.
ละเคืองแค้น ละแค่นถาม ละความเห็น
ละคิดเด่น ละเข็นดัง ละครั้งหนึ่ง
ละครจบ ระคนจาก ละคำนึง
ละควรถึง ละแค่จบ ละคบกัน
ละเคืองแค้น = ปล่อยวางจิตใจ อย่าให้อารมณ์โกรธครอบงำ
ละแค่นถาม = หยุดบ้าจี้ ตามจิกกับเรื่องที่ไม่ได้สาระ สู้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นมีประโยชน์กว่า
ละความเห็น = เลิกแสดงความเห็นในกะทู้ของคนที่รู้ว่า คิดเห็นไม่ตรงกับเรา เพื่อตัดปัญหา
ละคิดเด่น = เลิกใช้วิธีสร้างศัตรู เพื่อทำให้เกิดกระแสถีบตัวเองให้โดดเด่นขึ้นมา ท่ามกลางความเกลียดชัง
ละเข็นดัง = คนที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ก็หยุดเติมเชื้อไฟ ที่ก่อให้เรื่องราวยังเกิดกระแสต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องเพิ่มชื่อเสียงให้ตัวเองกับเรื่องแบบนี้
ละครั้งหนึ่ง = ถ้ารู้จักหยุดกันสักคนล่ะครั้ง อะไรๆก็คงดูไม่แย่ขนาดนี้
ละครจบ = หยุดเสเเสร้ง แสดงบทบาท เปลี่ยนอมยิ้มมาชงเองกินเองเสียที
ระคนจาก = อะไรที่มันผ่านไปแล้วก้ไม่ต้องไปรื้อฟื้น คนไหนที่เราไม่ชอบใจ ก็ถอยออกมาอยู่ห่างๆ
ละคำนึง = เลิกคิดถึงเรื่องราวไร้สาระพวกนี้ เพราะชีวิตมีอะไรให้ทำอีกตั้งเยอะ
ละควรถึง = เพราะถ้ารู้จักหยุด ไม่ต่อความยาวสาวความยืด เรื่องราวมันก็ถึงที่สุด
ละแค่จบ = หยุดเมื่อจบ ถ้ามีปัญหาคาใจกัน ก็ซัดกันในกะทู้นั้นๆให้จบไปเลย จบกะทู้ก็จบเรื่องไป ถ้าติดพันก็ซัดกันให้สิ้นเรื่องในวันนั้นเลย พอข้ามวันก็เลิกลากันไป ไม่ต้องมาแบกไว้หนักสมอง เสียสุขภาพจิต
ละคบกัน = อย่างที่บอกไปตอนต้นในหัวข้อละความเห็น คนไหนคุยด้วยแล้วมีปัญหา ก็อย่าไปสุงสิงเสวนาด้วย ต่างคนต่างอยู่กัน
ซึ่งบทกลอนและความหมายทั้งหมดนี้ ผมบอกกับทุกคน ไม่ว่าจะคิดเห็นทางการเมืองคล้ายกับผมหรือไม่ จะเป็นมือเก๋าหรือมือใหม่ในราชดำเนินก็ไม่เลือก เพราะทุกคนต่างก็มีส่วนร่วมกันอยู่ในราชดำเนินแห่งนี้ จึงบอกทั้งหมด
ส่วนใครจะทำตามหรือไม่ขึ้นอยู่กับวิจารณญานของตัวเค้าเอง ไม่ใช่หน้าที่ผมต้องไปเตือนเป็นการส่วนตัวใดๆทั้งสิ้น ต้องบอกเอาไว้ก่อน เดี๋ยวจะมีผู้ไม่ประสงค์ดี เอาเจตจำนงดีๆของผม ไปตีกินทำลายชื่อเสียงกันอีก
ขอขอบคุณน้องมะเขือเทศส้มหวานน้อย ที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดไอเดียการแต่งกลอนบทนี้ จาก มุข w.i.f.e ที่เล่นกันเมื่อวาน
ผมคิดหัวข้อเขียนบทความไม่ออก ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไร มีหัวข้อที่คิดได้เหมือนกัน แต่ก็เขียนไม่ได้ เพราะคงไม่แคล้วผิดกฏหมายและศีลธรรมอันดี เลยหันมาแต่งกลอนสะกิดให้คิดกันบ้าง บทกลอน บทกวีการเมือง ซบเซาห่างหายไปจากราชดำเนินจนแทบไม่เหลือ จึงอยากชักชวนศิทย์มีครูทั้งหลาย นักเลงโครงกลอนที่ยังเหลือ มาแต่งกวีประดับห้องนี้ให้หลงเหลือกลิ่นไอของภูมิปัญญากันเถอะครับ ผมรู้ว่ายังเหลือนักกวีมือดีอีกหลายท่าน มาร่วมกันสร้างสรรค์ประชันปัญญากันด้วยกาพย์กลอนดีกว่าครับ อย่าไปสนใจกับเรื่องไร้สาระเลย
ป.ล.ใส่ชื่อในหัวทู้ ก็เพราะอยากให้คนเข้ามาอ่าน เพื่อคนที่มีปัญหาต่อกัน อาจจะคิดได้บ้าง (ไม่เหลืออมยิ้มนามแฝงแล้ว ตั้งกะทู้ด้วยตัวเลข ไม่ใส่ชื่อ คนไม่ค่อยเข้า)
ขอบคุณครับ
"ละ" บทกวีที่ชี้ทางในการเทมาม่าทิ้ง (By..นายพระรอง)
ละคิดเด่น ละเข็นดัง ละครั้งหนึ่ง
ละครจบ ระคนจาก ละคำนึง
ละควรถึง ละแค่จบ ละคบกัน
ละเคืองแค้น = ปล่อยวางจิตใจ อย่าให้อารมณ์โกรธครอบงำ
ละแค่นถาม = หยุดบ้าจี้ ตามจิกกับเรื่องที่ไม่ได้สาระ สู้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นมีประโยชน์กว่า
ละความเห็น = เลิกแสดงความเห็นในกะทู้ของคนที่รู้ว่า คิดเห็นไม่ตรงกับเรา เพื่อตัดปัญหา
ละคิดเด่น = เลิกใช้วิธีสร้างศัตรู เพื่อทำให้เกิดกระแสถีบตัวเองให้โดดเด่นขึ้นมา ท่ามกลางความเกลียดชัง
ละเข็นดัง = คนที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ก็หยุดเติมเชื้อไฟ ที่ก่อให้เรื่องราวยังเกิดกระแสต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องเพิ่มชื่อเสียงให้ตัวเองกับเรื่องแบบนี้
ละครั้งหนึ่ง = ถ้ารู้จักหยุดกันสักคนล่ะครั้ง อะไรๆก็คงดูไม่แย่ขนาดนี้
ละครจบ = หยุดเสเเสร้ง แสดงบทบาท เปลี่ยนอมยิ้มมาชงเองกินเองเสียที
ระคนจาก = อะไรที่มันผ่านไปแล้วก้ไม่ต้องไปรื้อฟื้น คนไหนที่เราไม่ชอบใจ ก็ถอยออกมาอยู่ห่างๆ
ละคำนึง = เลิกคิดถึงเรื่องราวไร้สาระพวกนี้ เพราะชีวิตมีอะไรให้ทำอีกตั้งเยอะ
ละควรถึง = เพราะถ้ารู้จักหยุด ไม่ต่อความยาวสาวความยืด เรื่องราวมันก็ถึงที่สุด
ละแค่จบ = หยุดเมื่อจบ ถ้ามีปัญหาคาใจกัน ก็ซัดกันในกะทู้นั้นๆให้จบไปเลย จบกะทู้ก็จบเรื่องไป ถ้าติดพันก็ซัดกันให้สิ้นเรื่องในวันนั้นเลย พอข้ามวันก็เลิกลากันไป ไม่ต้องมาแบกไว้หนักสมอง เสียสุขภาพจิต
ละคบกัน = อย่างที่บอกไปตอนต้นในหัวข้อละความเห็น คนไหนคุยด้วยแล้วมีปัญหา ก็อย่าไปสุงสิงเสวนาด้วย ต่างคนต่างอยู่กัน
ซึ่งบทกลอนและความหมายทั้งหมดนี้ ผมบอกกับทุกคน ไม่ว่าจะคิดเห็นทางการเมืองคล้ายกับผมหรือไม่ จะเป็นมือเก๋าหรือมือใหม่ในราชดำเนินก็ไม่เลือก เพราะทุกคนต่างก็มีส่วนร่วมกันอยู่ในราชดำเนินแห่งนี้ จึงบอกทั้งหมด
ส่วนใครจะทำตามหรือไม่ขึ้นอยู่กับวิจารณญานของตัวเค้าเอง ไม่ใช่หน้าที่ผมต้องไปเตือนเป็นการส่วนตัวใดๆทั้งสิ้น ต้องบอกเอาไว้ก่อน เดี๋ยวจะมีผู้ไม่ประสงค์ดี เอาเจตจำนงดีๆของผม ไปตีกินทำลายชื่อเสียงกันอีก
ขอขอบคุณน้องมะเขือเทศส้มหวานน้อย ที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดไอเดียการแต่งกลอนบทนี้ จาก มุข w.i.f.e ที่เล่นกันเมื่อวาน
ผมคิดหัวข้อเขียนบทความไม่ออก ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไร มีหัวข้อที่คิดได้เหมือนกัน แต่ก็เขียนไม่ได้ เพราะคงไม่แคล้วผิดกฏหมายและศีลธรรมอันดี เลยหันมาแต่งกลอนสะกิดให้คิดกันบ้าง บทกลอน บทกวีการเมือง ซบเซาห่างหายไปจากราชดำเนินจนแทบไม่เหลือ จึงอยากชักชวนศิทย์มีครูทั้งหลาย นักเลงโครงกลอนที่ยังเหลือ มาแต่งกวีประดับห้องนี้ให้หลงเหลือกลิ่นไอของภูมิปัญญากันเถอะครับ ผมรู้ว่ายังเหลือนักกวีมือดีอีกหลายท่าน มาร่วมกันสร้างสรรค์ประชันปัญญากันด้วยกาพย์กลอนดีกว่าครับ อย่าไปสนใจกับเรื่องไร้สาระเลย
ป.ล.ใส่ชื่อในหัวทู้ ก็เพราะอยากให้คนเข้ามาอ่าน เพื่อคนที่มีปัญหาต่อกัน อาจจะคิดได้บ้าง (ไม่เหลืออมยิ้มนามแฝงแล้ว ตั้งกะทู้ด้วยตัวเลข ไม่ใส่ชื่อ คนไม่ค่อยเข้า)
ขอบคุณครับ