สวัสดีครับ
นี่เป็นรีวิวแรกของผมเลยในพันทิป
Trip ที่จะรีวิวนี้ พึ่งไปมาเมื่อต้นธันวาที่ผ่านมานี้เองครับ ทั้งหมด 7วัน 6คืน
แต่จะขอหยิบยกวันเดียวมารีวิวนะครับ อาจเพราะวันนี้ได้เจอเรื่องราวดีๆ น่าประทับใจ เหนือความคาดหวัง (+ไม่ Mass เกิน ฮ่าๆ)
จึงอยากมารีวิวเล็กๆน้อยๆ แบ่งปันให้ได้ชมครับ
.
.
.
โดยเริ่มแรกของเช้าวันนี้ ผมกับเพื่อนๆ เราไปลุยกันที่ "Fujiko F Fujio Museum" ก่อนเลยครับ!
+++++++++++++++++++++++
เราทุกคนย่อมมี “Hero” ในดวงใจ แม้จะโตเป็นควายขนาดนี้แล้ว
แต่ผมก็ยอมรับว่า “โดเรมอน” เป็นหนึ่งในฮีโร่ที่ผมชื่นชอบมากที่สุด จึงได้ตัดสินมาเยือนที่แห่งนี้
สารภาพว่า...
ก่อนมาที่นี่ ผมก็ค่อนข้างกังวลว่ามันจะออกมาโอเครึเปล่า
จะเป็นมิวเซียมที่วางโชว์แต่ผลงาน มีตัวหนังสือบอกเล่าประวัติอันยาวเหยียด
และก็คงเป็นภาษาญี่ปุ่นตามสูตร สกิลญี่ปุ่นขั้นเบบี๋แบบผมก็คงอ่านไม่ออก ถึงอ่านออกก็คงไม่อ่าน
และก็คงออกแบบมาเผื่อน้องๆเด็กๆด้วย แล้วเราจะโอเคไหมน้า?
ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้น
แต่...
“รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ” ตลอด ก่อน-ใน-หลัง มิวเซียม ต่างหาก! ที่เป็นส่วนผสมอันลงตัว สรรสร้างค์สิ่งที่เรียกว่า “Theme” ให้ผู้เข้าชมได้ “อิน” กัน!
//////////////////////////////////
โดยเมื่อมาถึง ยังไม่ทันจะก้าวขึ้นรถบัส ก็สังเกตเห็นถึง “รอยเท้า” ของคาแร็คเตอร์ ลากยาวววว ไปตามทางหน้าป้าย
เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกให้เรายืนต่อคิวตามรอยนี้
รอยเท้านำทาง 'ต่อคิวตรงนี้จ้า'
เมื่อรถบัสมาถึง เห็นก็รู้แล้วว่า เป็น Shuttle Bus ของมิวเซียม เพราะภายนอกรถ ถูกตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ลวดลายคาแร็คเตอร์ต่างๆ
ของอ.ฟูจิโกะ ไม่เฉพาะแต่โดราเอมอน แต่รวมถึงตัวละครอื่นๆด้วย
เมื่อก้าวขึ้นมาบนรถ เครื่องไม้เครื่องมือจุบจิบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “ห่วงจับ” หรือ “ปุ่มกดหยุดรถ”
ล้วนตกแต่งเป็นลายการ์ตูน ที่สอดคล้องกับสติ๊กเกอร์ภายนอก เช่น ถ้าภายนอกเป็นลายโดราเอมอน ภายในก็โดราเอมอน
ให้อารมณ์รถไฟใน Disney มาก
+++++++++++++++++++++++
เพียงอึดใจเดียว (10 น.) หลังจากที่บัสพาเราเลาะผ่านบ้านเมืองเล็กๆอันแสนเงียบสงบของเมือง Kawasaki City
ก็พาเรามาดรอปลงหน้ามิวเซียม
เมื่อลงมาปุ๊ป จะเจอกำแพงของมิวเซียมที่ดีไซน์ ทำเป็นตัวละครแอบมองเราอยู่ เรียกรอยยิ้มเล็กๆจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี
วันนี้ นทท. ค่อนข้างเยอะเลย ทุกคนต่างต่อคิวรอเจ้าหน้าที่เปิดประตูให้เข้าไป
แต่เป็นการรอที่ไม่เบื่อเลย เพราะได้มี ตู้กระจกที่ดิสเพลย์ข้างในเป็นตัวละครต่างๆในหลากหลายอิริยาบถ
ตลอดแนวยาวววว จากจุดที่ต่อคิวถึงหน้าทางเข้าเลย
ทั้ง ขนมปังช่วยจำของโนบิตะ, Now Showing หนังสั้นที่มีฉายอยู่ในมิวเซียมขณะนี้, ต้น Merry Christmas พร้อมหน้าพร้อมตากับทุกตัวละคร ฯลฯ
ระหว่างต่อคิว ก็ชมไปเพลินๆ
ภาพที่ออกมาจึงค่อนข้างฮา โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ปล่อยแถวให้เดินเข้าไป นทท. แต่ละกลุ่ม จะ “กระดึ้บ” ขยับเดินหน้า ‘ถ่ายรูป’ ตู้กระจก
และก็กระดึ้บ...ก้าวไปหนึ่งก้าว-หยุด-ถ่ายรูป และ ก้าวไปหนึ่งก้าว-หยุด-ถ่ายรูป เป็นแบบนี้เรื่อยไปจนถึงทางเข้า
และเมื่อหันมามองข้างหลัง...ทุกคนก็ทำตามเหมือนกันหมด 5555+
.
.
มีดิสเพลย์ตู้นึงที่ผมชอบมาก คือ เป็นคำ Welcome ในภาษาต่างๆ และหนึ่งในนั้นมีภาษาไทยด้วย!...”ยินดีต้อนรับ”
เห็นภาษาแม่ในถิ่นต่างแดนแล้ว รู้สึกปลื้มแบบบอกไม่ถูก 55
"ยินดีต้อนรับ"
.
.
เสียดาย…
ที่ทางมิวเซียมไม่อนุญาตให้ผู้เข้าชม ทำการเก็บภาพใดๆเลยยยยแม้แต่น้อย! ในโซนการจัดแสดงผลงานของ อ.ฟูจิโกะ
ไม่ว่าจะเป็น
-ผลงานต้นฉบับจริงของอาจารย์ก่อนทำการตีพิมพ์
-ภาพถ่ายส่วนตัวมากมายของอ. ที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจสรรสร้างตัวละครต่างๆในภายหลัง
-บันทึกการสัมภาษณ์ลูกสาวทั้ง 3 ของอาจารย์ ถึงชีวิตในวัยเด็ก ว่าชีวิตส่วนตัวคุณพ่อเป็นคนยังไง
-โต๊ะทำงาน+อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องเขียน อันเรียบง่าย ที่เนรมิตผลงานระดับโลก
ซึ่งผลงานเหล่านี้แต่ละชิ้นมีคุณค่าทางใจ ล้วนประเมินค่าไม่ได้เลย
สิ่งที่ผมขอชื่นชมทางมิวเซียมมากคือ
ก่อนเข้าเจ้าหน้าที่จะแจกเครื่อง Audio ให้ทุกคนถือฟัง โดยเราสามารถเลือกภาษาได้ (แต่ไม่มีภาษาไทย)
จุดที่มีการบรรยายเรื่องราวต่างๆ จะมีโชว์ตัวเลข ขึ้นมา เช่น จุดนี้โชว์เลข 10 เราก็กด 10 ...จุดนั้นโชว์เลข 55 เราก็กด 55
ก็จะมีเสียงบรรยายออกมา โดยเราต้องแนบหูฟัง หรือ ใช้หูฟังส่วนตัวเสียบกับ Audio ก็ได้ เป็นการขจัดอุปสรรคด้านภาษาได้เป็นอย่างดี
เพราะดูจาก นทท. ที่มาแล้ว มีหลายชาตือยู่เหมือนกัน ไม่ใช่เฉพาะแค่คนญี่ปุ่นเท่านั้น
++++++++++++++++++++++++++
ดื่มด่ำมาพักใหญ่
ก็ได้เข้าสู่โซน People’s Plaza จุดนี้ถ่ายรูปได้แล้วครับ และ เป็นจุดที่ผมรอคอยมานาน เพราะ My all-time hero…“โดราเอมอน”
นั่งคาบโดรายากิ รอให้ผมไปถ่ายรูปอยู่ 555 เจ้าม่อนจุดนี้เหมือนเป็น Landmark ของมิวเซียมเลยครับ นทท. ‘ต่อคิว’ ถ่ายรูปกันยาวเหยียด
และ นางเอกจำเป็นที่ (จำใจ) ทำหน้าที่ถ่ายรูปให้แก่ทุกคน ก็หนีไม่พ้นบรรดาเจ้าหน้าที่สาวสวย ที่ยืนคุมบริเวณนี้อยู่
ผมเห็น...เจ้าหน้าที่ถึงกับต้อง “สับเปลี่ยน” เจ้าหน้าที่คนอื่นมาช่วยถ่ายรูปให้เลย 555+
ในที่สุดเราก็ได้เจอกันซะที
ซูมๆ
ม่อนกำลังอ่านอะไรอยู่น้า?
.
.
.
บริเวณนี้เอาใจน้องๆหนูๆสุดๆ
-มีเครื่องเล่น Interactive ลักษณะคล้ายพู พอเอามือไปแตะ จะเป็น Interactive ภาพโดราเอมอนเคลื่อนไหวไปมา
-ตู้กาชาปอง ที่เห็นน้องๆอ้อนขอตังค์แม่กดแล้วกดอีก
-ตู้โทรศัพท์ ที่หลายคนเข้าไป Act ท่าถ่ายรูป Coolๆ
-ดิสเพลย์น่ารักๆ เสมือนเราเป็นผู้กำกับ
เด็กๆวิ่งเล่นกันพลุกพล่าน ครึกครื้นมากครับ ^^
เดิน (วิ่ง) เล่นแถวนี้ได้ซักพัก ก็ขอแวะเข้าห้องน้ำหน่อย และพบกับจุดนึง เป็นอีกจุดที่ผมขอชื่นชมทางมิวเซียมมากๆ คือ
ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ที่นี่...เป็น “น้ำอุ่น”!!
ซึ่งหายากมากในหน้าหนาวแบบนี้ ที่อื่นๆแม้แต่ในโรงแรม ห้าง ออฟฟิศ ยังเป็นน้ำเย็น (เจี๊ยบ) ที่หากแช่ล้างมือนานๆ
ทำเอามือชาได้อยู่เลย แต่ที่แห่งนี้กลับเป็นน้ำอุ่น ใส่ใจรายละเอียด+คำนึงถึงลูกค้ามาก! ^^
(ส่วนหนึ่งเพราะลูกค้าหลายคนที่นี่เป็นเด็กเล็กด้วย)
+++++++++++++++++++++++
เสร็จแล้วก็ได้รอบเวลาดูหนังสั้น จริงๆเข้าไปดูแต่ภาพแหล่ะ เพราะฟังแทบไม่รู้เรื่อง 55 (แต่หนังเค้าทำดี) จากนั้น
เราขึ้นไป Rooftop ชั้นดาดฟ้า ซึ่งน่าจะเป็น Highlight ของมิวเซียมนี้เลยก็ว่าได้ เพราะสวยมากกกกก!
เป็นชั้นที่จัดแสดงหุ่นตัวละครต่างๆในหลากหลายอิริยาบถ ให้เราได้ถ่ายรูปเล่นกัน
ทั้ง โดเรมอน โดเรมี, ท่อ 3 ท่อในตำนาน (ผมลงทุนถึงกับมุดเข้าไปถ่าย 55), ประตูไปที่ไหนก็ได้, ไดโนเสาร์ของโนบิตะ ฯลฯ
ขอบอกว่า 'ตะลึง' กับภาพนี้สุดๆ
ไดโนเสาร์ของโนบิตะ
"ความไร้เดียงสาของเด็กๆ มอบรอยยิ้มให้เราได้เสมอ"
ช่วงที่ผมไป อากาศเป็นใจจริงๆ อากาศหนาวๆหลักหน่วย ลมเย็นๆอ่อนๆจากบรรดาต้นไม้ใหญ่ที่ปกคลุมล้อมรอบบริเวณนี้
คราบของใบไม้เปลี่ยนสียังเหลือเค้าลางให้ได้เชยชมเป็นขวัญตา เมื่อมองลงไป เบื้องล่างเป็นวิวทิวทัศน์ของเมือง Kawasaki City
อันเงียบสงบ บ้านเรือนหลังเล็กๆ นานๆรถแล่นผ่านมาที มีคลองใสๆหน้ามิวเซียมไหลผ่าน
(ผมว่าเมืองนี้น่าสนใจมาก มีโอกาสคราวหน้า ต้องมาสำรวจให้ได้)
Kawasaki City...ไว้จะกลับมาอีก
อีกหนึ่งความปลาบปลื้มคือ ภาพของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาปัดกวาดเศษใบไม้ที่ร่วงลงพื้นอย่าง “ขะมักเขม้น”
แม้มันจะไม่ได้รกสกปรกอะไรเลย ผมนี่อดใจไม่ไหว เดินเข้าไปเอ่ยปากชมเลย “ที่นี่สะอาดมากเลย ขอบคุณนะคร้าบบ”
"ที่นี่สะอาดมากเลย ขอบคุณนะคร้าบบ"
แต่ตัวหล่อของงาน คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเจ้าปาร์แมน ที่นอนเก๊กท่าหยังกะอยู่ริมหาด
แสงสีจุดนี้ สวยจริงๆ!
////////////////////////////////////////////
เสร็จแล้วเราแวะซื้อของที่ระลึกซะหน่อย ซึ่งก็หนีไม่พ้นบรรดาขนมกินเล่นอย่าง คุกกี้ ที่ใส่ลวดลายตัวละครต่างๆ
และชาร์จราคาอย่างบ้าคลั่ง (แต่ก็ดันซื้ออยู่ดี - -)
ผมและเพื่อนๆ เราปิดท้ายกันที่ Café ที่ตั้งอยู่ข้างๆ Rooftop บรรดาของทานเล่นถูกตกแต่งด้วยลายตัวละคร ซึ่งทำออกมาได้น่ารักดีครับ
ส่วนใครคาดหวังว่า รสชาติมันจะอร่อยรึเปล่า? ผมบอกทำใจได้เลยครับ เพราะมันธรรมดามากกกกก (เอาไปล้านตัว) แต่ ‘ราคา’ นี่กลับไม่ธรรมดาเลย ขนมปังทาเนยราดซอส + โกโก้ ล่อไปพันกว่าเยน Added Value สุดๆ! (TT)
เจ้าขนมปังทาเนย+โกโก้ นี้ล่อไปพันกว่าเยน TT
*** ผมได้มีเขียนถึงความประทับใจที่มีต่อที่แห่งนี้ + เรื่องราวน่าสนใจของญี่ปุ่น ใน FB Page: JapanPerspective
(
http://www.facebook.com/JapanPerspectives ) ฝากติดตามด้วยนะคร้าบบบ ^^
.
.
.
เสร็จจาก Doraemon เราก็ไปต่อกันที่ “Toranomon” เลย!!
『ตามหา Doraemon และไปต่อ Toranomon』…ก่อนปิดท้ายด้วยสวนสวยใจกลางกรุง “Hama Rikyu”
สวัสดีครับ
นี่เป็นรีวิวแรกของผมเลยในพันทิป
Trip ที่จะรีวิวนี้ พึ่งไปมาเมื่อต้นธันวาที่ผ่านมานี้เองครับ ทั้งหมด 7วัน 6คืน
แต่จะขอหยิบยกวันเดียวมารีวิวนะครับ อาจเพราะวันนี้ได้เจอเรื่องราวดีๆ น่าประทับใจ เหนือความคาดหวัง (+ไม่ Mass เกิน ฮ่าๆ)
จึงอยากมารีวิวเล็กๆน้อยๆ แบ่งปันให้ได้ชมครับ
.
.
.
โดยเริ่มแรกของเช้าวันนี้ ผมกับเพื่อนๆ เราไปลุยกันที่ "Fujiko F Fujio Museum" ก่อนเลยครับ!
+++++++++++++++++++++++
เราทุกคนย่อมมี “Hero” ในดวงใจ แม้จะโตเป็นควายขนาดนี้แล้ว
แต่ผมก็ยอมรับว่า “โดเรมอน” เป็นหนึ่งในฮีโร่ที่ผมชื่นชอบมากที่สุด จึงได้ตัดสินมาเยือนที่แห่งนี้
สารภาพว่า...
ก่อนมาที่นี่ ผมก็ค่อนข้างกังวลว่ามันจะออกมาโอเครึเปล่า
จะเป็นมิวเซียมที่วางโชว์แต่ผลงาน มีตัวหนังสือบอกเล่าประวัติอันยาวเหยียด
และก็คงเป็นภาษาญี่ปุ่นตามสูตร สกิลญี่ปุ่นขั้นเบบี๋แบบผมก็คงอ่านไม่ออก ถึงอ่านออกก็คงไม่อ่าน
และก็คงออกแบบมาเผื่อน้องๆเด็กๆด้วย แล้วเราจะโอเคไหมน้า?
ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้น
แต่...
“รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ” ตลอด ก่อน-ใน-หลัง มิวเซียม ต่างหาก! ที่เป็นส่วนผสมอันลงตัว สรรสร้างค์สิ่งที่เรียกว่า “Theme” ให้ผู้เข้าชมได้ “อิน” กัน!
//////////////////////////////////
โดยเมื่อมาถึง ยังไม่ทันจะก้าวขึ้นรถบัส ก็สังเกตเห็นถึง “รอยเท้า” ของคาแร็คเตอร์ ลากยาวววว ไปตามทางหน้าป้าย
เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกให้เรายืนต่อคิวตามรอยนี้
เมื่อรถบัสมาถึง เห็นก็รู้แล้วว่า เป็น Shuttle Bus ของมิวเซียม เพราะภายนอกรถ ถูกตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ลวดลายคาแร็คเตอร์ต่างๆ
ของอ.ฟูจิโกะ ไม่เฉพาะแต่โดราเอมอน แต่รวมถึงตัวละครอื่นๆด้วย
เมื่อก้าวขึ้นมาบนรถ เครื่องไม้เครื่องมือจุบจิบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “ห่วงจับ” หรือ “ปุ่มกดหยุดรถ”
ล้วนตกแต่งเป็นลายการ์ตูน ที่สอดคล้องกับสติ๊กเกอร์ภายนอก เช่น ถ้าภายนอกเป็นลายโดราเอมอน ภายในก็โดราเอมอน
+++++++++++++++++++++++
เพียงอึดใจเดียว (10 น.) หลังจากที่บัสพาเราเลาะผ่านบ้านเมืองเล็กๆอันแสนเงียบสงบของเมือง Kawasaki City
ก็พาเรามาดรอปลงหน้ามิวเซียม
เมื่อลงมาปุ๊ป จะเจอกำแพงของมิวเซียมที่ดีไซน์ ทำเป็นตัวละครแอบมองเราอยู่ เรียกรอยยิ้มเล็กๆจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี
วันนี้ นทท. ค่อนข้างเยอะเลย ทุกคนต่างต่อคิวรอเจ้าหน้าที่เปิดประตูให้เข้าไป
แต่เป็นการรอที่ไม่เบื่อเลย เพราะได้มี ตู้กระจกที่ดิสเพลย์ข้างในเป็นตัวละครต่างๆในหลากหลายอิริยาบถ
ตลอดแนวยาวววว จากจุดที่ต่อคิวถึงหน้าทางเข้าเลย
ทั้ง ขนมปังช่วยจำของโนบิตะ, Now Showing หนังสั้นที่มีฉายอยู่ในมิวเซียมขณะนี้, ต้น Merry Christmas พร้อมหน้าพร้อมตากับทุกตัวละคร ฯลฯ
ภาพที่ออกมาจึงค่อนข้างฮา โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ปล่อยแถวให้เดินเข้าไป นทท. แต่ละกลุ่ม จะ “กระดึ้บ” ขยับเดินหน้า ‘ถ่ายรูป’ ตู้กระจก
และก็กระดึ้บ...ก้าวไปหนึ่งก้าว-หยุด-ถ่ายรูป และ ก้าวไปหนึ่งก้าว-หยุด-ถ่ายรูป เป็นแบบนี้เรื่อยไปจนถึงทางเข้า
และเมื่อหันมามองข้างหลัง...ทุกคนก็ทำตามเหมือนกันหมด 5555+
.
.
มีดิสเพลย์ตู้นึงที่ผมชอบมาก คือ เป็นคำ Welcome ในภาษาต่างๆ และหนึ่งในนั้นมีภาษาไทยด้วย!...”ยินดีต้อนรับ”
เห็นภาษาแม่ในถิ่นต่างแดนแล้ว รู้สึกปลื้มแบบบอกไม่ถูก 55
.
.
เสียดาย…
ที่ทางมิวเซียมไม่อนุญาตให้ผู้เข้าชม ทำการเก็บภาพใดๆเลยยยยแม้แต่น้อย! ในโซนการจัดแสดงผลงานของ อ.ฟูจิโกะ
ไม่ว่าจะเป็น
-ผลงานต้นฉบับจริงของอาจารย์ก่อนทำการตีพิมพ์
-ภาพถ่ายส่วนตัวมากมายของอ. ที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจสรรสร้างตัวละครต่างๆในภายหลัง
-บันทึกการสัมภาษณ์ลูกสาวทั้ง 3 ของอาจารย์ ถึงชีวิตในวัยเด็ก ว่าชีวิตส่วนตัวคุณพ่อเป็นคนยังไง
-โต๊ะทำงาน+อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องเขียน อันเรียบง่าย ที่เนรมิตผลงานระดับโลก
ซึ่งผลงานเหล่านี้แต่ละชิ้นมีคุณค่าทางใจ ล้วนประเมินค่าไม่ได้เลย
สิ่งที่ผมขอชื่นชมทางมิวเซียมมากคือ
ก่อนเข้าเจ้าหน้าที่จะแจกเครื่อง Audio ให้ทุกคนถือฟัง โดยเราสามารถเลือกภาษาได้ (แต่ไม่มีภาษาไทย)
จุดที่มีการบรรยายเรื่องราวต่างๆ จะมีโชว์ตัวเลข ขึ้นมา เช่น จุดนี้โชว์เลข 10 เราก็กด 10 ...จุดนั้นโชว์เลข 55 เราก็กด 55
ก็จะมีเสียงบรรยายออกมา โดยเราต้องแนบหูฟัง หรือ ใช้หูฟังส่วนตัวเสียบกับ Audio ก็ได้ เป็นการขจัดอุปสรรคด้านภาษาได้เป็นอย่างดี
เพราะดูจาก นทท. ที่มาแล้ว มีหลายชาตือยู่เหมือนกัน ไม่ใช่เฉพาะแค่คนญี่ปุ่นเท่านั้น
++++++++++++++++++++++++++
ดื่มด่ำมาพักใหญ่
ก็ได้เข้าสู่โซน People’s Plaza จุดนี้ถ่ายรูปได้แล้วครับ และ เป็นจุดที่ผมรอคอยมานาน เพราะ My all-time hero…“โดราเอมอน”
นั่งคาบโดรายากิ รอให้ผมไปถ่ายรูปอยู่ 555 เจ้าม่อนจุดนี้เหมือนเป็น Landmark ของมิวเซียมเลยครับ นทท. ‘ต่อคิว’ ถ่ายรูปกันยาวเหยียด
และ นางเอกจำเป็นที่ (จำใจ) ทำหน้าที่ถ่ายรูปให้แก่ทุกคน ก็หนีไม่พ้นบรรดาเจ้าหน้าที่สาวสวย ที่ยืนคุมบริเวณนี้อยู่
ผมเห็น...เจ้าหน้าที่ถึงกับต้อง “สับเปลี่ยน” เจ้าหน้าที่คนอื่นมาช่วยถ่ายรูปให้เลย 555+
.
.
.
บริเวณนี้เอาใจน้องๆหนูๆสุดๆ
-มีเครื่องเล่น Interactive ลักษณะคล้ายพู พอเอามือไปแตะ จะเป็น Interactive ภาพโดราเอมอนเคลื่อนไหวไปมา
-ตู้กาชาปอง ที่เห็นน้องๆอ้อนขอตังค์แม่กดแล้วกดอีก
-ตู้โทรศัพท์ ที่หลายคนเข้าไป Act ท่าถ่ายรูป Coolๆ
-ดิสเพลย์น่ารักๆ เสมือนเราเป็นผู้กำกับ
เดิน (วิ่ง) เล่นแถวนี้ได้ซักพัก ก็ขอแวะเข้าห้องน้ำหน่อย และพบกับจุดนึง เป็นอีกจุดที่ผมขอชื่นชมทางมิวเซียมมากๆ คือ
ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ที่นี่...เป็น “น้ำอุ่น”!!
ซึ่งหายากมากในหน้าหนาวแบบนี้ ที่อื่นๆแม้แต่ในโรงแรม ห้าง ออฟฟิศ ยังเป็นน้ำเย็น (เจี๊ยบ) ที่หากแช่ล้างมือนานๆ
ทำเอามือชาได้อยู่เลย แต่ที่แห่งนี้กลับเป็นน้ำอุ่น ใส่ใจรายละเอียด+คำนึงถึงลูกค้ามาก! ^^
(ส่วนหนึ่งเพราะลูกค้าหลายคนที่นี่เป็นเด็กเล็กด้วย)
+++++++++++++++++++++++
เสร็จแล้วก็ได้รอบเวลาดูหนังสั้น จริงๆเข้าไปดูแต่ภาพแหล่ะ เพราะฟังแทบไม่รู้เรื่อง 55 (แต่หนังเค้าทำดี) จากนั้น
เราขึ้นไป Rooftop ชั้นดาดฟ้า ซึ่งน่าจะเป็น Highlight ของมิวเซียมนี้เลยก็ว่าได้ เพราะสวยมากกกกก!
เป็นชั้นที่จัดแสดงหุ่นตัวละครต่างๆในหลากหลายอิริยาบถ ให้เราได้ถ่ายรูปเล่นกัน
ทั้ง โดเรมอน โดเรมี, ท่อ 3 ท่อในตำนาน (ผมลงทุนถึงกับมุดเข้าไปถ่าย 55), ประตูไปที่ไหนก็ได้, ไดโนเสาร์ของโนบิตะ ฯลฯ
ช่วงที่ผมไป อากาศเป็นใจจริงๆ อากาศหนาวๆหลักหน่วย ลมเย็นๆอ่อนๆจากบรรดาต้นไม้ใหญ่ที่ปกคลุมล้อมรอบบริเวณนี้
คราบของใบไม้เปลี่ยนสียังเหลือเค้าลางให้ได้เชยชมเป็นขวัญตา เมื่อมองลงไป เบื้องล่างเป็นวิวทิวทัศน์ของเมือง Kawasaki City
อันเงียบสงบ บ้านเรือนหลังเล็กๆ นานๆรถแล่นผ่านมาที มีคลองใสๆหน้ามิวเซียมไหลผ่าน
(ผมว่าเมืองนี้น่าสนใจมาก มีโอกาสคราวหน้า ต้องมาสำรวจให้ได้)
อีกหนึ่งความปลาบปลื้มคือ ภาพของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาปัดกวาดเศษใบไม้ที่ร่วงลงพื้นอย่าง “ขะมักเขม้น”
แม้มันจะไม่ได้รกสกปรกอะไรเลย ผมนี่อดใจไม่ไหว เดินเข้าไปเอ่ยปากชมเลย “ที่นี่สะอาดมากเลย ขอบคุณนะคร้าบบ”
แต่ตัวหล่อของงาน คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเจ้าปาร์แมน ที่นอนเก๊กท่าหยังกะอยู่ริมหาด
////////////////////////////////////////////
เสร็จแล้วเราแวะซื้อของที่ระลึกซะหน่อย ซึ่งก็หนีไม่พ้นบรรดาขนมกินเล่นอย่าง คุกกี้ ที่ใส่ลวดลายตัวละครต่างๆ
และชาร์จราคาอย่างบ้าคลั่ง (แต่ก็ดันซื้ออยู่ดี - -)
ผมและเพื่อนๆ เราปิดท้ายกันที่ Café ที่ตั้งอยู่ข้างๆ Rooftop บรรดาของทานเล่นถูกตกแต่งด้วยลายตัวละคร ซึ่งทำออกมาได้น่ารักดีครับ
ส่วนใครคาดหวังว่า รสชาติมันจะอร่อยรึเปล่า? ผมบอกทำใจได้เลยครับ เพราะมันธรรมดามากกกกก (เอาไปล้านตัว) แต่ ‘ราคา’ นี่กลับไม่ธรรมดาเลย ขนมปังทาเนยราดซอส + โกโก้ ล่อไปพันกว่าเยน Added Value สุดๆ! (TT)
*** ผมได้มีเขียนถึงความประทับใจที่มีต่อที่แห่งนี้ + เรื่องราวน่าสนใจของญี่ปุ่น ใน FB Page: JapanPerspective
(http://www.facebook.com/JapanPerspectives ) ฝากติดตามด้วยนะคร้าบบบ ^^
.
.
.
เสร็จจาก Doraemon เราก็ไปต่อกันที่ “Toranomon” เลย!!