วีซ่าแต่งงานเกาหลีไม่ยากอย่างที่คิด

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ใกล้ปีใหม่เลยมีเวลาว่างในวันหยุด ก็มานั่งคิดว่าปีที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง จะสิ้นปีแล้ว จะได้วางแผนปีต่อๆไปได้ ในปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเยอะมากๆ แปบๆกลายมาเข้าสมาคมแม่บ้านเกาหลีไปแบบงงๆ 555

พอมานึกย้อนก็ย้อนไปถึงการทำวีซ่าแต่งงานเกาหลี ซึ่งก่อนทำเนี่ย หาข้อมูลในอินเตอร์เนตเยอะมากๆ อ่านไปงงไป ทำไมรู้สึกมันยุ่งยากจังเลย แต่เอาจริงๆถ้ารู้จักวางแผนดีๆมันไม่ยากเลยค่ะ

แต่ตอนนั้นแม่บ้านเอ๋อมากค่ะ บินไปกลับเกาหลีอยู่หลายรอบเพราะความโง่ของตัวเอง

เอาล่ะ มาเริ่มขั้นตอนการเตรียมตัวกันเลยดีกว่า

ขั้นตอนการขอวีซ่าแต่งงาน

"กรุณาเตรียมเอกสารให้ครบก่อนจะมายื่น ไม่เช่นนั้นทางเจ้าหน้าที่จะไม่รับยื่นเอกสาร
คนไทยมายื่นเอกสารด้วยตัวเอง โดยคนเกาหลีไม่จำเป็นต้องมาด้วยกัน
หลังจากยื่นเอกสาร สามารถนัดวันสัมภาษณ์ได้หลัง 1 สัปดาห์เป็นต้นไป ตามแต่เวลาที่คนเกาหลีสะดวกมาเข้าสัมภาษณ์ด้วยกัน" เค้าไม่ได้กล่าว สถานทูตได้กล่าวไว้ ฮ่าๆๆ


ส่วนใครยังไม่จดทะเบียนแนะนำให้จดทะเบียนที่เกาหลีจะง่ายกว่าค่ะ เพราะเอกสารหลังจดแล้วเอามาใช้ในการขอวีซ่าได้เลยไม่ต้องรอแปลไปมาให้วุ่นวาย

****อันนี้ขั้นตอนจดทะเบียนสมรสนะคะ *****
http://tha.mofa.go.kr/webmodule/htsboard/template/read/new_legengreadboard.jsp?typeID=16&boardid=14080&seqno=706244&c=&t=&pagenum=1&tableName=TYPE_ENGLEGATIO&pc=&dc=&wc=&lu=&vu=&iu=&du=

กรุณาเตรียมเอกสารเหล่านี้มาให้ครบก่อนยื่นขอวีซ่า

1. แบบฟอร์มขอวีซ่า (visa application form)
2. รูปถ่ายของคนไทย 1 รูป (พื้นหลังสีขาว ขนาด 3.5 cm x 4.5 cm)
3. พาสปอร์ตและสำเนาพาสปอร์ตของคนไทย
4. เอกสารประวัติการขอหนังสือเดินทางของคนไทย
 (สามารถขอได้จากกระทรวงต่างประเทศ ขอเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ต้องรับรองเอกสารที่กรมการกงสุล)
5. สำเนาพาสปอร์ตของคนเกาหลี
6. ใบแสดงความสัมพันธ์การสมรส และใบแสดงความสัมพันธ์ครอบครัวของคนเกาหลี (ต้องไม่เกิน 3 เดือนหลังวันที่ออกเอกสาร)
7. แบบฟอร์มที่คนเกาหลีกรอก (แบบฟอร์มสำหรับสัญชาติเกาหลี 1 และ 2) 
8.  เอกสารแสดงรายการทรัพย์สินของคนเกาหลี (เช่น สำเนาสัญญาเช่าบ้าน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน)
9. ใบรับรองการทำงานของคนเกาหลี 
10. สำเนาใบจดทะเบียนบริษัทของบริษัทเกาหลี
11. ใบรับรองฐานะทางการเงินของคนเกาหลี
12. ใบประวัติอาชญากรรมของคนเกาหลี
13. ใบรับรองการเข้าอบรมโปรแกรมการแต่งงานระหว่างประเทศของคนเกาหลี
14. ใบตรวจสุขภาพของคนเกาหลี : ออกโดยโรงพยาบาล ต้องระบุโรคทั่วไป โรคเอดส์ กามโรค และสุขภาพจิต 
15. ใบตรวจสุขภาพของคนไทย: ฉบับภาษาอังกฤษเท่านั้น ออกโดยโรงพยาบาลใดก็ได้ แต่ห้ามออกโดยคลินิค ต้องระบุโรคทั่วไป โรคเอดส์ กามโรค และสุขภาพจิต ไม่ต้องรับรองที่กรมการกงสุล
16. ใบรับรองความประพฤติของคนไทย เอกสารจะออกเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ต้องรับรองจากกรมการกงสุลของไทย ใช้เวลาในการออกประมาณ 2-3อาทิตย์ รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อกองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 66-02-205-2168-9
17. ใบหลักฐานยืนยันความสามารถในการใช้ภาษาเกาหลี เช่น ผลสอบ TOPIK ระดับ 1 ประกาศนียบัตรการจบหลักสูตรภาษาเกาหลี 120 ชั่วโมงขึ้นไป จบการศึกษามหาวิทยาลัยในเกาหลี ปริญญาตรี-เอกด้านการใช้ภาษาเกาหลี (กรณียกเว้นสามารถดูรายละเอียดได้ในหัวข้อคุณสมบัติผู้ขอวีซ่าแต่งงาน)
18. แบบฟอร์มสำหรับสัญชาติไทย 
19. เอกสารเพิ่มเติมของคนไทย เช่นใบสำคัญการหย่า หรือใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล (เอกสารทั้งสองอย่างหากมี ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และรับรองที่กรมการกงสุล)

   * หากมีผู้แนะนำให้รู้จักกันต้องแนบสำเนาพาสปอร์ต หรือสำเนาบัตรประชาชนของผู้แนะนำมาด้วย

20. ในกรณีที่มีบุตรกับคนเกาหลีแล้ว ไม่จำเป็นต้องยื่นเอกสารข้อ 9-17/ ในกรณีตั้งครรภ์อยู่ ไม่จำเป็นต้องยื่นเอกสารข้อ 12-16

อันนี้ก็เป็นรายละเอียดจากเว็บสถานทูตเกาหลีใต้ในไทยกำหนดไว้

อ่านแล้วก็เกิดอาการมึนๆเล็กน้อย ขั้นแรกเลยที่เราต้องทำคือ

อันนี้เราต้องเตรียมจริงๆมีแค่ข้อ 1,2,3,4,15,16 และ 18

ให้คุณแฟน โอปป้าของเราไปลงคอร์ส 3 ชั่วโมงที่ทางเกาหลีเปิดอบรมให้กับผู้ชายเกาหลีที่จะแต่งงานกับชาวต่างชาติ
ที่เว็บไซต์นี้เลยค่ะ >>> http://www.hikorea.go.kr/pt/InfoDetailR_kr.pt?categoryId=1&parentId=1294&catSeq=&showMenuId=8
หรือ >>>>http://www.korea.go.kr/service/serviceInfoView.do?svcSeq=2585&ctyCode=110301

จากนั้นคุณโอปป้าก็จะรู้ว่าตัวเองต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เพราะจะช่วยเราได้ในระดับ 1
ถัดมาถ้าตอนนี้เราอยู่ที่ไทยก็ไปดำเนินการขอเอกสารใบรับรองความโสดจากที่ว่าการอำเภอตามภูมิลำเนาของตัวเอง โดยการพกพยานไปด้วยนะคะ แต่บางอำเภอถึงไม่พาไปพนักงานอาจจะเป็นให้ได้ เอาจริงๆตอนนั้นแม่บ้านพาเพื่อนไปด้วย 1 นาง ( คือตอนนั้นโง่มากจริงๆ กลับไปถ่ายพรีเวดดิ้งที่จังหวัดบ้านเกิดพอดี เลยได้ ไปดำเนินการเอกสาร แล้วไปกับเพื่อนคนเดียว จริงๆต้องเป็นญาติมั้ง โทรหาญาติให้วุ่น สุดท้าย เพื่อนก็ได้ โธ่!!!! )

คือเค้าต้องการคนมายืนยันว่าเราโสดจริงไม่เคยแต่งงานมาก่อนไรงี้

ขั้นตอนถัดไปนำเอกสารรับรองความโสดของเราไปแปล จริงๆแปลเองก็ได้นะคะ แล้วนำไปรับรองที่สถานกงสุล แต่ถ้าใครขี้เกียจก็นำเอกสารไปแต่เช้า(ถ้าอยากได้แบบด่วนๆ) ไปแปลที่สถานกงสุลตรงแจ้งวัฒนะ ชั้นสองขึ้นบันไดเลื่อนไปเป็นบูทตรงบันไดเลื่อนเลยจะเจอเจ้าหน้าที่รับแปลเอกสารรออยู่ก็เข้าๆไปติดต่อ พี่ๆเค้าจะให้คำแนะนำดีมากๆเลย ว่าถ้ารีบให้ทำอย่างไรบ้าง ถ้าไม่รีบทำยังไง

คร่าวๆเลยคือถ้ารีบ เราไปแต่เช้าก่อน 9 โมง(เผื่อเวลาแปลอย่างน้อย 30นาที) ซึ่งเป็นเวลาที่สถานกงสุลเปิดรับเอกสารเพื่อยืนยันการแปลแบบด่วนนั้นคือ  9 โมงเช้า
พอแปลเสร็จเราก็รีบวิ่งไปยื่นรับรองแปลเอกสารแบบด่วนก็ราคา 400บาทต่อหน้า(ถ้าจำไม่ผิด แหะๆ) รอรับเอกสารตอนบ่ายได้เลย

***ในการแปลเอาจริงๆ แปลแค่ภาษาอังกฤษแล้วไปรับรอง ส่วนภาษาเกาหลีให้คุณแฟนแหละแปลให้ไม่ต้องรับรองใดๆทั้งสิ้น***อันนี้ด้วยความไม่รู้ของตัวเองตอนแรกว่าต้องแปลเกาหลีด้วย ไม่รู้ที่เขตแื่นพนักงานจะโอเคมั้ยนะคะ ถ้าไปนั่งแปลเองแบบไม่มีการรับรอง

เพราะของแม่บ้านเองคุณสามีนางไปนั่งเขียนแปลที่อำเภอตอนจดทะเบียนสมรส 555

การรับรองเอกสารแบบด่วนก็จะรับได้ภายใน 1 วันแต่ถ้าไม่รีบก็ 2-3 วัน เสร็จแล้วเราก็ส่งเอกสารที่ผ่านการรับรองแล้วพร้อมกับพลาสปอร์ตตัวจริงไปให้คุณสามีเอาไปจดทะเบียนที่ว่าการอำเภอที่เกาหลีได้เลย (เราไม่ต้องไปก็ได้) เพราะต่อไปเวลามายื่นเอกสารต่างๆที่ไทยก็จะได้ง่าย (***เวลาส่งเอกสารก็จะใช้เวลาประมาณ 4-5วันทำการ )

หลังจากนั้นก็ให้คุณสามีจดทะเบียน รอสองถึงสามวันก็จะมีชื่อเราอยู่ในระบบของรัฐบาลเกาหลีก็ให้คุณสามีปริ้นเอกสารยืนยันว่าเราจดทะเบียนเรียบร้อยแล้วมาที่ไทยพร้อมเอกสารจากทางฝั่งเค้า ส่วนเราก็เตรียมเอกสารฝั่งเรารอ

ระหว่างรอคุณสามีมาก็เตรียเอกสารรอเลย
1.ไปขอเอกสารรับรองความประพฤติที่สำนักงานตำรวจตรงราชประสงค์ (อันนี้ต้องรอนานมากๆ ถ้าไม่มีเงินค่าเร่งงาน - -"ส่วนใหญ่จะโดนกันตั้งแต่ 1500 บาทขึ้นไป ใครไม่อยากจ่ายส่วนนี้ก็เผื่อเวลาไว้ขอเอกสารแต่เนื่นๆ เวลารอจริงๆแบบเสียค่าธรรมเนียมปกติคือ 100 บาท รอประมาณ1เดือน ++++)

2. ไปตรวจสุขภาพ ไปแต่เช้าๆก็ดีนะ เพราะต้องงดอาหารก่อนตรวจ 8ชั่วโมง เฉพาะโรงพยาบาลเท่านั้น คลีนิคไม่ได้ ขอเอกสารเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
ตอนนั้นแม่บ้านไปโรงพยาบาล นวมินทร์9 เพราะใกล้บ้านพนักงานน่ารัก ตอนนั้นตรวจสุขภาพคอร์สก่อนแต่งงานและเสริมตรวจสุขภาพจิต กลายเป็นเอกสาร 2 ใบ เสร็จง่ายๆ ไม่แพงมากด้วย

3.ถ่ายรูปก็ถ่ายที่กงสุลได้เลยตอนไปรับรองเอกสารมีตู้ให้ถ่ายอยู่ชั้นสองใกล้จุดถ่ายเอกสาร หรือที่บ้านใครมีเครื่องปริ้นรูปก็ถ่ายเองจะได้เลือกเองว่ารูปไหนโอเค เพราะบางทีถ่ายที่ร้านหรือตามตู้ รูปที่ออกมาช่างเจ็บปวด แถมรูปนั้นจะต้องอยู่ต่อไปในพาสปอร์ตเราไปอีกนานเลย
และนี่ค่ะ เว็บที่เค้าใช้บ่อยๆเวลาต้องการรูปทางการ ------>  http://www.idphoto4you.com


4.เอกสารประวัติการขอหนังสือเดินทางของคนไทยอันนี้ขอได้ใช้เวลาไม่นานที่กงสุลอีกเช่นเคย 100บาท ค่าเอกสาร
5. แบบฟอร์มก็กรอกให้เรียบร้อย download ได้จากลิ้งด้านบนค่ะแล้วกรอกเป็นภาษาอังกฤษนะ หรือจะเกาหลีก็ได้ค่ะถ้าใครเรียนภาษาเกาหลีมาแล้วกรอกได้
6.เตรียมพาสปอร์ตและสำเนาให้พร้อม
สำหรับเอกสารในข้อ 17 เรื่อง Topik ไม่ต้องมีก็ได้ถ้าทั้งคู่จบปริญาตรี (ใบจบการศึกษาอันนี้แฟนถามมาจากตอนที่นางไปอบรมมาเจ้าหน้าที่อบรมบอกว่าใช้แทนพวกผลสอบภาษาอังกฤษได้ค่ะ ส่วนใครมีผลสอบToeic อะไรก็สามารถยื่นได้ด้วยเหมือนกันค่ะ และยืนยันว่าใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร
อีกกรณีคือถ้าแฟนพูดภาษาไทยได้ อันนี้ไม่แน่ใจว่าต้องมีเอกสารอะไรเพิ่มมั้ย แต่คืดว่าไม่จำเป็นต้องใช้ผลสอบTopikเช่นกัน

***สุดท้ายถ้ามีเอกสารเปลี่ยนชื่อนามสกุลก็จัดการแปลแล้วยืนยันที่กงสุลให้เรียร้อย

เสร็จแล้วก็ถึงขั้นตอนการยื่นเอกสาร
ก็ไปยื่นคนเดียวได้เลยที่สถานทูตเกาหลี

เวลาในการยื่นเอกสารขอวีซ่า
วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-10.30 (หยุดวันเสาร์, อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะนัดวันสำหรับสัมภาษณ์มาโดยที่
เวลาในการสัมภาษณ์วีซ่าแต่งงาน

จะตรงกับวันอังคารหรือวันพฤหัสบดี เวลา 14.00-15.30 โดยประมาณกะเวลาให้ดีๆ
ของแม่บ้านเองอย่างที่บอกว่าวุ่นวายกับเอกสารมากๆเพราะความเอ๋อ บินไปบินมาจนสุดท้ายกว่าเอกสารจะครบเรียบร้อยก็ต้องบินกลับไทยมา 9 วันเพื่อยื่นเอกสารและรอสัมภาษณ์ คนเดียว!!! ย้ำว่าคนเดียว เพราะคุณสามีขี้เกียจมาด้วยแล้ว 555 และโชคดีซะจริงๆวันที่ได้นัดสัมภาษณ์คือวันก่อนเดินทางกลับเกาหลี 1 วัน คือสัมภาษณ์บ่ายวันพฤหัส เช้าวันศุกร์นางขึ้นเครื่องกลับเกาหลีจร้า คือที่กลับมาแค่ 9 วันจริงๆก็ไม่ชัวร์นะคะว่าจะผ่านมั้ย แต่ด้วยความมั่นใจฮ่าๆๆ และต้องรีบกลับไปเพราะตอนนั้นคุณยายตามมาเที่ยวที่เกาหลีด้วยละอยู่นานเป็นเดือนอะ นางติดใจเกาหลี แล้วนี่คือดิฉันกลับไทยแบบทิ้งคุณยายไว้คนเดียวกับโอปป้า ก็กังวลว่าจะคุยกันรู้เรื่องมั้ย แต่ก็ยังดีที่โอปป้าพาแกไปหาแม่สามีเลยได้ไปลั้นลากัน

ตอนสัมภาษณ์เลยออกแนวอ้อนบวกขอร้องท่านทูต เพราะท่านทูตถามว่าพรุ่งนี้ว่างมารับเอกสารวีซ่ามั้ย รีบตอบอย่างไว ไม่ได้ค่ะท่าน ท่านทูตใจดีเลยบอกให้ออกไปรอ 30นาที จากนั้นก็ได้เอกสารวีซ่ามาครอบครอง

หน้าตาแบบนี้

แต่หมดวีซ่าก็ใช่ว่าจะจบนะ เพราะหลังจากมาเกาหลีแล้ว ต้องปฏิบัตรตามนี้

นั้นคือให้คุณสามีไปลงอบรมก่อนการเข้ามาอยู่เกาหลีสำหรับเราคนชาวต่างชาติที่จะไปพำนักอยู่ที่เกาหลีที่เว็บไซต์นี้ค่ะ
http://www.socinet.go.kr/soci/main/main.jsp?MENU_TYPE=S_TOP_SY

หลังจากลงสมัครแล้วก็จะได้วันอบรมมา หลังจากอบรม 3ชั่วโมง (คนอบรมเป็นอาจารย์ชาวเกาหลี พูดเรื่องการใช้ชีวิต ไปจนถึงการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว พูดเป็นภาษาเกาหลี แต่จะมีล่ามเป็นชาวต่างชาติที่แต่งงานมาอยู่เกาหลีนานแล้ว เป็นแม่บ้านรุ่นพี่มาคอยแปล แถวให้คำปรึกษาด้วย )
หลังจากอบรมแล้วก็จะได้รับเอกสารยืนยันการอบรมก็นำเอกสารนั้นไปยื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีเพื่อทำเรื่องขอบัตรประชาชนต่างด้าว
ที่มีหน้าตาแบบนี้


ซึ่งบัตรนี้ทาง ตม.จะส่งมาให้ที่บ้านทางภายใน 1-2 อาทิตย์ค่ะ

อาจจะยาวไปหน่อยนะคะ แต่ยังไงก็ขอให้ทุกคนดำเนินการเอกสารการขอวีซ่าได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วนะคะ

แล้วมาเข้าสมาคมแม่บ้านเกาหลีกัน ถ้ามีอะไรสงสัยสามารถเข้าไปสอบถามได้ในเพจ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้นะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่