จากกระทู้เก่าของเรา
http://pantip.com/topic/33903318 จริงๆแล้วเราไม่ได้เป็นปลายประสาทอักเสบค่ะ แต่ได้รับการวินิจฉัยว่า เป็น เส้นประสาทโดนพังผืดกดทับบริเวณข้อศอก ช่วงเดือน 10 ที่ผ่านมา รายละเอียดของอาการถ้าใครสนใจนะคะ
http://www.vibhavadi.com/orthopedic/resourcesdetail.php?id=60 เราได้รับการผ่าตัดและนะคะ ^^
แต่เรื่องที่เราจะเล่า เป็นผลพวงจากโรคนี้ค่ะ เพราะอาการนี้ทำให้เราปวดมาก เราวาดรูปมือขวาไม่ได้ และปวดจนพิมพ์งานไม่ได้ ทำให้เราต้องย้ายและเปลี่ยนงานติดๆกัน 2 ครั้ง เลยพยายามหางานที่ไม่ต้องใช้มือทำงานมากนัก ก็เลยสมัครเซลส์ ได้หลายที่เลย แต่เราเลือกเป็นเซลส์ขายคอร์สตามศูนย์บริการด้านสุขภาพ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในขณะนั้น
พอมาได้ทำจริงๆ(ช่วงนี้ได้เจอหมอที่วินิจฉัยถูกแล้วนะคะ และให้เราใส่เผือกดามไว้ช่วงกลางคืน เราเลยพิมพ์งานได้ ถึงจะมีอาการปวดอยู่บ้างแต่ไม่เท่าก่อนหน้านี้)เราเจอเรื่องอึดอัดหลายอย่างมาก เรื่องงานเซลส์ไม่ได้เป็นปัญหากับเราเท่าไหร่ ค่อยๆปรับตัวกันไป แม้จะลำบากใจตอนโทรศัพท์ตามลูกค้า หรือแม้จะโดนหัวหน้างานที่เพิ่งเข้าหลังเราไม่นาน พูดแรงใส่ เช่น เราเกาะพ่อแม่กิน หรือเอากระเป๋าของเขามาเก็บในเก๊ะเราเป็นประจำจนเราไม่มีที่วางกระเป๋าของเรา ก็แค่เก็บความขุ่นใจไว้นะคะ
แต่พอเราได้ผ่าตัด วันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คุณหมอให้ใบรับรองแพทย์ให้เราพักถึงวันที่ 13 ตอนแรกเรากะจะไปทำงานก่อน แต่หลายคนก็แนะนำให้ทำตามพทย์บอกดีกว่า แต่เราต้องมาวันที่ 8 เพราะวันนั้นไม่มีคนประจำหน้าเคาท์เตอร์เลย เราเลยมาวันที่ 8 และกลับไปพักที่บ้านต่อจนถึงวันที่ 13 จากนั้นก็มาทำงานที่ทำงานปกติ ในวันที่ 14
พอวันที่ 16 เราเจอกับหัวหน้างาน หัวหน้างานจะเข้ามาไม่บ่อยค่ะ เข้าแค่ 2 วันต้อสัปดาห์ รวมกับเดือน 11 ยอดขายไม่ค่อยดี เขาเลยบอกเรา ให้เรามาทำงานวันเสาร์ที่ 21 ได้มั้ย เอาวันหยุดสัปดาห์นี้ไปหยุดสัปดาห์ถัดไปแทน(เราทำงานที่นี่ 6 วัน ต่อสัปดาห์ และตารางวันจะไม่ได้มีวันหยุดแน่นอนค่ะ) เราก็ไม่มีปัญหา ทำงาน 8 วันติดเราก็เคยทำมาแล้ว
แล้วเค้าก็พูดประโยค ที่ทำเราและน้องเพื่อนร่วมงานอีกคนอึ้ง
"ไหนๆก็หยุดป่วยมาตั้งนานและ"
เราโมโหมากตอนนั้น คือเราเพิ่งผ่าตัด ไม่ได้นอนเล่นอยู่บ้าน เราจะไม่มีสิทธิพักหลังเรากลับจากลาป่วยเลยเหรอ แต่สุดท้าย เราก็ได้หยุดวันศุกร์แทนเพราะ รุ่นน้องช่วยไกล่เกลี่ย ตอนนี้เราเริ่มรู้สึก บริษัทนี้ชักเริ่มเอาเปรียบเราแล้ว
หลายวันต่อมา เรามีโอกาสได้เจอเจ้าของค่ะ เจ้าของก็ถามไถ่อาการเราดี ก่อนหน้านี้เค้าก็ดีกับเรานะคะ ปกติเค้าจะชอบพูดจาโผงผางและกัดจิกบ้าง แต่ทุกคนที่นี่จะชินค่ะ จนกระทั่งวันนั้น
เค้าก็ถามอาการเรานี่แหล่ะ แล้วเราก็บอก เออยังงอแขนได้ไม่ปกตินะคะ เพราะหลังผ่าก็ใส่เผือกดามไว้ตลอด ข้อศอกมันเลยติดๆจะพับข้อศอกยังได้องศาไม่เท่าอีกข้าง
เขาก็พูดต่อว่า
"ถ้ารู้ว่าเป็นคนพิการจะไม่รับเข้ามาหรอก ไม่ได้เรื่อง!"
เรารู้ว่าเค้าแซว แต่คำพูดของเขาตอกย้ำ ความรู้สึกที่เราใช้แขนอย่างปกติไม่ได้ในช่วงปีนี้เลยนะคะ เรารู้ว่าเราไม่ได้เป็น แต่เราสามารถมองออกเลยว่าคนๆนี้มีทัศนคติต่อคนผู้น้อยยังไง แล้วคนพิการจริงๆเขาได้ฟังคำนี้ เค้าไม่ยิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิมเหรอคะ
เราไม่มีความสุขเลยค่ะ ตอนนี้ นั่งคิดวนหลายๆอย่าง เราเล่าให้เพื่อนๆฟัง บ้างก็บอกให้ออกเลย หรือไม่ก็อย่าคิดมาก คำคน เเต่เราเหนื่อยที่ต้องมายิ้มทักทายพวกเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันต้องเฟคจนเราไม่อยากจะอะไรแล้ว หรือบางทีโดนหัวหน้าว่า ถ้าขายไม่ได้จะให้เชือกไปผูกคอ เราก็ยังต้องหัวเราะกลบเกลื่อน
เราอยากออกทุกวัน แต่เราเพิ่งทำงานมา 3 เดือนเอง เดือนธันวาก็เป็นเดือนที่ 4 เราอยากจะทนให้มากกว่านี้สัก 5 เดือน ไม่งั้นประวัติเราเสียมากแน่ เพราะเราเคยทำงานที่เก่า แค่ 1 เดือน แล้วเราก็ออกเพราะแขนเราไม่ไหว รวมถึงเราอยากเก็บเงินไปหาตปท. เจอแฟนเรา
ตอนนี้ก็แพลนไว้แบบนี้ แต่เริ่มทนไม่ไหวแล้วค่ะ ไม่อยากโดนว่าว่าเป็นคนไม่อดทนนะ เพราะก็ทนเรื่องความเจ็บปวดที่เส้นประสาทในแขนมาตลอด หลังผ่าก็ยังมีปวดอยู่ได้ตลอด แต่พอเจอคำพูดตัดกำลังใจ มัน....
ขอบคุณที่รับฟังนะคะ เหนื่อยใจจนไม่รู้จะพิมพ์อะไรต่อแล้ว
อยากระบายเรื่องคนที่ออฟฟิส ช่วยรับฟังด้วยนะคะ
แต่เรื่องที่เราจะเล่า เป็นผลพวงจากโรคนี้ค่ะ เพราะอาการนี้ทำให้เราปวดมาก เราวาดรูปมือขวาไม่ได้ และปวดจนพิมพ์งานไม่ได้ ทำให้เราต้องย้ายและเปลี่ยนงานติดๆกัน 2 ครั้ง เลยพยายามหางานที่ไม่ต้องใช้มือทำงานมากนัก ก็เลยสมัครเซลส์ ได้หลายที่เลย แต่เราเลือกเป็นเซลส์ขายคอร์สตามศูนย์บริการด้านสุขภาพ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในขณะนั้น
พอมาได้ทำจริงๆ(ช่วงนี้ได้เจอหมอที่วินิจฉัยถูกแล้วนะคะ และให้เราใส่เผือกดามไว้ช่วงกลางคืน เราเลยพิมพ์งานได้ ถึงจะมีอาการปวดอยู่บ้างแต่ไม่เท่าก่อนหน้านี้)เราเจอเรื่องอึดอัดหลายอย่างมาก เรื่องงานเซลส์ไม่ได้เป็นปัญหากับเราเท่าไหร่ ค่อยๆปรับตัวกันไป แม้จะลำบากใจตอนโทรศัพท์ตามลูกค้า หรือแม้จะโดนหัวหน้างานที่เพิ่งเข้าหลังเราไม่นาน พูดแรงใส่ เช่น เราเกาะพ่อแม่กิน หรือเอากระเป๋าของเขามาเก็บในเก๊ะเราเป็นประจำจนเราไม่มีที่วางกระเป๋าของเรา ก็แค่เก็บความขุ่นใจไว้นะคะ
แต่พอเราได้ผ่าตัด วันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คุณหมอให้ใบรับรองแพทย์ให้เราพักถึงวันที่ 13 ตอนแรกเรากะจะไปทำงานก่อน แต่หลายคนก็แนะนำให้ทำตามพทย์บอกดีกว่า แต่เราต้องมาวันที่ 8 เพราะวันนั้นไม่มีคนประจำหน้าเคาท์เตอร์เลย เราเลยมาวันที่ 8 และกลับไปพักที่บ้านต่อจนถึงวันที่ 13 จากนั้นก็มาทำงานที่ทำงานปกติ ในวันที่ 14
พอวันที่ 16 เราเจอกับหัวหน้างาน หัวหน้างานจะเข้ามาไม่บ่อยค่ะ เข้าแค่ 2 วันต้อสัปดาห์ รวมกับเดือน 11 ยอดขายไม่ค่อยดี เขาเลยบอกเรา ให้เรามาทำงานวันเสาร์ที่ 21 ได้มั้ย เอาวันหยุดสัปดาห์นี้ไปหยุดสัปดาห์ถัดไปแทน(เราทำงานที่นี่ 6 วัน ต่อสัปดาห์ และตารางวันจะไม่ได้มีวันหยุดแน่นอนค่ะ) เราก็ไม่มีปัญหา ทำงาน 8 วันติดเราก็เคยทำมาแล้ว
แล้วเค้าก็พูดประโยค ที่ทำเราและน้องเพื่อนร่วมงานอีกคนอึ้ง
"ไหนๆก็หยุดป่วยมาตั้งนานและ"
เราโมโหมากตอนนั้น คือเราเพิ่งผ่าตัด ไม่ได้นอนเล่นอยู่บ้าน เราจะไม่มีสิทธิพักหลังเรากลับจากลาป่วยเลยเหรอ แต่สุดท้าย เราก็ได้หยุดวันศุกร์แทนเพราะ รุ่นน้องช่วยไกล่เกลี่ย ตอนนี้เราเริ่มรู้สึก บริษัทนี้ชักเริ่มเอาเปรียบเราแล้ว
หลายวันต่อมา เรามีโอกาสได้เจอเจ้าของค่ะ เจ้าของก็ถามไถ่อาการเราดี ก่อนหน้านี้เค้าก็ดีกับเรานะคะ ปกติเค้าจะชอบพูดจาโผงผางและกัดจิกบ้าง แต่ทุกคนที่นี่จะชินค่ะ จนกระทั่งวันนั้น
เค้าก็ถามอาการเรานี่แหล่ะ แล้วเราก็บอก เออยังงอแขนได้ไม่ปกตินะคะ เพราะหลังผ่าก็ใส่เผือกดามไว้ตลอด ข้อศอกมันเลยติดๆจะพับข้อศอกยังได้องศาไม่เท่าอีกข้าง
เขาก็พูดต่อว่า
"ถ้ารู้ว่าเป็นคนพิการจะไม่รับเข้ามาหรอก ไม่ได้เรื่อง!"
เรารู้ว่าเค้าแซว แต่คำพูดของเขาตอกย้ำ ความรู้สึกที่เราใช้แขนอย่างปกติไม่ได้ในช่วงปีนี้เลยนะคะ เรารู้ว่าเราไม่ได้เป็น แต่เราสามารถมองออกเลยว่าคนๆนี้มีทัศนคติต่อคนผู้น้อยยังไง แล้วคนพิการจริงๆเขาได้ฟังคำนี้ เค้าไม่ยิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิมเหรอคะ
เราไม่มีความสุขเลยค่ะ ตอนนี้ นั่งคิดวนหลายๆอย่าง เราเล่าให้เพื่อนๆฟัง บ้างก็บอกให้ออกเลย หรือไม่ก็อย่าคิดมาก คำคน เเต่เราเหนื่อยที่ต้องมายิ้มทักทายพวกเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันต้องเฟคจนเราไม่อยากจะอะไรแล้ว หรือบางทีโดนหัวหน้าว่า ถ้าขายไม่ได้จะให้เชือกไปผูกคอ เราก็ยังต้องหัวเราะกลบเกลื่อน
เราอยากออกทุกวัน แต่เราเพิ่งทำงานมา 3 เดือนเอง เดือนธันวาก็เป็นเดือนที่ 4 เราอยากจะทนให้มากกว่านี้สัก 5 เดือน ไม่งั้นประวัติเราเสียมากแน่ เพราะเราเคยทำงานที่เก่า แค่ 1 เดือน แล้วเราก็ออกเพราะแขนเราไม่ไหว รวมถึงเราอยากเก็บเงินไปหาตปท. เจอแฟนเรา
ตอนนี้ก็แพลนไว้แบบนี้ แต่เริ่มทนไม่ไหวแล้วค่ะ ไม่อยากโดนว่าว่าเป็นคนไม่อดทนนะ เพราะก็ทนเรื่องความเจ็บปวดที่เส้นประสาทในแขนมาตลอด หลังผ่าก็ยังมีปวดอยู่ได้ตลอด แต่พอเจอคำพูดตัดกำลังใจ มัน....
ขอบคุณที่รับฟังนะคะ เหนื่อยใจจนไม่รู้จะพิมพ์อะไรต่อแล้ว