การเรียน กับโรคกลัวสังคม (Social Anxiety) และโรคซึมเศร้า ขอคำปรึกษาให้กับการตัดสินใจครั้งนี้หน่อยนะคะ

สวัสดีค่ะ ตอนนี้จขกทเรียนอยู่ที่มหาลัยรัฐแห่งหนึ่ง ตอนนี้ก็ปีสี่แล้ว เหลือเรียนอีกแค่ 6 ตัวเท่านั้นก็จะจบ แต่มันเหมือนจะไปต่อไม่ไหวแล้วค่ะ และมันก็เป็นการตัดสินใจที่ยากจริงๆว่าจะเอายังไงกับชีวิตตัวเองต่อไป เพราะความจริงก็อยากเรียนที่นี่ให้จบ เพราะมันเหลืออีกนิดเดียวเท่านั้น แต่กลับกันทุกครั้งที่ต้องไปเรียนก็ไม่อยากจะตื่นขึ้นมาเลย สาเหตุที่ชีวิตจขกทเป็นแบบนี้ก็เพราะโรคกลัวสังคม บวกกับโรคซึมเศร้าที่เป็นอยู่ค่ะ เหมือนกับมารู้ตัวและไปหาหมอก็ตอนที่สายไปแล้ว ถ้ารู้แต่เนิ่นๆก็อาจจะลาออกตั้งแต่ปีแรกๆ เท่าที่ปรึกษาคุณหมอมา อาการโรคกลัวสังคมของจขกทจะเป็นแบบ specific social phobia นะคะ คือจขกทจะกลัวการพูดต่อหน้าคนเยอะๆเท่านั้น แต่การใช้ชีวิตประจำวัน การออกไปข้างนอกพบปะผู้คนยังทำได้ปกติค่ะ
      
         เอาล่ะค่ะ มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าอาการมันจะรุนแรงขนาดไหนจนถึงขนาดอยากลาออกจากมหาลัยทั้งๆที่ใกล้จะจบ จขกทขอเล่าถึงการเรียนการสอนของที่นี่นะคะ สาขาที่จขกทเรียนอยู่ตอนนี้เป็นภาคอินเตอร์ค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นเหตุผลรึเปล่านะคะที่การเรียนจะเน้นการพรีเซนต์ และการ Discussion ระหว่างเรียนเกือบจะทุกวิชา ในช่วงแรกๆที่เข้าเรียนก็จะมีการพรีเซนต์บ้างค่ะ แต่ไม่มาก เพราะด้วยวิชายังน้อยอยู่ ตอนนั้นเท่าที่จขกทจำได้ ความรู้สึกเมื่อรู้ตัวว่าต้องพรีเซนต์ก็มีตื่นเต้นบ้างเป็นปกติค่ะ ยังไม่มีอาการกลัว สามารถพรีเซนต์ได้ทุกวิชา พอปีสอง วิชาเริ่มเยอะขึ้น และเป็นปีที่เรียนหนักค่ะเพราะเนื้อหาวิชาเริ่มยากขึ้น มีพรีเซนต์ และทำรายงานทุกวิชา ทำให้จากแค่ตื่นเต้น เป็นเริ่มกังวลค่ะ เพราะบางวิชาที่ต้องพรีเซนต์ก็เตรียมตัวไม่ทัน ท่องจำได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะอย่างที่บอกมีพรีเซนต์ทุกวิชา จขกทต้องลง6 ตัว ในเทอมนั้น และเวลามีพรีเซนต์ก็จะเป็นช่วงใกล้ๆกันค่ะ และด้วยความที่จขกทเป็นคนเวลาที่ต้องพรีเซนต์จะคัดคำเพื่อที่จะพูดให้เข้าใจง่ายมากที่สุด พยายามท่องแล้วท่องอีก คือต้องให้เป๊ะค่ะ พอมันเยอะๆเลยเป๊ะทุกวิชาไม่ได้ ก็เลยทำให้รู้สึกแย่เวลาพรีเซนต์ไม่ดี และเริ่มกลัวการพรีเซนต์ต่อๆมาค่ะ แต่ตอนปีสองนั้นจขกทก็พรีเซนต์ทุกวิชานะคะ ไม่เลี่ยง เพราะมันเป็นงานกลุ่ม เลี่ยงไม่ได้ค่ะ
       พอมาปีสามก็มีพรีเซนต์บ้าง แต่ไม่ทุกวิชา ตอนเทอมแรกของปีสามมันมีวิชานึงที่ต้อง Discussion เยอะๆค่ะ แบบอาจารย์บังคับ ให้คะแนน participation 30% และพูดขู่ตั้งแต่แรกๆที่เข้าเรียนว่าถ้าคุณไม่พูด คุณก็ดรอปไปซะ เพราะชั้นจำหน้าได้ทุกคน ใครไม่พูดให้ระวังตัวไว้อะไรแบบนั้นค่ะ พอมาวิชานี้จขกทเริ่มจิตตกและค่ะ เริ่มนอนไม่หลับก่อนไปเรียนวิชานี้ เริ่มร้องไห้ทุกครั้งหลังเรียนเสร็จ เพราะมันกดดันมากๆ ตอนแรกๆจขกทพยายามพูดนะคะ แต่ต่อๆมาก็ไม่ได้พูดแล้วค่ะ มันพูดไม่ออก มือมันสั่น เหมือนมีก้อนอะไรจุกที่คอ มันพูดไม่ออกจริงๆ อาจารย์ก็ยังขู่ทุกรอบที่เข้าเรียนนะคะ แต่จขกทก็ไม่เคยขาดเรียนเลย เพราะคิดว่าอย่างน้อยเข้าเรียนทุกครั้ง ถ้าอาจารย์จำหน้าได้ก็คงจะไม่ใจร้ายกับจขกทเกินไป พอก่อนจะเรียนจบเทอมนั้น อาจารย์ก็ให้พรีเซนต์ค่ะ โดยบอกว่าคนที่ไม่ค่อยพูด ให้พรีเซนต์เดี่ยว จขกทก็ทำค่ะ จนผ่านมาได้ มานั่งนึกตอนนี้ก็ไม่รู้ทนได้ไง อาจจะเพราะตอนนั้นมันยังไม่ถึงที่สุดมั้ง
     พอมาปีสามเทอมสอง ก็มีพรีเซนต์เกือบทุกวิชาอีก และมีวิชานึงที่จะมีการให้จับกลุ่มพรีเซนต์ทุกอาทิตย์ พอฟังแค่นั้นจขกทก็เริ่มอยู่ไม่สุขและ แบบเอาอีกแล้วหรอ วิชานั้นจขกทเลยเข้าอาทิตย์เว้นอาทิตย์ค่ะ แบบอาทิตย์ที่จับกลุ่มก็ไม่เข้า และตอนปีสามเทอมสองมันเหมือนใกล้จะตบะแตกเต็มที เพราะพอแค่ได้ยินว่าจะต้องพรีเซนต์จขกทก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ ร้องไห้เกือบทุกวัน แบบมันกดดันค่ะ เพราะการพรีเซนต์มันเป็นงานกลุ่มซึ่งจขกทก็ไม่อยากบอกปัดเพื่อน เพราะมันจะมีรายงานแบบรูปเล่มที่ต้องทำด้วย ถ้าจขกทอยากได้คะแนนตรงนี้ จขกทก็ต้องพรีเซนต์กับเพื่อนค่ะ จขกทเลยเลี่ยงโดยใช้วิธีโกหกเพื่อนว่าป่วยหนัก และขาดเรียนในช่วงอาทิตย์ที่จะพรีเซนต์ แต่ดีหน่อยที่วิชานั้นให้คะแนนพรีเซนต์เป็นรายคน ไม่ได้ให้รวมทั้งกลุ่มเลยไม่กระทบกับเพื่อนคนอื่น และจขกทก็ทำในส่วนของตัวเองในรายงานรูปเล่มแทนค่ะ ตอนนั้นคือเครียดมากๆ ไม่อยากโกหกเพื่อน กลัวเพื่อนจับได้มาก และเทอมนั้นมีวิชานึงที่พรีเซนต์ไปผลคืออ้วกก่อนพรีเซนต์ค่ะ เบลอมากๆ และพอมาปีสี่ปีนี้แหละค่ะที่จขกทตบะแตกจริงๆ แบบพอรู้ว่าต้องพรีเซนต์ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคืออาการมันเหมือนสติจะแตกอะค่ะ แบบชั้นจะเลี่ยงยังไงอีกดี จะทำยังไงดี ยิ่งใกล้วันพรีเซนต์ก็เหมือนจะเป็นบ้า เตรียมข้อมูลไม่ได้เลยค่ะเหมือนหัวสมองไม่ประมวลผล คิดอะไรไม่ออก เอางานไปคุยกับเพื่อนในกลุ่มเพื่อนก็ถามว่าทำไมข้อมูลมันดูมั่วๆ ไม่เมคเซนต์เลย เราก็ตอบไม่ได้ แล้วปีสี่ที่คณะจขกทจะเป็นวิชาสัมนาเป็นส่วนใหญ่ คือทุกวิชาคะแนนจะเน้นที่การพรีเซนต์ และการDiscussion ไม่เน้นที่คะแนนสอบ จขกทก็ยิ่งเครียดเป็นทวีคูณ คือไม่อยากเข้าเรียนด้วย และก่อนที่จะมีพรีเซนต์ก็มีสอบมิดเทอมอีก แล้วด้วยความที่จขกทไม่ค่อยได้เข้าเรียนเลยไม่รู้เรื่อง เอาชีทมาอ่านก็อ่านไม่ได้แบบตัวหนังสือมันลอยๆไม่เข้าหัวสักตัว วันนั้นจขกทจำได้ว่าตัวเองสติแตกเลยค่ะ แบบชั้นจะทำยังไงดี จะไปสอบทั้งที่ตัวเองไม่มีอะไรในหัวหรอ ไม่ได้นะๆ อะไรแบบนั้น เดินไปเดินมาเกือบทั้งคืน ลงนอนไม่ได้หายใจไม่ออก ปวดเท้า เหมือนปวดปลายประสาทมั้งคะ ต้องเอายาหม่องมานวด เหมือนคนบ้าเลยค่ะ พ่อแม่จขกทเลยให้ดรอป และพาไปหาหมอ ในช่วงที่ดรอปนี้ก็มีคิดมากจนฆ่าตัวตายไปรอบนึงค่ะ เพราะคิดตลอดเวลาหยุดคิดไม่ได้ว่าจะเอายังไงกับชีวิตตัวเองดี กลัวกลับไปเรียนแล้วเป็นเหมือนเดิม
     แต่เหมือนชีวิตมันยังไม่แย่จนเกินไปเพราะจขกทได้ไปทำงานพิเศษค่ะ เป็นงานที่เคยไปทำตอนฝึกงานและเป็นงานที่ถนัด ได้พี่ๆเพื่อนร่วมงานดี ได้เงิน ชีวิตดีขึ้นมามาก แต่พอมาปีนี้จขกทต้องกลับมาเรียนก็เริ่มกลับมาเป็นแบบเดิมอีกค่ะ ทรมานมากๆ ตอนเข้าไปเรียนคืออึดอัดมาก เหมือนจะหายใจไม่ออกค่ะ   ที่เล่ามายืดยาวขนาดนี้คืออยากให้เห็นภาพนะคะว่าทำไมอีกแค่ 6 ตัวเท่านั้นมันถึงขนาดจะทำไม่ได้เลยหรอ ตอนนี้จขกทลงเรียนไปแล้วค่ะ แต่ก็ไม่ได้ไปเรียน ว่าจะอ่านหนังสือแล้วไปสอบเอา ติดเอฟก็เอฟแล้วค่ะ ณ จุดนี้ เหนื่อยมากๆเลย

     จขกทอยากจะขอคำปรึกษา และความเห็นของเพื่อนๆค่ะว่าถ้าเพื่อนๆเป็นจขกทจะทำยังไงต่อไปดี จะออกเลย หรือจะอ่านหนังสือแล้วไปสอบทั้งๆที่เปอร์เซ็นต์ติดเอฟสูงมาก ความจริงจขกทได้คำตอบแล้วนะคะ แต่พิมพ์กระทู้นี้ค้างไว้ก่อนที่บ้านจะเรียกไปคุย เลยอยากจะพิมพ์ให้จบ และอยากได้ความเห็นเพื่อนๆค่ะ

    สุดท้ายนี้ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ และขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำปรึกษานะคะ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่