ประสบการณ์ การเป็นคู่ค้ากับ L มาเป็นเวลา 1 ปีเต็ม

วันนี้มาขอแชร์ประสบการณ์ที่ลงขายกับ L เป็นเวลามา 1 ปีเต็ม ไว้เป็นอุทาหรณ์ให้เพื่อนๆร้านค้าคอยตรวจสอบ ป้องกัน ปัญหาที่มีโอกาสจะเจอนะคะ จขกท.จะไล่ๆเป็นแต่ละเรื่องที่จำได้ และจะออกแนวบ่นมากกว่านะคะ เพราะจขกท.คิดว่าน่าจะมีหลายท่าอยู่ค่ะที่ถูกเอาเปรียบเหมือนกัน อีกทั้งเป็นกระทู้แรกของจขกท ถ้าไม่ถูกใจใครก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ จริงๆว่าจะเขียนหลายทีแล้ว ยิ่งตอนปรี๊ดๆนี่ อยากจะเขียนมากๆ แต่ทำงานเพลินๆก็เลยไม่ได้มาเขียนต่อ ปีใหม่นี้มีเวลาว่าง เลยมาสรุปให้ฟังเลยแล้วกันค่ะ

ทุกเรื่องมีเขียนรายงานผ่าน อีเมลแจ้งกับทางนั้นไว้หมด ซึ่งส่วนใหญ่จะชอบหารายได้แบบ ไม่ค่อยคำนึงถึงคู่ค้าซักเท่าไหร่ พออันไหนเห็นว่าเป็นช่องโหว่ ไม่คืนได้ก็ไม่คืน ปากก็บอกให้เขียนเรื่องเข้าไป เขียนไปกี่ทีก็มีข้ออ้างตลอดค่ะ

ในหน้าลงขายสินค้าจะมีให้เปิดขายและใส่จำนวนสินค้าไว้ค่ะ

1.    กดปิดสินค้าไม่ต้องการขายแล้ว แต่ไม่ได้ปรับสต็อคให้เป็น 0 สินค้าจะเด้งกลับมาเปิดเองได้ค่ะ
ก่อนหน้านั้น 1 วันดิฉันก็แจ้งพนักงานไปคนนึงแล้วว่านี่มันเด้งเปิดปิดเองได้นะ ทางพนักงาน call center ก็รับเรื่องไป (แต่ส่วนใหญ่ที่รับเรื่องไป และแนะนำมา ไม่ค่อยจะใช้ได้จริงเท่าไหร่ ต้องมาแก้เอง มานั่งกลุ้มใจเองทีหลังตลอด)

ตอนกลางคืนทางร้านก็เช็คให้แน่ใจว่ากดปิดเรียบร้อยแล้วนะ ตอนเย็นของอีกวันมาออเดอร์เข้า พอร้านเช็คเห็นว่าสินค้าเปิดขายอีกแล้ว ทางร้านก็รีบกดปิดอีกครั้ง(ตอน 5 โมง) ทางร้านก็แจ้งไปทาง partner support ไม่ได้แจ้งให้ยกเลิกด้วยค่ะ บอกให้ตรวจสอบก่อน แล้วแจ้งให้ดิฉันทราบอีกที ก็มายกเลิกให้ แล้วก็มาปรับเงิน สุดยอดค่ะ เพราะจริงๆดิฉันมีสินค้าอยู่ค่ะ แค่ต้องการปิดไว้ชั่วคราว (เป็นกฎค่ะว่าถ้าแจ้งยกเลิก โดยเปิดขายจะถูกปรับเป็นค่าคอม)

แต่ partner support แจ้งว่าทางร้านเพิ่งปิดตอน 5 โมง ดิฉันก็ทราบอยู่แล้วว่าเค้าก็ต้องตรวจเจอได้ตอน 5 โมงอยู่แล้วเพราะมันเด้งเปิดมา ไม่ให้ดิฉํนกดปิดตอนออเดอร์เพิ่งเข้านี่จะให้กดตอนไหนอีกคะ หากทาง L ไม่สามารถเช็คเวลาที่สินค้าเปิดเองอัตโนมัติได้ มันก็ไม่มีหลักฐานอยู่แล้วว่า ระบบมันเปิดเอง สรุปก็ปรับเงินอย่างเดียว ตรวจสอบอะไรไม่เคยรู้เรื่องอยู่แล้ว ที่แค้นใจคือเค้าไม่สนใจจะเช็คให้อีกด้วยว่าปิดก่อนหน้าครั้ง 5 โมงคือกี่โมง

วิธีป้องกัน จะปิดเลิกขายสินค้าไหนก็ปรับสต็อคเป็น 0 ไปเลย

2.    ค่าขนส่งถ้าไม่ดูดีๆ ไม่งั้นอาจจะมีซ้ำโผล่ขึ้นมาได้ คิดไปแล้วเดือนนึง อีกเดือนก็โผล่มาอีกรอบ (แต่จขกท.อันนี้ได้คืนค่ะ กว่าจะคืนก็ใช้เวลานานเหมือนเดิม) บางทีค่าส่งก็สูงเกิน น้ำหนักผิด มาจากไหนไม่รู้ค่ะ ต้องตรวจดีๆ ถาม partner support ได้ถามหมดนะคะ

มีอีกเดือนช่วงค่อนๆกลางๆปลายๆปี คิดค่าขนส่ง 2 ครั้งทุกออเดอร์ ดิฉันนี่แหละคนตรวจเจอที่เค้าต้องแจ้งแก้ทั้งระบบ ห้ามไว้ใจเด็ดขาดค่ะว่าระบบของเค้าทำงานไม่มีผิดพลาด

วิธีป้องกัน ต้องตรวจทุกรายการ ทุกเลขออเดอร์

3.    ปัญหา ของตีกลับเยอะมาก ขนส่งแจ้งว่าติดต่อลูกค้าจากเบอร์โทรศัพท์ไม่ได้ (เพราะไม่มีใครตรวจสอบเบอร์โทร ตอนลูกค้าสั่งเข้ามา) ทางร้านเลยหาวิธีแก้ ก็แจ้งให้ partner support โทรสอบถามลูกค้าก่อน แต่บางทีก็ใช้เวลาเกิน 48 ชม. ทำให้ส่งของออกได้ล่าช้ามาก

ทางร้านจึงแก้ปัญหาโดยการช่วยโทร หากลูกค้ารับสาย ก็ทำการส่งสินค้าออกไป (ทำตัวเป็นพนักงานช่วย L ทำงาน)

พอมาปลายปี 58 สดๆร้อนๆเลยค่ะ มาบอกอีกห้ามทางร้านโทรติดต่อลูกค้า จะปรับ 1500 บาท หากตรวจเจอ จริงๆทางร้านก็ทราบตั้งแต่ก่อนขายแล้วว่าไม่ให้ติดต่อลูกค้าเพราะกลัวทางร้านโทรไปต่อว่าหากลูกค้ายกเลิกออเดอร์ ทางร้านก็ไม่เคยคิดจะติดต่อไปต่อว่าลูกค้าอยู่แล้วค่ะ ไม่มีอยู่ในความคิด

อันนี้ขอเน้นๆเลยแล้วกันค่ะ พนักงานของ L เองก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะแจ้งยืนยันออเดอร์ให้ทันภายใน 48 ชม. ปากก็บอกให้แจ้งมาสิ ดิฉันก็แจ้งไปทุกครั้งนั่นแหละ ตามทุกวันนั่นแหละ ก็ไม่เห็นว่าอาทิตย์ไหนที่จะทันซักอาทิตย์ ที่ late ต้องโผล่มาอย่างน้อยรอบสองรอบ/สัปดาห์

วิธีป้องกัน คิดว่าทุกร้านคงต้องให้ L ยืนยันเอง ซึ่งออเดอร์คงค้างยิ่งกว่าเดิม เพราะนี่ขนาดร้านค้าหลายๆร้านช่วยๆกันโทรเอง ยังทำงานช้าขนาดนี้ ดิฉันก็จนปัญญาจริงๆ

4.    ขายโดยไม่สนว่าเป็นออเดอร์ที่มีประสิทธิภาพหรือเปล่า เบอร์โทร ไม่มีใครตรวจสอบซักคนเลยค่ะว่าใช้งานได้จริง ส่งถึงไม่ถึง ก็ไม่รู้แล้วส่วนใหญ่ที่ตีกลับ 90% นี่ก็คือติดต่อไม่ได้ (แต่พอช่วงหลังดิฉันโทรเอง ปัญหานี้หายไปเลยค่ะ) เวลาร้านค้าโทร เราก็พูดดีๆกับลูกค้าทุกท่านอยู่แล้ว ใครเค้าจะมาด่าลูกค้าถ้าคนที่เค้าอยากขายของจริงๆ

L ไม่มีสนใจว่าที่ถูกตีกลับนั้น มันสามารถแก้ปัญหาได้ เช่น ไซส์ผิด เพราะที่ร้านขาย มีลูกค้าหลายท่านเข้าใจผิดเป็นจำนวนมาก(คือระบุขนาดชัดเจนแล้วนะคะ) เข้าใจขนาดผิด เมื่อซื้อไปผิดแล้วก็ต้องมานั่งส่ง ems กลับไปให้ L

L เค้าก็ไม่สนใจหรอกนะคะว่าจะแก้ยังไง ดิฉันก็แก้ของดิฉันเองเหมือนเดิม โทรไปถามลูกค้าตอนที่ยืนยัน ลูกค้าใช้ไซส์นี้นะคะ ถูกต้องนะคะ ก็โอเคถูกต้องทีนี้ปัญหาไซส์ผิดก็หมดไป

แล้วทีนี้จะมาไม่ให้โทรดิฉันก็งงสิ ว่าไอที่ดิฉันคอยตามแก้ ปัญหาทั้งหลายแหล่นี่ จะกลายเป็นเริ่มต้นใหม่ เพราะคนที่พิจารณากฎห่วยๆอันนี้ขึ้นมาหรอคะ

ดิฉันถามไปขอทราบเหตุผล ทุกครั้งที่มีปัญหา ทุกท่านที่ทำงานอยู่ที่ partner support ทำงานแบบไม่เคยมีเหตุผลมาเลยค่ะ ตอบแต่กฎๆอะไรก็ไม่รู้ ตอบไม่เคยตรงคำถาม เหตุผลแปลว่ากฎตรงไหนดิฉันก็ไม่เข้าใจ ถามมาเป็นปีก็ไม่เคยจะตอบตรงคำถามซักคน

ก่อนคุณคิดกฎมามันก็ต้องมีเหตุผลสิ แล้วคุณเคยเจอปัญหาทุกแบบแล้วใช่มั้ย คุณถึงคิดกฎนีขึ้นมา กฎที่มันมีช่องโหว่ก็สมควรจะแก้เป็นอย่างยิ่งค่ะ มีคนมาคอยรายงานช่องโหว่ให้แล้วยังไม่สนใจอีก หรือถ้าเหตุผลของคุณมันดีพอ ก็ควรจะแจ้งให้คู่ค้าฟังค่ะ

ดิฉันก็ไม่รู้จะทำอย่างไร อยากจะส่ง e-mail ไปให้ CEO หรือคนที่มีอำนาจตัดสินก็หาเมลไม่เจอ หาทางติดต่อไม่เจอ เลยมาเขียนในนี้แทนแล้วกันค่ะ เผื่อจะ L เค้าอยากพัฒนาบริษัทบ้าง

5.    คือปกติที่ขนส่งเข้ามารับสินค้า เค้าจะผ่านร้านดิฉันทุกวันอยู่แล้ว แต่ถ้าผ่านแล้วคือผ่านเลยไม่มีย้อนกลับมา ทีนี้ ระบบขนส่งมีปัญหา แต่ดิฉันทราบแน่นอนว่าวันนี้มีนัด เพราะนัดวันเสาร์ ปกติวันจันทร์ต้องมีคนมารับแน่นอน อ้าวทีนี้ขนที่มารับบอกไม่มี ขนส่งแวะมาบอกรับไปไม่ได้นะเพราะมันไม่ขึ้นในใบให้เค้ารับ ดิฉันก็ตามๆ partner support แต่ผ่านไป 2 ชม. ค่อยบอกมีนัด เดี๋ยวตามให้มารับ ตามอะไรละคะ ก็รู้อยู่แล้วยังไงเค้าก็ไม่วกกลับมา แล้ววันนั้นก็ไม่มาจริงๆค่ะ คือก็ให้รับๆไปเถอะค่ะ สินค้าค้างอยู่เป็น 10 กล่อง สุดท้ายก็มาเจอว่ามีนัดแล้วอยู่ดี

คือบางที สิ่งที่ร้านทราบแน่นอนนี่ก็ให้ร้านมีส่วนร่วมในการจัดการก็ดีค่ะ ไม่ก็มีเบอร์โทร หัวหน้าของแผนกนั้นให้ดิฉันติดต่อไปซักนิด เค้าจะได้อ่อรับได้เลย ไม่ใช่รออีก 2 ชม. รู้ผล แล้วไง ก็ไม่มีใครมารับอยู่ดี

6.    บาร์โค้ดไม่ชัด แต่เลขชัด ที่อยู่เบอร์โทรครบ ขนส่งตีของกลับ
เป็นอะไรที่ดิฉันงงมากๆค่ะ คือปกติตามโลตัสอะไรแบบนี้เวลาเค้ายิงบาร์โค้ดไม่เข้า เค้าก็พิมพ์เลขกันใช่ไหมคะ ขนส่งของ L เป็นอะไรที่สุดจะบรรยายค่ะ ฉลาดมากๆค่ะ ดิฉันอยากให้เค้าฉลาดๆจริงๆ ภาวนาทุกวันค่ะ พนักงาน L ฉลาดมากๆค่ะ ทุกคนแลยค่ะ

ขนส่งของ L บอก ไม่พิมพ์เลข ยิงไม่ได้คือไม่ได้ แล้วส่งของกลับมาค่ะ แต่เสียเวลานั่งวาดรูปด้วยปากกาเมจิกบนกล่องของดิฉันนะคะ คือไอเวลาวาดรูปนี่มากกว่าเวลากดเลขอีกค่ะ ไอเวลาที่ส่งของกลับมากก็มากกว่ากดเลขค่ะ

คือบางทีดิฉันว่าอะไรที่ทำให้มีประสิทธิภาพได้มากกว่านี้ ควรทำเป็นอย่างยิ่งค่ะ ไม่แน่ใจเอาเบอร์มาค่ะ ดิฉันโทรคุยเอง นี่เบอร์ก็ไม่มี คนมีอำนาจตัดสินใจไปมุดอยู่ไหนไม่ทราบเลยค่ะ

ถ้าทาง Kerry มาอ่านเจอ จะปรับปรุงก็ดีนะคะ โลตัสเค้ายิงบาร์โค้ดไม่ได้ เค้าก็พิมพ์เลข ไม่เห็นมีปัญหามาตั้งแต่ดิฉันเด็กๆ นี่สมัยไหนแล้วคะ ทำไมถึงต้องย้อนยุคคะเนี่ย

7.    จะติดต่อหัวหน้านี่ไม่มีเลยนะคะ ปากบอกทำงานผ่าน อีเมลนี่ดิฉันปวดหัวมากแล้วงานก็ไม่เดินเลย บางทีบอกเรื่องด่วนๆ แจ้ง partner support ไปก็บอกทราบค่ะจะรีบแจ้ง โอโหกว่าจะแจ้งกลับมานี่ 2 วัน จนเลิกด่วนลูกค้ายกเลิก ลูกค้ารอของมาส่งช้าขึ้นอีกแล้วค่ะ ถ้าโทรนี่รู้เรื่องภายใน ครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ

บางทีดิฉันก็ตามเค้าจนเค้ายอมโทรถามผลให้ได้นะคะ แต่ต้องมานั่งอธิบายใหม่กับพนักงานทุกคนนี่ก็เหนื่อยมากๆเลยค่ะ เพื่อที่จะรักษาสิทธิ์เงินในกระเป๋าของเรา หรือสิทธิ์ของลูกค้าเนี่ย

หัวหน้างานก็ไม่มีให้รายงานค่ะ ดิฉันก็สงสัยอยู่ว่าทำงานอย่างไรไม่มีหัวหน้าคุม หรือหัวหน้าคุมก็หละหลวมมาก ปล่อยปละละเลยสุดๆ ทำงานเหมือนให้หมดไปวันๆไม่ได้สนใจปัญหาของคู่ค้าอย่างแท้จริง นรีบๆปิด request ไปคุยไม่ทันจบก็ปิดๆอยู่นั่นแหละ

สุดท้าย หัวหน้าไม่มี ไม่รู้ ไม่สนใจปัญหาก็ดองค่ะ อยากให้แก้ไขจังเลยค่ะ

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ทำงานผิดพลาดได้ไม่ว่าหรอกค่ะ แต่ชอบ impose กฎใหม่มานี่ แล้วก็บอกกฎๆๆๆๆ สัญญาๆๆๆๆ มีใครไปตรวจสอบความเป็นธรรมบ้างมั้ยคะเนี่ย อยากจะตั้งขึ้นมาก็ตั้งแล้วก็บังคับเซ็น ไปรษณีย์ส่งทั่วประเทศ ems 500g ราคา 67 บาทนี่จ้าง outsource ส่งพื้นที่ห่างไกล คิด 220 บาท ถ้ามันจะแพงขนาดนี้แล้วส่ง 5-7 วันกว่าจะได้ก็ไปใช้ไปรษณีย์เถอะค่ะ ราคานี่เอาเปรียบกันจริงๆ คนรับภาระก็ตกไปที่ลูกค้าอีก แล้วก็บอกอ่อไม่อยากเซ็นก็เลิกขาย ถ้าเลิกขายได้เลิกแน่นอนค่ะ แต่ตอนนี้ยังเห็นประโยชน์อยู่ แต่ถ้ามีคู่แข่งของคุณเค้าทำได้ดีกว่าคุณแล้ว ดิฉันก็พร้อมย้ายแน่นอนค่ะ

จนดิฉันว่าค่าคอมที่ L เก็บดิฉันไป พอๆกับเงินเดือนพนักงานเค้าดือนนึงนี่คงไม่สำคัญเท่าไหร่ ดิฉันก็ตั้งเป้าไว้ว่าหากดิฉันมีช่องทางการจำหน่ายที่แข็งแกร่งพอ จะยกเลิกการขายกับ L เป็นอย่างแน่นอน เพราะมีแต่เอาเปรียบคู่ค้าหรือถ้าจะมีบริษัทคู่แข่งตั้งขึ้นมาแล้ว หรือเค้าเริ่มจะคำนึงถึงผลประโยชน์ในการค้าขายร่วมกันสูงสุดนี่ได้ คงจะเจริญรุ่งเรืองมากกว่านี้แน่นอนค่ะ

ช่วงต้นปีจนถึงกลางๆปีดิฉันขายถูกมุบมิบทุกเดือน เดือนละ 100-200 จนจิตตก ต้องมานั่งตรวจ ตรวจแล้วก็เจอ เจอแล้วก็รอไม่รู้ว่าเงินของเราเอง ทำไมมันเหมือนไม่ใช่เงินของเรา กว่าจะคืนมาให้ได้นี่ ค้างเป็น2-3 เดือน ดิฉันก็นั่งร้องไห้ทุกครั้งที่ถูกเอาเปรียบ จริงๆเงินก็เป็นจำนวนนิดเดียว แต่รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง เราไม่ได้ตกลงกันแบบนี้ไว้

โชคดีที่ได้ไปเรียนกับครูอ้อย เข็มทิศชีวิต ครูอ้อยก็บอกอยากได้อะไรให้พูดๆ ดิฉันเลยพยายามชมๆ เค้าไปบ้างว่าทำงานดี ทำงานเร็ว คำนึงถึงคู่ค้ามากๆ ฉลาดมากๆ ก็ดีขึ้น แก้ปัญหาให้ได้บ้าง อันไหนดิฉันรู่ว่าจิตตกแน่นอนก็เลยปล่อยไปก็ได้ แต่ก็ยังเซงบ้างที่เงินของเรา มาถูกเอาไปโดยที่เราไม่ได้เต็มใจ ไม่ได้ตามที่ตกลงกัน


**Highlight** จนปลายปีมาเจอกฎใหม่ เก็บ 1500 บาทถ้าทราบว่าคู่ค้าโทรยืนยันออเดอร์กับลูกค้า บอกตามสัญญา อยู่ดีๆก็ร่างใหม่อีกแล้วค่ะ สัญญาทุกอย่างควรขึ้นอยู่กับการใช้งานได้จริง อยู่ดีๆ L อยากจะเพิ่มเมื่อไหร่ก็เพิ่มไม่ค่อยได้สนว่าใช้งานจริงได้หรือเปล่า เหมือนไม่ได้ลองมามองในมุมคู่ค้าเองเลยซักนิด มัวแต่ตัดผลประโยชน์ของคู่ค้า คิดแต่ผลประโยชน์ตัวเอง แล้วใครเค้าจะอยากมาขายกับคุณเนี่ย ถ้าเป็นรายใหญ่ๆด้วยกันเองก็อาจจะไม่สนเพราะพนักงานส่วนใหญ่เค้าก็ถือว่าเป็นเงินของบริษัทไม่จำเป็นต้องเรียกร้องสิทธิ์อะไรขนาดนั้นอยู่แล้ว

ทั้งนี้ก็ขอลงท้ายว่า ดิฉันเชื่อว่า L เห็นผลประโยชน์ของคู่ค้าสูงสุด อะไรแก้ได้ปรับได้ก็กรุณาปรับซะเถอะค่ะ ก่อนที่คู่แข่งคุณในอนาคตเค้าจะมองเห็นช่องว่างของความไม่เป็นธรรม(ที่คุณอ้างว่ามันคือสัญญา) แล้วมาทำแข่งกับคุณ ลูกค้าก็จะได้รับสินค้าเร็ว และการบริการที่ดีขึ้นค่ะ

ข้อดีจริงๆก็มีเยอะค่ะเดี๋ยวหาว่าตำหนิอย่างเดียว L ทำให้ดิฉันขายของได้เยอะขึ้นมากๆค่ะ

จบแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่รับฟัง

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่