วิธีวัดความก้าวหน้าของการปฏิบัติธรรม

กระทู้สนทนา
วิธีวัดความก้าวหน้าของการปฏิบัติธรรม
พศิน อินทรวงค์


ถาม...
บางทีถ้ามี level วัดได้ว่าเรากำลังปฏิบัติถึงแค่ไหนคงจะดีนะคะ. เพราะบางทีรู้สึกเคว้งคว้างว่าที่เราทำๆอยู่นี่พาเรามาถึงตรงไหนของเส้นทางสายนิพพาน. สงสัยว่ายังอีกแค่ไหนหนอ. ถึงจะได้ยินดีกับความสำเร็จ. เคยรู้สึกแบบนี้บ้างไหมคะ. แล้วสอนตัวเองว่าอย่างไรจึงจะทำให้รู้สึกเป็นคำตอบที่ใช่


ตอบ...
การปฏิบัติธรรมนั้น ย่อมมีมาตรวัดอยู่แล้ว ไม่ใช่สิ่งเลื่อนลอย หากต้องการวัดผลของการปฏิบัติที่เกี่ยวกับการงาน ก็ขอให้ลองไปตรวจสอบในเรื่องของอิทธิบาทสี่ หากต้องการวัดในเรื่องศีลธรรม ก็ขอให้ลองดูที่เรื่องศีลว่าเราเป็นคนที่ถือศีลได้ครบหรือไม่ หากจะวัดผลเรื่องสมาธิว่าอยู่ระดับไหน ขอให้ลองไปศึกษาเรื่องลำดับขั้นของฌาน และเรื่องขององค์ฌานต่างๆ หากต้องการวัดผลเรื่องวิปัสสนาก็ขอให้ไปดูเรื่องวิปัสสนาญาณ 16 ขั้น และหากต้องการวัดความเป็นอริยบุคคลของเรา ก็ขอให้ไปทำความเข้าใจในเรื่องสังโยชน์ธรรมทั้ง 10 ประการ ทั้งหมดนี้เป็นภาคทฤษฏีที่มีตำราระบุไว้ชัดเจน เป็นมาตรฐานซึ่งเราพอจะใช้วัดความก้าวหน้าของตนเองได้อย่างมีแบบมีแผน ตรงนี้สามารถใช้ทบทวนตนเอง วางแผนปรับปรุง รวมถึงใช้เพื่อบูรณาการในเรื่องการปฏิบัติธรรมให้มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่ดำเนินอยู่ได้เลย
ส่วนอีกวิธีการหนึ่ง ซึ่งผมมองว่า เป็นสิ่งที่ควรจะใช้เป็นมาตรฐานในการวัดผลการปฏิบัติของเรา นั่นคือ "การใช้ใจของเราเป็นมาตรวัด" ขอให้ลองถามตนเองดูสิว่า ทุกวันนี้เราเสียสละได้มากขึ้นหรือเปล่า เรามีน้ำใจมากขึ้นหรือเปล่า เราทำอะไรให้พ่อแม่บ้างหรือเปล่า เราสร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่นหรือเปล่า เราขี้หงุดหงิดน้อยลงหรือเปล่า เราขยันขันแข็งมากขึ้นหรือเปล่า เรายังนินทาผู้อื่นอยู่หรือเปล่า เมื่อมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นในชีวิตเรายังโทษคนอื่น โทษฟ้าโทษดินอยู่หรือเปล่า เรายังเอาแต่ใจตัวเองอยู่หรือเปล่า เรายังเป็นคนขี้บ่น ใช้เงินเปลือง พูดจากแง่ร้าย ชอบพูดชอบวิจารณ์ผู้อื่นอยู่หรือเปล่า สิ่งที่เรารับผิดชอบอยู่เราทำได้ดีขึ้น แย่ลง หรือไม่ค่อยใส่ใจ เราสามารถให้อภัยผู้อื่นได้ไหม โกรธน้อยลงหรือไม่อย่าง สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เป็นเครื่องวัดผลที่ดีที่สุดของผู้ปฏิบัติธรรม เพราะการปฏิบัติธรรมคือการพัฒนาชีวิต
ก้อนชีวิตที่เราเห็นนั่นแหละคือมาตรวัดผลของการปฏิบัติที่ดีที่สุด
การปฏิบัติธรรมนั้น เราปฏิบัติเพื่อให้ได้ผลเป็นความสงบร่มเย็นของใจ เกิดกำลังใจ และเกิดศักยภาพในการใช้ชีวิตในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการงาน หรือในส่วนของการละกิเลส เราไม่ได้ปฏิบัติเพื่อมุ่งหวังเรื่องอื่นใด เมื่อจิตใจของเรามีสมดุล มีความสงบเย็นไปเรื่อยๆ ใจของเราก็จะถอยห่างจากกิเลสมากขึ้นเรื่อยๆ ตามธรรมชาติ ยังผลให้เกิดการรู้เห็นตามความเป็นจริงของโลกสามารถบรรลุธรรมในขั้นต่างๆ ไปเป็นลำดับ นี่เองคือหัวใจของการปฏิบัติธรรมแบบจับต้องได้ และเป็นไปในทางสร้างสรรค์ เกิดคุณค่าต่อตนเองและคนรอบข้าง
สรุปแล้วถ้าต้องการจะวัดผลการปฏิบัติขอให้ดูง่ายๆ ดังนี้ครับ
1. ดูว่าทุกวันนี้ทุกข์น้อยลงไปเท่าไหร่ ปล่อยวางได้เร็วแค่ไหน
2. ดูว่าทุกวันนี้ชีวิตของตนเองในด้านต่างๆ เจริญรุ่งเรื่องขึ้นหรือไม่
3. ดูว่าทุกวันนี้ความโลภ ความโกรธ ความหลงของเราน้อยลงหรือไม่อย่างไร
ขอให้ดูจากสามข้อนี้เป็นหลัก แล้วใช้ความรู้ทางภาคทฤษฏีที่ได้กล่าวมาแล้วเป็นส่วนประกอบเสริม ถ้าสามข้อนี้ดีขึ้นทุกข้อ แปลว่าการปฏิบัติธรรมของคุณเกิดความก้าวหน้าเป็นอย่างดี คุณมาถูกทางแล้ว แต่ถ้าสามข้อนี้เท่าเดิมหรือไม่ค่อยเห็นความแตกต่าง ก็แปลว่าคุณกำลังละเลยต่อการปฏิบัติ หรือกำลังปฏิบัติแบบผิดทิศผิดทางอยู่นั่นเอง
ขอให้มีกำลังใจในการปฏิบัติยิ่งๆ ขึ้นไปครับ
***พูดคุยหรือติดตามผลงานได้ที่...
https://www.facebook.com/talktopasin2013

=======================================

ผมชอบนักเขียนคนนี้เขียนดีครับ  เขียนตรงใจดี   เมื่อก่อนผมก็วัดสมาธิ จากลำดับฌาน  แต่แค่เรื่องฌาน เกจิแต่ละท่านก็เขียนต่างกันแล้ว ไม่รู้จะวัดผลยังไง ในใจก็มั่นใจซัก 90% แต่ก็ยังเผื่อใจไว้ผิดบ้าง   ยิ่งพอเป็นวัปสสนา ยิ่งวัดผลยากใหญ่ ไม่รู้ว่าเป็นวิปัสสนึกไปเองรึป่าว  เข้าข้างตัวเองรึป่าวไรงี้

ซึ่งคนเขียนคนนี้เขียนได้ตรงกับที่ผมวัดผลกับตัวเองเลยแฮะ  เพราะตอนนี้ผมพยายามวัดผลกับตัวเองด้วยวิธีที่ว่า  วันนี้เราหงุดหงิดกี่ครั้ง ใช้เวลาดับมันได้เร็วแค่ไหน  วันนี้เราไม่โกรธใครเลยใช่มั้ย  วันนี้เราอารณ์ดีทั้งวันได้แล้วมั้ย   สรุปคือผมจะพยายามวัดกับอารมณ์ตัวเอง ว่าเราชนะอารมณ์ตัวเองได้มากขึ้นมั้ย   ซึ่งค่อนข้างใกล้เคียงกับ สรุป 3 ข้อที่นักเขียนท่านนี้เขียนดีแฮะ  (จริงๆผมตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องไม่หงุดหงิดหรือโกรธใครเลยให้ได้ทั้งเดือนนะเนี่ย แต่ยังทำไม่ได้ 555)

มีใครใช้วิธีวัดแบบผมมั่งมั้ยครับ  อาจจะไปทางโลกซะหน่อย  แต่ก็ดูวัดผลง่ายดี  หรือใครมีวิธีอื่นอีกมาแชร์กันนะครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่