เมื่อคุณพ่อของผมเส้นเลือดในสมองแตก จนต้องนอนเป็นคนที่มีแต่ลมหายจาก กับสายตาที่มองปริบ ๆ
วันแรกที่ผมต้องดูแล เช็ดตัว เช็ดอุจจาระ ปัสสาวะ ให้กับคุณพ่อ ผมต้องใส่ถุงมือยาง ใส่ผ้าปิดจมูก กว่าจะทำเสร็จรู้สึกว่า การดูแลคนป่วยนี้มันช่างยากลำบากเสียเหลือเกิน วันแรก ๆ ที่ได้ทำตามที่พยาบาลสอน ผมก็เงอะงะพอสมควร กว่าจะทำเสร็จเล่นเอาเหงื่อโชกเต็มตัว ความรู้สึกตอนนั้น ช่างเป็นภาระที่ยาก มาก ๆ แต่โชคดี ที่ผมยังมีน้องอีก 2 คน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำ ผ่านจากเดือนไปเป็นปี การทำก็คล่องขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทุกวันนี้ไม่ต้องมีถุงมือยาง ไม่ต้องมี ผ้าปิดจมูก ก็ไม่เป็นไร
แต่ช่วงนั้น เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ ภาวะที่ดอกเบี้ยธนาคารร้อยละ 15-19 ต่อปี ผมประสบกับภาวะทางธุรกิจ ที่จัดได้ว่าอยู่ในขั้นวิกฤตทีเดียว โดยทั้งบริษัทที่เป็นเจ้าของแบรนด์บีบคั้น โดนทั้งลูกค้า(ตั้งใจ)โกง โดนทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ตกอย่างรุนแรง บางวันหมดความหวัง จนไม่อยากจะดูธุรกิจเลย แต่นึกถึงคำที่แม่ผมเคยเล่าให้ฟัง ถึงคนที่รู้จักคนหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ของลูกค้าของคุณแม่ผม ลูกสะใภ้คนนั้นเขาดูแลพ่อสามีที่ป่วยเป็น 10 ปี ยิ่งดูแล ธุรกิจก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ จากธุรกิจเล็ก ๆ ก็ขยายเป็นธุรกิจใหญ่ เขาดูพ่อสามีเขาจนถึงวาระสุดท้าย แม่ผมจึงสรุปให้ฟังว่า นี่แหละคือบุญกุศลที่เขาทำไว้ให้กับพ่อแม่ ทำให้บุญส่งให้เขายิ่งร่ำรวย ผมเองก็จำคำสอนนี้มาตลอด แต่ก็ไม่ได้คิดหวังว่าจะรวย คิดแต่ว่ามันเป็นหน้าที่ของคนรุ่นหนึ่งที่จะต้องดูแลคนอีกรุ่นหนึ่ง ในขณะเดียวกันผมก็ยังต้องดูแลคุณป้า ซึ่งเคยเลี้ยงผมตอนยังเล็ก ที่ต้องนอนติดเตียงเช่นเดียวกับคุณพ่อ (แต่ท่านก็อยู่ให้ผมดูแลเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น)
แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ผมยิ่งมีสมาธิมากขึ้นในการทำธุรกิจ ปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไข ผมย้อนกลับมาดูตัวเอง ไม่น่าเชื่อ จากคนที่ตกอยู่ในภาวะย่ำแย่ ค่อย ๆ พลิกฟื้นมาทีละนิด จนวันนี้ผมสามารถยืนอยู่ได้ด้วยขาของตัวเอง ปัญหาต่าง ๆ ทั้งทางธุรกิจ ทั้งคดีความได้รับการแก้ไขไปทีละเปลาะ ซึ่งผมเชื่อว่า น่าจะเป็นจากความอดทน สมาธิ และความตั้งใจที่จะดูแลคุณพ่อ ให้ดีที่สุด เท่าที่กำลังของตนเองจะทำไหว รวมถึงกำลังใจจากคนในครอบครัว ทุกวันผมดูแลคุณพ่อ สัปดาห์ละ 3 วันครึ่ง และมีโอกาสได้สอนลูกให้ลูกรู้จัก การดูแลคุณปู่ วันหนึ่งแม้นว่าคุณพ่อของผมได้จากไป ผมคงไม่มีน้ำตาสำหรับการจากไปในครั้งนี้ เพราะผมได้ทำสิ่งที่ลูกชายคนหนึ่งได้ทำ เพื่อตอบแทนคุณจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ลูกชายผม เคยบอกกับผมว่า ถ้าผมหรือภรรยาเป็นอย่างคุณปู่ เขาจะดูแลเป็นอย่างดี อย่างเดียวกับที่ผมเคยทำให้เขาเห็น อย่างแน่นอน แล้วคุณล่ะ วันพ่อ มีโอกาสดูแลคุณพ่อ ของคุณหรือยัง หรือว่างานยุ่งจนไม่มีเวลาแม้แต่ไปเยี่ยมหรือโทรหา คนที่อาจจะรอคุณหรืออยากฟังเสียงคุณ ด้วยความรู้สึกที่มันนานแสนนานมาก...........
พรุ่งนี้วันพ่อ อยากจะบอกว่า 10 ปี ที่ผมดูแลพ่อ ทำให้ชีวิตผมดีขึ้น
วันแรกที่ผมต้องดูแล เช็ดตัว เช็ดอุจจาระ ปัสสาวะ ให้กับคุณพ่อ ผมต้องใส่ถุงมือยาง ใส่ผ้าปิดจมูก กว่าจะทำเสร็จรู้สึกว่า การดูแลคนป่วยนี้มันช่างยากลำบากเสียเหลือเกิน วันแรก ๆ ที่ได้ทำตามที่พยาบาลสอน ผมก็เงอะงะพอสมควร กว่าจะทำเสร็จเล่นเอาเหงื่อโชกเต็มตัว ความรู้สึกตอนนั้น ช่างเป็นภาระที่ยาก มาก ๆ แต่โชคดี ที่ผมยังมีน้องอีก 2 คน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำ ผ่านจากเดือนไปเป็นปี การทำก็คล่องขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทุกวันนี้ไม่ต้องมีถุงมือยาง ไม่ต้องมี ผ้าปิดจมูก ก็ไม่เป็นไร
แต่ช่วงนั้น เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ ภาวะที่ดอกเบี้ยธนาคารร้อยละ 15-19 ต่อปี ผมประสบกับภาวะทางธุรกิจ ที่จัดได้ว่าอยู่ในขั้นวิกฤตทีเดียว โดยทั้งบริษัทที่เป็นเจ้าของแบรนด์บีบคั้น โดนทั้งลูกค้า(ตั้งใจ)โกง โดนทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ตกอย่างรุนแรง บางวันหมดความหวัง จนไม่อยากจะดูธุรกิจเลย แต่นึกถึงคำที่แม่ผมเคยเล่าให้ฟัง ถึงคนที่รู้จักคนหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ของลูกค้าของคุณแม่ผม ลูกสะใภ้คนนั้นเขาดูแลพ่อสามีที่ป่วยเป็น 10 ปี ยิ่งดูแล ธุรกิจก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ จากธุรกิจเล็ก ๆ ก็ขยายเป็นธุรกิจใหญ่ เขาดูพ่อสามีเขาจนถึงวาระสุดท้าย แม่ผมจึงสรุปให้ฟังว่า นี่แหละคือบุญกุศลที่เขาทำไว้ให้กับพ่อแม่ ทำให้บุญส่งให้เขายิ่งร่ำรวย ผมเองก็จำคำสอนนี้มาตลอด แต่ก็ไม่ได้คิดหวังว่าจะรวย คิดแต่ว่ามันเป็นหน้าที่ของคนรุ่นหนึ่งที่จะต้องดูแลคนอีกรุ่นหนึ่ง ในขณะเดียวกันผมก็ยังต้องดูแลคุณป้า ซึ่งเคยเลี้ยงผมตอนยังเล็ก ที่ต้องนอนติดเตียงเช่นเดียวกับคุณพ่อ (แต่ท่านก็อยู่ให้ผมดูแลเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น)
แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ผมยิ่งมีสมาธิมากขึ้นในการทำธุรกิจ ปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไข ผมย้อนกลับมาดูตัวเอง ไม่น่าเชื่อ จากคนที่ตกอยู่ในภาวะย่ำแย่ ค่อย ๆ พลิกฟื้นมาทีละนิด จนวันนี้ผมสามารถยืนอยู่ได้ด้วยขาของตัวเอง ปัญหาต่าง ๆ ทั้งทางธุรกิจ ทั้งคดีความได้รับการแก้ไขไปทีละเปลาะ ซึ่งผมเชื่อว่า น่าจะเป็นจากความอดทน สมาธิ และความตั้งใจที่จะดูแลคุณพ่อ ให้ดีที่สุด เท่าที่กำลังของตนเองจะทำไหว รวมถึงกำลังใจจากคนในครอบครัว ทุกวันผมดูแลคุณพ่อ สัปดาห์ละ 3 วันครึ่ง และมีโอกาสได้สอนลูกให้ลูกรู้จัก การดูแลคุณปู่ วันหนึ่งแม้นว่าคุณพ่อของผมได้จากไป ผมคงไม่มีน้ำตาสำหรับการจากไปในครั้งนี้ เพราะผมได้ทำสิ่งที่ลูกชายคนหนึ่งได้ทำ เพื่อตอบแทนคุณจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ลูกชายผม เคยบอกกับผมว่า ถ้าผมหรือภรรยาเป็นอย่างคุณปู่ เขาจะดูแลเป็นอย่างดี อย่างเดียวกับที่ผมเคยทำให้เขาเห็น อย่างแน่นอน แล้วคุณล่ะ วันพ่อ มีโอกาสดูแลคุณพ่อ ของคุณหรือยัง หรือว่างานยุ่งจนไม่มีเวลาแม้แต่ไปเยี่ยมหรือโทรหา คนที่อาจจะรอคุณหรืออยากฟังเสียงคุณ ด้วยความรู้สึกที่มันนานแสนนานมาก...........