การเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่หนักหนาสาหัสและสุ่มเสี่ยงต่อการพ่ายแพ้มากที่สุดที่สุดในชีวิตของบังยีแอนด์เดอะแก๊งค์แล้วนะครับ และโดยส่วนตัวผมเชื่อว่าฝั่งบังยีจะแพ้แบบราบคาบด้วยซ้ำ
ผมไม่ได้คิดลอยๆ แต่ผมประมวลเรื่องราวหลายๆอย่าง ทั้งสัญญาณบางอย่าง ตรรกะบางอย่าง ทฤษฎีสมคบคิด แถมมโนเอาเองอีกต่างหาก ออกมาเป็นเหตุเป็นผลต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. ฟีฟ่าหวังจะขุดรากถอนโคนแบล๊ตเตอร์และผู้เกี่ยวข้อง
(บอกก่อนว่าสาเหตุในข้อนี้ ผมใช้ทฤษฎีสมคบคิดบวกกับการมโนค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าเป็นจริงตามนี้ิ นี่จะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ฝั่งบังยีแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้แข่งเลยล่ะ)
ถ้าสืบสายอำนาจของแบล๊ตเตอร์ แน่นอนว่ามีบังยีนี่แหละที่เป็นฐานเสียงในฝั่งเอเชีย และเมื่อฟีฟ่าจะล้างบางแบล๊ตเตอร์ มีหรือที่จะปล่อยหัวคะแนนตัวเป้งอย่างบังให้ลอยนวล
อย่างที่ผมเคยคอมเมนท์ในกระทู้ก่อนๆ ถ้าดูจากไทม์ไลน์ ดูเหมือนบังยีโดนฟีฟ่าวางยาเข้าไปเต็มๆ ตอนแรกฟีฟ่าแบนบัง 90 วัน ซึ่งบังจะพ้นแบนก่อนวันปิดรับสมัครนายกที่กำหนดโดย FAT NC "ในความดูแลของฟีฟ่า"
บังก็คงกะจะลงสมัครเอง แต่ แต่ แต่ ฟีฟ่าดันลงดาบแบนซ้ำดาบสองอีก 45 วันแบบไม่มีข่าวเล็ดรอดออกมาก่อน
ทำให้บังหมดสิทธิ์ลงสมัครโดยปริยาย ต้องหานอมินีมาแทนในระยะเวลากระชั้นชิด เพราะไม่ได้มีการเตรียมเอาไว้ ซึ่งก็เป็นไปตามสไตล์การทำงานของทีมบัง ที่ไม่เคยมีแผนสอง แผนสามอะไรเลย และด้วยเงื่อนเวลาที่กระชั้นชิด สุดท้ายเลยมาลงเอยที่โค้ชหรั่งอย่างไม่มีความพร้อมอะไรเลย
2. ทีมบังแสดงสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกถึงความเป็นรองอย่างไม่ตั้งใจ
สัญญาณแรก ซีคเกอร์เอฟซี สโมสรนี้สโมสรเดียวรับรองชื่อผู้สมัครสภากรรมการถึงแปดคน มันแสดงให้เห็นว่าเสียงฝั่งบังน่ามีเหลือไม่เยอะ ที่เหลือก็คงไม่อยากจะเผยไต๋ แบไพ่ออกมา
สัญญาณที่สอง ทวงบุญคุณ แค่วันสมัคร ดร.หรั่งก็ ทวงบุญคุณเหล่าลูกศิษย์ซะแล้ว การที่อาจารย์ออกมาทวงบุญคุณกับลูกศิษย์เป็นอะไรที่ประหลาด ผิดปกติ ผิดธรรมดามากๆ
และโดยปกติ เวลาคนเราจะขอให้ใครบางคนทำอะไรให้เรา การทวงบุญคุณมักจะถูกงัดออกมาเป็นไม้ตายสุดท้ายเสมอ
นั่นแสดงว่าฝั่ง ดร.หรั่งย่อมรู้ตัวเองดีว่า ฝั่งตนเป็นรองขนาดไหน
3. Fair เลือกตั้งรอบนี้ ฝั่งสมยศจี้ถูกจุดตรงประเด็นมากๆ หลายสโมสรไม่พอใจกับการบริหารของบังที่พวกเค้ารู้สึกว่ามันไม่ Fair ในหลายๆอย่าง ถ้าเปรียบเทียบกับนโยบายบอลไทยไปบอลโลกในชาตินี้ของวิรัช ที่มันอาจจะดึงดูดใจแฟนบอล แต่ไม่ดึงดูดใจสโมสรสมาชิก
ผิดกับนโยบาย Fair ของของสมยศที่จี้ตรงจุด ตรงใจสโมสรสมาชิกมากกว่า
4. เรื่องของบารมี ดร.หรั่งอาจจะคลุกคลีและคร่ำหวอดในวงการฟุตบอลมายาวนาน มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย แต่ถ้าว่ากันในเรื่องบารมีแล้ว เทียบกับบังยีไม่ได้เลย ยิ่งใครๆก็รู้ว่าแกจำเป็นต้องลงมาเป็นตัวแทนของบังยี ความสง่างามก็แทบจะไม่มีเหลือ
ส่วน พล.ต.อ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แค่ตำแหน่งก่อนเกษียณคงไม่ต้องบอกว่าบารมีแกขนาดไหน
พูดง่ายๆว่า ชื่อของสมยศใหญ่กว่า ดร.หรั่งน่ะแหละ
ทั้งหมดคือสี่เหตุผลหลักที่ผมไตร่ตรอง มโน สมคบคิด จินตนาการเอาเองล้วนๆ
สุดท้ายฟันธงตรงนี้เลย ถ้าไม่มีอุบัติเหตุ พล.ต.อ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วงจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี เอ๊ยยย ไม่ใช่ๆ จะได้เป็นนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยคนต่อไป
ปล. ถ้าผลออกมาแล้วไม่เป็นตามนี้ ผมคงหายหัวไปสักพักนะครับ แฮร่ๆๆ
<กระทู้สมคบคิด+มโน> สาเหตุที่จะทำให้แก๊งค์บังยีพ่ายแพ้อย่างราบคาบในการเลือกตั้งครั้งนี้
ผมไม่ได้คิดลอยๆ แต่ผมประมวลเรื่องราวหลายๆอย่าง ทั้งสัญญาณบางอย่าง ตรรกะบางอย่าง ทฤษฎีสมคบคิด แถมมโนเอาเองอีกต่างหาก ออกมาเป็นเหตุเป็นผลต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. ฟีฟ่าหวังจะขุดรากถอนโคนแบล๊ตเตอร์และผู้เกี่ยวข้อง
(บอกก่อนว่าสาเหตุในข้อนี้ ผมใช้ทฤษฎีสมคบคิดบวกกับการมโนค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าเป็นจริงตามนี้ิ นี่จะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ฝั่งบังยีแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้แข่งเลยล่ะ)
ถ้าสืบสายอำนาจของแบล๊ตเตอร์ แน่นอนว่ามีบังยีนี่แหละที่เป็นฐานเสียงในฝั่งเอเชีย และเมื่อฟีฟ่าจะล้างบางแบล๊ตเตอร์ มีหรือที่จะปล่อยหัวคะแนนตัวเป้งอย่างบังให้ลอยนวล
อย่างที่ผมเคยคอมเมนท์ในกระทู้ก่อนๆ ถ้าดูจากไทม์ไลน์ ดูเหมือนบังยีโดนฟีฟ่าวางยาเข้าไปเต็มๆ ตอนแรกฟีฟ่าแบนบัง 90 วัน ซึ่งบังจะพ้นแบนก่อนวันปิดรับสมัครนายกที่กำหนดโดย FAT NC "ในความดูแลของฟีฟ่า"
บังก็คงกะจะลงสมัครเอง แต่ แต่ แต่ ฟีฟ่าดันลงดาบแบนซ้ำดาบสองอีก 45 วันแบบไม่มีข่าวเล็ดรอดออกมาก่อน
ทำให้บังหมดสิทธิ์ลงสมัครโดยปริยาย ต้องหานอมินีมาแทนในระยะเวลากระชั้นชิด เพราะไม่ได้มีการเตรียมเอาไว้ ซึ่งก็เป็นไปตามสไตล์การทำงานของทีมบัง ที่ไม่เคยมีแผนสอง แผนสามอะไรเลย และด้วยเงื่อนเวลาที่กระชั้นชิด สุดท้ายเลยมาลงเอยที่โค้ชหรั่งอย่างไม่มีความพร้อมอะไรเลย
2. ทีมบังแสดงสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกถึงความเป็นรองอย่างไม่ตั้งใจ
สัญญาณแรก ซีคเกอร์เอฟซี สโมสรนี้สโมสรเดียวรับรองชื่อผู้สมัครสภากรรมการถึงแปดคน มันแสดงให้เห็นว่าเสียงฝั่งบังน่ามีเหลือไม่เยอะ ที่เหลือก็คงไม่อยากจะเผยไต๋ แบไพ่ออกมา
สัญญาณที่สอง ทวงบุญคุณ แค่วันสมัคร ดร.หรั่งก็ ทวงบุญคุณเหล่าลูกศิษย์ซะแล้ว การที่อาจารย์ออกมาทวงบุญคุณกับลูกศิษย์เป็นอะไรที่ประหลาด ผิดปกติ ผิดธรรมดามากๆ
และโดยปกติ เวลาคนเราจะขอให้ใครบางคนทำอะไรให้เรา การทวงบุญคุณมักจะถูกงัดออกมาเป็นไม้ตายสุดท้ายเสมอ
นั่นแสดงว่าฝั่ง ดร.หรั่งย่อมรู้ตัวเองดีว่า ฝั่งตนเป็นรองขนาดไหน
3. Fair เลือกตั้งรอบนี้ ฝั่งสมยศจี้ถูกจุดตรงประเด็นมากๆ หลายสโมสรไม่พอใจกับการบริหารของบังที่พวกเค้ารู้สึกว่ามันไม่ Fair ในหลายๆอย่าง ถ้าเปรียบเทียบกับนโยบายบอลไทยไปบอลโลกในชาตินี้ของวิรัช ที่มันอาจจะดึงดูดใจแฟนบอล แต่ไม่ดึงดูดใจสโมสรสมาชิก
ผิดกับนโยบาย Fair ของของสมยศที่จี้ตรงจุด ตรงใจสโมสรสมาชิกมากกว่า
4. เรื่องของบารมี ดร.หรั่งอาจจะคลุกคลีและคร่ำหวอดในวงการฟุตบอลมายาวนาน มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย แต่ถ้าว่ากันในเรื่องบารมีแล้ว เทียบกับบังยีไม่ได้เลย ยิ่งใครๆก็รู้ว่าแกจำเป็นต้องลงมาเป็นตัวแทนของบังยี ความสง่างามก็แทบจะไม่มีเหลือ
ส่วน พล.ต.อ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แค่ตำแหน่งก่อนเกษียณคงไม่ต้องบอกว่าบารมีแกขนาดไหน
พูดง่ายๆว่า ชื่อของสมยศใหญ่กว่า ดร.หรั่งน่ะแหละ
ทั้งหมดคือสี่เหตุผลหลักที่ผมไตร่ตรอง มโน สมคบคิด จินตนาการเอาเองล้วนๆ
สุดท้ายฟันธงตรงนี้เลย ถ้าไม่มีอุบัติเหตุ พล.ต.อ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วงจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี เอ๊ยยย ไม่ใช่ๆ จะได้เป็นนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยคนต่อไป
ปล. ถ้าผลออกมาแล้วไม่เป็นตามนี้ ผมคงหายหัวไปสักพักนะครับ แฮร่ๆๆ