตั้งกระทู้นี้เพื่อ อยากที่จะให้เพื่อนๆ หรือใครที่มีประสบการณ์เรื่องราวดีๆเกี่ยวกับเพื่อนๆ มาแชร์ร่วมกันครับ ผมเป็นคนอยากรู้อยากเห็นนะ ซึ่งมันจะเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตจริงๆอ่ะก่อนจบ ม.6 แล้วเราสามารถที่จะมานั่งย้อนอ่านเรื่องราวที่เราเคยเขียนไปว่า ครั้งนั้นเรามีเพื่อนสนิท เพื่อนรักกันขนาดไหน เราได้มีความสุขขนาดไหนเผื่ออีก2-3ปี ข้างหน้าเราย้อนกลับมาอ่าน มันจะทำให้เราประทับใจไม่รู้ลืมและยิ้มอย่างมีความสุขไงครับ เลยอยากแชร์นะ ซึ่งก็จะขอเริ่มต้นเลยนะครับ555
ก็ผมขอ แทน ตัวเอง ว่า ด. นะ เพื่อนรักของผม คือ ต. นะ เรื่องราวที่ผมประทับใจไม่รู้ลืมคือ ในช่วง ม.5 เลยครับ 55 ตอนนั้นผมได้ข่าวว่า จะมีเพื่อนใหม่ 2 คน มาเรียนห้องเดียวกันกับเรานะ ผมก็ลุ้นครับ เพราะผมก็อยากเจอเหมือนกันว่า เค้าจะเป็นคนแบบไหน นิสัยดีมั้ย จะเป็นเพื่อนกันได้หรือเปล่า วินาทีแรกที่เขาเดินเข้ามาก็ ดีครับ เขามานั่งที่โต๊ะด้านหลังของผมอ่ะ ตอนแรกคนอื่นก็ทักเขาก่อน เขาดูอายๆ เหมือนเด็กน้อย เงียบๆนิ่งๆ ตอนนั้นผมคิดว่าผมจะทำยังไงดีที่จะได้คุยกับเขา สุดท้ายเราก็ได้เริ่มคุยกันจาก dictionary เล่มสีเขียวเล็กๆ ของเขา ครับ ผมเลยใช้ข้ออ้างเป็นหนังสือมาคุยกัน5555
ผม: ขอยืม dictionary หน่อยได้มั้ย คือเราไม่มีอ่ะ
ต: ได้ดิ (ต ก็ยื่นให้ผม)
ตอนนั้นดีใจนะที่เขาเฟรนลี่จริงๆ และเราก็เริ่มคุยกันนะ (เรื่องก็ผ่านมานาแล้วนะเอาเท่าที่ผมจำได้นะ) ช่วงตอนเย็นๆ หลังเลิกเรียน เราก็ได้คุยกันมากขึ้น เราได้คุยกันเรื่อง ครอบครัว ซึ่งผมก็ไม่เคยได้บอกกับเพื่อนใหม่คนไหนเลย แต่คนนี้ดูท่าทีว่าไว้ใจได้ เรากล้าที่จะบอกเขาไปเลย ทุกวันเขาก็จะมาส่งเรากลับบ้าน ผมขึ้นรถสายกลับนะ5 (เด็กติดดินไง55) เขาอยู่หอในเลยได้คุยกันค่ำหน่อยช่วงนั้น
และหลังจากนั้น เราก็มีโอกาสไปไหนมากมากขึ้น เริ่มจากการที่เราได้ไปร้องเพลง ที่ sunee ด้วยกันเป็นที่แรกครับ และเพื่อนอีกคนนึงก็ไป ผม และ ต. ก็ไป ผมนั่งฟังพวกเขาร้องเพลงอ่ะ ต. ร้องเพลงเพราะมากนะ แต่น้อยกว่าผมนิดนึง5555 แต่เขาร้องโอเคอ่ะ เขาดูใจดีนะ ผมว่า คิดว่าสนิทด้วยไม่ยากเลย และหลังจากนั้น......55 จำไม่ค่อยได้ แต่ผมคิดว่าผมต้องจำเรื่องราวดีๆเหล่านี้ได้มากกว่า ต. ละกัน ต. อาจลืมมันไปแล้วก็ได้ 555
หลังจากที่เราได้คุยกันมากขึ้น เราก็เลยได้ไปคุยกันที่หอในแล้ว แหละ ตอนนั้น โครตมีความสุขอ่ะ ต. เล่าเรื่องราวต่างๆทุกอย่าง ให้เราฟัง ในใจอาจจะคิดว่า ด. มันน่าไว้ใจมั้ยวะ แต่ก็ขอบคุณน้าที่เล่าให้ฟัง คือสรุปง่ายๆครับ เราแลกเปลี่ยนกันคุยอ่ะ คือ เรามีไรก็บอกกัน
(นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการที่จะเป็นเพื่อนรักกันนะครับ คือเราต้องจริงใจกับเขาก่อนนะ เปิดใจคุยกัน ผมเชื่อว่าใครที่กำลังกังวลเรื่องนี้ บอกเลยว่าไม่ต้องห่วง ลองใช้วิธีเชื่อมสายสัมพันธ์ทางใจ(คือเปิดจคุยกันอ่ะ เอาใจเขาใส่ใจเรา ผมเรียกมันแบบนี้55)ดู คุณอาจจะเป็นเพื่อนรักกันโดยปริยายก็ได้นะ) แนะนำๆๆ
ต่อๆๆๆ
เห้ย เราก็คุยกันมากขึ้น ช่วงนั้นบอกเลย ว่าโครตมีความสุขมากอ่ะ เค้ายังคงไม่เปลี่ยนไปไหน เค้ายังคงไว้ใจเรา เค้ายังคงเป็นเพื่อนที่ดีกับเรา เห้ยคือตอนนั้นมันดีมากอ่ะ ตอนนั้นคิดได้เลยว่า คนนี้แหละ ดีที่สุดสำหรับเราแล้ววว (โครตมั่นใจ).
ขออภัยเดะผมกลับมาต่อนะครับ ช่วงนี้มีสอบเยอะ ไม่มีเวลาแต่อยากให้ติดตามกันมานะครับ คืออยากให้แชร์ความคิดเห็นกันนะ ว่าใครมีเพื่อนดี ที่ รร เพื่อนเป็นอย่างไร คุยกันได้ แอดกันได้ ปรึกษาทุกเรื่องกับผมได้นะครับ555 (เหมือนอ่อยเบาๆ )555 เดะกลับมาครับ
ปล. คือเรื่องมันยาวมากอ่ะ ผมขอไปทบทวนคิดก่อนว่ามีอะไรเกี่ยวกับเพื่อนสนิทคนนี้ที่ดีบ้าง มันเยอะจนผมไม่กล้าลืมเลย
อย่าลืมนะครับ แชร์ กัน ผมเข้าใจความรู้สึกทุกคนนะครับ
ขอบคุณนะเพื่อนรักที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเราได้สนิทกัน
ก่อนอื่นผมก็อยากจะบอกอีกครั้งนะ ว่าผมมาตั้งกระทู้ไม่ได้มาประจาน นะครับเพราะเขาคือ เพื่อนรักของผมนะ จริงๆนะครับ55 ผมอยากเล่าเรื่องราวชีวิตบั้นปลายของผมที่ได้มีโอกาสเจอเพื่อนคนหนึ่งที่ดีมาก และเราก็สนิทกันนะ (ผมอยากให้เขาคิดเหมือนผมจัง)
จริงๆน่ะ ผมก็มีเพื่อนนะ แต่มันย้ายไป รร อื่นกันหมดแล้ว 555 ผมเลยอยู่คนเดียวสบายใจ แต่ ใน รร ในห้อง ผมก็มีอยู่นะ ไม่ใช่ไม่มีนะครับ555 ก็อย่างที่กล่าวไว้ว่า การที่เราจะมาเจอเพื่อนแท้ เพื่อนรัก มันต้องใช้ใจแลก ใช้เวลาพิสูจน์กันจริง ๆ กว่าจะมาเป็นเพื่อนรักกัน คือมันผ่านอะไรมามากมายอ่ะ
คือที่ตั้งกระทู้นี้เพื่อ อยากที่จะให้เพื่อนๆ หรือใครที่มีประสบการณ์เรื่องราวดีๆเกี่ยวกับเพื่อนๆ มาแชร์ร่วมกันครับ ผมเป็นคนอยากรู้อยากเห็นนะ ซึ่งมันจะเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตจริงๆอ่ะก่อนจบ ม.6 แล้วเราสามารถที่จะมานั่งย้อนอ่านเรื่องราวที่เราเคยเขียนไปว่า ครั้งนั้นเรามีเพื่อนสนิท เพื่อนรักกันขนาดไหน เราได้มีความสุขขนาดไหนเผื่ออีก2-3ปี ข้างหน้าเราย้อนกลับมาอ่าน มันจะทำให้เราประทับใจไม่รู้ลืมและยิ้มอย่างมีความสุขไงครับ เลยอยากแชร์นะ ซึ่งก็จะขอเริ่มต้นเลยนะครับ555
ก็ผมขอ แทน ตัวเอง ว่า ด. นะ เพื่อนรักของผม คือ ต. นะ เรื่องราวที่ผมประทับใจไม่รู้ลืมคือ ในช่วง ม.5 เลยครับ 55 ตอนนั้นผมได้ข่าวว่า จะมีเพื่อนใหม่ 2 คน มาเรียนห้องเดียวกันกับเรานะ ผมก็ลุ้นครับ เพราะผมก็อยากเจอเหมือนกันว่า เค้าจะเป็นคนแบบไหน นิสัยดีมั้ย จะเป็นเพื่อนกันได้หรือเปล่า วินาทีแรกที่เขาเดินเข้ามาก็ ดีครับ เขามานั่งที่โต๊ะด้านหลังของผมอ่ะ ตอนแรกคนอื่นก็ทักเขาก่อน เขาดูอายๆ เหมือนเด็กน้อย เงียบๆนิ่งๆ ตอนนั้นผมคิดว่าผมจะทำยังไงดีที่จะได้คุยกับเขา สุดท้ายเราก็ได้เริ่มคุยกันจาก dictionary เล่มสีเขียวเล็กๆ ของเขา ครับ ผมเลยใช้ข้ออ้างเป็นหนังสือมาคุยกัน5555
ผม: ขอยืม dictionary หน่อยได้มั้ย คือเราไม่มีอ่ะ
ต: ได้ดิ (ต ก็ยื่นให้ผม)
ตอนนั้นดีใจนะที่เขาเฟรนลี่จริงๆ และเราก็เริ่มคุยกันนะ (เรื่องก็ผ่านมานาแล้วนะเอาเท่าที่ผมจำได้นะ) ช่วงตอนเย็นๆ หลังเลิกเรียน เราก็ได้คุยกันมากขึ้น เราได้คุยกันเรื่อง ครอบครัว ซึ่งผมก็ไม่เคยได้บอกกับเพื่อนใหม่คนไหนเลย แต่คนนี้ดูท่าทีว่าไว้ใจได้ เรากล้าที่จะบอกเขาไปเลย ทุกวันเขาก็จะมาส่งเรากลับบ้าน ผมขึ้นรถสายกลับนะ5 (เด็กติดดินไง55) เขาอยู่หอในเลยได้คุยกันค่ำหน่อยช่วงนั้น
และหลังจากนั้น เราก็มีโอกาสไปไหนมากมากขึ้น เริ่มจากการที่เราได้ไปร้องเพลง ที่ sunee ด้วยกันเป็นที่แรกครับ และเพื่อนอีกคนนึงก็ไป ผม และ ต. ก็ไป ผมนั่งฟังพวกเขาร้องเพลงอ่ะ ต. ร้องเพลงเพราะมากนะ แต่น้อยกว่าผมนิดนึง5555 แต่เขาร้องโอเคอ่ะ เขาดูใจดีนะ ผมว่า คิดว่าสนิทด้วยไม่ยากเลย และหลังจากนั้น......55 จำไม่ค่อยได้ แต่ผมคิดว่าผมต้องจำเรื่องราวดีๆเหล่านี้ได้มากกว่า ต. ละกัน ต. อาจลืมมันไปแล้วก็ได้ 555
หลังจากที่เราได้คุยกันมากขึ้น เราก็เลยได้ไปคุยกันที่หอในแล้ว แหละ ตอนนั้น โครตมีความสุขอ่ะ ต. เล่าเรื่องราวต่างๆทุกอย่าง ให้เราฟัง ในใจอาจจะคิดว่า ด. มันน่าไว้ใจมั้ยวะ แต่ก็ขอบคุณน้าที่เล่าให้ฟัง คือสรุปง่ายๆครับ เราแลกเปลี่ยนกันคุยอ่ะ คือ เรามีไรก็บอกกัน
(นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการที่จะเป็นเพื่อนรักกันนะครับ คือเราต้องจริงใจกับเขาก่อนนะ เปิดใจคุยกัน ผมเชื่อว่าใครที่กำลังกังวลเรื่องนี้ บอกเลยว่าไม่ต้องห่วง ลองใช้วิธีเชื่อมสายสัมพันธ์ทางใจ(คือเปิดจคุยกันอ่ะ เอาใจเขาใส่ใจเรา ผมเรียกมันแบบนี้55)ดู คุณอาจจะเป็นเพื่อนรักกันโดยปริยายก็ได้นะ) แนะนำๆๆ
ต่อๆๆๆ
เห้ย เราก็คุยกันมากขึ้น ช่วงนั้นบอกเลย ว่าโครตมีความสุขมากอ่ะ เค้ายังคงไม่เปลี่ยนไปไหน เค้ายังคงไว้ใจเรา เค้ายังคงเป็นเพื่อนที่ดีกับเรา เห้ยคือตอนนั้นมันดีมากอ่ะ ตอนนั้นคิดได้เลยว่า คนนี้แหละ ดีที่สุดสำหรับเราแล้ววว (โครตมั่นใจ).
ขออภัยเดะผมกลับมาต่อนะครับ ช่วงนี้มีสอบเยอะ ไม่มีเวลาแต่อยากให้ติดตามกันมานะครับ คืออยากให้แชร์ความคิดเห็นกันนะ ว่าใครมีเพื่อนดี ที่ รร เพื่อนเป็นอย่างไร คุยกันได้ แอดกันได้ ปรึกษาทุกเรื่องกับผมได้นะครับ555 (เหมือนอ่อยเบาๆ )555 เดะกลับมาครับ
ปล. คือเรื่องมันยาวมากอ่ะ ผมขอไปทบทวนคิดก่อนว่ามีอะไรเกี่ยวกับเพื่อนสนิทคนนี้ที่ดีบ้าง มันเยอะจนผมไม่กล้าลืมเลย
อย่าลืมนะครับ แชร์ กัน ผมเข้าใจความรู้สึกทุกคนนะครับ