เกือบ 3 ปี Mitsubishi Pajero Sport มีปัญหาหลายอย่างตั้งแต่ป้ายแดงจนตอนนี้ ปัญหาแก้ไม่จบสักที แถมบอกปกติทุกอย่าง

สวัสดีครับ ก่อนอื่นเลยขอออกตัวก่อนว่าใช้ Account ของ ภรรยาครับ

ผมเป็นผู้ใช้รถยนต์ชื่อห้อ Mitsubishi Pajero Sport 2.5 โดยได้มีการรับรถป้ายแดงมาตั้งแต่เดือน มกราคม 2013 พบว่ารถมีปัญหาตั้งแต่ช่วงแรกๆ บางปัญหาได้รับการแก้ไข บางปัญหาต้องเหวี่ยงก่อนถึงจะแก้ไข จนกระทั่งหลายๆ ปัญหายังไม่ได้แก้ไขแบบที่ชัดเจน จึงเป็นที่มาของกระทู้นี้ครับ

สำหรับรถคันนี้ปัจจุบัน เลขไมล์อยู่ที่ ประมาณ​ 77000 อายุรถ 3 ปีพอดี วันที่ 31 มกราคมที่จะถึงนี้ รถช่วงแรกใช้น้อยมากเพราะมันดูไม่ปกติ โดยสองปีแรกขับรถไปแค่ราวๆ 40,000 โลเท่านั้น (เฉลี่ยปีละ 20,000 โล) จะมีในช่วงปี 2015 ที่มาใช้รถเยอะดังนั้นในช่วงปี 2015 ที่ใช้เยอะหน่อยปีเดียว 30,000 กว่าโล มีเช็คระยะ 50,000 60,000 70,000 ตามนี้

เข้าเรื่องเลยนะครับ
ผมเริ่มพบปัญหาเกี่ยวกับตัวรถอื่นๆ ผมจึงเมล์ไปหา Mitsubishi Motor Thailand เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ช่วงเดือน พ.ค.​ 2013 หลังจากรับรถมาได้ไม่ถึง 3 เดือนดี (จริงๆ มันมีเรื่องราวก่อนหน้านั้น ช่วง 3 เดือนแรก ทั้งเคลมโช้ค ถ้าจำไม่ผิด 2 รอบ รถเป็นสนิม ปัญหาต่างๆ จึงทำให้ต้องอีเมล์ไป และยังมาพร้อมปัญหาใหม่ๆ แต่ถือว่าปัญหาเก่า แก้ไขได้ในระดับนึงแล้วจึงไม่ขอกล่าวถึงครับ)

โดยในเมล์ฉบับนั้น ผมได้ List ปัญหา ตามที่เกิดขึ้นด้านบน และปัญหา ยิบย่อยอื่นๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน ตั้งแต่รับรถมา
โดยหลักๆ จะเน้นไปที่ปัญหาใหญ่ๆ 2-3 ข้อ นะครับ ซึ่งตอนผมเมล์ในขณะนั้นได้ตั้งข้อสงัเกตว่ารถคันนี้ที่ได้รับมาเป็นรถใหม่จริงหรือเปล่า
ซึ่งปัญหาที่เจอหลักๆ อยากจะยกมาเป็นประเด็นไว้ก่อนคือ

1. แอร์เหม็นเปรี้ยว และแอร์ไม่เย็น ต้องรถวิ่งเท่านั้นถึงจะเย็น ลมแอร์เบา (อาการเป็นมาตั้งแต่แรกๆ ทั้งที่รถใหม่ ไม่น่าเป็นไวขนาดนี้)

2. เสียงเครื่องยนต์ดังผิดปกติในขณะเร่งเครื่องออกตัว และ เกียร์เปลี่ยนช้าจนหลายครั้งอาจเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุ (เช่น ตอนชลอรถจนเกือบหยุดและจะเหยียบคันเร่งใหม่ รถมีอาการตื้อเร่งไม่ออก เหมือนเกียร์ไม่เปลี่ยน ในบางครั้งสถานการณ์เดียวกันแต่ รถกลับเร่งออกไปแบบพุ่งแรง)

3. สนิมที่เกิดขึ้นจำนวนมากบริเวณท่อเทอร์โบทั้งชิ้น รอยแตกร้าวลายงาจำนวนมากบริเวณเครื่องยนต์

ตั้งแต่ปี 2013 ที่เมล์แจ้งเรื่องไป ก็ไม่ได้มีการตรวจแก้ไขอะไรแบบจริงจังเท่าไรนัก ทุกครั้งที่เข้าเช็คระยะและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันและอุปกรณ์ตามที่ศูนย์กำหนดในทุกช่วง 10,000 โล ไม่ว่าจะช่วง 20,000 30,000 40,000 เปลี่ยนตามที่ศูนย์แจ้งทั้งหมดเพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาการยกเว้นการรับประกัน

ซึ่งปัญหาตามที่เมล์ไป ในทุกครั้งที่มีการเข้าศูนย์จะแจ้งปัญหาช่างมาตลอด โดยจะเน้นไปที่ “เสียงดังมากขณะเร่งเครื่องยนต์ และ รถมีอาการเกียร์เปลี่ยนช้ามาก จนถึงเกียร์ค้างในบางครั้ง” เพราะถือเป็นปัญหาที่รบกวนการใช้รถมากๆ แต่หลังจากรับรถทุกครั้ง ก็ได้คำตอบว่า “ปกติ” บางทีดีหน่อยมีออกไปลอง แล้วก็กลับมาปรับๆ จูนๆ ก่อนจะตอบว่าปกติ ไปลองใช้ดูก่อน

จนกระทั่งถึงจุดที่ผมรู้สึกว่า ไม่สามารถรับคำตอบแบบเดิมได้แล้ว เพราะรถเริ่มมีอาการแปลกๆ มากขึ้น
จนถึงระยะที่ต้องเข้าเช็คช่วง 50,000 โล รถมีอาการแปลกๆ มากขึ้นแบบที่ว่าทนขับไม่ได้ แต่ก็ต้องใช้ต่อไป เช่น

1. เสียงเครื่องยนต์ ดังมากขึ้นผิดปกติ ขณะเร่งเครื่อง อาการเหมือนรถขึ้นเขา
ขึ้นสะพาน แล้วรถไม่มีแรง ทั้งที่เหยียบคันเร่งเต็มที่ เครื่องเสียงเครื่องคำรามดังมากๆ

2. รถมีอาการวิ่งไม่ค่อยออก เสียงที่ได้ยิน ดูเหมือนเสียงโทนต่ำ เป็นเสียงอู้ๆ อื้อๆ เวลาเร่งเครื่องยนต์ ดังแตกต่างจากเสียงเร่งเครื่องปกติ (อาการคล้ายรถแต่งทำท่อ) จะดังต่อเนื่องจนกว่าจะปล่อยคันเร่ง ชนิดที่ว่า ขับ 80-100 ยิ่งผสมกับเสียงลมตีกันในรถ ฟังเพลงไม่รู้เลย

3. มีอาการสั่นสะเทือนที่เท้าพื้นรถเบาๆ ในขณะเหยียบคันเร่ง อาการหายไปเมื่อถอนคันเร่ง

4. รถมีอาการโคลงเคลง เด้งผิดปกติ (อาการคล้ายนั่งเรือ หรือแบบขับรถกระบะ นั่งที ขับไปเจอรอยปะหลุม หรือรอยต่อถนน ในรถจะพุงกระเพื่อม หัวคลอนขับรถเจอถนนไม่เรียบจะหัวโยกตามชนิดที่ว่า เด้งตลอดทาง) บางครั้งมีอาการแฉลบบ้างเวลาเจอรอยปะ  

5. แอร์ไม่เย็น (เหมือนเดิม) เย็นแค่เวลารถวิ่ง

6. เสียงหอนดังมากขึ้นในช่วงความเร็ว 60-80 และ เริ่มเสียงดังมาก ที่ความเร็วเกิน 100 คุยไม่ค่อยรู้เรื่องในห้องโดยสาร (จริงๆ ตรงนี้ไม่แน่ใจว่าเสียงอะไร เพราะถ้ายกคันเร่งไม่เป็น แต่ถ้าเหยียบกลับจะมีเสียงดังกลับมา ไม่แน่ว่าระหว่างเสียงเครื่องหรือเสียงเฟืองท้าย)

7. รถมีอาการเดินไม่เรียบในจังหวะขับ เช่น เร่งเคลื่อนขึ้น มีอาการสะอึกเบา ๆ จังหวะเลี้ยงความเร็ว 80-120 มีอาการรถสะอึกนิดๆ คือไม่รู้สึกว่ามันเดินเรียบปกติ มันจะแบบเหมือนรถมันสะดุด เมื่อเทียบกับรถคันอื่นที่ จขกท ใช้

ทั้ง 7 อาการนี้ได้แจ้งแบบซีเรียสมากๆ ในตอนเช็คระยะ 50,000 โล เพราะรู้สึกได้ว่าระยะเวลาที่เราใช้รถมา ช่างแก้แบบไม่เต็มที่ เอะอะก็ปกติ ขนาดเมล์ไปยัง Mitsubishi Motors  ก็ไม่ได้นำพาอะไร

การเช็คระยะ 50,000 โลจึงขอให้ช่างได้ตรวจอาการ โดยผลจากการแจ้งก็สรุปแบบเดิมๆ ว่า 1,2,6,7 ช่างแจ้งแบบเดิมว่าเป็นอาการปกติ แต่ก็ได้ทำการ Learning ECU ให้ใหม่ และให้นำไปใช้ก่อนเช่นเดิม ส่วนอาการตามข้อ 3,4 แจ้งว่า เป็นที่ยาง ช่วงล่างปกติ (ถ้าโช้คอัพเสีย จนท. บอก จะต้องมีน้ำมันซึม --- แต่ผมเคยเคลมโช้คสมัยแรกๆ กลับบอกว่ามีน้ำมันปกติ จนต้องยืนยันว่ามันมีเสียงด้วยถึงจะยอมเคลม แต่มารอบนี้บอกว่า ถ้าเสียงจะต้องมีน้ำมันถึงจะเคลมให้ สรุปยังไงกันแน่)

นอกจากนี้ จนท. บอกยางสึกมากและกินข้าง อาการเหมือนช่วงล่างมีปัญหา ---- ตรงนี้จะสอดคล้องกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ครับ จนท. ศูนย์ แนะนำให้เปลี่ยนยาง

จากนั้นจึงรับรถนำรถออกมาใช้ อาการทั้งหมดยังคงเป็นอยู่
(ตอนหลังจึงทราบมาว่าเสียงเฟืองท้ายบางท่านว่าเป็นปกติดังเป็นปกติ แต่ก็ทราบมาอีกเช่นกันว่า มีการเคลมได้ และเสียงอาจดีขึ้นหรือแย่ลง)

เวลาผ่านไปจนเช็คระยะ 60,000 โล (ประมาณ 3 เดือนนับจากเช็คระยะ 50,000 เพราะช่วงหลังใช้รถเยอะ ต้องใช้)
จึงได้เข้าศูนย์ โดยเช่นเดิมคือ ได้เน้นแจ้งอาการตามข้อ 1,2,3,4,6,7 ช่างบอกปกติทุกอย่าง โดยช่างบอกว่าทุกอย่างปกติ
แต่ได้ทำการ Learning ECU/Gear ให้ใหม่อีกแล้ว

เพื่อตัดปัญหา เรื่องยางและช่วงล่าง เพราะไม่อยากจะต้องมาเจอข้ออ้างเรื่องยาง
จากช่วงผมจึงได้นำรถไปเปลี่ยนยางใหม่ ซึ่งร้านยางแจ้งว่า ยางแข็งมากเมื่อเทียบกับระยะทางที่วิ่งมา และยางมีอาการกินด้านในทั้งสองล้อหน้า สันนิษฐานว่าโช้คอัพหรือระบบช่วงล่างมีปัญหา ควรให้ศูนย์ตรวจแก้ไข ซึ่งเป็นข้อมูลว่า รถน่าจะมีปัญหาจริงๆ ด้านช่วงล่าง

จากนั้นตอน 70,000 โล ถัดมาอีก 3 เดือนจากตอน 60,000 โล
เป็นตอนที่พีคสุดนำรถเข้าเช็ค และอาการต่างๆ มันเริ่มชัดเจนขึ้นมากๆ จึงวีนช่างและย้ำว่าให้เช็คให้ละเอียด ไม่รีบ
โดยการตรวจสอบครั้งนี้ไปพร้อมยางใหม่ ที่เพิ่งเปลี่ยนก่อนเข้าศูนย์ไม่กี่อาทิตย์

ก็มีการออกไปเทสต์พร้อมกัน ช่างบอกปกติ รถกระเด้งกระด้างเพราะว่ายางแข็งไป!!! ช่างบอกโช้คปกติ ไม่มีน้ำมัน (อีกแล้ว)
แต่รถมีอาการเด้งมาก กระเด้งเหมือนขับรถกระบะ ช่างสรุปเป็นที่ลมยาง
(เอ้าาา โอเค ลมยางก็ลมยาง ช่างปรับรถลมยางให้เหลือตามที่กำหนด คราวก่อนบอกเป็นที่ยางเก่าสึกมาก)
และจบด้วยประโยคคลาสสิค "จะ Learning ECU และให้นำรถกลับไปลองใช้ก่อน"

เรียนเยอะขนาดนี้สงสัยบรรลุละมั้ง ECU


ช่วงเช็คพิเศษ​หลัง 70,000 โล
หลังจากเอาออกไปใช้ได้อีกไม่มากแค่ 2-3000 โล รถมีอาการอีกเหมือนเดิม เสียงดังความถี่ต่ำอู้ๆ อื้อๆ เหมือนรถแต่งทำท่อดังขึ้นมาก
และเวลาเร่งเครื่อง เครื่องไม่ค่อยมีแรง รถยังคงเด้งโคลงเคลงอยู่ จึงกลับไปที่ ปากเกร็ดอีกครั้ง แอร์ก็ยังไม่ค่อยเย็นเท่าไร ต้องวิ่งถึงเย็น
ปัญหาที่เคยแจ้งตั้งแต่ปี 2013 ไม่เคยหายไปเลย ใช้รถไม่มีความสุขเลย แต่ก็ต้องใช้

ตอนนั้นจึงได้แจ้งทาง Call Center ไว้ด้วย พอเข้าไปช่างทำการตรวจเช็คละเอียดอีกครั้ง คราวนี้ไปเทสพร้อมกัน รอบแรกช่างก็พยายามบอกว่ามันปกติ จนต้องชี้จุดให้ฟังชัดๆ จนได้ยิน และไปตรวจสอบผลสรุปเรื่องรถเร่งไม่ขึ้น ช่างบอกว่าน้ำมันสกปรก (เอาอีกแระ) โดยบอกต้องเปลี่ยนกรองน้ำมันดีเซล เอ้าเปลี่ยนก็เปลี่ยน พอเปลี่ยนเสร็จ เอะใจ จำได้ว่าเพิ่งเปลี่ยนไป เลยไปค้นใบเสร็จในรถเจอว่า เพิ่งเปลี่ยนกรองน้ำมันดีเซลไปตอน 60,000 โล หรือประมาณ​ 2-3 เดือนก่อน

รถใช้ใน กทม เติมน้ำมันปั้มมาตรฐานที่มีรถเข้าเติมตลอด ทำไมกรองน้ำมันสกปรกเร็วจัง ทั้งที่ระยะทางจริงๆ ต้องเปลี่ยนทุก 20,000 โลด้วยซ้ำ

ส่วนปัญหาเสียงอู้ๆ อื้อๆ ความถี่ต่ำ ที่เหมือนใส่ท่อ ช่างบอกว่า จะลอง ปรับ เพลากลาง ให้ ซึ่งมันก็ดีแค่หลังปรับ ผ่านไปวันรุ่งขึ้นเสียงก็เหมิอนเดิม จึงสันนิษฐานว่าไม่น่าจะใช้อาการจากอันนี้

ส่วนอาการแอร์ไม่เย็น ช่างตรวจพบ (เข้าใจว่าระบบแอร์มีปัญหา เห็นช่างบอกทำการ Vacumm ระบบให้ใหม่
แอร์กลับมาเย็นตลอดเวลาเสียที (ปัญหาตั้งแต่ ช่วงรับรถใหม่ๆ ศ. อื่นบอกปกติ เพิ่งแก้ไขได้ ดีใจมาก)

อาการช่วงล่างยังเด้งอยู่ หลังจากลดลมยางแล้วคราวนี้ช่างแจ้งว่าเป็นที่ดอกยาง (อ้างไปเรื่อย) ยางที่เปลี่ยนเพิ่งเปลี่ยนมา ยางเป็นดอก HP น่าจะเงียบกว่า HT อยู่แล้ว

อาการเกียร์เปลี่ยนช้ายังมีอยู่ จนหลายครั้งเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ จังหวะรถติดต้องขยับตามๆ กัน เกียร์ไม่เปลี่ยน จนเสียงดังรถทั่วไปหันมามองเหมือนเบิ้ลเครื่อง ลากเกียร์ และพอเร่งไม่ออกเกียร์ไม่เปลี่ยน กดมากขึ้น รถกลับพุ่งออกไปอย่างเร็ว จนเกือบชนคันหน้า หรือ เวลาขับสถานที่ชุมชน เจอมองหน้าตลอดว่าเบิ้ลเครื่องเร่งเครื่องค้างทำไม (อยากจะบอกว่าเกียร์มันไม่เปลี่ยน)

ซึ่งสิ่งที่ผมต้องการ ก็คือขอให้มีการตรวจสอบจริงจัง อันดับแรก ขอให้มีรถเทส มาเปรียบเทียบกันไว้ก่อน เพื่อที่จะเห็นภาพชัดเจน เพราะทางศูนย์ก็ยืนยันตามค่าว่าปกติ เราคนใช้ก็ยืนยันว่ามันแปลกไปจากตอนแรก โดยเฉพาะเสียงดังต่างๆ

เวลาผ่านไปเงียบหายไปอีกเกือบเดือน จนต้องโทรตาม สุดท้าย สรุปได้ว่า จนสุดท้าย จนท. เทคนิค ขอนำรถไปตรวจที่ สนง ใหญ่
แต่ไม่ให้ลูกค้าไปนะ ให้ไปส่งรถ แล้วกลับได้เลยจะขอรถไปตรวจเอง ให้นำรถมาจอดไว้ที่ ศูนย์บริการ
และให้ หัวหน้าช่างนำรถมาให้ เทคนิค สนง. ใหญ่ตรวจ

ซึ่งผมมองว่าแปลกมาก ทำไมไปมุบมิบตรวจกันสองคน และการแจ้งปัญหาจะชัดเจนขนาดไหน จะชี้จุดได้ชัดเจนหรือเปล่า
การใช้งานระหว่าง เจ้าของรถที่น่าจะรู้ปัญหาดีกลับไม่ให้ไปแล้วจะตรวจเจอได้ยังไง

เวลาผ่านไป 1 วัน เช็คเร็วมาก วันถัดไปเข้ามารับรถ และคำตอบที่คาดไว้ก็เหมือนเดิมในวันนี้ว่า “รถปกติทุกอย่าง’ ค่าที่ได้ (ไม่มีให้ดูนะ) บอกแค่ว่า ไม่เกินมาตรฐาน และ จำเลยคือ “เสียงดังต่างๆ มาจาก “ยาง” โดยเขาอ้างว่าลองสลับยางแล้วเสียงไม่มีเลย แต่ไม่มีอะไรเป็นหลักฐานให้ดู มีเพียงคำพูดตอบกลับมาว่า ทุกอย่างปกติ ให้เอารถไปใช้ให้สบายใจ (อันนี้คิดเอง)

สิ่งที่อยากจะสอบถามคือ
การทดสอบ จนท.​เทคนิค สนง. ใหญ่ เทสยังไง วัดยังไง มีหลักฐานไหม มีการถ่ายทำวีดีโอหรือเปล่า เช็คตามจริง รู้ปัญหาจริงเหมือนเจ้าของรถไหม ทำไมการทดสอบถึงไม่ให้เจ้าของรถไปเทสต์ด้วย ทำไม จนท.​ เทคนิค ไม่มาที่ศูนย์ ทำไมต้องไปทำกันลับลัง แล้วกลับมาด้วยคำตอบว่า "ปกติ"

สิ่งที่ผมขอจริงๆ ในช่วงหลังที่เริ่มวีนคือ ขอแค่ให้เอารถมาเทียบกัน 1 2 3 เปรียบเทียบกันเลย รถรุ่นเดียวกัน ระยะทางใกล้เคียงหรือมากกว่า ถ้ารถคันเทียบกันมีอาการ เสียงคล้ายกัน ทุกอย่างก็จบ แต่นี่ไม่ กลับบอกว่า ทุกอย่างตามรีพอร์ทปกติ แต่ไม่มีส่งมาให้ลูกค้าดู แล้วจะให้ลูกค้าทำยังไง เรื่องรถเทียบก็อ้างแต่ว่าไม่มีรถที่ระยะไมล์เท่ากัน ถ้ามีรถไมล์มากกว่าก็กลัวลูกค้าจะไม่พอใจ ตอนนี้ยังไงก็ได้แค่อยากมีรถมาเทียบว่ามันปกติจริงไหม ส่วนรีพอร์ทแจ้งว่าจะส่งรีพอร์ทมาให้ ให้รอก่อนแล้วจากนั้นจะทำยังไงก็ทำ สงสัยผมคงต้องทนใช้รถที่กระเด้งกระดอน เสียงดัง ฟังเพลงไม่รู้เรื่อง ไปทั้งอย่างนี้ด้วยคำบอกที่ว่าปกติงั้นเหรอครับ

ฝากรบกวนขอพื้นที่ Pantip ในการร้องเรียนด้วยครับ
ลบข้อความบางส่วนเพราะยาวเกิน เพื่อจะเพิ่มชื่อให้ครับ

ฉลองรัตน์ มี***** ส่วนนามสกุลขอสงวนไว้ครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่