นายกสมาคมชาวสวนยางกระบี่ และนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย เรียกร้องให้รัฐบาล หามาตรการเร่งด่วน ให้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา หลังราคาตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี 4 กิโลร้อยบาท
นายบุญส่ง นายกสมาคมชาวสวนยางจังหวัดกระบี่และนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถาณการณ์ตลาดยางพาราในขณะนี้ว่า รายได้เกษตรกรต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ เผยการช่วยเหลือปัจจัยด้านการผลิตไร่ละ 1,500 บาท ไม่ทั่วถึงเกษตรกร เสนอรัฐประกันราคากก.ละ 60 บาท แก้ปัญหาเฉพาะหน้าถึงมาตรการเร่งด่วน ให้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา นอกเหนือจาก การช่วยเหลือปัจจัยด้านการผลิต ไร่ละ 1500 บาท โดยแบ่งเป็นค่าสนับสนุนวัสดุการเกษตร 700 บาทต่อไร่, เพิ่มคุณภาพการผลิต 200 บาทต่อไร่ และช่วยค่าครองชีพคนกรีดยาง 600 บาทต่อไร่ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้า เกษตรกรยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง
แต่ขณะนี้ราคา ยางพารา ตกต่ำต่อเนื่อง ล่าสุดยางแผ่นดิบชั้น 3 กก.ละ 25 บาท เท่ากับราคา100 บาทต่อยาง 4 กิโลกรัม ส่วนเศษยางกก.ละ14 บาท ถือว่าราคาต่ำสุดในรอบ 10 ปี ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนยางพาราอย่างมาก
เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ด้วยซ้ำ ทำให้เกษตรหลายรายต้องเลิกอาชีพ หันไปทำอาชีพอื่น ขณะเดียวกันถ้าจะโค่นไม้ยางราคาไม้ยางราคาก็ไม่สู้ดีนัก เพียงไร่ละไม่ถึง 3 หมื่น ซึ่งถ้ารัฐบาลยังไม่แก้ปัญหา จะส่งผลหกระทบต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวม รวมทั้งอุตสาหกรรมการผลิต เพราะเป็นยางพาราพืชเศรษฐกิจ รายได้หลักของชาวภาคใต้ โดยในจังหัดกระบี่ มีเกษตรกรชาวสวนยางกว่า3หมื่นครัวเรือน
นายบุญส่งได้กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลนโยบายของรัฐบาลไม่ชัดเจน และขั้นตอนยุ่งยากเกษตรกรเข้าถึงยาก ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้เกษตรในขณะนี้ จึงฝากเสนอภาครัฐแก้ปัญหา โดยเร่งด่วน ด้วยการประกันราคา ไม่ต่ำกว่า กิโลละ 60 บาท เพราะเหลือระยะเวลากรีดยาง ไม่ถึง 2 เดือนจะปิดกรีดในช่วงหน้าแล้ง ทำให้ผลผลิตลดลง เชื่อว่าราคาจะต้องปรับสูงขึ้น แต่เกษตรกรรายย่อยได้ประโยชน์น้อย และเสนอให้รัฐบาลร่วม เจรจากับกลุ่มประเทศผู้ผลิตยางพาราเช่น เวียตนาม ลาว ประเทศอินโดนีเชีย มาเลเชีย ที่ได้รับผลกระทบจากราคาตกต่ำเช่นเดียวกัน เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือชาวสวนยาง ซึ่งได้เสนอมาโดยตลอด
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 12 มกราคมนี้ บรรดาแกนนำชาวสวนยางในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด ได้เรียกประชุมแกนนำเป็นการเร่งด่วน ที่จังหวัดตรัง โดยในวันนี้ (5 ม.ค.) จะประชุมนัดแรก ภายในสถาบันเกษตรกรหลายจังหวัด เช่น จ.ตรัง กระบี่ สุราษฎร์ธานี ฯลฯ เบื้องต้นเห้นพ้องว่า จะกำหนดวางแนวทางเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำที่สุดในรอบ 100 ปี
สำหรับข้อเสนอ เบื้องต้นมีการพูดดคุยว่า อาจจะเสนอให้นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 ประกาศชดเชยราคาให้กิโลกรัมละ 50 - 60 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้ในช่วงนี้ เพราะมีการคาดว่า ในช่วงเปิดกรีดเดือน เม.ย.- พ.ค. ราคาอาจตกลงมากไปกว่านี้ เพราะยางในโกดังรัฐบาล มีกว่า 4 แสนตัน ไม่ได้ระบายออกไปเป็นตัวกดตลาดไว้ ซึ่งถือว่าแนวทางนี้นาจะเป็นมาตรการเร่งด่วนที่สุด
JJNY : ยางใต้โอด! ยางดิบดิ่งเหลือ′4โลร้อย′ โค่นทั้งสวนก็ไม่คุ้ม จ่อปลุกม็อบขอใช้ ม.44 ช่วย
นายบุญส่ง นายกสมาคมชาวสวนยางจังหวัดกระบี่และนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถาณการณ์ตลาดยางพาราในขณะนี้ว่า รายได้เกษตรกรต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ เผยการช่วยเหลือปัจจัยด้านการผลิตไร่ละ 1,500 บาท ไม่ทั่วถึงเกษตรกร เสนอรัฐประกันราคากก.ละ 60 บาท แก้ปัญหาเฉพาะหน้าถึงมาตรการเร่งด่วน ให้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา นอกเหนือจาก การช่วยเหลือปัจจัยด้านการผลิต ไร่ละ 1500 บาท โดยแบ่งเป็นค่าสนับสนุนวัสดุการเกษตร 700 บาทต่อไร่, เพิ่มคุณภาพการผลิต 200 บาทต่อไร่ และช่วยค่าครองชีพคนกรีดยาง 600 บาทต่อไร่ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้า เกษตรกรยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง
แต่ขณะนี้ราคา ยางพารา ตกต่ำต่อเนื่อง ล่าสุดยางแผ่นดิบชั้น 3 กก.ละ 25 บาท เท่ากับราคา100 บาทต่อยาง 4 กิโลกรัม ส่วนเศษยางกก.ละ14 บาท ถือว่าราคาต่ำสุดในรอบ 10 ปี ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนยางพาราอย่างมาก
เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ด้วยซ้ำ ทำให้เกษตรหลายรายต้องเลิกอาชีพ หันไปทำอาชีพอื่น ขณะเดียวกันถ้าจะโค่นไม้ยางราคาไม้ยางราคาก็ไม่สู้ดีนัก เพียงไร่ละไม่ถึง 3 หมื่น ซึ่งถ้ารัฐบาลยังไม่แก้ปัญหา จะส่งผลหกระทบต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวม รวมทั้งอุตสาหกรรมการผลิต เพราะเป็นยางพาราพืชเศรษฐกิจ รายได้หลักของชาวภาคใต้ โดยในจังหัดกระบี่ มีเกษตรกรชาวสวนยางกว่า3หมื่นครัวเรือน
นายบุญส่งได้กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลนโยบายของรัฐบาลไม่ชัดเจน และขั้นตอนยุ่งยากเกษตรกรเข้าถึงยาก ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้เกษตรในขณะนี้ จึงฝากเสนอภาครัฐแก้ปัญหา โดยเร่งด่วน ด้วยการประกันราคา ไม่ต่ำกว่า กิโลละ 60 บาท เพราะเหลือระยะเวลากรีดยาง ไม่ถึง 2 เดือนจะปิดกรีดในช่วงหน้าแล้ง ทำให้ผลผลิตลดลง เชื่อว่าราคาจะต้องปรับสูงขึ้น แต่เกษตรกรรายย่อยได้ประโยชน์น้อย และเสนอให้รัฐบาลร่วม เจรจากับกลุ่มประเทศผู้ผลิตยางพาราเช่น เวียตนาม ลาว ประเทศอินโดนีเชีย มาเลเชีย ที่ได้รับผลกระทบจากราคาตกต่ำเช่นเดียวกัน เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือชาวสวนยาง ซึ่งได้เสนอมาโดยตลอด
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 12 มกราคมนี้ บรรดาแกนนำชาวสวนยางในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด ได้เรียกประชุมแกนนำเป็นการเร่งด่วน ที่จังหวัดตรัง โดยในวันนี้ (5 ม.ค.) จะประชุมนัดแรก ภายในสถาบันเกษตรกรหลายจังหวัด เช่น จ.ตรัง กระบี่ สุราษฎร์ธานี ฯลฯ เบื้องต้นเห้นพ้องว่า จะกำหนดวางแนวทางเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำที่สุดในรอบ 100 ปี
สำหรับข้อเสนอ เบื้องต้นมีการพูดดคุยว่า อาจจะเสนอให้นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 ประกาศชดเชยราคาให้กิโลกรัมละ 50 - 60 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้ในช่วงนี้ เพราะมีการคาดว่า ในช่วงเปิดกรีดเดือน เม.ย.- พ.ค. ราคาอาจตกลงมากไปกว่านี้ เพราะยางในโกดังรัฐบาล มีกว่า 4 แสนตัน ไม่ได้ระบายออกไปเป็นตัวกดตลาดไว้ ซึ่งถือว่าแนวทางนี้นาจะเป็นมาตรการเร่งด่วนที่สุด