เส้นทางการศึกษาของผมจากเด็กโง่สู่บัณฑิต

สวัสดีครับทุกคน เริ่มแรกตอนตั้งแทคนี้มาผมว่าจะให้เป็นการพยายามเรียนภาษาอังกฤษของผมไปๆ มาๆ กลายเป็นกระทู้แนะนำการเรียนไปซะได้ครับ เพราะผมดันไปพบค้นพบใบเกรดเก่าๆ ของตนเองที่ไม่ได้เรื่องและไม่น่าภูมิใจอะไร แต่มันเตือนผมเสมอเลยว่าผมเริ่มต้นจากจุดไหนและมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร การเดินทางก่อนจะถึงจุดหมายก็ต้องเดินทางผ่านถนนสายต่างๆ ซึ่งข้างทางอาจจะเป็นวิวทิวทัดอันสวยงาม หรือสถานบันเทิงที่พาเราหลงไปกับมัน

เริ่มแรกตอนผมเรียน ป.1-6 ผมเป็นเด็กหัวอ่อนมากๆ เรียนไม่เก่งรูปร่างหน้าตาไม่ดีก็มักจะโดนแกล้งเสมอ ก็ต้องบอกเลยครับตอนนั้นผมโดนพ่อแม่ตีบ่อยมากๆ เพราะไปเรียนก็เขียนได้แต่วันที่ คือไม่ไหวเลยครับตอนนั้นรู้สึกเหมือนอะไรเข้ามาเต็มไปหมด ทั้งการบ้าน รายงาน เพื่อนและสังคมที่ไม่ค่อยทำให้ผมอยากไปเรียนเท่าไหร่ (Bully เยอะครับ โรงเรียนวัด) ทุกอย่างมันรวมเป็นปัญหาต่างๆนาๆ จนเกรดผมออกมาเป็นอย่างที่เห็นนี้แหละ



หลังป.6 ชีวิตของผมก็เปลี่ยนจากเดิมไม่มากครับ แต่ที่เปลี่ยนคือสังคมที่เปลี่ยนไปคือผมมีเพื่อนดีๆมากขึ้นซึ่งทำให้ผมอยากไปโรงเรียน เกรดหลายๆวิชาผมเลยดีขึ้น ยกเว้นภาษาอังกฤษนี่ขึ้นๆลงๆ เหมือนจะดีก็ไม่ดีเท่าไหร่ (คือผมไม่เก่งแต่เน้นส่งงานเป็นหลัก) แต่การเรียนหลายๆ วิชาดีขึ้นอย่างที่เห็นครับ



หลังจากนั้นผมก็ได้เรียนต่อที่โรงเรียนเดิมตอนนี้แหละครับที่ผมเริ่มฉายแววเก่งในทุกๆด้านยกเว้นภาษาอังกฤษที่ดิ่งลงเหวไปเรียบร้อยแล้วครับ ในขณะที่วิชาอื่นๆ ผมได้เกรดเยอะมาก ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากทัศนคติของผมต่อวิชาภาษาอังกฤษ คือถ้าผมเป็น Anakin skywalker ผมคงจะพูดประมาณว่า

"ข้าไม่ชอบภาษาอังกฤษเลย มันมีทั้ง Tense สะกดก็ยาก ทำให้ผมมึน และมันก็ทำให้ผมปวดหัว ไม่เหมือนนี่ภาษาไทย"

"ข้าถูกหลอกหลอนด้วย Tense ที่ข้าไม่มีวันใช้"



ผมปรากฏว่าตกครับวิชานี้ซ่อมนานมากนึกว่าจะไม่ผ่านจากการเป็น พาดาวัน เรียนจบแต่ก็จบมาได้ โดยก่อนจบนั้นผมเองได้ดูเกรดภาษาอังกฤษแล้วหนักใจมาก เพราะในอนาคตก็จะเข้า AC (Asean Community) การเรียนรู้ภาษาคือข้อได้เปรียบและอาจทำให้ผมมีโอกาสที่ดีกว่าในการทำงาน อีกประการหนึ่งคือผมตั้งใจที่จะเรียนต่อในสาขารัฐศาสตร์ซึ่งต้องอ่านหนังสือทฤษฏีที่กระจัดกระจายอยู่เยอะมาก และตอนนั้นเองผมจึงเริ่มเรียนภาษาอังกฤาอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการเรียนผ่านติวเตอร์ซึ่งไม่ตอบสนองผมเท่าไหร่นัก ผมจึงเริ่มเรียนด้วยตนเองโดยเริ่มตั้งแต่แรกเลยครับ โดยเรียนผ่าน www.learnamericanenglishonline.com นอกจากนี้แล้วผมยังมีเพื่อนซึ่งเรียนอยู่สาขาภาษาศาสตร์ซึ่งช่วยทำให้ผมไขปัญหาที่ไม่เข้าใจมากมายเกี่ยวกับภาษาอังกฤษลงได้ ซึ่งทำให้ผมเรียนรู้ว่า "การถามไม่ใช่เรื่องผิด ไม่ได้แสดงว่าเราโง่ แต่เป็นการไขขอสงสัยของเรา บางครั้งเราไม่แม่น บางครั้งเราไม่มั่นใจ แม้ว่าเราจะรู้อยู่แก่ใจว่ามันถูกก็เถอะ"

และด้วยเหตุนี้ทำให้ผมสามารถสอบผ่านรายวิชาภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยได้ซึ่งข้อสอบก็ใช่ว่าจะหมูนะครับมันยากในระดับหนึ่งเลย แต่ผมก็ผ่านมาได้แถมได้เกรด A อีกตางหาก ถึงแม้จะหลง B มาตัวหนึ่งก็เถอะนะ แต่ผลเป็นที่หน้าพอใจมากๆ เลยครับ



ผมนี่จบได้เกรดเฉลี่ย 3.51 เกียรตินิยมอันดับ 2 ผมนี่แทบกระโดดเลยครับจากผมที่ไม่เคยมีอะไรเรียนก็ไม่เก่ง ไม่มีใครสนใจ จนตอนนี้ผมสามารถสร้างเกียตินิยมอันดับ 2 มาทำให้พ่อแม่ดีใจได้ นี่ผมเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้ แต่ต้องขอบคุณอดีตต่างๆที่หล่อหลอมให้ผมเป็นแบบนี้ ทั้งคำดุด่าของพ่อแม่ ครูอาจารย์ และเพื่อนซึ่งในวัยเด็กแกล้งผม ทำให้ผมดูไร้ค่ามาก (มีครั้งหนึ่งมีการแสดงละครผมได้รับบทเป็นควายและต้องขี่ด้วยครับ มันแสดงให้เห็นว่าลึกๆ แล้วพวกนี้มองผมยังไง เพราะมีวิธีอื่นที่ทำให้ไม่ต้องให้ผมรับบทแต่เลือกแบบนี้) และผมต้องการหนีมันผมเลยพยายามอย่างที่สุดที่ทำให้ตัวเองดูมีค่าขึ้นมา และนี่คือรางวัลของความพยายาม

ถามว่าเรื่องราวของผมจบลงแค่นี้หรือ ยังครับยัง ล่าสุดผมเพิ่งได้ไปสอบ TU Get มา สดๆร้อนๆ เพื่อหวังจะเข้ามหาวิทยาลัยในฝันอย่างธรรมศาสตร์ โดยผมสอบทั้งหมด 2 รอบ รอบแรกผมไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยได้มา 360 รอบ 2 นี่เตรียมตัวเรื่อง Grammar มานิดหน่อยครับ ได้มา 470 ได้เพิ่มมา 11 ข้อ แม้ว่าคะแนนมันจะยังต่ำกว่าครึ่ง แต่แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับ ปริญญาโท หลักสูตรภาษาไทยแล้วครับ



จากตรงนี้เส้นทางของผมจะเป็นอย่างไรก็สุดจะคาดเดาครับ แต่เรื่องราวทั้งหมดนี้มันทำให้ผมรู้จักคำว่า อดทน พยายาม และดิ้นรนครับ ทั้งหมดนี้ผมอยากให้ทุกๆคนที่อ่านแล้วประสบปัญหาต่างๆในชีวิตมีไว้ครับ แม้ว่าเรื่องราวของผมมันจะเล็กน้อยกว่าใครหลายๆ คน แต่ผมก็หวังว่าจะเป็นกำลังในชีวิตของใครหลายๆ คนนะครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่