สปท.ถกปมบล็อกเว็บไซต์หมิ่นฯ ด้าน ไลน์ กูเกิล ย้ำ ใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก
จากกรณีเมื่อวันที่ 28 มกราคม 59 กมธ.ด้านสื่อ ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศร้องขอให้ google เซ็นเซอร์ข้อความที่มีลักษณะหมิ่นสถาบันฯ และเป็นภัยต่อความมั่นคง กั้นเว็บเนื้อหากระทบความมั่นคงและข้อความที่มีลักษณะหมิ่นสถาบันฯ แบบไม่ต้องรอคำสั่งศาล พร้อมยื่นข้อเสนอให้นึกถึงความสัมพันธ์อันดีที่ประชาชนมีต่อสหรัฐอเมริกาและกูเกิลฯ ซึ่งมีการย้ำว่าหากทางกูเกิ้ลฯ มีปัญหาในการประกอบธุรกิจภายในประเทศไทย กมธ.และรัฐบาลไทยพร้อมหนุนให้ความช่วยเหลือ
นอกจากนี้ในสรุปผลการประชุมร่วมของ กมธ.สื่อ ของสปท.ยังรายงานอีกว่า ในประเด็นการทำเข้าใจประเทศไทยกับกูเกิ้ลฯ และร้องขอให้กูเกิลฯ ร่วมตรวจสอบและปิดกั้น โดยไม่ต้องร้องขอหมายศาลนั้น Mr. Matt Sucherman รองประธานและที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศจากบริษัท กูเกิลฯ ที่เข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 22 ม.ค.59 ได้ตอบกลับอย่างสุภาพว่า บริษัท กูเกิลฯ ทราบดีว่ามีการเผยแพร่เว็บไซต์บางเรื่องในลักษณะต้องห้ามและเป็นปัญหาอันเนื่องมาจากแนวคิดทางสังคมและวัฒนธรรม ไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันทั่วโลก การถอดถอนหรือป้องกันการเผยแพร่เว็บไซต์ผิดกฎหมายของประเทศใดประเทศหนึ่ง กูเกิลฯ ไม่อาจพิจารณาหรือตัดสินใจเองได้ แต่จำเป็นต้องเป็นไปตามขั้นตอนกรือกระบวนการยุติธรรม ซึ่งหมายถึงต้องมีหมายศาลที่มีคำส่งระงับยับยั้งการเผยแพร่เว็บไซต์ โดยกูเกิลฯ ยึดการปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกประเทศทั่วโลก พร้อมกล่าวขอบคุณกับทางการไทยที่ได้เปิดโอกาสให้ร่วมแสดงความคิดเห็น
ในช่วงท้ายของการประชุมทาง กมธ.สื่อ ยังย้ำอีกว่า ขอให้ทางกูเกิลฯ คำนึงถึงความสัมพันอันดีที่ประชาชนคนไทยมีต่อประเทศสหรัฐอเมริกา และความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกูเกิลฯ นำไปเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาข้อเสนอของรัฐบาลไทย และหากต้องการความช่วยเหลือขอให้เสนอต่อรัฐบาล และทางคณะกรรมธิการฯ พร้อมพิจารณาผลักดันและให้ความช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัยหาอย่างเต็มที่ และหากมีปัญหาและความกังวลใดๆ ต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยจะได้รับข้อเสนอให้ทราบในโอกาสต่อไป
http://prachatai.com/journal/2016/01/63508
จากนั้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 59 ที่ผ่านมาสำนักข่าวรอยเตอร์
http://www.reuters.com/article/us-thailand-internet-idUSKCN0V90LWรายงานว่า "The junta-appointed NRSA advisory council plans to meet executives from the two companies in the next three months, council member Major General Pisit Paoin told Reuters."
โดยพล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ เผยต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า รัฐบาลกำลังจะเข้าไปพูดคุยกับทาง
เฟสบุ๊กและไลน์ ภายในสามเดือนข้างหน้า เกี่ยวกับการปิดกั้นเนื้อหาที่กระทบต่อสถาบันฯ และความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้รับความร่วมมือจากบริษัทดังกล่าวเท่าที่ควร จึงมีแผนเข้าไปพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจ
ล่าสุด ไลน์ ประเทศไทย ออกแถลงการณ์ว่า พร้อมให้ความร่วมมือหากประเทศไทยต้องการให้มีการพิจารณาเนื้อหา แต่ยังยืนยันว่าจำเป็นต้องรักษมาตรฐานข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน และระบุเพิ่มเติมว่า ยังไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการจากหน่วยงานใด พร้อมย้ำว่าไลน์ยึดมั่นในเรื่องของการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน แต่หากมีการติดต่ออย่างเป็นทางการทางบริษัทจะนำไปพิจารณาเพื่อหามาตรการให้เหมาะสม ไม่ขัดต่อกฎหมายของประเทศไทยและมาตรฐานการรักษาข้อมูลส่นบุคคล
สภาขับเคลื่อนฯ เข้าพบ Google ปิดกั้นเว็บหมิ่นความมั่นคง เผย อีก 3 เดือน Line FB คิวต่อไป
จากกรณีเมื่อวันที่ 28 มกราคม 59 กมธ.ด้านสื่อ ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศร้องขอให้ google เซ็นเซอร์ข้อความที่มีลักษณะหมิ่นสถาบันฯ และเป็นภัยต่อความมั่นคง กั้นเว็บเนื้อหากระทบความมั่นคงและข้อความที่มีลักษณะหมิ่นสถาบันฯ แบบไม่ต้องรอคำสั่งศาล พร้อมยื่นข้อเสนอให้นึกถึงความสัมพันธ์อันดีที่ประชาชนมีต่อสหรัฐอเมริกาและกูเกิลฯ ซึ่งมีการย้ำว่าหากทางกูเกิ้ลฯ มีปัญหาในการประกอบธุรกิจภายในประเทศไทย กมธ.และรัฐบาลไทยพร้อมหนุนให้ความช่วยเหลือ
นอกจากนี้ในสรุปผลการประชุมร่วมของ กมธ.สื่อ ของสปท.ยังรายงานอีกว่า ในประเด็นการทำเข้าใจประเทศไทยกับกูเกิ้ลฯ และร้องขอให้กูเกิลฯ ร่วมตรวจสอบและปิดกั้น โดยไม่ต้องร้องขอหมายศาลนั้น Mr. Matt Sucherman รองประธานและที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศจากบริษัท กูเกิลฯ ที่เข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 22 ม.ค.59 ได้ตอบกลับอย่างสุภาพว่า บริษัท กูเกิลฯ ทราบดีว่ามีการเผยแพร่เว็บไซต์บางเรื่องในลักษณะต้องห้ามและเป็นปัญหาอันเนื่องมาจากแนวคิดทางสังคมและวัฒนธรรม ไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันทั่วโลก การถอดถอนหรือป้องกันการเผยแพร่เว็บไซต์ผิดกฎหมายของประเทศใดประเทศหนึ่ง กูเกิลฯ ไม่อาจพิจารณาหรือตัดสินใจเองได้ แต่จำเป็นต้องเป็นไปตามขั้นตอนกรือกระบวนการยุติธรรม ซึ่งหมายถึงต้องมีหมายศาลที่มีคำส่งระงับยับยั้งการเผยแพร่เว็บไซต์ โดยกูเกิลฯ ยึดการปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกประเทศทั่วโลก พร้อมกล่าวขอบคุณกับทางการไทยที่ได้เปิดโอกาสให้ร่วมแสดงความคิดเห็น
ในช่วงท้ายของการประชุมทาง กมธ.สื่อ ยังย้ำอีกว่า ขอให้ทางกูเกิลฯ คำนึงถึงความสัมพันอันดีที่ประชาชนคนไทยมีต่อประเทศสหรัฐอเมริกา และความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกูเกิลฯ นำไปเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาข้อเสนอของรัฐบาลไทย และหากต้องการความช่วยเหลือขอให้เสนอต่อรัฐบาล และทางคณะกรรมธิการฯ พร้อมพิจารณาผลักดันและให้ความช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัยหาอย่างเต็มที่ และหากมีปัญหาและความกังวลใดๆ ต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยจะได้รับข้อเสนอให้ทราบในโอกาสต่อไป http://prachatai.com/journal/2016/01/63508
จากนั้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 59 ที่ผ่านมาสำนักข่าวรอยเตอร์http://www.reuters.com/article/us-thailand-internet-idUSKCN0V90LWรายงานว่า "The junta-appointed NRSA advisory council plans to meet executives from the two companies in the next three months, council member Major General Pisit Paoin told Reuters."
โดยพล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ เผยต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า รัฐบาลกำลังจะเข้าไปพูดคุยกับทางเฟสบุ๊กและไลน์ ภายในสามเดือนข้างหน้า เกี่ยวกับการปิดกั้นเนื้อหาที่กระทบต่อสถาบันฯ และความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้รับความร่วมมือจากบริษัทดังกล่าวเท่าที่ควร จึงมีแผนเข้าไปพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจ
ล่าสุด ไลน์ ประเทศไทย ออกแถลงการณ์ว่า พร้อมให้ความร่วมมือหากประเทศไทยต้องการให้มีการพิจารณาเนื้อหา แต่ยังยืนยันว่าจำเป็นต้องรักษมาตรฐานข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน และระบุเพิ่มเติมว่า ยังไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการจากหน่วยงานใด พร้อมย้ำว่าไลน์ยึดมั่นในเรื่องของการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน แต่หากมีการติดต่ออย่างเป็นทางการทางบริษัทจะนำไปพิจารณาเพื่อหามาตรการให้เหมาะสม ไม่ขัดต่อกฎหมายของประเทศไทยและมาตรฐานการรักษาข้อมูลส่นบุคคล