สวัสดีครับเพื่อนๆ หลังจากมีครอบครัวเป็นของตัวเอง ก็นั่งแอบอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ในห้องชานเรือนอยู่เป็นประจำ ซึ่งทุกครั้งก็จะได้ความรู้เพิ่มเติมกลับไปเพื่อใช้กับครอบครัวตัวเองต่อไป ขอบคุณเพื่อนๆไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
แต่แน่นอนเหรียญมักมี 2 ด้านเสมอ พันทิพก็เช่นกัน หลายๆครั้งมีคุณพ่อ หลายๆคนได้มาโพสระบายในที่นี้ โดยส่วนใหญ่จะมีปัญหาเกี่ยวกับคุณแม่ที่เป็นแม่บ้านเท่านั้น เช่น “แลกกันทำงานกันมั้ย ออกมาหาเงินเข้าบ้านเดือนละเยอะบ้าง ฉันจะทำงานบ้านให้ดู” ฯลฯ ก็เลยอยากจะบอกคุณพ่อๆเหล่านั้นครับ ว่าท่านระบายได้ แต่อย่านำไปปฏิบัตินะครับ มันมีแต่เสียกับเสีย
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่คุณภรรเมียเป็นแม่บ้านอย่างเดียว ขายของออนไลน์บ้างพอไม่ให้เหงา หลายครั้งก็มีความคิดอย่างคุณพ่อท่านอื่นๆเช่นกัน เพราะกลับบ้านเห็นบ้านรก ไม่ได้กวาด จานกองพะเนิน น้ำไม่มีในตู้เย็น ต้นไม้ไม่ได้รดน้ำ ผ้าไม่ได้ซัก ไม่มีข้าวให้กิน ฯลฯ (บางครั้ง มากกว่า 3 อย่างทิ้งไว้พร้อมๆ กัน) ทำให้ผมต้องคิดว่า “เฮ้ย ไปทำงานเหนื่อยๆ กลับบ้านมา ทำไมไม่ดูแลเราบ้าง เห็นแต่เล่นกับลูกอยู่นั่น“
ถึงตรงนี้มันก็เพียงพอที่จะทำให้คุณพ่อหลายคนตัดสินใจผิดพลาดไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะคุณพ่อวัยหนุ่ม หลายคนกลายเป็นพ่อบ้านใจกล้า เดินไปถามเมียด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว กลายเป็นเรื่องใหญ่โต จนเลิกกันก็มี หลายคนก็มีบ้านน้อยเพราะมีการเอาใจใส่ที่ดีกว่า
เห็นมั้ยหละครับ ผมก็ไม่ได้ต่างอะไรกับพวกคุณพ่อพวกนั้นแล้วหละ แต่เมื่อมันมีปัญหาเกิดขึ้น ผมต้องหาวิธีแก้ปัญหา เพราะผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นชาวพุทธด้วย ซึ่งพระพุทธเจ้าสอนเราเรื่องอริยะสัจ 4 ไว้งัย หลายท่านคงจำได้ ใช่ครับ ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ ถึงแก้ไม่ได้ก็ทำให้เบาลงได้ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า หรือบางท่านไม่เชื่อในวิธีพุทธ ก็ขอให้เชื่อในทางวิทยาศาสตร์ คือเมื่อมีปัญหา ให้สงสัย และตั้งสมมติฐาน เพื่อทดลองหาวิธีแก้ปัญหา เห็นมั้ยครับ พุทธศาสนา = วิทยาศาสตร์ แระ
เอาหละครับ พอมองเห็นปัญหากันบ้างหรือยัง? ปัญหาที่ผมยกตัวอย่างมานี้คือ “คุณพ่อไม่ได้รับการเอาใจใส่จากภรรยาเท่าที่ควรครับ” ไม่ใช่ “คุณแม่ไม่ทำงานบ้านนะครับ” อย่าสับสน
เมื่อเจอปัญหาแล้ว ก็มาหาสาเหตุที่ทำให้ปัญหามันเกิดดีกว่า ในที่นี้ผมจะตั้งสมมติฐานว่า “ทำไมคุณพ่อไม่ได้รับการเอาใจใส่จากคุณแม่ ?” แล้วก็วิเคราะห์หาสาเหตุ พบว่าสาเหตุของปัญหานี้มีหลักๆได้แก่
1. ลูก ด้วยที่ลูกยังเล็ก การเอาใจใส่ยังคงต้องมากเป็นพิเศษ เพื่อที่จะให้ลูกเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต
2. งานเสริมของคุณภรรเมีย ซึ่งต้องการจะแบ่งเบาภาระเราจากการทำงานนอกบ้าน เพื่อที่จะให้เราไม่ต้องทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว
3. ขนาดของบ้าน รวมถึงจำนวนสมาชิกในบ้าน ถ้าบ้านมีขนาดใหญ่ หรือมีสมาชิกหลายคน ทำให้งานของคุณภรรยาเพิ่มขึ้น
4. หน้าที่ของภรรยาที่มากขึ้น ทำให้ภรรยาต้องทำหน้าที่มากกว่า หน้าที่ของภรรยา คือ จะต้องทำหน้าที่ลูกสะใภ้ แม่ หรือแม้กระทั่งลูกของพ่อกับแม่เค้าเอง (โดยเฉพาะลูกคนโตของบ้าน) ทำให้หน้าที่เพิ่มขึ้นไปอีก
5. ความไม่พร้อมของครอบครัว ที่ยังไม่สามารถจะทำงานสบายๆ แล้วครอบครัวมีทุกอย่างได้
ขออนุญาตยกตัวอย่างคร่าวๆมาก่อน 5 ข้อ เพราะคิดว่า5 ข้อนี้น่าจะตรงกับหลายๆบ้านที่สุดแล้ว หลังจากได้สาเหตุของปัญหาก็ต้องมาวิเคราะห์แต่ละปัญหาเพื่อหาทางแก้กันก่อน
1. การเลี้ยงดูลูก เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ คุณพ่อ และคุณแม่ทุกคนต้องการเลี้ยงดูลูกน้อยด้วยตัวเองทั้งนั้น ดังนั้นต้องถามตัวเองว่าพร้อมที่จะให้คนอื่นช่วยเลี้ยงหรือไม่ โดยอาจจะฝากคุณย่าคุณยายเลี้ยง จ้างพี่เลี้ยงเด็ก หรือส่งสถานเลี้ยงเด็กเพื่อช่วยเลี้ยงบางช่วงเวลา ถ้าทำได้เวลาของคุณแม่จะเพิ่มขึ้น
ส่วนตัวผมเองขอให้ภรรยาเลี้ยงเองดีกว่าให้คนอื่นเลี้ยงไม่ไว้ใจ ครั้นจะไปฝากคุณแม่เลี้ยง ท่านก็แก่แล้ว แถมอยู่ ตจว.อีกต่างหาก คงคิดถึงลูกน่าดู ข้อนี้เลยขอผ่าน
2. งานของคุณภรรยา คงไม่แนะนำให้ห้ามทำ เพราะนี่เป็นสิ่งที่ทำให้คุณภรรยาได้สื่อสารกับสังคมนะครับ ผมคิดว่าการที่ใครซักคนทำแต่งานบ้านอย่างเดียว ไม่ได้เจอใครเลย คงเป็นเรื่องน่าเศร้านะครับ และอาจทำให้เกิดปัญหาครอบครัวอย่างอื่นได้ เช่นว่างจนจิตตก จนมีเวลามานั่งจับผิดสามีตัวเอง เป็นต้น
เพราะฉนั้น ถ้าไม่กินเวลาเยอะเกินไป ก็ให้ทำต่อเถอะครับ แต่ถ้าเยอะไป ก็ต้องคุยแระน๊า
3. ขนาดของบ้าน และจำนวนสมาชิกในครอบครัว ถ้าแต่งเข้าบ้านใคร คนนั้นต้องเป็นคนพูด แต่โดยส่วนใหญ่ที่เกิดปัญหาแล้วจะแต่งเข้าบ้านผู้ชาย และแยกบ้านออกมา ดังนั้นผู้ชายต้องเป็นคนคุยกับสมาชิกในครอบครัว ว่าขอบเขต และหน้าที่ของแต่ละคนมีอะไรบ้าง (รวมถึงคุณสามีด้วย) ไม่งั้นก็จ้างแม่บ้าน เพราะปัญหาที่เกิดส่วนใหญ่คือ งานทั้งหมดจะถูกโยนมาให้ลูกสะใภ้ ตั้งแต่กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ทำกับข้าว ล้างจาน ล้างห้องน้ำ ฯลฯ ดังนั้นการคุยกับทุกคนในบ้านจะเป็นประโยชน์มาก
4. เรื่องหน้าที่ต่างๆ ของภรรยา คุณสามี กับคุณภรรยา ต้องจับเข่าคุยกันอย่างจริงจัง เพราะหลายบ้านมีปัญหาเรื่องการทำหน้าที่ลูก ผู้ชายก็อยากดูแลพ่อแม่ ผู้หญิงก็เช่นกัน บางครั้งคุณภรรยากลับบ้านหาพ่อกับแม่เค้า ทำให้เค้าต้องชดเชยเวลากับงานอื่น แทนที่จะดูแลสามี เช่นกลับมาแพคของส่งลูกค้าเป็นต้น
5. ความพร้อมคืออะไร? ในสังคมทุนนิยม ความพร้อมคือ”
เงิน” ก่อนที่จะมีลูกที่กินเวลาส่วนใหญ่ของคุณแม่ไป คุณสามี และคุณภรรยา ต้องมีเงินเก็บจำนวนหนึ่ง และต้องวางแผนการใช้เงินค่อนข้างรัดกุม ซึ่งเราส่วนใหญ่ไม่ได้มีเงินถุง เงินถังมารองรับเหมือนบางครอบครัว เพราะทุกก้าวย่างของชีวิตลูกที่มีคุณภาพ ต้องใช้”
ความพร้อม” ตรงนี้ทั้งนั้น
ทีนี้เห็นรึยังครับว่าเวลาของคุณภรรยาไปไหน? ทำไมเค้าไม่ดูแลเราเหมือนตอนเป็นแฟนกัน? ดังนั้นใจเย็นๆนิดนึงนะครับเวลาจะพูดอะไร บ่นอะไร ใช้สตินิดนึง เวลาคนโกรธมักขาดสติ อาจทำให้เสียใจทีหลังได้ถ้าตัดสินใจผิดพลาด พาภรรยาไปเที่ยวบ้าง พาเค้าออกมาจากกิจกรรมปัจจุบัน เวลาของคุณก็จะได้คืนมาแระ แม้เพียงไม่กี่วันก็ตาม
และขออ้วนวอนถึงคุณภรรยาทั้งหลาย อยากให้คุณแบ่งเวลาให้สามีคุณบ้าง แต่งตัวสวยๆบ้าง ให้กำลังใจคุณสามีบ้าง อย่าให้เวลากับอย่างใดอย่างหนึ่งมากจนคุณลืมสามี และอย่าคิดว่าสามีจะไม่ไปไหน เพราะเวลาของสามีถูกลูกแบ่งไปจนจะหมดอยู่แล้วคร้าบ ความหวานจากตอนเป็นแฟนก็จะหายไปด้วยนะครับ
สุดท้ายนี้ขอย้ำฝากทุกคนไว้อีกครั้งนะครับ ว่าใช้สติทุกครั้งก่อนพูดอะไรออกไปครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ป.ล. [ช่วงคนอวดเมีย] โชคดีที่สุดที่คุณภรรยาของผมน่ารักที่สุดในสามโลก เป็น Super ภรรเมีย ในตำนานคนหนึ่งก็ว่าได้ รักนะ บวบๆ (อิอิ)
[มุมมองคุณสามี] สามี หรือภรรยา เหนื่อยกว่ากัน (วุ่นดีเนอะ ชีวิตครอบครัวเนี่ย )
แต่แน่นอนเหรียญมักมี 2 ด้านเสมอ พันทิพก็เช่นกัน หลายๆครั้งมีคุณพ่อ หลายๆคนได้มาโพสระบายในที่นี้ โดยส่วนใหญ่จะมีปัญหาเกี่ยวกับคุณแม่ที่เป็นแม่บ้านเท่านั้น เช่น “แลกกันทำงานกันมั้ย ออกมาหาเงินเข้าบ้านเดือนละเยอะบ้าง ฉันจะทำงานบ้านให้ดู” ฯลฯ ก็เลยอยากจะบอกคุณพ่อๆเหล่านั้นครับ ว่าท่านระบายได้ แต่อย่านำไปปฏิบัตินะครับ มันมีแต่เสียกับเสีย
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่คุณภรรเมียเป็นแม่บ้านอย่างเดียว ขายของออนไลน์บ้างพอไม่ให้เหงา หลายครั้งก็มีความคิดอย่างคุณพ่อท่านอื่นๆเช่นกัน เพราะกลับบ้านเห็นบ้านรก ไม่ได้กวาด จานกองพะเนิน น้ำไม่มีในตู้เย็น ต้นไม้ไม่ได้รดน้ำ ผ้าไม่ได้ซัก ไม่มีข้าวให้กิน ฯลฯ (บางครั้ง มากกว่า 3 อย่างทิ้งไว้พร้อมๆ กัน) ทำให้ผมต้องคิดว่า “เฮ้ย ไปทำงานเหนื่อยๆ กลับบ้านมา ทำไมไม่ดูแลเราบ้าง เห็นแต่เล่นกับลูกอยู่นั่น“
ถึงตรงนี้มันก็เพียงพอที่จะทำให้คุณพ่อหลายคนตัดสินใจผิดพลาดไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะคุณพ่อวัยหนุ่ม หลายคนกลายเป็นพ่อบ้านใจกล้า เดินไปถามเมียด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว กลายเป็นเรื่องใหญ่โต จนเลิกกันก็มี หลายคนก็มีบ้านน้อยเพราะมีการเอาใจใส่ที่ดีกว่า
เห็นมั้ยหละครับ ผมก็ไม่ได้ต่างอะไรกับพวกคุณพ่อพวกนั้นแล้วหละ แต่เมื่อมันมีปัญหาเกิดขึ้น ผมต้องหาวิธีแก้ปัญหา เพราะผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นชาวพุทธด้วย ซึ่งพระพุทธเจ้าสอนเราเรื่องอริยะสัจ 4 ไว้งัย หลายท่านคงจำได้ ใช่ครับ ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ ถึงแก้ไม่ได้ก็ทำให้เบาลงได้ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า หรือบางท่านไม่เชื่อในวิธีพุทธ ก็ขอให้เชื่อในทางวิทยาศาสตร์ คือเมื่อมีปัญหา ให้สงสัย และตั้งสมมติฐาน เพื่อทดลองหาวิธีแก้ปัญหา เห็นมั้ยครับ พุทธศาสนา = วิทยาศาสตร์ แระ
เอาหละครับ พอมองเห็นปัญหากันบ้างหรือยัง? ปัญหาที่ผมยกตัวอย่างมานี้คือ “คุณพ่อไม่ได้รับการเอาใจใส่จากภรรยาเท่าที่ควรครับ” ไม่ใช่ “คุณแม่ไม่ทำงานบ้านนะครับ” อย่าสับสน
เมื่อเจอปัญหาแล้ว ก็มาหาสาเหตุที่ทำให้ปัญหามันเกิดดีกว่า ในที่นี้ผมจะตั้งสมมติฐานว่า “ทำไมคุณพ่อไม่ได้รับการเอาใจใส่จากคุณแม่ ?” แล้วก็วิเคราะห์หาสาเหตุ พบว่าสาเหตุของปัญหานี้มีหลักๆได้แก่
1. ลูก ด้วยที่ลูกยังเล็ก การเอาใจใส่ยังคงต้องมากเป็นพิเศษ เพื่อที่จะให้ลูกเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต
2. งานเสริมของคุณภรรเมีย ซึ่งต้องการจะแบ่งเบาภาระเราจากการทำงานนอกบ้าน เพื่อที่จะให้เราไม่ต้องทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว
3. ขนาดของบ้าน รวมถึงจำนวนสมาชิกในบ้าน ถ้าบ้านมีขนาดใหญ่ หรือมีสมาชิกหลายคน ทำให้งานของคุณภรรยาเพิ่มขึ้น
4. หน้าที่ของภรรยาที่มากขึ้น ทำให้ภรรยาต้องทำหน้าที่มากกว่า หน้าที่ของภรรยา คือ จะต้องทำหน้าที่ลูกสะใภ้ แม่ หรือแม้กระทั่งลูกของพ่อกับแม่เค้าเอง (โดยเฉพาะลูกคนโตของบ้าน) ทำให้หน้าที่เพิ่มขึ้นไปอีก
5. ความไม่พร้อมของครอบครัว ที่ยังไม่สามารถจะทำงานสบายๆ แล้วครอบครัวมีทุกอย่างได้
ขออนุญาตยกตัวอย่างคร่าวๆมาก่อน 5 ข้อ เพราะคิดว่า5 ข้อนี้น่าจะตรงกับหลายๆบ้านที่สุดแล้ว หลังจากได้สาเหตุของปัญหาก็ต้องมาวิเคราะห์แต่ละปัญหาเพื่อหาทางแก้กันก่อน
1. การเลี้ยงดูลูก เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ คุณพ่อ และคุณแม่ทุกคนต้องการเลี้ยงดูลูกน้อยด้วยตัวเองทั้งนั้น ดังนั้นต้องถามตัวเองว่าพร้อมที่จะให้คนอื่นช่วยเลี้ยงหรือไม่ โดยอาจจะฝากคุณย่าคุณยายเลี้ยง จ้างพี่เลี้ยงเด็ก หรือส่งสถานเลี้ยงเด็กเพื่อช่วยเลี้ยงบางช่วงเวลา ถ้าทำได้เวลาของคุณแม่จะเพิ่มขึ้น
ส่วนตัวผมเองขอให้ภรรยาเลี้ยงเองดีกว่าให้คนอื่นเลี้ยงไม่ไว้ใจ ครั้นจะไปฝากคุณแม่เลี้ยง ท่านก็แก่แล้ว แถมอยู่ ตจว.อีกต่างหาก คงคิดถึงลูกน่าดู ข้อนี้เลยขอผ่าน
2. งานของคุณภรรยา คงไม่แนะนำให้ห้ามทำ เพราะนี่เป็นสิ่งที่ทำให้คุณภรรยาได้สื่อสารกับสังคมนะครับ ผมคิดว่าการที่ใครซักคนทำแต่งานบ้านอย่างเดียว ไม่ได้เจอใครเลย คงเป็นเรื่องน่าเศร้านะครับ และอาจทำให้เกิดปัญหาครอบครัวอย่างอื่นได้ เช่นว่างจนจิตตก จนมีเวลามานั่งจับผิดสามีตัวเอง เป็นต้น
เพราะฉนั้น ถ้าไม่กินเวลาเยอะเกินไป ก็ให้ทำต่อเถอะครับ แต่ถ้าเยอะไป ก็ต้องคุยแระน๊า
3. ขนาดของบ้าน และจำนวนสมาชิกในครอบครัว ถ้าแต่งเข้าบ้านใคร คนนั้นต้องเป็นคนพูด แต่โดยส่วนใหญ่ที่เกิดปัญหาแล้วจะแต่งเข้าบ้านผู้ชาย และแยกบ้านออกมา ดังนั้นผู้ชายต้องเป็นคนคุยกับสมาชิกในครอบครัว ว่าขอบเขต และหน้าที่ของแต่ละคนมีอะไรบ้าง (รวมถึงคุณสามีด้วย) ไม่งั้นก็จ้างแม่บ้าน เพราะปัญหาที่เกิดส่วนใหญ่คือ งานทั้งหมดจะถูกโยนมาให้ลูกสะใภ้ ตั้งแต่กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ทำกับข้าว ล้างจาน ล้างห้องน้ำ ฯลฯ ดังนั้นการคุยกับทุกคนในบ้านจะเป็นประโยชน์มาก
4. เรื่องหน้าที่ต่างๆ ของภรรยา คุณสามี กับคุณภรรยา ต้องจับเข่าคุยกันอย่างจริงจัง เพราะหลายบ้านมีปัญหาเรื่องการทำหน้าที่ลูก ผู้ชายก็อยากดูแลพ่อแม่ ผู้หญิงก็เช่นกัน บางครั้งคุณภรรยากลับบ้านหาพ่อกับแม่เค้า ทำให้เค้าต้องชดเชยเวลากับงานอื่น แทนที่จะดูแลสามี เช่นกลับมาแพคของส่งลูกค้าเป็นต้น
5. ความพร้อมคืออะไร? ในสังคมทุนนิยม ความพร้อมคือ”เงิน” ก่อนที่จะมีลูกที่กินเวลาส่วนใหญ่ของคุณแม่ไป คุณสามี และคุณภรรยา ต้องมีเงินเก็บจำนวนหนึ่ง และต้องวางแผนการใช้เงินค่อนข้างรัดกุม ซึ่งเราส่วนใหญ่ไม่ได้มีเงินถุง เงินถังมารองรับเหมือนบางครอบครัว เพราะทุกก้าวย่างของชีวิตลูกที่มีคุณภาพ ต้องใช้”ความพร้อม” ตรงนี้ทั้งนั้น
ทีนี้เห็นรึยังครับว่าเวลาของคุณภรรยาไปไหน? ทำไมเค้าไม่ดูแลเราเหมือนตอนเป็นแฟนกัน? ดังนั้นใจเย็นๆนิดนึงนะครับเวลาจะพูดอะไร บ่นอะไร ใช้สตินิดนึง เวลาคนโกรธมักขาดสติ อาจทำให้เสียใจทีหลังได้ถ้าตัดสินใจผิดพลาด พาภรรยาไปเที่ยวบ้าง พาเค้าออกมาจากกิจกรรมปัจจุบัน เวลาของคุณก็จะได้คืนมาแระ แม้เพียงไม่กี่วันก็ตาม
และขออ้วนวอนถึงคุณภรรยาทั้งหลาย อยากให้คุณแบ่งเวลาให้สามีคุณบ้าง แต่งตัวสวยๆบ้าง ให้กำลังใจคุณสามีบ้าง อย่าให้เวลากับอย่างใดอย่างหนึ่งมากจนคุณลืมสามี และอย่าคิดว่าสามีจะไม่ไปไหน เพราะเวลาของสามีถูกลูกแบ่งไปจนจะหมดอยู่แล้วคร้าบ ความหวานจากตอนเป็นแฟนก็จะหายไปด้วยนะครับ
สุดท้ายนี้ขอย้ำฝากทุกคนไว้อีกครั้งนะครับ ว่าใช้สติทุกครั้งก่อนพูดอะไรออกไปครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้