ระหว่างบริษัท :)ๆ กับ เพื่อนร่วมงาน :)ๆ แบบไหนดีกว่ากัน?

เราเป็นคนเปิดใจและทุ่มเทกับคนรอบข้างอยู่เสมอ มีอะไรที่ช่วยได้ขอให้บอกจนหลายๆครั้งตัวเองและครอบครัวต้องเดือดร้อนและก็ผ่านมันมาได้ด้วยการเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างมีสติและโตขึ้นตามประสบการณ์  ครอบครัวเราไม่ได้ร่ำรวย ดังนั้นการนอบน้อมและให้เกียรติผู้อื่นจึงเป็นสิ่งที่ระลึกอยู่เสมอ
เริ่มจากเรื่องของบริษัท ยิ้มๆ ก่อนเลย เมื่อปลายปี 2557 เราตกงานเพราะเราเจอบริษัทต่างชาติที่มีเมียไทยอายุ 29 ปี ณ ตอนนั้น ส่วนเราก็แก่กว่าปีนึง ด้วยความที่สามีนางเป็นชาวต่างชาติ นางคงหึงและกลัวเราจะไปแย่งสามีนาง เลยบีบเราสารพัดไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน โดยการให้คนที่สนิทกันมาด่ามาว่า พูดจากระทบกระทั่ง เสียดสีอยู่ทุกวันและทั้งวัน ย้ำว่าทุกวันและทั้งวัน ไหนจะไม่ทำตามสัญญาที่มีการเซ็นต์กันไว้ก่อนเริ่มงานว่าจะมีการขึ้นเงินเดือนให้ตามตกลงเมื่อผ่านโปรฯ และค่าคอมมิชชั่น แต่แม่เจ้าเชื่อมั๊ยว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยหลังจากผ่านโปรฯ นอกจากเรื่องแย่ๆ แถมนางยังเป็นประเภทยิ้มที่สุดในโลกสามเท่าที่เคยเจอมา แต่เราก็ทนโดยการวางตัวที่พยายามไม่ให้มีปัญหาด้วยถึง 7 เดือนโดยประมาณ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ได้จนต้องออกจากงานจ้าาา
เราเลยว่างงานอยู่หลายเดือน ก็ต้องทำไรก๊อกแก๊กไปเรื่อยงานก็หาย๊ากกยากกก จนกระทั่งได้งานแถวชานเมือง

เราไปแบบคนมีประสบการณ์การทำงานที่ตรงสายแต่ อันดับแรกนะคะ กดเงินเดือนกรูค่าาา!!! ก็เลยทำก็ทำวะ ใกล้บ้านด้วยและก็เป็นงานที่ชอบทำอยู่แล้วด้วย ไหนจะแรงกดดันจากทางบ้านอีก คือแบบว่าไม่มีจะกินไงเลยทำก็ทำ ก็คิดว่าดีแล้วล่ะผ่านช่วงแย่ๆมาละ ตอนนี้คงดีแล้ว แต่ทว่า.... มันคือ "โรงงานปีศาจ" เพราะอะไรรู้มั๊ย หนึ่งเลยนะ ออกแนวอุตสาหกรรมครัวเรือนจ้าา น้องชาย เมีย น้องสาว น้องสะใภ้ พี่ชาย ญาติห่างๆ โอ๊ยยย ครอบครัวใหญ่มากกก
มันจึงขาดในเรื่องของความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าของหัวงูแอบชอบเลขาฯ ของตัวเอง อันนี้เห็นมากับตากับเพื่อนร่วมงานอีกคนไม่ได้ปรักปรำแต่อย่างใด  อะไรอีกรู้มั๊ย? เลขาฯยิ้มล มากกกกกจริงๆ ตีสองหน้าต่อหน้าอย่างลับหลังอย่างด่าหมดทุกคนในโรงงาน แต่พอต่อหน้าพูดจาดีทำดีใส่สุดๆ แต่ถามเรื่องงานน่ะหรอ เอ๊กเซลยังไม่เป็นเลยจ้ะ พาวเวอร์พ้อยท์นี่ ตายไปเลยพอเจอกรู ... หนึ่งผ่านไปละ (เยอะเนอะ)
สอง  เราหาลูกค้าใหม่ให้ได้ ไหนจะทำประวัติบริษัทสำหรับส่งให้ลูกค้าใหม่ขึ้นมาอีก, แต่พอได้ลูกค้ากี่เคส กี่เคส แมร่งก็เอาไปหมกไว้เอง แล้วก็ให้น้องชายไปหาลูกค้าโดยที่ไม่อัพเดทกรูเลยค่ะ  ขอโทษนะคะ ทำแทบตายสุดท้ายเอาไป- !!!!
สาม  ประเมินผลงานกูยิ้มมาก ทั้งที่กูเข้าไปทำงานให้พัฒนาให้หลายสิ่ง แล้วมาบอกว่าไม่ผ่านโปรฯเนื่องจากไม่สามารถขายเครื่องให้เค้าได้ ขอโทษทีเถอะค่ะ จะขายได้ไงคะไอ้ ยิ้ม ก็เอาไปหมกไว้ไม่ให้ราคากูมาสักทีแล้วเอาไปตามเองน่ะค่ะ บอกว่าสิ้นสุดการจ้างงานโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าหนึ่งเดือนด้วยนะจ๊ะ บอกก่อนหมดสัญญาประมาณ 4 วัน แล้วให้เด็กเอาใบลาออกมาให้เซ็นต์ กูก็โง่ไงตอนนั้น ไม่รู้ว่าฟ้องเอาค่าชดเชยได้ รู้แต่แค่ว่ากูก็ไม่ได้อยากอยู่กับพวกในกะลาหรอก เฮอะ สุดท้ายกูเลยแห้วรับประทานสิคะ ได้แค่เงินในส่วนที่เหลือ กูขอมอบรางวัล "โรงงานนรก" ให้เลยค่ะ

ตอนนี้ทำงานที่ใหม่ค่ะ เจ้านายดี๊ดีแต่เดชะบุญ (บุญกูคงน้อยด้อยวาสนา) เจอเด็กรุ่นน้องที่อยู่มาก่อนปฏิเสธมิตรภาพของดิฉัน ยังไงหรอคะ ก็นางทำหน้าเหวี่ยงๆ พูดจาหมาไม่-ใส่ ตอนแรกก็คิดว่ามันคงเป็นสไตล์ แต่พออยู่ๆไป ไม่ใช่ละมีพูดจาเสียดสีว่า-ว่าดัน โชว์เก๋าใส่บอกได้เลยว่า "ดอก"
นี่ก็วางตัวละนะคือโตกว่ามันไง สุดท้ายก็รับกับพฤติกรรมพวกเด็กไม่มีคนสั่งสอนไม่ไหวเลยมีการตอกกลับไปบ้าง ... แต่ก็เนอะงานก็อยากทำ นี่ก็พยายามจะไม่ให้มีปัญหาเพราะก็ผ่านมาอะไรมาค่อนข้างเยอะ ใช้สติและความอดทนกับการทำงานกับคนให้มากขึ้นเรื่อยๆ "งานไม่ใช่เรื่องยากแต่ที่ยากน่ะเรื่องคน"
ถ้าเป็นคนที่ไม่มีมนุษย์สัมพันธ์กับใครและหาแต่เรื่องบอกเลยว่าไม่ใช่เราแน่นอน แต่ก็จะมีสิ่งยั่วยุคือคนงี่เง่าแบบเนี๊ยะเข้ามาในชีวิตอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้เลยเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิว่าเป็นเพราะเราที่ไม่ทนหรือเป็นเพราะคนที่ไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ภาคกลาง ปัญหาชีวิต ปัญหาสังคม เตือนภัย สุขภาพจิต
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่