ตามหาสายหมอกที่หาย @เขาค้อ เพชรบูรณ์

สวัสดีครับ นี่เป็นรีววิว หรือกระทู้ที่ 3 ที่เขียนนะครับ แต่คิดว่าขอเรียกว่าบันทึกการเดินทางของผมจะดีกว่าน่ะครับอาจจะยังให้ข้อมูลต่างๆได้ไม่ชัดเจนเท่าไรครับ แต่ก็ถิอว่ามาแชร์ประสบการณือันน่าประทับใจแล้วกันนะครับ ยังไงออกตัวก่อนว่าหากอ่านแล้วยังไง งงๆ หรือว่ามีภาษาผิดๆถูกๆยังไงก็ต้องขอกราบ ขมาลาโทษกันวัน ณ ที่นี้ด้วยน่ะครับ
    การเดินทางครั้งนี้มันเริ่มจากเพื่อนตัวดี มาคุยอวดอ้างถึงความสวยของภูทับเบิก กับ บรรยากาศดีๆ บวกกับว่า กทม.ร้อนจนแทบไม่ได้สัมผัสอากาศหนาวๆ อยากไปจับหมอกมอง วิว รับลมหนาวๆ แถมยัง คิดถึงเพื่อนสาวเมืองพิจิตรที่ย้ายกลับไปทำงานเลยอยากจะเจอหน้าแล้วไปเที่ยวกันครบๆ แผนการเดินทางมันเลยเริ่มขึ้นครับ

      เราวางกำหนดการเดินทางไว้ ในวันที่ 26 – 27 ธค 59 นี้  ผมคำนวนระยะทางกับเวลาในการเดินทาง จากการดูเส้นทางใน Google Map  แล้ววางแผนเส้นทางการเที่ยวน่ะครับ  คิดไว้ว่า จะออกเดินทาง เช้ามืดวันเสาร์ที่ 26 เวลา 03:00 น. จาก กทม และมุ่งตรงไป รับเพื่อนสาวที่บ้านที่ จ. พิจิตร และ หลังจากนั้นก็มุ่งตรงไป ภูทับเบิกแล้ว ไล่แวะเที่ยวตามสถานที่ต่างๆลงมา เพื่อมายังจุดกาง เต็นท์ ที่ ไปรษณีย์ ภูทับเบิก เพื่อนอนค้าง 1 คืน
   แน่นอนครับ ตาม สไตล์นัดเพื่อน (คิดว่ากลุ่มไหนก็น่าจะมีโมเม้นนี้น่ะ 55555) นัดตีสามออกเดินทาง สรุป ตีสามเพิ่งตื่นออกจากบ้าน 55 ด้วยว่าเหนื่อยเพลียจากการทำงานในเย็ฯวันศุกร์ ( แอบมีปาร์ตี้คริตมัสนิดนึง55) ถึงจุดรวมพล หน้า เซ็นทรัลเวสเกจ สรุปกว่าจะหาอะไรรองท้อง หากาแฟ นั่งคุยสรุปแผนการเดินทาง ออกเดินทางล้อหมุนจริงๆ 04:30 น. โดยประมาณครับ

     เส้นทางที่ใช้ เราเริ่มออกเดินทาง โดยมุ่งหน้า ออกทาง ถนนเส้น บางบัวทอง ตัดไปทาง มุ่งหน้า บางประอิน  เพื่อ เข้าสู่ ถนนสายเอเชีย ขึ้นเหนือ  วิ่ง ตรงยาวๆไป หลังจากนั้นแยกเข้า ตากฟ้า เพื่อ มุ่งหน้าเข้ายังตัวเมืองพิจิตรไปรับเพื่อนสาว (เพื่อนบอกว่าทางนี้เป็นทางลัดครับ ) ขอแนะนำ สองข้างทาง ช่วงเช้ามืด แถวตากฟ้าต้องบอกว่า บรรยากาศดีมากครับ มีทุ่งดอกทานตะวัน ทุ่งดอกปอเทืองเต็มไปหมด แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้จอดถ่ายรูปเลยเพราะต้องรีบทำเวลา เพื่อให้ไปถึง ภูทับเบิกไม่สายเกินไป (ช่วงวันหยุดปีใหม่ใครอยู่ใกล้ๆแถวตากฟ้าผมแนะนำเลยครับหาเวลาไปถ่ายรูปทุ่งตอกทานตะวัน ดอกปอเทือง สวยจริง วิวดีจริงครับ )

         8:30 น. ถึง ตัวเมืองพิจิตร รีบมุ่ง ตรงไปยังร้านเพื่อนสาวทันที พอไปถึงสรุป คือ ต้องอยู่ ช่วยงานที่บ้านช่วงใกล้เทศกาลลูกค้าเยอะ (แอบช่วยกันอ้อนคุณแม่เพื่อน แต่แม่ Strong มากกกก ครับ 555) ถึงเวลานี้ เราจึงต้องเปลี่ยนแผน จากที่วางไว้เนื่องจากเวลา ที่วางไว้เรทออกมามาก ถ้าขึ้นไปภูทับเบิก ก็อาจร้อนและไม่ได้สัมผัสหมอกแล้ว บวกกับว่า คุณแม่ของเพื่อน เตรียมอาหารไว้รอ ( เรื่องกินมันเรื่องใหญ่อ่ะเนอะ 555) แถมแม่เป็นห่วงเห็นว่าออกมากันแต่เช้ามืดกลัวขับรถไม่ไหว เลยเปิดรีสอร์ทให้นอนพัก กันก่อนเดินทางต่อ สรุปกินอิ่มเจอแอร์เย็นๆ นอนกันยาวว จนเที่ยง กว่าจะได้ออกเดินทางต่อก้เกือบ บ่ายโมงเลยทีเดียว แถมพี่ชายและเพื่อนยังให้ขนม ให้น้ำ ฝากมาเที่ยวอีกเพียบ (แอบสงสารเพื่อนยืนตาละห้อย อดไปด้วย จริงๆครับ 555)

        หลังจากนั้นมุ่งหน้าออกจากพิจิตร ใช้เส้นทาง ผ่านจังหวัดพิจิตรมุ่งตรงเพชรบูรณ์ เพื่อไปยังจุดกางเต็นท์เลย ใช้เวลาจากพิจิตรถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์ 2 ชม. กว่าๆ เราเลยจอดเพื่อนซื้อของกินของใช้จำเป็นครับ โดยตลาดที่เราแวะซื้อของ เป็นเส้นทางที่ตรงขึ้นเขาค้อ อยู่แล้วด้วย ต้องบอกว่าการเดินทางค่อยข้างสะดวกสบายมากครับ ถนนดี มีตลาดให้แวะซื้อของจำเป็นก่อนขึ้นไปข้างบน  อ๊ะของพร้อม คนพร้อมไปต่อ Let’sGo!!  


     ถนนบนเขา ค่อยข้างดีมากครับเหมือนเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ สองข้างทางก็มองวิวไปได้เพลินๆ อาจต้องใช้ความระมัดระวังนิดหน่อยเพราะค่อนข้างโค้งเยอะ


     โชคดีที่ผม มี วอ วิทยุสื่อสาร ไว้คุยกันตลอดทาง เคยแจ้งบอก ว่าใช้เส้นทางไหนหรือ จะแวะพักตรงไหน ทำให้การเดินทางสนุกขึ้น เพราะเหมือนได้คุยเล่นกันไปด้วยตลอดการเดินทาง แก้ง่วงได้ดีทีเดียวครับ


     พอถึงจุดกางเต็นท์ ไปรษณีย์ เขาค้อ ก็เวลา 15:00 น. กว่าแล้วคนค่อนข้างเยอะมาก  มาจับจองที่กางเต็นท์กันเกือบเต็มพื้นที่ เหลือเพื่อนที่ว่างนิดหน่อยแต่ก็ อาจได้วิวไม่สวยเท่าไร อาจเพราะเป็นจุดที่เปิดให้มีการกางเต็นท์ฟรี เลยทำให้นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ

เราจึงตัดสินใจ ออกมาหาจุดกางเต็นท์ที่ใหม่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน นั้นคือที่ โรงเรียนร่มเกล้า เขาค้อ เพชรบูรณ์  ที่นี่ มีค่าบริการจุดกางเต็นท์ และมีเต็นท์และอุปกร์ต่างๆให้เช่าครับ ราคาไม่แพง เทียบกับวิวที่ได้แล้วต้องบอกว่าโอเคมากครับที่นี่
หลังจากติดต่อ เรื่องขอเช่าพื้นที่กางเต็นท์และเช้าอุปกรณ์เรียบร้อยก็เริ่มลงมือกางเต็นท์กันเลยครับ ก่อนจะมืด
ช่วยกันแข็งแรง แข่งขันมากครับ 555555ความรู้สึกเหมือนได้มาเข้าค่ายลุกเสือ อีกครั้ง เราเลือก ด้านหน้าผาเลยครับเพราะคิดว่าเช้ามา เราจะมองเห็นวิว และได้สัมผัสหมอกแน่ๆ



    หลังจากกางเต็นท์เรียบร้อย ก็เริ่มลงมือหาของกินมื้อเย็น ซึ่งต้องบอกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ นักท่องเที่ยวค่อนข้างสะดวกสบายมากๆครับ ด้านอาหาร เพราะมีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของสด มีแม้กระทั่งร้าน ขายหมูกะทะ แบบ แล้วสามารถ สั่งไปกินที่เต็นท์เราได้ครับ ฉะนั้นใครมาเที่ยวมาพักที่แถวๆนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องการกินเลยครับ ( รสชาติดีด้วยครับ )




     มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่มากๆครับที่เรามานั่งในเต็นท์ปิ้งย่าง แถมช่วงหัวค่ำก็เริ่มมีลมหนาว พักมาไม่หยุดจนต้องไปหาเสื้อคุมมาใส่กันเพิ่ม กินไป คุยไป รับลมหนาวไป โอ้ยยย ฟินไปครับ ณ จุดนี้


      ด้านล่างมีหมู่บ้านมี ร้านค้าและ สถานที่ต่างๆ ช่วงกลางคืนเปืดไป ได้วิวสวยไปอีกแบบครับ เหมือนท้องฟ้ามืดๆแล้วมีดาว อยู่เต็มไปหมดครับ


ดึกๆชักหิวมาม่าหม้อรวมสิครับ55555 ครื้นเครงกันไป  นั่งกินนั่งเล่นกันอยู่จน เกือบ เที่ยงคืนก็แยกย้ายกันเช้านอนเพราะ อยากตื่นมาแต่เช้าเพื่อ ชมวิว ครับ


  . จบ วันแรกของการเดินทาง ติดตามวันที่ 2 ต่อด้านล่างน่ะครับบผม .
ติดตามชมภาพเต็มๆทั้งหมดได้ที่ : https://web.facebook.com/nattawat.ch/media_set?set=a.1086846791340185&type=3&pnref=story

ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่