ข่าวย่อย : ทรูปิดปากเงียบวันจ่ายเงิน/ธปท. แจง BBL ปล่อยกู้ JAS ต้องไม่เกิน 25% เงินกองทุน/กสทช. อึ้งเจองานใหญ่ใจต้องนิ่ง

คอลัมน์ อินไซด์นิวส์: ทรูอุบ'วันจ่าย'ค่างวดคลื่น900
กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

          หลังรู้ตัวผู้ชนะประมูล 4จี  คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์กันไปแล้วเกือบ 1 เดือนแล้ว แต่กสทช. ก็ยัง ไร้สัญญาณตอบรับ การเข้าจ่ายเงิน งวดแรก กว่า 8,000 ล้านบาท ทำให้ต้องลุ้นกันต่อไปว่า ผู้ชนะการประมูลทั้ง  2 ราย ประกอบด้วย บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และ บริษัทแจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด จะถือเงินมาจ่ายงวดแรกวันไหน หรือกำลังรอดูฤกษ์กันอยู่

          แม้ล่าสุดบรรดานักข่าวประจันหน้ากับ "ศุภชัย เจียรวนนท์" กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะแม่ของ "ทรูมูฟ เอช" เลยถูกยิงคำถามตรงถึงกำหนดจ่าย...เจ้าสัวน้อยศุภชัย อ้อมแอ้ม ตอบแบบไม่เต็มเสียง..."ยังไม่ขอ เปิดเผย" ..สงสัยคงเฟ้นหาฤกษ์ธงชัย..ดีเดย์จะ"หิ้วเงิน"ค่าประมูลใบอนุญาตงวดแรก พร้อมแบงก์การันตี ไปจ่ายวันไหนดี

          เงื่อนไขชำระเงินกสทช. ให้เวลาผู้ชนะ มีเวลาหายใจเตรียมเงิน 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2558-18 มี.ค.2559 ดูเหมือนว่า กสทช. ยังไม่มีมาตรการขั้นแตกหัก หากไม่จ่ายเงินตามกำหนด กรณีที่จะยึดใบอนุญาตกลับคืน

          เพราะ "ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา"กรรมการ กสทช. บอกว่า "เรายังมอง โลกในแง่ดีกว่า ยังเหลือเวลาอีกเยอะ หากยังไม่มีผู้มาชำระเงินดังกล่าว กสทช.ก็ยังไม่มีมาตรการใดรองรับ แต่ต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดกทค. พิจารณา เพราะยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์"

          ด้วยเหตุนี้..นี่เอง หรือไม่ ที่ทำให้ทั้ง 2 ค่ายที่ชนะการประมูล ยังไม่ต้องเร่งรีบเช่นกัน  ทั้งนี้ บริษัท แจส โมบาย ชนะ ใบอนุญาตชุดที่ 1 ราคา 75,654 ล้านบาท และทียูซีชนะใบอนุญาตชุดที่สอง ราคา 76,298 ล้านบาท

'วิรไท' แจง BBL ปล่อยกู้ JAS ต้องไม่เกิน 25% เงินกองทุน
ข่าวหุ้น ฉบับวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

          นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยจากกรณีที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL จะปล่อยกู้ให้กับ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ในการเข้าประมูล 4G คิดเป็นจำนวน 75,654 ล้านบาทนั้น ว่า ในส่วนของธปท. ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายในการพิจารณาการให้สินเชื่อ ซึ่งต้องเคารพการตัดสินใจของธนาคารผู้ปล่อยสินเชื่อ โดยเชื่อว่าธนาคารมีมาตรการและวิธีการพิจารณาสินเชื่ออยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หากธนาคารไม่ได้ปล่อยกู้เกิน 25% ของเงินกองทุนธนาคารตามกฎของธปท. ก็ไม่จำเป็นต้องขออนุญาต

          "เราไม่สามารถไปล้วงลูกธนาคารพาณิชย์ ที่สำคัญไม่ทราบจำนวนเม็ดเงินที่ปล่อยกู้อย่างแท้จริงว่าเป็นจำนวนเท่าไร ขอเพียงอย่างเดียวปล่อยกู้ไม่เกิน 25% ของเงินกองทุนก็ไม่ต้องแจ้งกลับมาที่เรา" นายวิรไท กล่าว

          ด้านนายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การปล่อยกู้สินเชื่อขนาดใหญ่ ธนาคารพาณิชย์สามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตธปท. แต่หากมีความจำเป็นต้องปล่อยสินเชื่อสูงเกิน 25% ของเงินกองทุนธนาคารก็เป็นเรื่องที่ต้องแจ้งไปยังธปท.ให้รับทราบ

มีอึ้ง! งานใหญ่ระดับพระกาฬ กสทช.
ไทยรัฐ (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559

          นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึงกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคทให้เร่งรัดการยื่นขอใบอนุญาตการเป็นเจ้าของเสาโทรคมนาคมแต่ละต้น หรือใบอนุญาตมีสิทธิ์ในการใช้เสาตาม พ.ร.บ. วิทยุคมนาคม 2498 มิเช่นนั้นทีโอทีและแคทจะไม่สามารถนำเสาโทรคมนาคมออกไปให้เช่าใช้ได้ "ทีโอที และแคทไม่จำเป็นต้องรอส่งมอบทรัพย์สินตามสัญญาสัมปทานจนแล้วเสร็จ หากตรวจรับเสร็จจำนวนเท่าใด ก็ทยอยยื่นใบอนุญาตให้มีสิทธิ์ในการใช้เสาโทรคมนาคมได้ ซึ่งขั้นตอนการขอมีใบอนุญาตนั้นไม่ได้ใช้เวลานาน แต่หากทีโอที และแคทยื่นพร้อมๆ กันมากกว่า 10,000 ต้น กสทช. ก็ต้องใช้เวลาในการพิจารณา เพราะฉะนั้นถ้ามี 500 ต้น ก็ทยอยมายื่นขออนุญาตได้"

          นายก่อกิจกล่าวว่า การขออนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม มีขั้นตอน การขออนุญาตในหลายส่วน ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายกำหนด เช่น ใบอณุญาตใช้คลื่นความถี่ในอนุญาตติดตั้งเสาโทรคมนาคม ใบอนุญาตมีเสาโทรคมนาคมเป็นต้น ซึ่งผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ต้องยื่นขออนุญาตอย่างครบถ้วน จึงจะประกอบกิจการโทรคมนาคมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

          ส่วนกรณีบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ผู้ชนประมูล 4 จีคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ จะเช่าเสาโทรคมนาคมผู้ประกอบการรายใดนั้นเป็นสิทธิ์ของแจส แต่ต้องมายื่นขอมีขอใช้เสาเช่นกัน

          พลเอกสุกิจ ขมะสุนทร กรรมการ กสทช.กล่าวว่ากรณีบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอสได้เจรจากับแจสโมบาย เพื่อเช่าโครงข่ายโทรคมนาคมนั้น เป็นสิทธิ์ของเอไอเอสและแจสจะเจรจากัน แต่เมื่อเจรจาตกลงกันแล้ว ต้องแจ้ง กสทช.ในฐานะองค์กรกำกับการดูแลเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค

แนะทางรอด กสท-ทีโอทีร่วมมือเอกชนแทนลงแข่งขัน
เดลินิวส์ (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

          นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) วันที่ 18 ม.ค. 59 โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จะต้องนำเสนอแผนฟื้นฟูธุรกิจที่ถือเป็น 2 รัฐวิสาหกิจที่โดนใบเหลืองและต้องพลิกฟื้นธุรกิจให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่ง คนร.ได้กำชับมาให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประเด็นเจรจากับเอกชนเกี่ยวกับข้อพิพาทต่าง ๆ และการดำเนินธุรกิจให้เห็นตัวเลขอย่างเป็นรูปธรรม เป็นต้น

          "อยากให้ทั้ง 2 องค์กร นำแผนฟื้นฟูธุรกิจ ให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความยั่งยืนในอนาคต ต้องเลี้ยงองค์กรได้ และต้องสนับสนุนโทรคมนาคมด้วย ทั้ง 2 องค์กร ไม่ใช่เอกชน คงเป็นไปไม่ได้ที่จะแข่งขันกับเอกชน แต่ควรมีแนวทางที่ชัดเจน ซึ่งหากจะดำเนินธุรกิจเดียวกับเอกชนก็ต้องให้เอกชนเป็นพาร์ตเนอร์"

          ทั้งนี้ คนร.ได้กำชับให้ทั้ง 2 องค์กรเขียนแผนการเงินให้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด ส่วนการทำ 4จี นั้น เมื่อรู้ว่าไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้ ก็ต้องใช้วิธีร่วมมือกับเอกชน ซึ่ง กสท เองก็ร่วมมือกับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ส่วน ทีโอที ก็ร่วมมือกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เพื่อสร้างรายได้ในกลุ่มธุรกิจโมบาย.


ทีโอทีทุ่ม 3 หมื่นล. ปรับปรุงบรอดแบนด์
โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

          เป็นหนึ่งในแผนฟื้นฟูกิจการของ บริษัท ทีโอที เมื่อ นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที ระบุว่า ในปีนี้บริษัท ทีโอที จะมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ คือ การปรับปรุงโครงการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ 2 ล้านพอร์ต มูลค่าโครงการ 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเทคโนโลยีและสถานการณ์ในตลาดโทรคมนาคมเปลี่ยนไป โดยจะเสนอโครงการให้บอร์ดทีโอทีพิจารณาภายในไตรมาสแรกปีนี้ และคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติได้ไตรมาส 2 เริ่มลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ในไตรมาส 3 และเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 4 ของปีนี้

          "ทีโอทีอยู่ระหว่างการทบทวนเรื่องเทคโนโลยีที่จะนำมาให้บริการบรอดแบนด์ จากเดิมที่จะใช้เทคโนโลยี FTTx (Fiber to the x) แต่ขณะนี้ทีโอทีได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้นำคลื่น 2300 MHz มาใช้งานได้ จึงเป็นปัจจัยที่ต้องนำกลับมาทบทวนโครงการในภาพรวมอีกครั้ง เพราะเทคโนโลยีไร้สายจะช่วยทีโอทีประหยัดงบประมาณและเวลาในการลงทุนได้มาก" นายมนต์ชัย กล่าว

          สำหรับแผนธุรกิจอื่นๆ นั้น นอกจากการมีพันธมิตร 3จี 2100 MHz แล้ว ทีโอทีจะเร่งแก้ปัญหาข้อพิพาทเรื่องเสาโทรคมนาคม ซึ่งในตอนนี้ทีโอทียังไม่ต้องการทำ Joint Venture กับกลุ่มเอไอเอส แต่อยากให้เอไอเอสคืนเสามาแล้วปล่อยเช่า เพราะจะได้ไม่ตัดโอกาสทีโอทีในการให้บริการผู้ประกอบการรายอื่นๆ ด้วย เช่นเดียวกันการเป็นพันธมิตร 3จี กับเอไอเอส ก็ไม่ได้มีข้อตกลงว่าเอไอเอสจะได้สิทธิใช้เสาโทรคมนาคมแบบเอ็กซ์คลูซีฟเพียงรายเดียว

          นอกจากนี้ ทีโอทีจะเร่งรัดจัดตั้งกองทุนโครงสร้าง พื้นฐานท่อร้อยสาย ซึ่งจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และที่ประชุม ครม.ก่อน
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่