เริ่มต้นปีใหม่ ด้วยการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย กันเถอะ

ยิ้มสวัสดีค่ะเพื่อนๆชาวพันทิป ก่อนอื่นขอเล่าประสบการณ์เรื่องการเงินของตัวเองให้ฟังคร่าวๆนะคะ ก่อนหน้านี้เราทำอาชีพ AE (ขายโฆษณาสื่อทีวี) เงินเดือนตอนเริ่มทำไม่เยอะค่ะ Start 13,000 เอง พอเริ่มขายได้มียอดค่าคอมมิชชั่น นายเห็นผลงานก็เพิ่มเงินเดือนเป็น 25,000 รวมค่าคอมอีกตกเดือนละประมาณ 7,000 แถมเรารับงานพิธีกรในวันหยุดอีก ได้เดือนละประมาณ 5000 คือ รวมๆ ได้เดือนละประมาณ 35,000-40,000 (ที่เล่านี้ไม่ใช่ให้อิฉานะคะเพราะมันมีจุดเปลี่ยนค่ะ)

                    แฟนเราก็เงินเดือนสูงพอใช้ได้ เดือนละ 50,000 เลยตกลงซื้อทาวน์โฮมราคา 2.5 ล้าน แต่ผ่อนนะคะไม่ได้ซื้อสด เพราะเงินเก็บเอามาซื้อเฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้านหมดไป 200,000 กว่าค่ะ Facepalm แต่...เงินเก็บยังคงเหลืออยู่ในบัญชีอีกแสนนิดๆ จุดเปลี่ยนมันเกิดขึ้นตรงที่แฟนเราออกงานงาน และเราก็มีปัญหาเรื่องงานเนื่องจากมีพี่ที่ทำงานเค้าเอาลูกค้าเราไปเป็นยอดของเค้า (ซึ่งเค้าเป็นน้องสาวเจ้าของบริษัท) แล้วเราก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่อยาก fight กับนาย อารมณ์โมโห เลยลาออกแบบกระทันหัน

                    ช่วงที่ลาออกตอนแรกมีความสุขมาก เพราะไม่ต้องกดดันยอดขายแล้ว เย้ (แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่กำลังมาคือหายนะ 555) พอเรากับแฟนลาออก สิ่งที่ทำสิ่งแรก คือ "เที่ยวพักผ่อน" ตะลอนภาคเหนือ (เพราะชะล่าใจว่าเรามีเงินเก็บ) แต่พอกลับจากเที่ยวเรากับแฟนเริ่มเบื่องานประจำก็เลยอยากลองขายของดู ขายเสื้อผ้า ขายน้ำ ดันทุรังขายของมาเกือบปี ซึ่งบอกตามตรงแบบไม่อายค่ะว่า "ไปไม่รอด" การทำธุรกิจแม้กระทั่งค้าขาย มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ประกอบกับเงินเก็บเริ่มหมดลงไปทุกที แถมค่าบ้านก็ขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว (เนื่องจากไม่อ่านสัญญาให้ละเอียด) คือ เรากับแฟนแค่อ่านคร่าวๆว่า 2 ปีแรก จ่ายเดือนละ 7,000 ปีต่อไปเดือนละ 19,000 แต่ที่ไหนได้ ปีที่ 2 ก็จ่ายเดือนละ 19,000 แล้วค่ะ ร้องไห้

                    เงินเก็บหมดไปกับค่าบ้าน ค่ารถ ค่าลงทุนค้าขาย จนเริ่มเป็นหนี้บัตรเครดิต และเรากับแฟนก็ไม่ลังเลที่จะเริ่มกลับมาหางานประจำอีกครั้ง แต่การกลับมาทำครั้งนี้ เหมือนเป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ เนื่องจากเรามีหนี้บัตรเครดิต และบ้านที่สูงมากขึ้น จึงต้องวางแผนด้านการเงิน เราโชคดีที่แฟนชอบดูพวก Coach ที่ปรับ Mindset ให้มีแนวคิดที่ดี ซึ่งต่างจากเรา เราไม่ชอบเลยขี้เกียจฟัง มันเครียด แต่ตอนนี้เปิดใจยอมรับฟังแล้วทำตามค่ะ ลืมบอกว่าเรากับแฟนซื้อบ้านตอนอายุ 29 แฟนเรา 27 (เราแก่กว่าแฟน 2 ปี) ปอกส้ม

                    ตอนนี้เรากับแฟนก็เริ่มกันใหม่ค่ะทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนเดิม ค่อยๆปลดหนี้ งดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เราได้ข้อคิดอะไรหลายอย่างเลยค่ะ

                    1.อย่าใจร้อนเรื่องงาน หากอยากเปลี่ยนงาน หรือมีปัญหาอะไร คิดไตร่ตรองตัดสินใจให้ดี
                    2.อย่าชะล่าใจกับเงินเก็บ เพราะถ้าคุณไม่รู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่นานเงินเก็บก็หมด
                    3.ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือย เราลองคำณวนดูว่าเราซื้อพวกเครื่องสำอางค์ เสื้อผ้า กินข้าวร้านแพงๆ หมดไปแต่ละเดือนเยอะมาก (แต่เราให้คุณพ่อคุณแม่ทุกเดือนนะคะ อย่าเพิ่งด่า อิอิ) ซึ่งถ้าเราคิดได้ตั้งแต่ตอนนั้น เราคงมีเงินเหลือเก็บมากกว่านี้อีก
                    4.การจะลงทุนทำธุรกิจ ก่อนอื่น ต้องศึกษาให้ดี ดูถึงสิ่งที่เราถนัด วิเคราะห์ลูกค้า คือ เราแค่คิดว่าขนาดขายโฆษณาว่าขายยากๆยังขายได้ ทำไมจะขายของง่ายๆไม่ได้ (คือ ชะล่าใจ แล้วก็พลาด แทนที่จะปังกลับพัง)
                    5.ต้องศึกษาเรื่องการเงิน เพราะไม่ได้มีในตำราเรียน พวกเรารู้วิธีหาเงิน แต่ไม่รู้วิธีใช้ มีมากใช้มาก วันนึงก็หมดค่ะ

                    ทั้งหมดทั้งมวลที่เล่ามานี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย (อย่างจริงจัง) ที่บอกว่าจริงจังเพราะที่ผ่านมาก็ทำค่ะแต่ไม่จริงจัง ลืมบ้างอะไรบ้าง ขี้เกียจ แต่ปีนี้ 2559 ต้องเป็นปีที่เราจะเรียนรู้ ไตร่ตรอง ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ปลดหนี้ และมุ่งสู่อิสรภาพทางการเงินค่ะ

                    ประหลาดใจส่วนโปรแกรมบัญชีรายรับรายจ่าย เพื่อนๆสามารถ download ได้ตาม link นี้ค่ะ https://www.mediafire.com/?bz33y0pkmyu66pc
ขอขอบคุณ สมาชิกหมายเลข 1214649 จากกระทู้ http://pantip.com/topic/32756252 สำหรับโปรแกรมรายรับรายจ่ายไว้ ณ ที่นี้ค่ะ เยี่ยม เราหวังว่าประสบการณ์จากเราจะมีประโยชน์กับเนื่อนๆบ้าง ไม่มากก็น้อยนะคะ ขอบคุณค่ะยิ้ม

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่