กฎหมายหรือคน

ถ้าทุกคนพกสเปรย์พริกไทยได้หรือสักแต่ว่ามีปืน จะยิงยังไงก็ได้ อยากมีปืนต้องฝึกทักษะในการยิงด้วย เหมือนตำรวจฝึกให้เจ้าของร้านทองเพื่อป้องกันตัวและทรัพย์สินจากคนร้ายที่เข้ามาปล้น

http://manager.co.th/HotShare/ViewNews.aspx?NewsID=9590000012695
พิธีกรเกมส์โชว์ชื่อดังบ่น ประเทศไทยมีกฎหมายโง่ๆ คนป้องกันตัวจากโจรเป็นฝ่ายผิด แชร์ภาพเปรียบสเปรย์พริกไทยจับ-ปรับ ติดคุกนานกว่าคดีข่มขืน
       
        กระแสข่าวที่กลุ่มวัยรุ่น 4 คน ก่อเหตุจี้บังคับจับหนุ่มวัย 19 ปิดปาก มัดมือ จากนั้นมีการขุดหลุมให้ฝ่ายชายไปนั่งแล้วข่มขืนแฟนสาวของอีกฝ่ายต่อหน้า ก่อนใช้ปืนยิงผู้ตายและทำการฝังพร้อมนำร่างหญิงสาวไปทำร้าย โดยการใช้มีดปลายแหลมแทง 4 แผล และใช้ของแข็งทุบบริเวณใบหน้าก่อนโยนร่างทิ้งเหวแต่โชคดีที่หญิงสาวคนดังกล่าวรอดชีวิต จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากโซเชียลมีเดียและคนบันเทิง เรียกร้องให้มีบทลงโทษที่รุนแรงแก่เยาวชนที่ก่อเหตุอย่างอุกอาจ ควรแก้ไขกฎหมายฆ่าข่มขืนต้องประหารชีวิต และไม่ควรลดโทษหรืออภัยโทษ
       
        ล่าสุด เฟซบุ๊ก "Kiat Kitcharoen" ของนายเกียรติ กิจเจริญ หรือซูโม่กิ๊ก พิธีกรรายการเกมส์โชว์ชื่อดัง ได้แชร์ภาพเปรียบเทียบบทลงโทษ ระหว่าง คดีข่มขืน คุก 4-20 ปี ปรับ 8,000-40,000 บาท กับคดีที่สุภาพสตรีพกสเปรย์พริกไทย คุกสูงสุด 10 ปี ปรับสูงสุด 1 ล้านบาท โดยกล่าวว่า "ประเทศไทย... มีกฎหมายโง่ๆ เยอะมาก เช่นคนธรรมดาห้ามยิงคนที่ถือมีดจะเข้ามาฟันเรา เพราะเค้าแค่เงื้อ ยังไม่ได้ฟัน เป็นต้น... กูละหน่าย ไอ้ควายเอ้ย..."

อย่างไรก็ตาม กรณีสเปรย์พริกไทย เคยสร้างกระแสความไม่พอใจและข้อกังขาถึงกฎหมายไทย ทำไมผู้กระทำผิดฐานข่มขืนจึงมีโทษน้อยกว่าผู้ต้องการป้องกันตัว จนถึงขั้นมีการล่ารายชื่อเพื่อแก้ไขกฎหมายให้สามารถพาสเปรย์พริกไทยได้อย่างถูกต้อง แต่จากคำอธิบายของนายวันชัย สอนศิริ ทนายความชื่อดัง และเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เคยกล่าวไว้ว่า สเปรย์พริกไทยมิได้เป็นอาวุธโดยสภาพ เพียงแต่สามารถใช้หรือเจตนาเป็นอาวุธประทุษร้ายร่างกายให้ถึงอันตรายสาหัสอย่างอาวุธได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(5) (2) ส่วนโทษปรับสูงสุด 1 ล้านบาท น่าจะหมายถึงการดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นตาบอด
       
        ทั้งนี้ แม้การพกมีด พกสเปรย์พริกไทย มาตั้งแต่ที่ทำงานหรือในห้างเพื่อป้องกันตัว มีความผิดฐานพกพาสิ่งของลักษณะเป็นอาวุธ แต่ก็เปิดช่องให้การป้องกันตัวต้องพอสมควรแก่เหตุ ไม่มีโทษหรือความผิดทางกฎหมาย แม้จะทำให้คนร้ายถึงแก่ความตายหรือพิการ เช่น ยิงปืนไปที่คนร้าย 1 นัด ทำให้คนร้ายเสียชีวิต ฉีดสเปรย์พริกไทย 1 ทีแล้วคนร้ายตาบอด ถือว่าป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย ไม่ต้องชดใช้ทางแพ่ง แต่หากยิงปืนใส่คนร้ายจนร่างพรุน ฉีดสเปรย์จนหมดกระป๋อง ถือว่าทำเกินสมควรแก่เหตุ กฎหมายบัญญัติว่าหากเป็นเหตุที่เราสามารถหลบหลีกได้ ควรหลบหลีก แต่ถ้าหลบหลีกไม่ได้ก็ป้องกันตัวแค่พอแก่เหตุ.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่