อยากมีเงิน ต้องเข้าใจเงิน The Series: ตอนที่ 1 สวัสดี เงินออม พร้อมความเชื่อผิดๆ

เกริ่นสักนิด
เม่าอ่าน
สวัสดีอีกครั้งครับ เพื่อนๆชาวพันทิป
จากที่เคยเขียนกระทู้ รีวิวลดน้ำหนัก
'http://pantip.com/topic/32235066'
เพี้ยนโบ๊ะหน้า
และ กระทู้รีวิวร้านอาหาร
'http://pantip.com/topic/32875381'
'http://pantip.com/topic/32896209'
เพี้ยนกินเพี้ยนกินมาม่า

วันนี้เจ้าของกระทู้ขอเปลี่ยนแนวนิดหน่อยนะครับ
นิดหน่อยที่ว่านี่หลายคนคงสงสัยจากหัวข้อ ว่ามันดูแตกต่างเลยทีเดียว
แล้วอะไรที่ว่านิดหน่อย เพราะเล่นข้ามขอบเขตจาก สุกภาพ การกิน --> การเงิน เลย
เม่าเริงร่าเม่าเริงร่าเม่าเริงร่า

นิดเดียวจริงๆครับ เพราะไม่ว่าคุณจะดูแลสุขภาพโดยการออกกำลังกายใน ฟิตเนส
ออกกำลังกายบนลู่วิ่งในบ้าน ออกไปวิ่งฟรีตามสวนสาธารณะกับรองเท้าวิ่งคู่เก่ง
ไปจนถึงการกินอาหารคลีนเพื่อสุขภาพทั้งหลาย
สิ่งที่คุณต้องใช้เหมือนๆกันคือ 'เงิน'

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เรามาเข้าเรื่องของเรากันครับ
จากที่พูดไปด้านบน ใช่ครับไม่ว่าจะทำอะไรเราต้องใช้เงิน
ตั้งแต่ตื่นนอนมา เราได้รับแอร์ชุ่มฉ่ำ ค่าไฟที่เสียก็ใช้เงินจ่าย
เดินเข้าห้องน้ำ เปิดน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน ค่าน้ำก็ช้เงินจ่าย
ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ก็ต้องเสียเงินซื้อ
อะไรๆรอบๆตัวเราก็ดูเป็นเงินเป็นทองไปซะหมด
(ไม่น่าแปลกที่ใครหลายคนบูชาเงินว่าเป็นพระเจ้า)
ด้วยเหตุนี้ ที่เงินวนเวียนอยู่รอบตัวเราตั้งแต่เวลาตื่นจนแม้กระทั่งเวลานอน
แล้วทำไม คนส่วนใหญ่ถึงยังไม่หันมาสนใจสิ่งที่อยู่กับเราในทุกๆที่ ทุกๆวินาทีนี้
ที่เรียกว่า 'เงิน' กันล่ะครับ

ใช่ครับ เงินส่งผลในการวัดระดับคนด้วยกันแท้จริงแล้วคือ 2 ประเภท
1. คนรวย
2. คนจน
(จริงๆ ผมไม่อยากใช้ 2 คำนี้เลย เดี๋ยวจะขอเก็บไว้อธิบายอีกทีนะครับ)

ด้วยอานุภาพของเงินที่ได้สำแดงให้เห็นกัน คนส่วนมากจึงปราถนาที่จะมีเงินมากๆ
สรรหาวิธีการทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา แล้วแปลกใจกันไหมครับ ว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึง 'ไม่รวย'
เจ้าหอบเงินเจ้าหอบเงินเจ้าหอบเงินเจ้าหอบเงินเจ้าหอบเงิน
สาเหตุหลักเลยเป็นเพราะ คนส่วนใหญ่รู้ดีเกี่ยวกับ วิธีการซึ่งจะได้เงินมาครับ
แน่นอนถ้าคุณเป็นเด็กนักเรียน คุณและเพื่อนๆ ก็ต้องไปค่าขนมจากผู้ปกครอง
และเมื่อโตขึ้นมาทำงาน คุณก็จะได้เงินจากเงินเดือนที่ได้รับ
บ้างได้จากอาชีพเสริม
หรือแม้กระทั่งเจ้าของกินการ คุณก็ได้รับเงินจากผลกำไรของกิจการนั้นๆ

เห็นได้ชัดเจนว่าทุกคนรู้ครับว่าเราจะได้เงินมายังไง
แต่สาเหตุที่เราไม่รวยเป็นเพราะคนส่วนใหญ่
'ใช้ตัวเองทำงานเพื่อเงินเป็น แต่ใช้เงินทำงานให้เราไม่เป็น'

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

'ใช้เงินทำงาน' คืออะไร? ปกติคนเราต้องทำงานสิ่ถึงจะได้เงินไม่ใช่เหรอ?
คำถามนี้ไม่ผิดครับ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้และไม่เข้าใจ แต่ไม่ใช่ไม่รู้ทั้ง 100% นะครับ
คนส่วนใหญ่รู้ความลับของการใช้เงินทำงานให้เราแค่ 1/10 ทั้งนั้น
เม่าเนิร์ดเม่าเนิร์ดเม่าเนิร์ด

เรามาทบทวนกันหน่อย ว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่รู้เกี่ยวกับการที่เงินจะทำงานให้เราได้คืออะไร

"เอ้าลูก ได้ค่าขนมไปกินขนมเสร็จแล้ว กลับมาบ้านเหลือเท่าไหร่หยอดกระปุกนะคะ หนูจะได้มีเงินออม โตไปหนูได้มีเงินเยอะๆ"
คุ้นไหมครับ??

"ตรุษจีนปีนี้ได้เงินมา 2,000 บาท ลูกอยากได้ของเล่นก็ไปซื้อนะ ส่วนที่เหลือเอามาเข้าบัญชีเงินออม อีกหน่อยจะได้รวยๆนะลูก"
เคยได้ยินอะไรแบบนี้มาไหม??

"เงินเดือนออกแล้ว หักค่าเช่าหอ หักค่าโทรศัพท์ หักค่าอินเตอร์เน็ต หักเตรียมไว้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน หักนู่นนั่นนี่ไว้ก่อน เหลือเท่าไหร่เอาไปออม (พ่อแม่สอนไว้ ว่าทำงี้จะรวย)"
....................................................... แล้วมันรวยไหมล่ะครับ?
เม่าโกรธเม่าโกรธเม่าโกรธ

ความลับที่ผมกล่าวไปนี้คือสิ่งที่เราทุกคนได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เด็กครับ
ว่าได้รับเงินไป ก็หักสิ่งที่จะใช้ แล้วที่เหลือเอาไปเก็บให้เป็น
'เงินออม'

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อ้าว แล้วออมเงินไม่รวยหรอ? ก็ออมในธนาคาร ก็มีดอกเบี้ยให้ไง

หึหึหึ คุณคิดถูกแล้วล่ะครับ แต่!! ครึ่งของครึ่งเดียวนะ.............
ครึ่งที่ว่า 'ดอกเบี้ย' จะทำให้คุณรวยแต่

เคยได้ยินประโยคที่ว่า
"สิ่งมหัศจรรย์สิ่งที่ 8 ของโลกนี้คือ ดอกเบี้ยทบต้น"
กันไหมครับ?

เรามาเคลียทีละประเด็นกันก่อนครับ
ประเด็นที่ 1: ฝากเงินในธนาคาร
เขามีดอกเบี้ยให้คุณ จะกี่ % ก็แล้วแต่บัญชีแต่ละประเภทที่คุณเลือกเปิด
มีตั้งแต่ไม่เต็ม 1% - 3% หรือมากกว่านั้นนิดหน่อยแล้วแต่ แต่ละสถาบันการเงินจะออกนโยบาายมาให้

ประเด็นที่ 2: ดอกเบี้ยทบต้น
คำว่าทบต้น คือคำตรงตัวเลยครับ สิ่งสะสมทบยอดลงไปบนต้นทุนที่มีอยู่
แต่ก็แล้วแต่ว่า นโยบาย ของสถาบันการเงินนั้นจะทบต้นรูปแบบไหน
บ้างก็ทบแบบปี คือปีนึงจ่ายดอกเบี้ยครั้งเดียว
บ้างก็ทบครึ่งปี ก็เป็นปีละ 2 ครั้ง
บ้างก็รายไตรมาศ ปีละ 3 ครั้ง
บ้างก็รายเดือน รายวัน ก็ว่ากันไปครับ

เพราะฉะนั้นเมื่อสองคำนี้มารวมกันเป็น 'ดอกเบี้ยทบต้น' มันจะทวีคูณอย่างมหาศาล
พูดลอยๆแบบนี้อาจจะอ่านแล้วไม่เก็ท ผมยกตัวอย่างคร่าวๆให้ดูกันดีกว่า

เคสที่ 1: สมมุติให้เรามีเงินฝากธนาคารที่ 10,000 บาท ธนาคารจ่ายดอกเบี้ยเราที่ครั้งละ 3% ปีละครั้ง เป็นเวลา 1 ปี

เงินต้น: 10,000
ดอกเบี้ย: 3%
จำนวนครั้ง/ปี: 1 ครั้ง
จำนวนปี: 1 ปี

10,000 x 3/100 x 1 = 300

เราจะได้ดอกเบี้ยที่ 300 บาทต่อปี รวมกับเงินต้น 10,000 บาท
10,000 + 300 = 10,300 บาท


เคสที่ 2: สมมุติให้เรามีเงินฝากธนาคารที่ 10,000 บาท ธนาคารจ่ายดอกเบี้ยเราที่ครั้งละ 3% ปีละครั้ง เป็นเวลา 3 ปี

เงินต้น: 10,000
ดอกเบี้ย: 3%
จำนวนครั้ง/ปี: 1 ครั้ง
จำนวนปี: 3 ปี

หลายๆคนอาจจะยังติดกับตัวเลข 300 บาท / ปี อยู่เลยคิดว่า เมื่อครบ 3 ปีเงินที่คุณจะได้คงออกมาเป็น
10,000 (เงินต้น) + 900 (ดอกเบี้ย 300 บาท 3 ครั้ง) = 10,900 บาท

ผิดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

การบต้นหมายความว่าคุณต้องเอาดอกเบี้ยที่ได้แต่ละครั้ง ไปรวมกับเงินต้น แล้วเอาจำนวนนั้นๆไปคิดเป็นต้นทุนใหม่เลย
เพราะฉะนั้นในกรณีนี้จะเป็น

ปีที่ 1: 10,000+300=10,300
ปีที่ 2: 10,300+309=10,609
ปีที่ 3: 10,609+318=10,927

เห็นไหมครับ ว่าตัวเลขมันจะค่อยๆขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กระทิงเริงร่ากระทิงเริงร่ากระทิงเริงร่า

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อคุณเข้าใจระบบการทำงานขั้นต้นของเงินแล้ว
สิ่งต่อมาที่อยากให้ทุกๆท่านได้เข้าใจกันก็คือเรื่องของ

'เงินออม'

จากอดีตกาลเมื่อนานมาแล้วสมัยยังเป็นเด็ก สิ่งที่ถูกปลูกฝังมาในจิตใต้สำำนึกของเราคือ

รายได้ - รายจ่าย = เงินออม

ถ้าให้ผมคอมเม้นท์ว่าถูกไหม คล้ายคลึงเดิมๆครับ
ถูก!! แต่ถูกไม่หมด
เพราะในคำว่ารายจ่ายนั้น อัดแน่นไปด้วยสิ่งต่างๆมากมายที่คนเราเห็นมันเ็ป็น
สิ่งของจำเป็น สิ่งของที่ต้องการ สิ่งของฟุ่มเฟมือย(แต่จะเอาอ่ะ จะทำไม)

เนื่องจากมันประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆมากมายเช่นนี้ เพราะฉะนั้น
เราจะสามารถตอบได้อย่างไรว่า เดือนๆนึง
เราใช้เงินที่เราได้มาในรูปแบบ 'รายได้'
ไปอย่างคุ้มค่าในรูปแบบ 'รายจ่าย'
และเงินที่แสนมีค่าของเราที่ 'เหลือ' ก็จะเปลี่ยนสถานะตัวเองไปสู่ 'เงินออม'

เพราะฉะนั้นจริงๆแล้ว ผมว่าทุกๆคนน่าจะมีความคิดนี้กันทุกคน
แต่อาจจะลึกลงไป และ ถูกกลบด้วยความต้องการสิ่งของรอบตัวให้ลึกลงไปอีกคือ

'เห้ย!! ได้เงินมา แบ่งไปออมก่อนสิ่!! ค่อยใช้ ออนาคตจะได้มีเงินไง'

ถั่วต้วม!! ใช่ครับ มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือพลิกผันสมการ การเงินส่วบุคคลที่เราเข้าใจมาทั้งชีวิตเลย
มันแค่สลับที่กันเท่านั้นเอง

รายได้ - เงินออม = รายจ่าย

เห็นไหมครับ มันง่ายมากเลย
หลายคนจะเถียงว่า แค่เขียนออกมามันก็ดูง่ายหรอก แต่ค่าครองชีพอย่างทุกวันนี้ จะเอาอะไรไปออมล่ะ
ผมขออนุญาตเรียนทุกท่านตามตรงเลยนะครับ ไม่มีกูรูท่านไหน ไม่มีเครื่องมือวิเศษชิ้นใดบนโลก
ที่จะเปลี่ยนความคิดของใครได้ นอกเสียจากท่านเลือกเปลี่ยนมันด้วยตัวขอท่านเอง
เม่าขายหมูเม่าชอปปิ้งเม่าเซย์โนเม่าออม

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คราวนี้เราจะเปลี่ยน หรือปรับสัดส่วนในรายได้ของเรายังไงดีให้เหมาะสมเพื่อความมั่งคั่งของเราในอนาคตดี
อันนี้เป็นเรื่องอยากครับ เพราะความจำเป็นในการใช้จ่ายและปัจจัยการช้ชีวิตไม่เหมือนกัน
ผมมีตัวอย่างที่ยืมรูปภาพมาจากเว็ปอื่นๆมาให้เพื่อนๆลองพิจารณาดูกัน

ตั้งสมมุติฐานที่เงินเดือนขั้นต่ำของคนไทยนะครับ 15,000 บาทต่อเดือนจะแบ่งไปทำอะไรได้บ้าง





แต่ๆละท่านสามารถปรับเปลี่ยนแนวความคิดและวิธีการแบ่งสัดส่วนให้แตกต่างกันได้นะครับ
ขอแค่ท่านเพียงเริ่มต้นที่จะหักเงินไว้ออมก่อน ผมเเชื่อว่าถ้าเริ่มแล้วอะไรก็หยุดท่านไม่อยู่แล้วล่ะ
เมื่อวันข้างหน้าที่ท่านเปิดดูตัวเลขทางารเงินของตัวเองแล้วเห็นมันพอกพูนขึ้น
ท่านจะนึกย้อนมาถึงวันแรกที่ท่านได้เปลี่ยนความคิดเรื่องเงิน
แล้วท่านจะยิ้มได้ เชื่อผมสิครับ ^^
นางพญาเม่านางพญาเม่านางพญาเม่า

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กระทู้นี้ก็ขอจบเรื่อง "อยากมีเงิน ต้องเข้าใจเงิน The Series: ตอนที่ 1 สวัสดี เงินออม พร้อมความเชื่อผิดๆ"
ไว้เท่านี้นะครับ ถ้ามีโอกาส และ มีเพื่อนชื่นชอบยังไง จะกลับมาเขียนเพิ่มอย่างแน่นอนครับ

ปล. ในภาพการแบ่งการใชเงินประจำเดือนทั้ง 2 ภาพ อาจจะมีบางคำที่ยังไม่เข้าใจกันเช่นเรื่องของการลงทุน
ไว้ผมจะมาอธิบายให้ฟังทีหลังนะครับ^^

เรียนให้ทราบตามตรงเลยว่า ผมไม่มีส่วนได้เสียใดๆจากการตั้งกระทู้
ผมแค่เพียงต้องการ.... ไม่อยากใช้คำว่าให้ความรู้เพราะตัวผมเองยังมีเรื่องที่ยากเรียนรู้อีกมาก
ผมยังไม่เก่งขนาดนั้น แต่เพียงแค่อยากจะช่วยให้เพื่อนๆทุกคนเข้าใจเรื่องการเงินมากขึ้น
แล้วเพื่อนๆจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากเงินที่พอกพูนขึ้น พร้อมความเข้าใจที่ดีมากขึ้นเกี่ยวกับการเงินครับ

ขอบคุณครับ
TS
^^
พาพันขอบคุณพาพันขอบคุณพาพันขอบคุณ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่