หุ้นมือถือเจ็บถ้วนหน้า JAS-TRUE หนีไม่พ้นเพิ่มทุน


หุ้นมือถือเจ็บถ้วนหน้า JAS-TRUE หนีไม่พ้นเพิ่มทุน
โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558

          ผลการประมูล 4จี บนคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ออกมาแล้ว บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ของกลุ่มจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ชนะไปในราคา 75,654 ล้านบาท สำหรับใบอนุญาตที่ 1 ส่วนใบอนุญาตที่ 2 สูงถึง 76,298 ล้านบาท ตกเป็นของบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ในกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) นักวิเคราะห์หลักทรัพย์มองว่าเป็นทุกขลาภของบริษัททั้งสองแห่ง และมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมือถือในระยะยาวเพราะมีผู้เล่นรายใหม่เกิดขึ้น และเป็นไปได้สูงมากที่ JAS จะต้องสร้างสงครามราคาเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรที่จะเกิดขึ้น ขณะที่ทุกบริษัทจำเป็นต้องมีการลงทุนขนาดใหญ่

          นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า บริษัทที่ชนะการประมูลในราคาที่สูงมาก ทั้ง JAS และ TRUE จะต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ เรื่องการได้มาของสินทรัพย์สูงกว่าทรัพย์สินที่มีอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ทั้งสองบริษัทจำเป็นต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ปัจจุบัน JAS มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป จำนวน 34,098 ล้านบาท แต่ประมูลมาในราคาสูงถึง 75,654 ล้านบาท จำเป็นต้องเพิ่มทุนครั้งใหญ่รองรับการขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์

          สำหรับ TRUE ที่มีงบการเงินย่ำแย่อยู่แล้ว เพราะบริษัทประสบปัญหาขาดทุนมานานหลายปี รอบนี้ประมูลใบอนุญาตมาได้ 2 ใบ รวมเป็นเงิน 1.1 แสนล้านบาท ขณะที่มีมาร์เก็ตแคป 178,407 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องใช้สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ แม้ว่าเพิ่งปลดหนี้ธนาคารไทยพาณิชย์ไป 4 หมื่นล้านบาท แต่ยังมีหนี้อยู่นับแสนล้านบาท

          "ทรูจะเอาเงินมาจากที่ไหน ต้องเพิ่มทุนแน่นอน กลุ่มซีพีใส่เงินเข้ามาแล้ว กลุ่มไชน่า โมบายล์ จะใส่เงินเพิ่มทุนด้วยไหมและจะขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมด้วยหรือไม่ ไม่ว่าจะเลือกเพิ่มทุนแบบไหน ก็จะมีผลกระทบต่อราคาหุ้นในกระดานอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น โดยเฉพาะ JAS ที่อาจจะไดรูมมาก"

          ด้านบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) นอกจากมีความเสี่ยงเรื่องธุรกิจแล้วหลังประมูลไม่ได้ จำเป็นต้องติดตามว่าจะปรับกลยุทธ์การตลาดและรับมือลูกค้าที่จะหนีไปอย่างไร เชื่อว่าจำเป็นจะต้องลงทุน 4จี เอง และจะต้องมีผลการดำเนินงานขาดทุนหลายปี ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้ถือหุ้น DTAC มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินปันผลอีกนาน หากบริษัทไม่ประกาศใช้นโยบายนำกำไรสะสมมาจ่ายเงินปันผล

          "หุ้นสื่อสารไม่น่าสนใจ และราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวลงต่อเนื่อง จะกลับเข้ามาลงทุนได้เมื่อไร ก็ต้องดูว่าแต่ละบริษัทมีการบริหารสภาพคล่อง ปรับแผนการลงทุนและใช้กลยุทธ์ด้านการตลาดมาเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งคงต้องรอเวลาอีกนานกว่าจะเห็นผล" แหล่งข่าวเปิดเผย

          นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย ประเมิน JAS-TRUE ชนะประมูลคลื่น 900 MHz เป็น Negative Surprise  บล.กสิกรไทย มองเป็นลบต่อกลุ่มสื่อสาร เนื่องจากมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาด น่าจะส่งผลลบต่อแนวโน้มการเติบโตของรายได้ และการแข่งขันเพิ่มขึ้น แนวโน้มปรับลดราคาเป้าหมายลงทุกตัว

          "เรายังชอบ ADVANC ที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากคาดว่าจะยังจ่ายเงินปันผล ได้ แต่ต้องปรับลดกำไรสุทธิลง ราคาหุ้นจะลดลงมาเพื่อให้ได้อัตราผลตอบแทนปันผล 5-6% ขณะที่ DTAC TRUE  JAS ไม่น่าสนใจลงทุนเลย" นักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ระบุ

ขอขอบคุณแหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558 (หน้า A3)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่