20
จัดฉาก
โดย ฮาร์โมนิก้า
ที่หน้าวิลล่าส่วนตัวของอนาสเตเซียคราคร่ำไปด้วยรถตำรวจและรถพยาบาล
เสียงหวอจากรถที่ต้องการความด่วนทั้งสองชนิด ผนวกกับเสียงเฮลิคอปเตอร์ที่บินลงมาจอดยังสนามหลังบ้านที่กว้างใหญ่
ริมหน้าผาช่วยกลบเสียงความเคลื่อนไหวอื่นในทะเลจนหมดสิ้น
ทั่วบริเวณสนามหลังบ้านสว่างจ้าด้วยแสงไฟจากเฮลิคอปเตอร์ และรถพยาบาลที่แล่นเข้ามาจอด ในขณะที่บุรุษพยาบาล
เข็นเตียงลงมารับร่างของนิโคลาโยส ซึ่งได้รับบาดแผลจากการถูกยิงที่หัวไหล่ขวา
พอนตัสกำลังให้ปากคำกับนายตำรวจท้องที่ ขณะที่สารวัตรลาซารอสกับผู้หมวดอลองโซ่เพิ่งมาถึงในภายหลัง
กฤชมาถึงพร้อมกับอาคิลในเฮลิคอปเตอร์ ภาพที่ทั้งคู่มาเห็นคือสภาพบ้านที่วุ่นวายเต็มไปด้วยตำรวจ ร่างของนิโคลาโยส
ซึ่งนอนอยู่บนเตียงและถูกเข็นผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็วตรงไปยังรถพยาบาล
กฤชวิ่งตามไปกระชากคอเสื้อของนิโคลาโยสไว้เขย่าแรงจนร่างนั้นแทบตกจากเตียง
“อนาสเตเซียอยู่ไหน” เขาถามอย่างคาดคั้น
นิโคลาโยสมองตอบกฤชด้วยแววตาเย้ยหยันชั่วแว่บหนึ่ง ก่อนจะแสร้างทำสีหน้าเศร้าเสียใจเหลือประมาณเมื่อเห็นตำรวจ
เดินเข้ามากันกฤชออกไป
เขาเลือกที่จะไม่ตอบคำถามกฤช ได้แต่เบือนหน้าหนี น้ำตาของคนเจ้าเล่ห์ไหลออกมาทางหางตาที่ปิดสนิท
กฤชคิดจะดึงดันตามไปซักถามให้รู้เรื่องหากแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจและบุรุษพยาบาลกันเขาไว้ เตียงของนิโคลาโยสถูกเข็น
ขึ้นรถ และขับออกจากสถานที่นั้นไปอย่างรวดเร็ว ตรงไปยังโรงพยาบาลในปาริเกีย
กฤชร้อนรนไปหมด เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น อนาสเตเซียอยู่ที่ไหน
“ลองไปถามพอนตัสดูไหมครับ” อาคิลเอ่ยขึ้น
กฤชหันมามองจริงสิ เขาลืมอาคิลไปเลย ทั้งคู่เดินมาหาพอนตัสซึ่งกำลังให้ปากคำตำรวจ กฤชเดินนำอาคิลเข้าไป เขาจับมือ
และกล่าวทักทายนายตำรวจซึ่งรู้จักหน้าตากฤชดีจากหน้าปกนิตยสารธุรกิจและนิตยสารคนดังหลายเล่มทั้งในกรีซและในยุโรป
กฤชแจ้งความประสงค์ขอคุยกับพอนตัส นายตำรวจผู้นั้นรีบรับคำและเปิดทางให้ทันที
“เชิญครับคุณอนาโตลาคิส ผมสอบปากคำเสร็จพอดี”
กฤชกล่าวขอบคุณ และเดินนำพอนตัสกับอาคิลแยกวงออกมา
“เกิดอะไรขึ้นหรือ พอนตัส” ชายหนุ่มถามทันที “อนาสเตเซียอยู่ไหน”
“ผมไม่ทราบเหมือนกันครับ จู่ๆ ผมก็ได้ยินเสียงปืนลั่นหนึ่งนัด ไอ้พวกในคอกก็ร้องกันใหญ่ ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ได้ยิน
นัดที่สองแล้วก็อีกหนึ่งนัด” พอนตัสเล่าซ้ำหลังจากที่ได้เล่าเหตุการณ์ให้ตำรวจฟังไปแล้วครั้งหนึ่ง
“ผมวิ่งออกมาดู เพราะคิดว่าเสียงมาจากด้านหลังบ้านใหญ่ ผมพยายามเดินมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มันก็ไกลอยู่นะครับ
กว่าจะเดินมาถึงก็เกือบสิบนาที ตอนที่มาถึงผมไม่เห็นใครนอกจากคิริโยสนิคกี้ ล้มนอนอยู่ที่พื้นริมหน้าผา เลือดไหล
ดูท่าว่าโดนยิง คิริโยสนิคกี้ใช้โทรศัพท์เรียกตำรวจเองแล้ว ไม่ถึงห้านาทีหลังจากที่ผมไปถึง รถพยาบาลกับรถตำรวจ
ก็มาถึงไล่ๆ กัน แล้วถัดมาก็เป็นเฮลิคอปเตอร์ของคิริโยสคริสนี่ล่ะครับ”
พอนตัสเล่ายาว
“แล้วอนาสเตเซียล่ะ” กฤชถามซ้ำอย่างร้อนรน สองมือคว้าไหล่พอนตัสไว้บีบแน่น
“ผมไม่เห็นครับ แต่เห็นรถคิเรียอัณญ่าจอดอยู่ที่หน้าบ้าน ตอนที่ได้ยินเสียงปืน ผมวิ่งออกมาจากบ้านพัก มองมาทางหลัง
บ้านใหญ่นี่ เหมือนเห็นแสงไฟสว่างจ้า แล้วก็มืดดับลงตอนสิ้นเสียงปืน แต่ผมยังวิ่งมาไม่ทัน ผมมันแก่แล้วครับ แล้วบ้านพัก
ก็อยู่ห่างจากตัวบ้านใหญ่กับสนามหลังบ้านนี่ตั้งไกลโข”
“เอาใหม่ซิว่าพอนตัสได้ยินเสียงปืนทั้งหมดกี่นัด” กฤชถามใหม่อีกครั้ง
พอนตัสยกนิ้วขึ้นนับ
“หนึ่งนัด แล้วก็สอง สาม .. ประมาณสามนัดครับ”
“ตอนพอนตัสมาถึงคิริโยสนิคกี้เขาว่ายังไง” อาคิลถามขึ้นมาบ้าง
“เห็นแกว่าแกถูกยิง คิเรียอัณญ่ายิงแก แกจำเป็นต้องยิงสวนกลับเพื่อป้องกันตัว”
กฤชหน้าขาวเมื่อฟังถึงตอนนี้ เขาผละจากคนทั้งคู่แล้ววิ่งไปดูตรงริมหน้าผาซึ่งคาดว่าเป็นจุดเกิดเหตุตามคำบอกเล่า
ของพอนตัส
ตำรวจท้องที่เดินมาสกัดกั้นไม่ให้เขาเข้าไปล่วงล้ำบริเวณนั้น เพราะอาจเป็นการทำลายหลักฐานได้ ชายหนุ่มต้องเดินอ้อมไป
ชะโงกมองลงไปยังหน้าผาเบื้องล่าง เขาใจหายเมื่อมองลงไปเห็นหน้าผาสูงชัน และท้องทะเลมืดสนิท แม้คืนนั้นลมจะสงบ
และน้ำทะเลแทบไม่มีคลื่น แต่อนาสเตเซียจะรอดชีวิตไปได้อย่างไรหากว่าเธอถูกยิงซึ่งไม่รู้ว่ากี่นัดในระยะเผาขน และยังอาจ
ร่วงตกหน้าผาลงไปอีก
ต่อให้เธอว่ายน้ำเก่ง แต่เธอก็ไม่มีทางลอยตัวในน้ำทะเลที่ลึกและกว้างใหญ่ได้ไหว ในขณะที่เธอบาดเจ็บอยู่
กฤชพยายามชะโงกมองผ่านสายเทปสีเหลืองคาดดำที่ตำรวจเอามาล้อมบริเวณโดยรอบโต๊ะและเก้าอี้สนามไว้ แสงไฟจาก
สป็อตไลท์ของตำรวจสาดส่องพื้นที่บริเวณสนามหลังบ้านนั้นจนสว่างราวกับกลางวัน
ชายหนุ่มเขม้นมองแล้วก็ยิ่งใจเสีย สภาพหย่อมเลือดสองหย่อมที่อยู่ห่างกันไม่ถึงห้าเมตร หย่อมหนึ่งใหญ่กว่าอยู่ถัดเข้ามา
ด้านใน ขณะที่อีกหย่อมดูกระจายและห่างจากหน้าผาเพียงไม่ถึงหกสิบเซนติเมตร
รอยเลือดที่สาดกระเด็นนั้นหายไปกับขอบหน้าผา จากลักษณะกองเลือดบอกว่าอนาสเตเซียต้องถูกยิงในระยะเผาขน หากเป็น
เช่นนั้นอนาสเตเซียอาจไม่มีชีวิตรอดทันตกถึงผืนน้ำเบื้องล่างด้วยซ้ำ
กฤชมองลงไปยังทะเลมืดมิด เข่าอ่อนยวบลงอย่างกะทันหัน น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“อนาสเตเซีย ทำไมคุณถึงใจร้อนไม่รอผม ทำไมไม่รอตำรวจ ทำไม อนาสเตเซีย ทำไม”
เขาคร่ำครวญอยู่คนเดียวภายในใจขณะที่น้ำตาไหลรินออกมาอย่างเงียบๆ
อาคิลเดินมาคุกเข่าลงด้านข้าง และตบไหล่เขาอย่างปลอบโยน
“อย่าเพิ่งด่วนสรุปสิครับคิริโยส” พ่อบ้านชราปลอบ “ตราบใดที่ยังไม่พบศพคิเรียอนาสเตเซีย เราจะต้องเชื่อไว้ก่อนว่าคิเรีย
ยังมีชีวิตอยู่”
“ฉันจะฆ่ามันอาคิล” กฤชกัดฟันพูดอย่างโกรธแค้นผิดวิสัยสุขุมของเขา “มันเจตนาล่ออัณญ่ามา ฉันจะฆ่ามัน”
ชายหนุ่มผลุนผลันลุกขึ้นจะวิ่งออกไปยังด้านหน้าบ้าน อาคิลดึงเขาไว้ พลางเรียกให้พอนตัสช่วย ทั้งสองผู้เฒ่าไม่อาจสู้แรง
ชายหนุ่มได้ จนต้องล้มเขาลงกับพื้นสนามและกดตัวไว้ อาคิลร้องเตือนใส่หูกฤชบอกให้เขามีสติ
“คิริโยส ใจเย็นๆ ครับ คุณอยากจะพลาดท่าเหมือนคิเรียอนาสเตเซียอย่างนั้นหรือ”
“ปล่อยฉันอาคิล” กฤชดื้อดึงพยายามขืนตัวหนีการเกาะกุมของผู้เฒ่าทั้งสอง “ฉันจะไปเค้นความจริงจากมัน”
“มีสติหน่อยสิครับ ตอนนี้คิเรียอนาสเตเซียเหลือแต่คุณเป็นที่พึ่งคนเดียวแล้ว คิริโยสจะมาขาดสติแบบนี้ไม่ได้ คุณต้องมีสติ
จะได้ช่วยคิเรียอนาสเตเซียได้ บอกแล้วไงว่าตราบใดที่ยังไม่เจอศพคิเรีย เราไม่ก็ยังไม่ควรสรุปว่าเธอเสียชีวิตแล้ว”
กฤชร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย
“อาคิลไม่ควรห้ามฉันเลย ถ้าฉันมาเร็วกว่านี้ ก็คงมาช่วยอนาสเตเซียทัน”
เขาคร่ำครวญออกมาอย่างสุดกลั้น
“ฉันปกป้องเธอไม่ได้ ได้ยินไหมอาคิล ฉันปกป้องอนาสเตเซียไม่ได้”
อาคิลลงนั่งข้างๆ พลางดึงกฤชขึ้นจากพื้น และโอบกอดเขาไว้อย่างปลอบโยน เหมือนเช่นที่เคยปลอบโยนคิโรสในคราวที่
สูญเสียอแนสซ่า
“ทำไมคิริโยสถึงด่วนสรุปล่ะ เราควรช่วยกันหาคิเรียอัณญ่าก่อน ถ้าเจอศพแล้วค่อยมานั่งเสียใจก็ยังทันนี่ครับ”
ปมรัก รอยอดีต Book II ปมรัก บทที่ 20 จัดฉาก
20
จัดฉาก
โดย ฮาร์โมนิก้า
ที่หน้าวิลล่าส่วนตัวของอนาสเตเซียคราคร่ำไปด้วยรถตำรวจและรถพยาบาล
เสียงหวอจากรถที่ต้องการความด่วนทั้งสองชนิด ผนวกกับเสียงเฮลิคอปเตอร์ที่บินลงมาจอดยังสนามหลังบ้านที่กว้างใหญ่
ริมหน้าผาช่วยกลบเสียงความเคลื่อนไหวอื่นในทะเลจนหมดสิ้น
ทั่วบริเวณสนามหลังบ้านสว่างจ้าด้วยแสงไฟจากเฮลิคอปเตอร์ และรถพยาบาลที่แล่นเข้ามาจอด ในขณะที่บุรุษพยาบาล
เข็นเตียงลงมารับร่างของนิโคลาโยส ซึ่งได้รับบาดแผลจากการถูกยิงที่หัวไหล่ขวา
พอนตัสกำลังให้ปากคำกับนายตำรวจท้องที่ ขณะที่สารวัตรลาซารอสกับผู้หมวดอลองโซ่เพิ่งมาถึงในภายหลัง
กฤชมาถึงพร้อมกับอาคิลในเฮลิคอปเตอร์ ภาพที่ทั้งคู่มาเห็นคือสภาพบ้านที่วุ่นวายเต็มไปด้วยตำรวจ ร่างของนิโคลาโยส
ซึ่งนอนอยู่บนเตียงและถูกเข็นผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็วตรงไปยังรถพยาบาล
กฤชวิ่งตามไปกระชากคอเสื้อของนิโคลาโยสไว้เขย่าแรงจนร่างนั้นแทบตกจากเตียง
“อนาสเตเซียอยู่ไหน” เขาถามอย่างคาดคั้น
นิโคลาโยสมองตอบกฤชด้วยแววตาเย้ยหยันชั่วแว่บหนึ่ง ก่อนจะแสร้างทำสีหน้าเศร้าเสียใจเหลือประมาณเมื่อเห็นตำรวจ
เดินเข้ามากันกฤชออกไป
เขาเลือกที่จะไม่ตอบคำถามกฤช ได้แต่เบือนหน้าหนี น้ำตาของคนเจ้าเล่ห์ไหลออกมาทางหางตาที่ปิดสนิท
กฤชคิดจะดึงดันตามไปซักถามให้รู้เรื่องหากแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจและบุรุษพยาบาลกันเขาไว้ เตียงของนิโคลาโยสถูกเข็น
ขึ้นรถ และขับออกจากสถานที่นั้นไปอย่างรวดเร็ว ตรงไปยังโรงพยาบาลในปาริเกีย
กฤชร้อนรนไปหมด เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น อนาสเตเซียอยู่ที่ไหน
“ลองไปถามพอนตัสดูไหมครับ” อาคิลเอ่ยขึ้น
กฤชหันมามองจริงสิ เขาลืมอาคิลไปเลย ทั้งคู่เดินมาหาพอนตัสซึ่งกำลังให้ปากคำตำรวจ กฤชเดินนำอาคิลเข้าไป เขาจับมือ
และกล่าวทักทายนายตำรวจซึ่งรู้จักหน้าตากฤชดีจากหน้าปกนิตยสารธุรกิจและนิตยสารคนดังหลายเล่มทั้งในกรีซและในยุโรป
กฤชแจ้งความประสงค์ขอคุยกับพอนตัส นายตำรวจผู้นั้นรีบรับคำและเปิดทางให้ทันที
“เชิญครับคุณอนาโตลาคิส ผมสอบปากคำเสร็จพอดี”
กฤชกล่าวขอบคุณ และเดินนำพอนตัสกับอาคิลแยกวงออกมา
“เกิดอะไรขึ้นหรือ พอนตัส” ชายหนุ่มถามทันที “อนาสเตเซียอยู่ไหน”
“ผมไม่ทราบเหมือนกันครับ จู่ๆ ผมก็ได้ยินเสียงปืนลั่นหนึ่งนัด ไอ้พวกในคอกก็ร้องกันใหญ่ ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ได้ยิน
นัดที่สองแล้วก็อีกหนึ่งนัด” พอนตัสเล่าซ้ำหลังจากที่ได้เล่าเหตุการณ์ให้ตำรวจฟังไปแล้วครั้งหนึ่ง
“ผมวิ่งออกมาดู เพราะคิดว่าเสียงมาจากด้านหลังบ้านใหญ่ ผมพยายามเดินมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มันก็ไกลอยู่นะครับ
กว่าจะเดินมาถึงก็เกือบสิบนาที ตอนที่มาถึงผมไม่เห็นใครนอกจากคิริโยสนิคกี้ ล้มนอนอยู่ที่พื้นริมหน้าผา เลือดไหล
ดูท่าว่าโดนยิง คิริโยสนิคกี้ใช้โทรศัพท์เรียกตำรวจเองแล้ว ไม่ถึงห้านาทีหลังจากที่ผมไปถึง รถพยาบาลกับรถตำรวจ
ก็มาถึงไล่ๆ กัน แล้วถัดมาก็เป็นเฮลิคอปเตอร์ของคิริโยสคริสนี่ล่ะครับ”
พอนตัสเล่ายาว
“แล้วอนาสเตเซียล่ะ” กฤชถามซ้ำอย่างร้อนรน สองมือคว้าไหล่พอนตัสไว้บีบแน่น
“ผมไม่เห็นครับ แต่เห็นรถคิเรียอัณญ่าจอดอยู่ที่หน้าบ้าน ตอนที่ได้ยินเสียงปืน ผมวิ่งออกมาจากบ้านพัก มองมาทางหลัง
บ้านใหญ่นี่ เหมือนเห็นแสงไฟสว่างจ้า แล้วก็มืดดับลงตอนสิ้นเสียงปืน แต่ผมยังวิ่งมาไม่ทัน ผมมันแก่แล้วครับ แล้วบ้านพัก
ก็อยู่ห่างจากตัวบ้านใหญ่กับสนามหลังบ้านนี่ตั้งไกลโข”
“เอาใหม่ซิว่าพอนตัสได้ยินเสียงปืนทั้งหมดกี่นัด” กฤชถามใหม่อีกครั้ง
พอนตัสยกนิ้วขึ้นนับ
“หนึ่งนัด แล้วก็สอง สาม .. ประมาณสามนัดครับ”
“ตอนพอนตัสมาถึงคิริโยสนิคกี้เขาว่ายังไง” อาคิลถามขึ้นมาบ้าง
“เห็นแกว่าแกถูกยิง คิเรียอัณญ่ายิงแก แกจำเป็นต้องยิงสวนกลับเพื่อป้องกันตัว”
กฤชหน้าขาวเมื่อฟังถึงตอนนี้ เขาผละจากคนทั้งคู่แล้ววิ่งไปดูตรงริมหน้าผาซึ่งคาดว่าเป็นจุดเกิดเหตุตามคำบอกเล่า
ของพอนตัส
ตำรวจท้องที่เดินมาสกัดกั้นไม่ให้เขาเข้าไปล่วงล้ำบริเวณนั้น เพราะอาจเป็นการทำลายหลักฐานได้ ชายหนุ่มต้องเดินอ้อมไป
ชะโงกมองลงไปยังหน้าผาเบื้องล่าง เขาใจหายเมื่อมองลงไปเห็นหน้าผาสูงชัน และท้องทะเลมืดสนิท แม้คืนนั้นลมจะสงบ
และน้ำทะเลแทบไม่มีคลื่น แต่อนาสเตเซียจะรอดชีวิตไปได้อย่างไรหากว่าเธอถูกยิงซึ่งไม่รู้ว่ากี่นัดในระยะเผาขน และยังอาจ
ร่วงตกหน้าผาลงไปอีก
ต่อให้เธอว่ายน้ำเก่ง แต่เธอก็ไม่มีทางลอยตัวในน้ำทะเลที่ลึกและกว้างใหญ่ได้ไหว ในขณะที่เธอบาดเจ็บอยู่
กฤชพยายามชะโงกมองผ่านสายเทปสีเหลืองคาดดำที่ตำรวจเอามาล้อมบริเวณโดยรอบโต๊ะและเก้าอี้สนามไว้ แสงไฟจาก
สป็อตไลท์ของตำรวจสาดส่องพื้นที่บริเวณสนามหลังบ้านนั้นจนสว่างราวกับกลางวัน
ชายหนุ่มเขม้นมองแล้วก็ยิ่งใจเสีย สภาพหย่อมเลือดสองหย่อมที่อยู่ห่างกันไม่ถึงห้าเมตร หย่อมหนึ่งใหญ่กว่าอยู่ถัดเข้ามา
ด้านใน ขณะที่อีกหย่อมดูกระจายและห่างจากหน้าผาเพียงไม่ถึงหกสิบเซนติเมตร
รอยเลือดที่สาดกระเด็นนั้นหายไปกับขอบหน้าผา จากลักษณะกองเลือดบอกว่าอนาสเตเซียต้องถูกยิงในระยะเผาขน หากเป็น
เช่นนั้นอนาสเตเซียอาจไม่มีชีวิตรอดทันตกถึงผืนน้ำเบื้องล่างด้วยซ้ำ
กฤชมองลงไปยังทะเลมืดมิด เข่าอ่อนยวบลงอย่างกะทันหัน น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“อนาสเตเซีย ทำไมคุณถึงใจร้อนไม่รอผม ทำไมไม่รอตำรวจ ทำไม อนาสเตเซีย ทำไม”
เขาคร่ำครวญอยู่คนเดียวภายในใจขณะที่น้ำตาไหลรินออกมาอย่างเงียบๆ
อาคิลเดินมาคุกเข่าลงด้านข้าง และตบไหล่เขาอย่างปลอบโยน
“อย่าเพิ่งด่วนสรุปสิครับคิริโยส” พ่อบ้านชราปลอบ “ตราบใดที่ยังไม่พบศพคิเรียอนาสเตเซีย เราจะต้องเชื่อไว้ก่อนว่าคิเรีย
ยังมีชีวิตอยู่”
“ฉันจะฆ่ามันอาคิล” กฤชกัดฟันพูดอย่างโกรธแค้นผิดวิสัยสุขุมของเขา “มันเจตนาล่ออัณญ่ามา ฉันจะฆ่ามัน”
ชายหนุ่มผลุนผลันลุกขึ้นจะวิ่งออกไปยังด้านหน้าบ้าน อาคิลดึงเขาไว้ พลางเรียกให้พอนตัสช่วย ทั้งสองผู้เฒ่าไม่อาจสู้แรง
ชายหนุ่มได้ จนต้องล้มเขาลงกับพื้นสนามและกดตัวไว้ อาคิลร้องเตือนใส่หูกฤชบอกให้เขามีสติ
“คิริโยส ใจเย็นๆ ครับ คุณอยากจะพลาดท่าเหมือนคิเรียอนาสเตเซียอย่างนั้นหรือ”
“ปล่อยฉันอาคิล” กฤชดื้อดึงพยายามขืนตัวหนีการเกาะกุมของผู้เฒ่าทั้งสอง “ฉันจะไปเค้นความจริงจากมัน”
“มีสติหน่อยสิครับ ตอนนี้คิเรียอนาสเตเซียเหลือแต่คุณเป็นที่พึ่งคนเดียวแล้ว คิริโยสจะมาขาดสติแบบนี้ไม่ได้ คุณต้องมีสติ
จะได้ช่วยคิเรียอนาสเตเซียได้ บอกแล้วไงว่าตราบใดที่ยังไม่เจอศพคิเรีย เราไม่ก็ยังไม่ควรสรุปว่าเธอเสียชีวิตแล้ว”
กฤชร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย
“อาคิลไม่ควรห้ามฉันเลย ถ้าฉันมาเร็วกว่านี้ ก็คงมาช่วยอนาสเตเซียทัน”
เขาคร่ำครวญออกมาอย่างสุดกลั้น
“ฉันปกป้องเธอไม่ได้ ได้ยินไหมอาคิล ฉันปกป้องอนาสเตเซียไม่ได้”
อาคิลลงนั่งข้างๆ พลางดึงกฤชขึ้นจากพื้น และโอบกอดเขาไว้อย่างปลอบโยน เหมือนเช่นที่เคยปลอบโยนคิโรสในคราวที่
สูญเสียอแนสซ่า
“ทำไมคิริโยสถึงด่วนสรุปล่ะ เราควรช่วยกันหาคิเรียอัณญ่าก่อน ถ้าเจอศพแล้วค่อยมานั่งเสียใจก็ยังทันนี่ครับ”