ขอเขียนเนื้อหาใหม่ในแบบของผม คือ แทรกสิ่งที่ผมอยากจะบอกผสมลงไปด้วย
โดยอ้างอิงจาก fourfourtwo ของมาเลเซีย นะครับ หากผิดพลาดขออภัย
เนื้อหาข่าวตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. 59 จนถึงเมื่อคืนจะพูดเรื่องสโมสร Muangthong Utd. เป็นหลัก
โดยจะเป็นการนำเสนอข่าวหลัง JDT แพ้จุดโทษต่อ Muangthong Utd. ไป 3-0
เริ่มจากผลงานของ Kawin ที่ช่วยป้องกันจุดโทษ 3 ครั้งติดต่อกัน ส่งผลให้ JDT ตกรอบ ACL 2016
JDT จะทำอย่างไรก็ไม่สามารถผ่าน Kawi ผู้รักษาประตูของ Muangthong ไปได้
สำหรับในส่วนนี้เขาก็พูดถึง Kawin ที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Muangthong เข้ารอบ
เพราะแต่เดิมนั้นทาง JDT ก็ทราบถึงระดับความแตกต่างของสโมสรไทยที่ยังนำหน้าสโมสรมาเลเซียอยู่
ตั้งแต่ครั้งที่เคยพ่ายแพ้ให้กับ Bangkok Glass ไป 3-0 ในรายการเดียวกันของเมื่อปีที่แล้ว
แต่ก็กล่าวถึงพัฒนาการของสโมสรของ JDT โดยการเปรียบเทียบผลงานจากอดีต
ที่เคยแพ้สโมสรไทยที่อยู่กลางตารางถึง 3-0 แต่ปีนี้กลับสูสีสโมสรอันดับ 2 ของไทย
โดยยกความชอบให้ Farizal Marlias ผู้รักษาประตู JDT
ปีนี้ ตลอด 120 นาที แม้จะไม่มีการทำประตูเกิดขึ้น แต่ทาง Muangthong Utd. ที่ฝ่าแนวรับของ JDT เข้ามาได้นั้น
ก็ยังไม่สามารถผ่าน Farizal Marlias ผู้รักษาประตู JDT ไปได้เช่นกัน แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีกับการเจอสโมสรของไทยอีกครั้ง
ถึงอย่างนั้น สุดท้ายแล้วก็ยังเป็น Kawin ที่ทำให้ Muangthong Utd. เก็บชัยชนะผ่านเข้ารอบเหนือ JDT ไปได้
ที่มา
http://www.fourfourtwo.com/my/news/kawin-star-muangthong-sneak-past-jdt-champions-league-shootout#:ekZVGCKRPbopXQ
JDT ได้แสดงให้เห็นแล้วใน ACL
ในส่วนนี้เขายกย่อง Thai League ว่าเป็นอันดับ 1 ในแถบนี้
และสโมสรที่เขาพ่ายแพ้มาเป็นถึงอันดับ 2 ของ League
เส้นทางใน ACL ของ JDT ได้จบแล้วหลังจากต้องพบกับ Muangthong United
สโมสรอันดับ 2 ของ League ที่ดีที่สุดใน Southeast Asia และเต็มไปผู้เล่นจากทีมชาติไทย
ด้วยการแข่ง 120 นาที และพ่ายแพ้ต่อการดวลจุดโทษ
จากนั้นก็ชื่นชมถึงพัฒนาการหลังจากที่ผ่านเวที AFC Cup และได้ Champion
จากการที่ได้ไปเล่นในรายการ AFC Cup เมื่อปีที่ผ่านมานั้น
ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับ JDT ทั้งต่อโค้ช, ผู้เล่น และทุกๆ คนรวมถึงสโมสร
ซึ่งเป็นที่แน่ใจแล้วว่า JDT นั้นเติบโตขึ้น ถ้าหากยังจำเรื่อง Bangkok Glass ได้
ถึงแม้ครั้งนี้จะพ่ายแพ้เหมือนเดิม แต่มันแสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง
ถ้าดูจากผลงานการแข่งกับ Muangthong United
จากนั้นก็พูดถึงสโมสรที่ต้องเจอหากเข้ารอบต่อไป ซึ่งก็คือ Shanghai SIPG ของ Sven-Goran Eriksson
ที่มี Asamoah Gyan, Dario Conca และ Elkeson แต่ถึงจะทำไม่ได้ก็ยังคงมองไปข้างหน้า
และนั่นก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังห่างไกลจากระดับ ACL มากน้อยแค่ไหน ด้วยการคิดเชิงบวกว่า
เรายังไม่พร้อม เพราะถ้าหากเราพ่ายแพ้ให้กับสโมสรของไทย แล้วจะยังสามารถไปต่อกรกับสโมสรจาก
จีน, ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ได้หรือ ?
นอกจากนี้ JDT ก็ได้รับผลกระทบจากผลงานของ 3 ผู้เล่นใหม่จาก BEC Tero Sasana เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
หนึ่งในนั้นมี Chanathip Songkrashin ผู้เล่นดาวรุ่งของ Asia ซึ่งก็ได้แสดงศักยภาพของเขาออกมา
จนทำให้มั่นใจได้ว่า Chanathip ต้องเป็นที่ชื่นชอบของแฟน Muangthong ได้แน่
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามตลอดปีที่ผ่านมาของ JDT
ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า JDT นั้นทำให้แฟนๆ และคนมาเลเซียภูมิใจกันขนาดไหน
(จากเท่าที่ดู Page แฟนบอล JDT และ มาเลเซีย ส่วนใหญ่จะภูมิใจ)
ที่มา
http://www.fourfourtwo.com/my/features/jdt-prove-their-progress-champions-league-defeat#:tEvm8qDKBUtboA
ถึงเวลาแล้วที่สโมสรจาก Southeast Asia จะได้เรียนรู้จากระดับ AFC
ในส่วนนี้จะเป็นการมองภาพรวมของระดับ AFC ที่ส่วนใหญ่ประเทศแถบ Southeast Asians นั้น
ไม่ค่อยอยู่ในสายตา หรือไม่ค่อยมีผลงานเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ
AFC พวกเขาจะมีขาประจำอยู่ไม่กี่ทีมอย่าง เกาหลี และ ญี่ปุ่น, และก็ตามมาด้วย ออสเตรเลีย และ จีน
ถ้าพวกคุณมาจาก ฮ่องกง, มาเลเซีย, สิงคโปร์ หรือ อินเดีย และผ่านเข้ารอบไปไปได้
ก็ต้องไปแข่งกับ เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และ จีน ที่บ้านของพวกเขา
หากลองมองตั้งแต่ในอดีตนั้น ก็มีอยู่ไม่กี่ประเทศที่เห็นหน้ากันประจำ
แต่ช่วงหลังกลับมีทีมจากประเทศแถบ Southeast Asians ที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาให้เห็น
ซึ่งนั่นก็เป็นความหวังว่า มาเลเซีย เอง ก็ยังไม่ได้ถูกปิดโอกาสในเวทีระดับ Asia เสียทีเดียว
ส่วนใหญ่มักจะเป็นการพบกันระหว่าง "เกาหลี" และ "ญี่ปุ่น" อยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่นานมานี้ก็เป็นสโมสรจากจีนได้ยกระดับขึ้นมา
และมี Buriram United สโมสรจากไทยที่เข้ารอบมาเจอกับ Gamba Osaka ในฤดูกาลที่แล้ว
และเคยจบอันดับ 8 ทีมสุดท้ายในปี 2013 มันก็ทำให้เกิดความคิดเกี่ยวกับทีมจาก Asian ในเวที World Cup
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ได้มองข้ามว่าจะไปเทียบชั้นพวกทีมชั้นนำในเวลาอันใกล้
แต่รอเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทีละเล็กทีละน้อยไปก่อน ซึ่งก็มีสโมสรของไทยนี่แหละเป็นบททดสอบชั้นดี
ก่อนที่จะข้ามไปเจอกับพวกระดับโหดหินกว่านี้
ประสบการณ์นั้นมีคุณค่ามากๆ สำหรับ Southeast Asians แต่มากกว่านั้นประเทศชาติก็ได้ผลประโยชน์นั้นด้วย
อย่างเช่น JDT และ Muangthong ที่ยังมีโอกาสจะไปถึงระดับนั้น ถ้าพวกเขามีโครงสร้างพื้นฐาน
และได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อเจอบททดสอบกับทีมระดับต้นๆ เป็นประจำ
ไม่ต้องคิดไปไกล เอาแค่ตอนนี้ขอให้สโมสรจาก Southeast Asians ผ่านรอบ Playoffs
และเข้ารอบแบ่งกลุ่มให้ได้ก่อน (ทำให้ได้เป็นประจำ) ทีนี้ก็จะทำให้พวกยักษ์ใหญ่รู้จัก Southeast Asians บ้าง
หากทำได้ในระยะยาวแล้ว ผลประโยชน์จะกลับมาที่ JDT และ Muangthong อย่างแน่นอน
ดังนั้น Asian Champions League จะขาดพวกเขาไปไม่ได้ (ต้องพยายามไปเล่นเป็นขาประจำให้ตลอด)
ที่มา
http://www.fourfourtwo.com/my/features/its-time-southeast-asia-get-some-more-champions-league-love#:YDp9MCTvxytboA
มุมมองของสื่อมาเลเซียต่อสโมสรฟุตบอลไทย (Muangthong และ Buriram)
โดยอ้างอิงจาก fourfourtwo ของมาเลเซีย นะครับ หากผิดพลาดขออภัย
เนื้อหาข่าวตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. 59 จนถึงเมื่อคืนจะพูดเรื่องสโมสร Muangthong Utd. เป็นหลัก
โดยจะเป็นการนำเสนอข่าวหลัง JDT แพ้จุดโทษต่อ Muangthong Utd. ไป 3-0
เริ่มจากผลงานของ Kawin ที่ช่วยป้องกันจุดโทษ 3 ครั้งติดต่อกัน ส่งผลให้ JDT ตกรอบ ACL 2016
JDT จะทำอย่างไรก็ไม่สามารถผ่าน Kawi ผู้รักษาประตูของ Muangthong ไปได้
สำหรับในส่วนนี้เขาก็พูดถึง Kawin ที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Muangthong เข้ารอบ
เพราะแต่เดิมนั้นทาง JDT ก็ทราบถึงระดับความแตกต่างของสโมสรไทยที่ยังนำหน้าสโมสรมาเลเซียอยู่
ตั้งแต่ครั้งที่เคยพ่ายแพ้ให้กับ Bangkok Glass ไป 3-0 ในรายการเดียวกันของเมื่อปีที่แล้ว
แต่ก็กล่าวถึงพัฒนาการของสโมสรของ JDT โดยการเปรียบเทียบผลงานจากอดีต
ที่เคยแพ้สโมสรไทยที่อยู่กลางตารางถึง 3-0 แต่ปีนี้กลับสูสีสโมสรอันดับ 2 ของไทย
โดยยกความชอบให้ Farizal Marlias ผู้รักษาประตู JDT
ปีนี้ ตลอด 120 นาที แม้จะไม่มีการทำประตูเกิดขึ้น แต่ทาง Muangthong Utd. ที่ฝ่าแนวรับของ JDT เข้ามาได้นั้น
ก็ยังไม่สามารถผ่าน Farizal Marlias ผู้รักษาประตู JDT ไปได้เช่นกัน แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีกับการเจอสโมสรของไทยอีกครั้ง
ถึงอย่างนั้น สุดท้ายแล้วก็ยังเป็น Kawin ที่ทำให้ Muangthong Utd. เก็บชัยชนะผ่านเข้ารอบเหนือ JDT ไปได้
ที่มา http://www.fourfourtwo.com/my/news/kawin-star-muangthong-sneak-past-jdt-champions-league-shootout#:ekZVGCKRPbopXQ
JDT ได้แสดงให้เห็นแล้วใน ACL
ในส่วนนี้เขายกย่อง Thai League ว่าเป็นอันดับ 1 ในแถบนี้
และสโมสรที่เขาพ่ายแพ้มาเป็นถึงอันดับ 2 ของ League
เส้นทางใน ACL ของ JDT ได้จบแล้วหลังจากต้องพบกับ Muangthong United
สโมสรอันดับ 2 ของ League ที่ดีที่สุดใน Southeast Asia และเต็มไปผู้เล่นจากทีมชาติไทย
ด้วยการแข่ง 120 นาที และพ่ายแพ้ต่อการดวลจุดโทษ
จากนั้นก็ชื่นชมถึงพัฒนาการหลังจากที่ผ่านเวที AFC Cup และได้ Champion
จากการที่ได้ไปเล่นในรายการ AFC Cup เมื่อปีที่ผ่านมานั้น
ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับ JDT ทั้งต่อโค้ช, ผู้เล่น และทุกๆ คนรวมถึงสโมสร
ซึ่งเป็นที่แน่ใจแล้วว่า JDT นั้นเติบโตขึ้น ถ้าหากยังจำเรื่อง Bangkok Glass ได้
ถึงแม้ครั้งนี้จะพ่ายแพ้เหมือนเดิม แต่มันแสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง
ถ้าดูจากผลงานการแข่งกับ Muangthong United
จากนั้นก็พูดถึงสโมสรที่ต้องเจอหากเข้ารอบต่อไป ซึ่งก็คือ Shanghai SIPG ของ Sven-Goran Eriksson
ที่มี Asamoah Gyan, Dario Conca และ Elkeson แต่ถึงจะทำไม่ได้ก็ยังคงมองไปข้างหน้า
และนั่นก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังห่างไกลจากระดับ ACL มากน้อยแค่ไหน ด้วยการคิดเชิงบวกว่า
เรายังไม่พร้อม เพราะถ้าหากเราพ่ายแพ้ให้กับสโมสรของไทย แล้วจะยังสามารถไปต่อกรกับสโมสรจาก
จีน, ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ได้หรือ ?
นอกจากนี้ JDT ก็ได้รับผลกระทบจากผลงานของ 3 ผู้เล่นใหม่จาก BEC Tero Sasana เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
หนึ่งในนั้นมี Chanathip Songkrashin ผู้เล่นดาวรุ่งของ Asia ซึ่งก็ได้แสดงศักยภาพของเขาออกมา
จนทำให้มั่นใจได้ว่า Chanathip ต้องเป็นที่ชื่นชอบของแฟน Muangthong ได้แน่
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามตลอดปีที่ผ่านมาของ JDT
ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า JDT นั้นทำให้แฟนๆ และคนมาเลเซียภูมิใจกันขนาดไหน
(จากเท่าที่ดู Page แฟนบอล JDT และ มาเลเซีย ส่วนใหญ่จะภูมิใจ)
ที่มา http://www.fourfourtwo.com/my/features/jdt-prove-their-progress-champions-league-defeat#:tEvm8qDKBUtboA
ถึงเวลาแล้วที่สโมสรจาก Southeast Asia จะได้เรียนรู้จากระดับ AFC
ในส่วนนี้จะเป็นการมองภาพรวมของระดับ AFC ที่ส่วนใหญ่ประเทศแถบ Southeast Asians นั้น
ไม่ค่อยอยู่ในสายตา หรือไม่ค่อยมีผลงานเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ
AFC พวกเขาจะมีขาประจำอยู่ไม่กี่ทีมอย่าง เกาหลี และ ญี่ปุ่น, และก็ตามมาด้วย ออสเตรเลีย และ จีน
ถ้าพวกคุณมาจาก ฮ่องกง, มาเลเซีย, สิงคโปร์ หรือ อินเดีย และผ่านเข้ารอบไปไปได้
ก็ต้องไปแข่งกับ เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และ จีน ที่บ้านของพวกเขา
หากลองมองตั้งแต่ในอดีตนั้น ก็มีอยู่ไม่กี่ประเทศที่เห็นหน้ากันประจำ
แต่ช่วงหลังกลับมีทีมจากประเทศแถบ Southeast Asians ที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาให้เห็น
ซึ่งนั่นก็เป็นความหวังว่า มาเลเซีย เอง ก็ยังไม่ได้ถูกปิดโอกาสในเวทีระดับ Asia เสียทีเดียว
ส่วนใหญ่มักจะเป็นการพบกันระหว่าง "เกาหลี" และ "ญี่ปุ่น" อยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่นานมานี้ก็เป็นสโมสรจากจีนได้ยกระดับขึ้นมา
และมี Buriram United สโมสรจากไทยที่เข้ารอบมาเจอกับ Gamba Osaka ในฤดูกาลที่แล้ว
และเคยจบอันดับ 8 ทีมสุดท้ายในปี 2013 มันก็ทำให้เกิดความคิดเกี่ยวกับทีมจาก Asian ในเวที World Cup
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ได้มองข้ามว่าจะไปเทียบชั้นพวกทีมชั้นนำในเวลาอันใกล้
แต่รอเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทีละเล็กทีละน้อยไปก่อน ซึ่งก็มีสโมสรของไทยนี่แหละเป็นบททดสอบชั้นดี
ก่อนที่จะข้ามไปเจอกับพวกระดับโหดหินกว่านี้
ประสบการณ์นั้นมีคุณค่ามากๆ สำหรับ Southeast Asians แต่มากกว่านั้นประเทศชาติก็ได้ผลประโยชน์นั้นด้วย
อย่างเช่น JDT และ Muangthong ที่ยังมีโอกาสจะไปถึงระดับนั้น ถ้าพวกเขามีโครงสร้างพื้นฐาน
และได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อเจอบททดสอบกับทีมระดับต้นๆ เป็นประจำ
ไม่ต้องคิดไปไกล เอาแค่ตอนนี้ขอให้สโมสรจาก Southeast Asians ผ่านรอบ Playoffs
และเข้ารอบแบ่งกลุ่มให้ได้ก่อน (ทำให้ได้เป็นประจำ) ทีนี้ก็จะทำให้พวกยักษ์ใหญ่รู้จัก Southeast Asians บ้าง
หากทำได้ในระยะยาวแล้ว ผลประโยชน์จะกลับมาที่ JDT และ Muangthong อย่างแน่นอน
ดังนั้น Asian Champions League จะขาดพวกเขาไปไม่ได้ (ต้องพยายามไปเล่นเป็นขาประจำให้ตลอด)
ที่มา http://www.fourfourtwo.com/my/features/its-time-southeast-asia-get-some-more-champions-league-love#:YDp9MCTvxytboA