สวัสดีค่ะ เราอยากจะเล่าถึงความรักครั้งแรกของเราที่อายุ31แล้วแต่เพิ่งจะมีแฟนเป็นคนแรก พอต้องเลิกกันมันเลยเจ็บหนัก อาจจะดูว่าแก่ป่านนี้แล้วเพิ่งมีคนรักคนแรกแต่มันก้คือเรื่องจริงของเราค่ะ
ในโลกใบนี้มีเรื่องราวความรักมากมายที่เกิดขึ้นได้หลายอย่าง เราเป็นคนนึงที่ไม่เคยเชื่อเรื่องความรักแบบชู้สาว เราเชื่อแค่ว่าความรักจากพ่อแม่เท่านั้นที่มีอยู่จริง พรมลิขิต โชคชะตาหรือว่าปาฎิหารด้ายแดงไม่เคยเชื่อเลย เพราะเป็นติ่งวงญี่ปุ่นด้วย ชอบแต่นักร้องคนนี้จนไม่สนอย่างอื่นเลยประกอบกับเป็นคนขี้เหร่ อ้วนดำด้วย จนกระทั่งเรื่องราวความรักของเรากิดขึ้นในบ่ายวันหนึ่งของปี พศ.2549 ตอนนั้นเราอายุ 22 ปี ก็ยังไม่เรียน ไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง ตอนนั้นจะไปเล่นเนตที่ร้านทุกวันคอย ดาวโหลดเพลง โหลดเกมส์ เล่นเกมส์ คุย msn กับเพื่อนไปวันๆ ในขณะที่คุย msn กับเพื่อนก็มีบุคคลหนึ่ง แอด msn เข้ามา เราก็นึกว่าเพื่อนเลยรับแอดไว้และคุยทักไป ปรากฏว่าไม่ใช่เพื่อน เป็นใครก็ไม่รู้ ซึ่งเป็นทอม ก็สอบถามคุยไปสักแป๊บทางนั้นก็บอกว่าไม่ได้แอดเรามา มันเด้งขึ้นมาเอง ก็เริ่มงงๆ แต่ก็คุยตอบแบบนานๆจะตอบสักทีเพราะมัวแต่โหลดไฟล์เพลง จนเค้า ทอมคนนั้นที่รู้ชื่อแล้วว่าชื่ออะไรก็ได้ทิ้งเบอร์โทรไว้ให้ ด้วยความอยากรู้ว่าจริงๆแล้วเค้าเป็นแฟนคลับวงเดียวกับเราหรือป่าวหรือว่าเป็นเพื่อนของเพื่อน เลยโทรไปหา พอคุยได้แป๊บเดียวรู้ว่าไม่ใช่แฟนคลับรึอะไรก้เริ่มรู้สึกละว่า คนนี้คุยไม่รู้เรื่องเลย ก็เลิกโทรไปหา หลังจากนั้นเวลาเราเล่น msn ก็จะเหนคนคนนี้ออนไลน์อยู่ตลอด เราก็ทักเค้าบ้างไรบ้างแบบนานๆครั้งถ้าไม่มีเพื่อนคุยจริงๆก็จะทักเค้าไป เค้าเองก็ตอบมาแบบถามคำตอบคำ เป็นแบบนี้อยู่ 3 ปี 3ปีคุยกันทาง msn นับได้ 4-5 ครั้งได้มั้ง จนถึงปี พศ.2553ตอนนั้นก็เริ่มจะแก่ละอายุ ก็ 26ละ เราจากที่เคยอ้วนๆก็ลดน้ำหนักจนผอมลงเพราะปวดเข่าเกิดรักสุขภาพขึ้นมาและตอนนั้นเป็นช่วงที่ โทรศัพท์ BB กำลังฮิต เฟสบุคเริ่มเกิดประมาณนี้เราเองก็เห่อหน้าใหม่หุ่นใหม่ เล่นเฟส คุยmsn เหมือนเดิม แล้วทอม 3 ปีคนนั้นก็มาทักเราก่อน ใน msn เหตุเพราะเห่อ BB เค้าถามเราว่าจำเค้าได้มั้ย เราตอบว่าจำได้ เพราะอะไรก้ไม่รู้ถึงไม่เคยลืมคนที่คุยกันทาง msn ด้วยแค่ไม่กี่ครั้ง รุ้สึกอยากจะเปิดใจเป็นเพื่อนกับคนคนนี้ ขนาดทุกปีใหม่เรามักจะส่งเมจเสจให้กับเพื่อนๆแต่เราก็ไม่ลืมที่จะส่งให้กับคนคนนี้ด้วย ซึ่งเค้าก็บอกว่ามักได้รับเมจเสจจากใครเบออะไรก็ไม่รุอยู่ถึง3ปี สรุปคือเราเองที่ส่งแต่เราเปลี่ยนเบอมือถือบ่อยมากแต่เค้ายังคงใช้เบอเดิม จากนั้นเราก็คุยกันต่อ แลกเฟสบุคกัน เราคุยกันมากขึ้นเพราะเราในตอนนั้นเริ่มอยากมีแฟนแบบเพื่อนๆบ้าง เริ่มมั่นใจในรูปร่างหน้าตาตัวเอง แต่ถึงขั้นอยากมีแฟนก็ยังไม่เชื่อเรื่องความรักเลย ในตอนนั้นคิดว่ามีคนคบไปดูหนังกินข้าวด้วยกันก็ดีนะจะเป็นทอมรึผู้ชายก็ได้ เราเริ่มคุยกัน โทหากันแทบทุกวัน จนมีอยุ่วันนึง เพื่อนสนิทของเรามาหาที่บ้านก็มาเห็นในคอมว่าเราคุยกับคนนี้ เพื่อนพูดขึ้นมาเลยว่า "นี่มัน แฟนเก่าของแฟนเก่ากูนิ" สรุปคือเพื่อนเรารู้จักคนคนนี้เพราะ เคยเป็นแฟนเก่าของแฟนเก่าเพื่อนเรา(เพื่อนเราเลิกกับแฟนไปแล้ว)เราก้เริ่ม เออ เว้ย แสดงว่าคนคนนี้มีตัวตนอยู่จริง ไม่ได้มีแต่รูปมาหลอกเรา เริ่มนึกถึงคำว่าโชคชะตา พรมลิขิตรึอะไรก็ช่างแต่แค่นึกนะ ก็เริ่มคุยจีบกันมากขึ้น แต่เราก้คุยแรดไปเรื่อยกับคนนุ้นทีคนนี้ทีตามประสาสาวโสดสนิทไม่เคยมีแฟนเรยและเค้าก้มีน้องที่ทำงานเดียวกันที่ชอบอยู่ตอนนั้นเราออกอาการเลวเงียบเลยแบบว่าคุยจีบเราแต่ไม่ได้คิดชอบเราก็เรยเริ่มรุกเค้าหนักขึ้น เค้าเองก้ดราม่าใส่เราพอเห็นเราคุยกับคนอื่นเยอะขึ้น คุยกันอยู่ได้เกือบเดือนก็ตัดสินใจนัดเจอกัน แต่ในการนัดครั้งแรกของเราล่ม เพราะต่างฝ่ายต่างไม่มั่นใจกัน เลยไม่ไปตามนัดกันทั้งคู่ ก็โอเคคิดว่าแค่ขำๆ พอครั้งที่2 นัดเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น แต่ว่าเราดันไม่สบายหนักมากจนไปไม่ไหว เราเลยต้องผิดนัดไปอีกครั้ง โดยที่เพนแอบเคืองและไปเที่ยวกับแฟนเก่าที่เป็นแฟนเก่าของเพื่อนเราแทน อาทิตต่อมาเริ่มอาการดีขึ้น เรานัดกันใหม่ ในวันเสาร์ตอน 3 โมงเย็น วันนั้นเราตื่นเต้นมาก หัวเหอฟูเพราะทำผมไม่ทันกลัวเค้าจะมารอนานแต่ที่ไหนได้เค้าดันมาถึง 4 โมงเย็น ก้เรยช่างผมฟูๆละกัน เรานัดกันตรงชั้น1 ตรงบันไดเลื่อนแต่ปรากฎว่าเค้าเดินเลยเราไปแบบหาเราไม่เจอจนเราต้องเข้าไปดึงแขนเสื้อไว้ โดยเค้าให้เหตุผลว่า ตัวจริงกับในรูปเราไม่เหมือนกัน ส่วนเรานะ ทันทีที่ได้เห็นเค้าแบบตัวเป็นๆ ใจเต้นแรงมาก อยากถามอะไรก็ตามว่านี่คือรักแรกพบแบบที่พวกน้ำเน่าเค้าบอกกันใช่ไหม เรารุสึกอย่างนั้นจริงๆ เค้าเอาขนมจากบ้านมาป้อนเราด้วย ยิ่งทำให้รุสึกว่าหลงคนคนนี้เข้าไปอีก วันนั้นเราดูหนังกัน กินข้าวกินไอติม จนถึงเวลากลับ เราจบเดทวันนั้นด้วยจุ๊บแบบงี่เง่าแต่เป็นจุ๊บแรกของเราเลยนะ ในอายุ 26 ในตอนนั้น หลังจากวันนั้นผ่านมา เราก็คบกันเป็นแฟนจริงจัง รุจักกันมาก่อนหน้านี้ 3 ปี ไม่เคยคิดถึงเรื่องเป็นแฟนกันไม่นึกฝันว่าเวลานานขนาดนั้น จะทำให้เรามาอยู่และรักกันตรงนี้ ส่วนตัวเค้าก็บอกว่าไม่คิดเหมือนกันว่าจะมารักคนที่เคยรำคาญสเตตัส msn ที่ชอบเพ้อถึงพวกนักร้องได้ จุดเริ่มต้นของเรามันเริ่มจากตรงไหนเราทั้ง2คนรู้ดีแต่น่าแปลกที่วันนี้เราก็รู้จุดจบของความรักครั้งนี้ด้วย เราเริ่มเป็นแฟนกันในปลายปี 2553 เรารักกันนั่นคือสิ่งที่รับรู้ ในตอนแรกเราไม่มั่นใจว่านี่คือความรักเพราะเค้าคือแฟนคนแรกของเราแต่อะไรหลายๆอย่างมันบอกหัวใจว่าใช่ เราทำสิ่งต่างๆด้วยกัน ไปบ้านกันและกันครั้งแรก และอะไรอีกหลายๆอย่างที่เป็นครั้งแรกของเราตั้งแต่มีเค้าเข้ามาในชีวิต แต่ความรักของเราก้เริ่มกระท่อนกระแท่นเลยตั้งแต่ที่เริ่มคบกันและเป็นอยุ่อย่างนั้นเรื่อยมาด้วยอะไรๆที่ต่างกันและเพราะตัวเราเองที่เปลี่ยนนิสัยไม่ได้เราติดนิสัยทำอะไรคนเดียวมาตลอด ติดนิสัยเอาแต่ใจตัวเองด้วยความที่เป็นลูกคนเดียว ส่วนเค้าเป็นลูกคนเล็ก เอาจริงๆเราไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลย เราเป็นคนงี่เง่ามากถึงมากที่สุด หน้าตาไม่ดีแต่ก็ยังเอาแต่ใจ ขี้โวยวายในทุกๆเรื่อง แต่มีอยุ่อย่างนึงในตัวเราที่เปลี่ยนไปและเปลี่ยนไปมากคือ หัวใจ ความเชื่อ เริ่มเชื่อว่าความรักแบบนี้มีอยู่จริงเราเริ่มรักเค้ามากขึ้นเรื่อยๆแบบที่ไม่รุว่าความพอดีอยู่ตรงไหนเนื่องจากไม่เคยรักใครแบบนี้มาก่อน เราคบกันปีที่ 1 ทะเลาะกันหนักมากเรื่องเค้าไปคุยกะคนที่เคยแอบชอบในเฟส ซึ่งจริงๆแล้าเค้าคุยกันแบบพี่น้องแต่เรางี่เง่าเอง เข้าปีที่2 ทะเลาะกันรุนแรงเกือบเลิกเพราะเราไปโทษว่าเค้าอาบน้ำช้าทำให้เราพาแมวของเราที่ไม่สบายไปหาหมอไม่ทัน ทั้งๆที่เรานิสัยแย่เองแต่เค้าก้ขอโทษเรา เข้าปีที่ 3 ก็แล้วแต่เราก็ยังทะเลาะกันบ่อยมาก เพราะตัวเราเองอีกแหล่ะ ที่ปรับตัว เปลี่ยนแปลงปรับปรุงไม่ได้ ชอบอ้างว่าก็นี่มันเปนครั้งแรกที่เรามีแฟนนิ เราเป็นคนปากไว เวลาทะเลาะกันเอะอะๆก็บอกเลิก โดยที่ไม่คิดถึงหัวใจของอีกฝ่าย ไม่เคยศึกษาหนังสือด้วยว่าเป็นแฟนกันห้ามบอกเลิกหากใจไม่ได้คิดจริงแต่เราก้ยังคงคบกันเรื่อยมา คงเพราะความรักที่เรามีให้กันและเราทะเลาะกันหนักมากในต้นปีที่3นี้ เป็นช่วงที่เค้าเปลี่ยนงานใหม่ งานเค้าเยอะ มีเพื่อนใหม่ เหมือนเค้าสนุกกับงานจนเราเหงา เราน้อยใจและทำตัวงี่เง่าในที่สุด จนเค้าโกรธเรามากตอนนั้นเรากลัวเค้าบอกเลิกเรามาก เค้าเย็นชาใส่ เค้าไม่สนใจเรา ในใจเราตอนนั้นคือ เราจะไม่ยอมเสียเค้าไป เราเป็นฝ่ายผิดเราขอโทดเค้าทุกวันทุกเรื่อง จนเกิดเหตการณ์ที่น่ากลัวของชีวิต ในวันสงกรานต์ตอนที่เราจะไปขายของกัน เรารถมอไซล้ม เราแทบไม่เป็นอะไรเรยเป็นแผลที่ขา2ข้างแต่เค้าเป็นหนักมาก จำได้เลยว่า เค้ามาเขย่าตัวเรา เลือดเต็มหน้าเต็มปากเค้าไปหมดด้วยเพราะว่าคนคนนี้รักเราจากหัวใจจริงๆเค้าไม่ยอมใส่หมวกกันนอคเพราะมันมีใบเดียวเค้าเสียสละให้เราใส่ ตอนนั้นเรากลัวมากบอกตรงๆ หลังจากวันนั้นเราก้เริ่มดูแลกันและกันด้วยความรักที่มากขึ้นอะไรที่โกรธๆเคืองหายเป็นปลิดทิ้งเหมือนไม่เคยทะเลาะกัน เพราะเราไม่รู้ว่าชีวิตเราจะอยู่ไปได้ถึงไหนเราเริ่มทำตัวดีขึ้นในสถานะแฟนของเค้าจนเข้าปีที่ 4 เราว่าปีนี้เราทะเลาะกันน้อยลง เราเริ่มเข้าใจว่าความรักไม่จำเป็นต้องรัดแน่นมากมาย เราเริ่มปล่อยให้เค้ามีอิสระมากขึ้นแต่ก้ยังงี่เง่าอยู่เป็นบางครั้งเนื่องจากสันดานเรามันถอนยาก และแน่นอนว่าเราก็รักเค้ามากขึ้นไปด้วย และในปีนี้ ปีที่ 5 ความรักของเราจบลงในปลายปีนี้ 19/11/2558 ปัญหาในหลายๆด้าน สันดานที่ไม่ดีของเรายังคงมีอยู่และค่อยๆทำร้ายเค้ามาอย่างต่อเนื่อง ปัญหาหลายอย่างสะสมมานาน บางปัญหาเราสร้างขึ้นใหม่ และบางปัญหาเกิดจากตัวเราเอง ในการทะเลาะของเราในครั้งนี้มันเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก(ไม่ขอเล่ารายละเอียด)ทำให้เค้าตัดสินใจที่เลิกกับเรา เรารู้ดีว่าถ้าหากเค้าเป็นคนเอ่ยปากเลิกเองนั่นคือเลิกจริงๆ ไม่ว่าจะขอโทษยังไงก็คงไม่พอ ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นเพราะเวลาทะเลาะกันมีแต่เราที่ชอบบอกว่าเลิกส่วนตัวเค้านั้นไม่เคยเอ่ยคำนี้ออกมาเลย บอกตรงๆตอนแรกชอคมาก ในหัวมีแต่คำถามว่า ทำไม ๆ ซ้ำๆ ทั้งๆที่เรารักเค้ามากขนาดนี้ เค้าบอกกับเราว่าทุกครั้งที่ทะเลาะกันหัวใจของเค้ามันค่อยๆพังลงทีละน้อย อย่าเอาเค้ามาเป็นตัวทดลองความรักครั้งแรกของเราอีกเลย อย่าเอาคำว่าเพราะเป็นคนรักคนแรกมาทำร้ายกันอีกเลย เราฟังแล้วจุกน้ำตาไหลลงมาเรื่อยๆเสียใจมากจริงๆ และมื่อลองเอาคำพูดของเค้ามาทบทวน มาคิด ความเลวต่างๆใน5ปีของเราผุดขึ้นมาแบบเต็มๆ มันเป็นเรื่องจริงที่ว่าเค้าคือคนรักคนแรกของเราแต่เราไม่เคยคิดจะทดลองอะไร ตัวเรามีแต่หัวใจที่จะเรียนรู้เพื่อรักเค้าแต่เราคงโง่เกินกว่าจะทำได้ มีแต่หัวใจแต่คงไม่เคยมีความเข้าใจมั้ง พอเป็นแบบนี้แล้วมันทำให้เราคิดได้ว่า หากเรารักเค้าจริงๆ เราควรปล่อยเค้าไป ไม่ควรให้เค้าทรมานอีกไม่ให้เค้ามาทนกับคนแย่ๆแบบเรา คนที่รักเป็นอย่างเดียวแบบเรา เราพูดเลยว่าเอาความเจ็บอะไรทั้งหมดมารวมกันก็ยังไม่เท่าเสียคนรักคนนี้ เสียความรักครั้งแรกคราวนี้ไป 3ปีที่รู้จักกันแบบเผินๆ กับ5 ปีที่เป็นแฟนกัน 8 ปีที่มีทั้งเรื่องสุขและทุกข์ เศร้า ดีใจถึงจะทะเลาะกันแต่ก้มีความสุขและเรื่องราวดีๆด้วยกันอยู่ไม่น้อยมาตอนนี้รู้จักแล้วนะว่าพรมลิขิต รักครั้งแรก โชคชะตา ด้ายแดงว่า เป็นยังไง อยากขอโทษ อยากขอบคุณที่มอบความรักให้ อยากย้อนเวลาได้ อยากอะไรหลายๆอย่างเลยล่ะแต่ตอนนี้ทำได้เพียงคิดว่า คนคนนึง วันหนึ่งมาพบได้รักกันและได้ใช้เวลาร่วมกันในระยะหนึ่งของชีวิตเรา เมื่อถึงเวลาก้ต้องจากกัน เป็น8 ปีที่ดีมากๆ แต่ความรักไม่ใช่ทุกอย่างมันมีองค์ประกอบอื่นมากกว่านั้น มากกว่าที่คนอย่างเราจะทำได้ รักอย่างเดียวไม่พอ นั่นคือคำที่เราจะจำขึ้นใจไปอีกนานแสนนานในการมีความรักครั้งแรกครั้งนี้ และตอนนี้เราหวังเพียงว่าเวลาจะช่วยทำให้หัวใจที่เจบจนตายของเราอยุ่ต่อไปได้ในเวลาปัจจุบันที่เดินไปในขณะนี้...และความทรงจำเหล่านี้มันจะไม่เลือนหายไปอย่างแน่นอนและในอนาคตข้างหน้าเราไม่รุ้เลยว่าเราจะสามารถมีความรักครั้งใหม่ได้อีกหรือไม่ หรือถ้าเราจะมีคนรักคนที่2ก็ขอเป็นคนเดียวคนเดิมกับคนแรกของเราได้ไหม......
เกิดมา31ปีแก่ป่านนี้เพิ่งเคยมีแฟนคนแรกและเลิกกันเพราะคำว่าคนแรก
ในโลกใบนี้มีเรื่องราวความรักมากมายที่เกิดขึ้นได้หลายอย่าง เราเป็นคนนึงที่ไม่เคยเชื่อเรื่องความรักแบบชู้สาว เราเชื่อแค่ว่าความรักจากพ่อแม่เท่านั้นที่มีอยู่จริง พรมลิขิต โชคชะตาหรือว่าปาฎิหารด้ายแดงไม่เคยเชื่อเลย เพราะเป็นติ่งวงญี่ปุ่นด้วย ชอบแต่นักร้องคนนี้จนไม่สนอย่างอื่นเลยประกอบกับเป็นคนขี้เหร่ อ้วนดำด้วย จนกระทั่งเรื่องราวความรักของเรากิดขึ้นในบ่ายวันหนึ่งของปี พศ.2549 ตอนนั้นเราอายุ 22 ปี ก็ยังไม่เรียน ไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง ตอนนั้นจะไปเล่นเนตที่ร้านทุกวันคอย ดาวโหลดเพลง โหลดเกมส์ เล่นเกมส์ คุย msn กับเพื่อนไปวันๆ ในขณะที่คุย msn กับเพื่อนก็มีบุคคลหนึ่ง แอด msn เข้ามา เราก็นึกว่าเพื่อนเลยรับแอดไว้และคุยทักไป ปรากฏว่าไม่ใช่เพื่อน เป็นใครก็ไม่รู้ ซึ่งเป็นทอม ก็สอบถามคุยไปสักแป๊บทางนั้นก็บอกว่าไม่ได้แอดเรามา มันเด้งขึ้นมาเอง ก็เริ่มงงๆ แต่ก็คุยตอบแบบนานๆจะตอบสักทีเพราะมัวแต่โหลดไฟล์เพลง จนเค้า ทอมคนนั้นที่รู้ชื่อแล้วว่าชื่ออะไรก็ได้ทิ้งเบอร์โทรไว้ให้ ด้วยความอยากรู้ว่าจริงๆแล้วเค้าเป็นแฟนคลับวงเดียวกับเราหรือป่าวหรือว่าเป็นเพื่อนของเพื่อน เลยโทรไปหา พอคุยได้แป๊บเดียวรู้ว่าไม่ใช่แฟนคลับรึอะไรก้เริ่มรู้สึกละว่า คนนี้คุยไม่รู้เรื่องเลย ก็เลิกโทรไปหา หลังจากนั้นเวลาเราเล่น msn ก็จะเหนคนคนนี้ออนไลน์อยู่ตลอด เราก็ทักเค้าบ้างไรบ้างแบบนานๆครั้งถ้าไม่มีเพื่อนคุยจริงๆก็จะทักเค้าไป เค้าเองก็ตอบมาแบบถามคำตอบคำ เป็นแบบนี้อยู่ 3 ปี 3ปีคุยกันทาง msn นับได้ 4-5 ครั้งได้มั้ง จนถึงปี พศ.2553ตอนนั้นก็เริ่มจะแก่ละอายุ ก็ 26ละ เราจากที่เคยอ้วนๆก็ลดน้ำหนักจนผอมลงเพราะปวดเข่าเกิดรักสุขภาพขึ้นมาและตอนนั้นเป็นช่วงที่ โทรศัพท์ BB กำลังฮิต เฟสบุคเริ่มเกิดประมาณนี้เราเองก็เห่อหน้าใหม่หุ่นใหม่ เล่นเฟส คุยmsn เหมือนเดิม แล้วทอม 3 ปีคนนั้นก็มาทักเราก่อน ใน msn เหตุเพราะเห่อ BB เค้าถามเราว่าจำเค้าได้มั้ย เราตอบว่าจำได้ เพราะอะไรก้ไม่รู้ถึงไม่เคยลืมคนที่คุยกันทาง msn ด้วยแค่ไม่กี่ครั้ง รุ้สึกอยากจะเปิดใจเป็นเพื่อนกับคนคนนี้ ขนาดทุกปีใหม่เรามักจะส่งเมจเสจให้กับเพื่อนๆแต่เราก็ไม่ลืมที่จะส่งให้กับคนคนนี้ด้วย ซึ่งเค้าก็บอกว่ามักได้รับเมจเสจจากใครเบออะไรก็ไม่รุอยู่ถึง3ปี สรุปคือเราเองที่ส่งแต่เราเปลี่ยนเบอมือถือบ่อยมากแต่เค้ายังคงใช้เบอเดิม จากนั้นเราก็คุยกันต่อ แลกเฟสบุคกัน เราคุยกันมากขึ้นเพราะเราในตอนนั้นเริ่มอยากมีแฟนแบบเพื่อนๆบ้าง เริ่มมั่นใจในรูปร่างหน้าตาตัวเอง แต่ถึงขั้นอยากมีแฟนก็ยังไม่เชื่อเรื่องความรักเลย ในตอนนั้นคิดว่ามีคนคบไปดูหนังกินข้าวด้วยกันก็ดีนะจะเป็นทอมรึผู้ชายก็ได้ เราเริ่มคุยกัน โทหากันแทบทุกวัน จนมีอยุ่วันนึง เพื่อนสนิทของเรามาหาที่บ้านก็มาเห็นในคอมว่าเราคุยกับคนนี้ เพื่อนพูดขึ้นมาเลยว่า "นี่มัน แฟนเก่าของแฟนเก่ากูนิ" สรุปคือเพื่อนเรารู้จักคนคนนี้เพราะ เคยเป็นแฟนเก่าของแฟนเก่าเพื่อนเรา(เพื่อนเราเลิกกับแฟนไปแล้ว)เราก้เริ่ม เออ เว้ย แสดงว่าคนคนนี้มีตัวตนอยู่จริง ไม่ได้มีแต่รูปมาหลอกเรา เริ่มนึกถึงคำว่าโชคชะตา พรมลิขิตรึอะไรก็ช่างแต่แค่นึกนะ ก็เริ่มคุยจีบกันมากขึ้น แต่เราก้คุยแรดไปเรื่อยกับคนนุ้นทีคนนี้ทีตามประสาสาวโสดสนิทไม่เคยมีแฟนเรยและเค้าก้มีน้องที่ทำงานเดียวกันที่ชอบอยู่ตอนนั้นเราออกอาการเลวเงียบเลยแบบว่าคุยจีบเราแต่ไม่ได้คิดชอบเราก็เรยเริ่มรุกเค้าหนักขึ้น เค้าเองก้ดราม่าใส่เราพอเห็นเราคุยกับคนอื่นเยอะขึ้น คุยกันอยู่ได้เกือบเดือนก็ตัดสินใจนัดเจอกัน แต่ในการนัดครั้งแรกของเราล่ม เพราะต่างฝ่ายต่างไม่มั่นใจกัน เลยไม่ไปตามนัดกันทั้งคู่ ก็โอเคคิดว่าแค่ขำๆ พอครั้งที่2 นัดเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น แต่ว่าเราดันไม่สบายหนักมากจนไปไม่ไหว เราเลยต้องผิดนัดไปอีกครั้ง โดยที่เพนแอบเคืองและไปเที่ยวกับแฟนเก่าที่เป็นแฟนเก่าของเพื่อนเราแทน อาทิตต่อมาเริ่มอาการดีขึ้น เรานัดกันใหม่ ในวันเสาร์ตอน 3 โมงเย็น วันนั้นเราตื่นเต้นมาก หัวเหอฟูเพราะทำผมไม่ทันกลัวเค้าจะมารอนานแต่ที่ไหนได้เค้าดันมาถึง 4 โมงเย็น ก้เรยช่างผมฟูๆละกัน เรานัดกันตรงชั้น1 ตรงบันไดเลื่อนแต่ปรากฎว่าเค้าเดินเลยเราไปแบบหาเราไม่เจอจนเราต้องเข้าไปดึงแขนเสื้อไว้ โดยเค้าให้เหตุผลว่า ตัวจริงกับในรูปเราไม่เหมือนกัน ส่วนเรานะ ทันทีที่ได้เห็นเค้าแบบตัวเป็นๆ ใจเต้นแรงมาก อยากถามอะไรก็ตามว่านี่คือรักแรกพบแบบที่พวกน้ำเน่าเค้าบอกกันใช่ไหม เรารุสึกอย่างนั้นจริงๆ เค้าเอาขนมจากบ้านมาป้อนเราด้วย ยิ่งทำให้รุสึกว่าหลงคนคนนี้เข้าไปอีก วันนั้นเราดูหนังกัน กินข้าวกินไอติม จนถึงเวลากลับ เราจบเดทวันนั้นด้วยจุ๊บแบบงี่เง่าแต่เป็นจุ๊บแรกของเราเลยนะ ในอายุ 26 ในตอนนั้น หลังจากวันนั้นผ่านมา เราก็คบกันเป็นแฟนจริงจัง รุจักกันมาก่อนหน้านี้ 3 ปี ไม่เคยคิดถึงเรื่องเป็นแฟนกันไม่นึกฝันว่าเวลานานขนาดนั้น จะทำให้เรามาอยู่และรักกันตรงนี้ ส่วนตัวเค้าก็บอกว่าไม่คิดเหมือนกันว่าจะมารักคนที่เคยรำคาญสเตตัส msn ที่ชอบเพ้อถึงพวกนักร้องได้ จุดเริ่มต้นของเรามันเริ่มจากตรงไหนเราทั้ง2คนรู้ดีแต่น่าแปลกที่วันนี้เราก็รู้จุดจบของความรักครั้งนี้ด้วย เราเริ่มเป็นแฟนกันในปลายปี 2553 เรารักกันนั่นคือสิ่งที่รับรู้ ในตอนแรกเราไม่มั่นใจว่านี่คือความรักเพราะเค้าคือแฟนคนแรกของเราแต่อะไรหลายๆอย่างมันบอกหัวใจว่าใช่ เราทำสิ่งต่างๆด้วยกัน ไปบ้านกันและกันครั้งแรก และอะไรอีกหลายๆอย่างที่เป็นครั้งแรกของเราตั้งแต่มีเค้าเข้ามาในชีวิต แต่ความรักของเราก้เริ่มกระท่อนกระแท่นเลยตั้งแต่ที่เริ่มคบกันและเป็นอยุ่อย่างนั้นเรื่อยมาด้วยอะไรๆที่ต่างกันและเพราะตัวเราเองที่เปลี่ยนนิสัยไม่ได้เราติดนิสัยทำอะไรคนเดียวมาตลอด ติดนิสัยเอาแต่ใจตัวเองด้วยความที่เป็นลูกคนเดียว ส่วนเค้าเป็นลูกคนเล็ก เอาจริงๆเราไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลย เราเป็นคนงี่เง่ามากถึงมากที่สุด หน้าตาไม่ดีแต่ก็ยังเอาแต่ใจ ขี้โวยวายในทุกๆเรื่อง แต่มีอยุ่อย่างนึงในตัวเราที่เปลี่ยนไปและเปลี่ยนไปมากคือ หัวใจ ความเชื่อ เริ่มเชื่อว่าความรักแบบนี้มีอยู่จริงเราเริ่มรักเค้ามากขึ้นเรื่อยๆแบบที่ไม่รุว่าความพอดีอยู่ตรงไหนเนื่องจากไม่เคยรักใครแบบนี้มาก่อน เราคบกันปีที่ 1 ทะเลาะกันหนักมากเรื่องเค้าไปคุยกะคนที่เคยแอบชอบในเฟส ซึ่งจริงๆแล้าเค้าคุยกันแบบพี่น้องแต่เรางี่เง่าเอง เข้าปีที่2 ทะเลาะกันรุนแรงเกือบเลิกเพราะเราไปโทษว่าเค้าอาบน้ำช้าทำให้เราพาแมวของเราที่ไม่สบายไปหาหมอไม่ทัน ทั้งๆที่เรานิสัยแย่เองแต่เค้าก้ขอโทษเรา เข้าปีที่ 3 ก็แล้วแต่เราก็ยังทะเลาะกันบ่อยมาก เพราะตัวเราเองอีกแหล่ะ ที่ปรับตัว เปลี่ยนแปลงปรับปรุงไม่ได้ ชอบอ้างว่าก็นี่มันเปนครั้งแรกที่เรามีแฟนนิ เราเป็นคนปากไว เวลาทะเลาะกันเอะอะๆก็บอกเลิก โดยที่ไม่คิดถึงหัวใจของอีกฝ่าย ไม่เคยศึกษาหนังสือด้วยว่าเป็นแฟนกันห้ามบอกเลิกหากใจไม่ได้คิดจริงแต่เราก้ยังคงคบกันเรื่อยมา คงเพราะความรักที่เรามีให้กันและเราทะเลาะกันหนักมากในต้นปีที่3นี้ เป็นช่วงที่เค้าเปลี่ยนงานใหม่ งานเค้าเยอะ มีเพื่อนใหม่ เหมือนเค้าสนุกกับงานจนเราเหงา เราน้อยใจและทำตัวงี่เง่าในที่สุด จนเค้าโกรธเรามากตอนนั้นเรากลัวเค้าบอกเลิกเรามาก เค้าเย็นชาใส่ เค้าไม่สนใจเรา ในใจเราตอนนั้นคือ เราจะไม่ยอมเสียเค้าไป เราเป็นฝ่ายผิดเราขอโทดเค้าทุกวันทุกเรื่อง จนเกิดเหตการณ์ที่น่ากลัวของชีวิต ในวันสงกรานต์ตอนที่เราจะไปขายของกัน เรารถมอไซล้ม เราแทบไม่เป็นอะไรเรยเป็นแผลที่ขา2ข้างแต่เค้าเป็นหนักมาก จำได้เลยว่า เค้ามาเขย่าตัวเรา เลือดเต็มหน้าเต็มปากเค้าไปหมดด้วยเพราะว่าคนคนนี้รักเราจากหัวใจจริงๆเค้าไม่ยอมใส่หมวกกันนอคเพราะมันมีใบเดียวเค้าเสียสละให้เราใส่ ตอนนั้นเรากลัวมากบอกตรงๆ หลังจากวันนั้นเราก้เริ่มดูแลกันและกันด้วยความรักที่มากขึ้นอะไรที่โกรธๆเคืองหายเป็นปลิดทิ้งเหมือนไม่เคยทะเลาะกัน เพราะเราไม่รู้ว่าชีวิตเราจะอยู่ไปได้ถึงไหนเราเริ่มทำตัวดีขึ้นในสถานะแฟนของเค้าจนเข้าปีที่ 4 เราว่าปีนี้เราทะเลาะกันน้อยลง เราเริ่มเข้าใจว่าความรักไม่จำเป็นต้องรัดแน่นมากมาย เราเริ่มปล่อยให้เค้ามีอิสระมากขึ้นแต่ก้ยังงี่เง่าอยู่เป็นบางครั้งเนื่องจากสันดานเรามันถอนยาก และแน่นอนว่าเราก็รักเค้ามากขึ้นไปด้วย และในปีนี้ ปีที่ 5 ความรักของเราจบลงในปลายปีนี้ 19/11/2558 ปัญหาในหลายๆด้าน สันดานที่ไม่ดีของเรายังคงมีอยู่และค่อยๆทำร้ายเค้ามาอย่างต่อเนื่อง ปัญหาหลายอย่างสะสมมานาน บางปัญหาเราสร้างขึ้นใหม่ และบางปัญหาเกิดจากตัวเราเอง ในการทะเลาะของเราในครั้งนี้มันเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก(ไม่ขอเล่ารายละเอียด)ทำให้เค้าตัดสินใจที่เลิกกับเรา เรารู้ดีว่าถ้าหากเค้าเป็นคนเอ่ยปากเลิกเองนั่นคือเลิกจริงๆ ไม่ว่าจะขอโทษยังไงก็คงไม่พอ ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นเพราะเวลาทะเลาะกันมีแต่เราที่ชอบบอกว่าเลิกส่วนตัวเค้านั้นไม่เคยเอ่ยคำนี้ออกมาเลย บอกตรงๆตอนแรกชอคมาก ในหัวมีแต่คำถามว่า ทำไม ๆ ซ้ำๆ ทั้งๆที่เรารักเค้ามากขนาดนี้ เค้าบอกกับเราว่าทุกครั้งที่ทะเลาะกันหัวใจของเค้ามันค่อยๆพังลงทีละน้อย อย่าเอาเค้ามาเป็นตัวทดลองความรักครั้งแรกของเราอีกเลย อย่าเอาคำว่าเพราะเป็นคนรักคนแรกมาทำร้ายกันอีกเลย เราฟังแล้วจุกน้ำตาไหลลงมาเรื่อยๆเสียใจมากจริงๆ และมื่อลองเอาคำพูดของเค้ามาทบทวน มาคิด ความเลวต่างๆใน5ปีของเราผุดขึ้นมาแบบเต็มๆ มันเป็นเรื่องจริงที่ว่าเค้าคือคนรักคนแรกของเราแต่เราไม่เคยคิดจะทดลองอะไร ตัวเรามีแต่หัวใจที่จะเรียนรู้เพื่อรักเค้าแต่เราคงโง่เกินกว่าจะทำได้ มีแต่หัวใจแต่คงไม่เคยมีความเข้าใจมั้ง พอเป็นแบบนี้แล้วมันทำให้เราคิดได้ว่า หากเรารักเค้าจริงๆ เราควรปล่อยเค้าไป ไม่ควรให้เค้าทรมานอีกไม่ให้เค้ามาทนกับคนแย่ๆแบบเรา คนที่รักเป็นอย่างเดียวแบบเรา เราพูดเลยว่าเอาความเจ็บอะไรทั้งหมดมารวมกันก็ยังไม่เท่าเสียคนรักคนนี้ เสียความรักครั้งแรกคราวนี้ไป 3ปีที่รู้จักกันแบบเผินๆ กับ5 ปีที่เป็นแฟนกัน 8 ปีที่มีทั้งเรื่องสุขและทุกข์ เศร้า ดีใจถึงจะทะเลาะกันแต่ก้มีความสุขและเรื่องราวดีๆด้วยกันอยู่ไม่น้อยมาตอนนี้รู้จักแล้วนะว่าพรมลิขิต รักครั้งแรก โชคชะตา ด้ายแดงว่า เป็นยังไง อยากขอโทษ อยากขอบคุณที่มอบความรักให้ อยากย้อนเวลาได้ อยากอะไรหลายๆอย่างเลยล่ะแต่ตอนนี้ทำได้เพียงคิดว่า คนคนนึง วันหนึ่งมาพบได้รักกันและได้ใช้เวลาร่วมกันในระยะหนึ่งของชีวิตเรา เมื่อถึงเวลาก้ต้องจากกัน เป็น8 ปีที่ดีมากๆ แต่ความรักไม่ใช่ทุกอย่างมันมีองค์ประกอบอื่นมากกว่านั้น มากกว่าที่คนอย่างเราจะทำได้ รักอย่างเดียวไม่พอ นั่นคือคำที่เราจะจำขึ้นใจไปอีกนานแสนนานในการมีความรักครั้งแรกครั้งนี้ และตอนนี้เราหวังเพียงว่าเวลาจะช่วยทำให้หัวใจที่เจบจนตายของเราอยุ่ต่อไปได้ในเวลาปัจจุบันที่เดินไปในขณะนี้...และความทรงจำเหล่านี้มันจะไม่เลือนหายไปอย่างแน่นอนและในอนาคตข้างหน้าเราไม่รุ้เลยว่าเราจะสามารถมีความรักครั้งใหม่ได้อีกหรือไม่ หรือถ้าเราจะมีคนรักคนที่2ก็ขอเป็นคนเดียวคนเดิมกับคนแรกของเราได้ไหม......