"เทคบอล" กีฬาที่ เปลี่ยนกฏ เพียงเพราะกลัวและต้องการลดทอนจุดแข็งของทีมไทย

เทคบอล (Teqball)คือ กีฬาที่มีส่วนผสมของฟุตบอล (ใช้ลูกฟุตบอล)  ปิงปอง (ใช้เล่นบนโต๊ะคล้ายโต๊ะปิงปองโค้ง)

กีฬาชนิดนี้ เริ่มต้นขึ้นในประเทศฮังการี เมื่อปี 2012 แล้ว ฮังการีและเซอร์เบียคือมหาอำนาจที่ไร้เทียมทานของวงการเทคบอลโลก มาตลอด
จนเมื่อการแข่งขันแพร่หลายมากขึ้น  แพร่มาถึงประเทศไทย

เมื่อนั้นขั้วมหาอำนาจในกีฬา เทคบอลก็เปลี่ยนไป โดยข้ามมาอยู่กับประเทศไทย  ประเทศไทยกลายมหาอำนาจ ของกีฬาเทคบอลไป เพียงเข้าร่วมการแข่งขันได้ไม่กี่ปี เป็นเพราะว่า ไทยได้เปรียบจากทักษะพื้นฐานของเซปักตะกร้อ  แล้วเทคบอลก็มีกติกาการเล่นคล้ายใกล้เคียงกับตะกร้อมากๆ

รูปแบบการเล่นของทีมเทคบอลไทย ได้สร้างความตะลึงให้กับ ผู้เล่นและผู้ชม ในฝั่งยุโรปหรืออเมริกา จนสุดจะเหลือเชื่อ
เพราะไทยได้ประยุกต์เอาวิธีการเล่น โดยเฉพาะการตบในกีฬาตะกร้อมาใช้กับการทำคะแนนหรือการตบ ของกีฬา เทคบอล
ฝรั่งหลายคนที่ไม่เคยเห็นกีฬาตะกร้อมาก่อน  พอมาเห็นทีมไทยใช้ลูกคบแบบตะกร้อ ต่างก็ตะลึงกันไปหมด เพราะพวกเขาไม่เคยเห็น
กีฬาอะไรที่ นักกีฬาสามารถใช้ทักษะอันสูง ในการบังคับร่างกายให้โดดสูงขึ้นไปบนอากาศแล้วพลิกร่างกายกลางอากาศ ใช้เท้าตบลูกบอล
ลงยังฝ่ายตรงข้าม ด้วยแรงที่หนักหน่วง แบบชนิดที่คู่ต้อสู้ไม่มีทางรับได้  แล้วก็ยังสามารถลงมายืนบนพื้นได้โดยไม่มีการเสียหลัก

ที่ฝรั่งต่างชาติตะลึงไปมากกว่านั้นก้คือไม่เฉพาะนักกีฬาชาย ที่มีรูปร่างที่แข็งแรง ที่พอจะเดาถึงความแข็งแรงของร่างกายได้
แต่ฝรั่งยังทึ่งขึ้นอีกเมื่อพบว่านักกีฬาเทคบอลหญิงของไทย ต่างก็มีทักษะ เช่นนี้เหมือนกัน

ดูเหมือนกับว่าทักษะนี้ติดตัวมาตั้งแต่เกิด กับนักกีฬาไทยเลยก็ว่าได้

ทีมไทยสามารถทำคะแนนชนะคู่ต่อสู้ด้วยลูกตบอันรุนแรงนี้ ตบทีหนึ่งลูกบอลกระเด็นออกไปนอกสนามแข่งขัน
ชนิดที่ว่า ต่อให้คู่ต่อสู้ติดปีกก็บินไปรับไม่ทัน

แล้วทุกครั้งที่ ทีมไทยขึ้นกระโดดตบลูกบอลด้วยความรุนแรงแบบนี้
มันเลยมี เสียงตะโกนที่เป็นเอกลักษณ์และฮิตติดปากผู้ชมทั้งในสนามและในโลกโซเชียล ออกมาว่า "โย่ว!" หรือ "เอ้า โย่ว!
ทันทีที่ตัวนักกีฬาฟาดกระโดดม้วนตัวฟาดลูกลงกระทบโต๊ะฝั่งตรงข้ามอย่างรุนแรงและได้แต้ม กองเชียร์จะพร้อมใจกันตะโกนกระแทกเสียงสะใจออกมาว่า "โย่ว!" เสียงดังลั่น กลายเป็นเอกลักษณ์สัญลักษณ์ ของทีมไทยไปแล้ว

ทีนี้พอทีมไทยเริ่มเข้ามาสู่การเป็นมหาอำนาจ ในกีฬาชนิดนี้ พวกฝรั่ง(ขี้นก) ที่เป็นผู้ริเริ่มค้นคิดกีฬาชนิดนี้ก็เริ่มจะนั่งไม่ติด
เริ่มอิจฉาเริ่มไม่พอใจ ที่ทีมไทยเก่งเกินต้าน เก่งแบบไร้เทียมทานแบบนี้ เจอทีมไทยก็ต้องผูกปีแพ้
แข่งจนไทยเป็นแชมป์โลกกีฬาประเภทนี้ไป

เมื่อสู่ด้วยฝีมือไม่ได้ พวกฝรั่ง(ขี้นก) สหพันธ์กีฬาเทคบอลนานาชาติ (FITEQ) พวกนี้ จึงเริ่มใช่เล่ห์กล  ออกกฏเปลี่ยนกฏการแข่งขัน
โดยการจำกัดการตบหรือฟาดออกนอกสนามไม่เกิน 2 ครั้งต่อเซต  โดย มุมมองของสหพันธ์ ทาง FITEQ ระบุเหตุผลว่าต้องการสร้างความสมดุล ลดความได้เปรียบจากการครองเกมเสิร์ฟ และทำให้เกมมีความกระชับเร้าใจขึ้น  (อยากจะเชื่อจริงๆ)

แต่จริงๆเป็นที่รู้กันว่า เป็นการลดทอนจุดแข็งด้าน “การฟาด” อันดุดันซึ่งได้รับอิทธิพลจากเซปักตะกร้อของนักกีฬาไทย เพราะก่อนหน้านี้ไทยจะใช้การตบอันรุนแรงแบบนี้ โดยการตบลูกจนกระดอนออกนอกสนามตลอด จนคู่แข่งหมดปัญญารับ แล้วทีมไทยก็ทำคะแนนได้เป็นกอบเป็นกำ


กติกาการจำกัดสิทธิ์ฟาดลูกออกนอกสนามนี้ ถูกประกาศอย่างเป็นทางการโดย สหพันธ์กีฬาเทคบอลนานาชาติ (FITEQ) เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2026 และเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป

สำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ก็ถูกบังคับใช้ด้วย

ผลปรากฏว่า .............................ทีมไทย................ยังคงเป็นมหาอำนาจทางด้านกีฬาเทคบอลเหมือนเดิม

โดยทำไปได้ 3 เหรียญทอง 🤣🤣🤣🤣 (ขำแบบสะใจมาก)

เพี้ยนขำหนักมาก

เองจะเปลี่ยนกฏอย่างไร   ถ้ารูปแบบการเล่นมันสามารถเอาวิธีการเล่นตะกร้อมาประยุกต์ได้  คนไทยทีมไทย ซึ่งมี DNA ในการเล่นตะกร้ออยู่แล้ว
ก็สามารถทีจะเอาทักษะในการเล่นตะกร้อมาใช้เล่นเทคบอลได้หมด
ลูกหนักลูกเบาลูกหยอด  ลูกเล่น ลูกชน ในกีฬาตะกร้อยังมีอีกมากมาย
เองออกมาอีกกี่กฏ ก็คงไม่มีผลอะไรกับทีมชาติไทยหรอก

ยกเว้นออกกฏมาตรงๆเลย "ห้ามทีมชาติไทยเข้าแข่งขัน" 🤣🤣🤣


แสดงความยินดีกับทีมชาติไทยที่ประเดิมคว้ามาได้ 3 เหรียญทองในการแข่งขัน เอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ด้วยครับ  สุดยอดมากๆ


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่