สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
ตำนานมันมีหลายทางมากๆครับ ที่ค่อนข้างแพร่หลายคือ ผู้คนในยุคนั้น (ราวๆ ศต. 16 - 17 ) นิยมปรุงยาจากพืชพรรณที่ให้ฤทธิ์หลอนประสาท โดยเป็นที่นิยมเสพในหมู่ผู้หญิง เนื่องด้วยสภาพสังคมที่ผู้หญิงในยุคนั้นค่อนข้างถูกกดขี่
ทีนี้พวกยาเหล่านี้โดยส่วนใหญ่จะใช้วิธีการชโลมบนผิวหนังตามจุดที่ไวต่อความรู้สึก เช่น รักแร้หรือจุดซ่อนเร้น แต่มันมีฤทธิ์ร้ายแรงถึงชีวิตหากโดสเป็นปริมาณมาก การใช้มือแต้มจึงเป็นเรื่องที่อันตรายเกินไป ด้วยภูมิปัญญาของผู้หญิงยุคนั้นจึงใช้ของที่มีอยู่ติดบ้านทุกบ้านมาช่วย . . . ใช่แล้ว ด้ามไม้กวาดพระเอกของเรานี่เอง
ทีนี้ ภาพที่ผู้หญิงใช้ด้ามไม้กวาดที่อาบยาเหล่านี้มาถูตรงจุดนั้น แล้วเกิดอาการหลอนประสาท แสดงอาการเมายา ทำให้เหมือนกับกำลังขี่ไม้กวาดลอยไปมา มันเลยเกิดเป็นเรื่องเล่าของผู้หญิงที่ปรุงยาด้วยเวทมนตร์และขี่ไม้กวาดลอยได้ . . . กลายเป็นแม่มดนั่นเอง
ทีนี้พวกยาเหล่านี้โดยส่วนใหญ่จะใช้วิธีการชโลมบนผิวหนังตามจุดที่ไวต่อความรู้สึก เช่น รักแร้หรือจุดซ่อนเร้น แต่มันมีฤทธิ์ร้ายแรงถึงชีวิตหากโดสเป็นปริมาณมาก การใช้มือแต้มจึงเป็นเรื่องที่อันตรายเกินไป ด้วยภูมิปัญญาของผู้หญิงยุคนั้นจึงใช้ของที่มีอยู่ติดบ้านทุกบ้านมาช่วย . . . ใช่แล้ว ด้ามไม้กวาดพระเอกของเรานี่เอง
ทีนี้ ภาพที่ผู้หญิงใช้ด้ามไม้กวาดที่อาบยาเหล่านี้มาถูตรงจุดนั้น แล้วเกิดอาการหลอนประสาท แสดงอาการเมายา ทำให้เหมือนกับกำลังขี่ไม้กวาดลอยไปมา มันเลยเกิดเป็นเรื่องเล่าของผู้หญิงที่ปรุงยาด้วยเวทมนตร์และขี่ไม้กวาดลอยได้ . . . กลายเป็นแม่มดนั่นเอง
แสดงความคิดเห็น
ทำไมพ่อมด เเม่มด ต้องขี่ไม้กวาด ขี่ไม้ถูไม่ได้หรอคะ555