ปมรัก รอยอดีต Book II ปมรัก บทที่ 20 จัดฉาก

กระทู้สนทนา


20
จัดฉาก


โดย ฮาร์โมนิก้า

ที่หน้าวิลล่าส่วนตัวของอนาสเตเซียคราคร่ำไปด้วยรถตำรวจและรถพยาบาล

เสียงหวอจากรถที่ต้องการความด่วนทั้งสองชนิด ผนวกกับเสียงเฮลิคอปเตอร์ที่บินลงมาจอดยังสนามหลังบ้านที่กว้างใหญ่
ริมหน้าผาช่วยกลบเสียงความเคลื่อนไหวอื่นในทะเลจนหมดสิ้น

ทั่วบริเวณสนามหลังบ้านสว่างจ้าด้วยแสงไฟจากเฮลิคอปเตอร์ และรถพยาบาลที่แล่นเข้ามาจอด ในขณะที่บุรุษพยาบาล
เข็นเตียงลงมารับร่างของนิโคลาโยส ซึ่งได้รับบาดแผลจากการถูกยิงที่หัวไหล่ขวา

พอนตัสกำลังให้ปากคำกับนายตำรวจท้องที่ ขณะที่สารวัตรลาซารอสกับผู้หมวดอลองโซ่เพิ่งมาถึงในภายหลัง

กฤชมาถึงพร้อมกับอาคิลในเฮลิคอปเตอร์ ภาพที่ทั้งคู่มาเห็นคือสภาพบ้านที่วุ่นวายเต็มไปด้วยตำรวจ ร่างของนิโคลาโยส
ซึ่งนอนอยู่บนเตียงและถูกเข็นผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็วตรงไปยังรถพยาบาล

กฤชวิ่งตามไปกระชากคอเสื้อของนิโคลาโยสไว้เขย่าแรงจนร่างนั้นแทบตกจากเตียง

“อนาสเตเซียอยู่ไหน” เขาถามอย่างคาดคั้น

นิโคลาโยสมองตอบกฤชด้วยแววตาเย้ยหยันชั่วแว่บหนึ่ง ก่อนจะแสร้างทำสีหน้าเศร้าเสียใจเหลือประมาณเมื่อเห็นตำรวจ
เดินเข้ามากันกฤชออกไป

เขาเลือกที่จะไม่ตอบคำถามกฤช ได้แต่เบือนหน้าหนี น้ำตาของคนเจ้าเล่ห์ไหลออกมาทางหางตาที่ปิดสนิท

กฤชคิดจะดึงดันตามไปซักถามให้รู้เรื่องหากแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจและบุรุษพยาบาลกันเขาไว้ เตียงของนิโคลาโยสถูกเข็น
ขึ้นรถ และขับออกจากสถานที่นั้นไปอย่างรวดเร็ว ตรงไปยังโรงพยาบาลในปาริเกีย

กฤชร้อนรนไปหมด เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น อนาสเตเซียอยู่ที่ไหน

“ลองไปถามพอนตัสดูไหมครับ” อาคิลเอ่ยขึ้น

กฤชหันมามองจริงสิ เขาลืมอาคิลไปเลย ทั้งคู่เดินมาหาพอนตัสซึ่งกำลังให้ปากคำตำรวจ กฤชเดินนำอาคิลเข้าไป เขาจับมือ
และกล่าวทักทายนายตำรวจซึ่งรู้จักหน้าตากฤชดีจากหน้าปกนิตยสารธุรกิจและนิตยสารคนดังหลายเล่มทั้งในกรีซและในยุโรป

กฤชแจ้งความประสงค์ขอคุยกับพอนตัส นายตำรวจผู้นั้นรีบรับคำและเปิดทางให้ทันที

“เชิญครับคุณอนาโตลาคิส ผมสอบปากคำเสร็จพอดี”

กฤชกล่าวขอบคุณ และเดินนำพอนตัสกับอาคิลแยกวงออกมา

“เกิดอะไรขึ้นหรือ พอนตัส” ชายหนุ่มถามทันที “อนาสเตเซียอยู่ไหน”

“ผมไม่ทราบเหมือนกันครับ จู่ๆ ผมก็ได้ยินเสียงปืนลั่นหนึ่งนัด ไอ้พวกในคอกก็ร้องกันใหญ่ ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ได้ยิน
นัดที่สองแล้วก็อีกหนึ่งนัด” พอนตัสเล่าซ้ำหลังจากที่ได้เล่าเหตุการณ์ให้ตำรวจฟังไปแล้วครั้งหนึ่ง

“ผมวิ่งออกมาดู เพราะคิดว่าเสียงมาจากด้านหลังบ้านใหญ่ ผมพยายามเดินมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มันก็ไกลอยู่นะครับ
กว่าจะเดินมาถึงก็เกือบสิบนาที ตอนที่มาถึงผมไม่เห็นใครนอกจากคิริโยสนิคกี้ ล้มนอนอยู่ที่พื้นริมหน้าผา เลือดไหล
ดูท่าว่าโดนยิง คิริโยสนิคกี้ใช้โทรศัพท์เรียกตำรวจเองแล้ว ไม่ถึงห้านาทีหลังจากที่ผมไปถึง รถพยาบาลกับรถตำรวจ
ก็มาถึงไล่ๆ กัน แล้วถัดมาก็เป็นเฮลิคอปเตอร์ของคิริโยสคริสนี่ล่ะครับ”

พอนตัสเล่ายาว

“แล้วอนาสเตเซียล่ะ” กฤชถามซ้ำอย่างร้อนรน สองมือคว้าไหล่พอนตัสไว้บีบแน่น

“ผมไม่เห็นครับ แต่เห็นรถคิเรียอัณญ่าจอดอยู่ที่หน้าบ้าน ตอนที่ได้ยินเสียงปืน ผมวิ่งออกมาจากบ้านพัก มองมาทางหลัง
บ้านใหญ่นี่ เหมือนเห็นแสงไฟสว่างจ้า แล้วก็มืดดับลงตอนสิ้นเสียงปืน แต่ผมยังวิ่งมาไม่ทัน ผมมันแก่แล้วครับ แล้วบ้านพัก
ก็อยู่ห่างจากตัวบ้านใหญ่กับสนามหลังบ้านนี่ตั้งไกลโข”

“เอาใหม่ซิว่าพอนตัสได้ยินเสียงปืนทั้งหมดกี่นัด” กฤชถามใหม่อีกครั้ง

พอนตัสยกนิ้วขึ้นนับ

“หนึ่งนัด แล้วก็สอง สาม .. ประมาณสามนัดครับ”

“ตอนพอนตัสมาถึงคิริโยสนิคกี้เขาว่ายังไง” อาคิลถามขึ้นมาบ้าง

“เห็นแกว่าแกถูกยิง คิเรียอัณญ่ายิงแก แกจำเป็นต้องยิงสวนกลับเพื่อป้องกันตัว”

กฤชหน้าขาวเมื่อฟังถึงตอนนี้ เขาผละจากคนทั้งคู่แล้ววิ่งไปดูตรงริมหน้าผาซึ่งคาดว่าเป็นจุดเกิดเหตุตามคำบอกเล่า
ของพอนตัส

ตำรวจท้องที่เดินมาสกัดกั้นไม่ให้เขาเข้าไปล่วงล้ำบริเวณนั้น เพราะอาจเป็นการทำลายหลักฐานได้ ชายหนุ่มต้องเดินอ้อมไป
ชะโงกมองลงไปยังหน้าผาเบื้องล่าง เขาใจหายเมื่อมองลงไปเห็นหน้าผาสูงชัน และท้องทะเลมืดสนิท แม้คืนนั้นลมจะสงบ
และน้ำทะเลแทบไม่มีคลื่น แต่อนาสเตเซียจะรอดชีวิตไปได้อย่างไรหากว่าเธอถูกยิงซึ่งไม่รู้ว่ากี่นัดในระยะเผาขน และยังอาจ
ร่วงตกหน้าผาลงไปอีก

ต่อให้เธอว่ายน้ำเก่ง แต่เธอก็ไม่มีทางลอยตัวในน้ำทะเลที่ลึกและกว้างใหญ่ได้ไหว ในขณะที่เธอบาดเจ็บอยู่

กฤชพยายามชะโงกมองผ่านสายเทปสีเหลืองคาดดำที่ตำรวจเอามาล้อมบริเวณโดยรอบโต๊ะและเก้าอี้สนามไว้ แสงไฟจาก
สป็อตไลท์ของตำรวจสาดส่องพื้นที่บริเวณสนามหลังบ้านนั้นจนสว่างราวกับกลางวัน

ชายหนุ่มเขม้นมองแล้วก็ยิ่งใจเสีย สภาพหย่อมเลือดสองหย่อมที่อยู่ห่างกันไม่ถึงห้าเมตร หย่อมหนึ่งใหญ่กว่าอยู่ถัดเข้ามา
ด้านใน ขณะที่อีกหย่อมดูกระจายและห่างจากหน้าผาเพียงไม่ถึงหกสิบเซนติเมตร

รอยเลือดที่สาดกระเด็นนั้นหายไปกับขอบหน้าผา จากลักษณะกองเลือดบอกว่าอนาสเตเซียต้องถูกยิงในระยะเผาขน หากเป็น
เช่นนั้นอนาสเตเซียอาจไม่มีชีวิตรอดทันตกถึงผืนน้ำเบื้องล่างด้วยซ้ำ

กฤชมองลงไปยังทะเลมืดมิด เข่าอ่อนยวบลงอย่างกะทันหัน น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

“อนาสเตเซีย ทำไมคุณถึงใจร้อนไม่รอผม ทำไมไม่รอตำรวจ ทำไม อนาสเตเซีย ทำไม”

เขาคร่ำครวญอยู่คนเดียวภายในใจขณะที่น้ำตาไหลรินออกมาอย่างเงียบๆ

อาคิลเดินมาคุกเข่าลงด้านข้าง และตบไหล่เขาอย่างปลอบโยน

“อย่าเพิ่งด่วนสรุปสิครับคิริโยส” พ่อบ้านชราปลอบ “ตราบใดที่ยังไม่พบศพคิเรียอนาสเตเซีย เราจะต้องเชื่อไว้ก่อนว่าคิเรีย
ยังมีชีวิตอยู่”

“ฉันจะฆ่ามันอาคิล” กฤชกัดฟันพูดอย่างโกรธแค้นผิดวิสัยสุขุมของเขา “มันเจตนาล่ออัณญ่ามา ฉันจะฆ่ามัน”

ชายหนุ่มผลุนผลันลุกขึ้นจะวิ่งออกไปยังด้านหน้าบ้าน อาคิลดึงเขาไว้ พลางเรียกให้พอนตัสช่วย ทั้งสองผู้เฒ่าไม่อาจสู้แรง
ชายหนุ่มได้ จนต้องล้มเขาลงกับพื้นสนามและกดตัวไว้ อาคิลร้องเตือนใส่หูกฤชบอกให้เขามีสติ

“คิริโยส ใจเย็นๆ ครับ คุณอยากจะพลาดท่าเหมือนคิเรียอนาสเตเซียอย่างนั้นหรือ”

“ปล่อยฉันอาคิล” กฤชดื้อดึงพยายามขืนตัวหนีการเกาะกุมของผู้เฒ่าทั้งสอง “ฉันจะไปเค้นความจริงจากมัน”

“มีสติหน่อยสิครับ ตอนนี้คิเรียอนาสเตเซียเหลือแต่คุณเป็นที่พึ่งคนเดียวแล้ว คิริโยสจะมาขาดสติแบบนี้ไม่ได้ คุณต้องมีสติ
จะได้ช่วยคิเรียอนาสเตเซียได้ บอกแล้วไงว่าตราบใดที่ยังไม่เจอศพคิเรีย เราไม่ก็ยังไม่ควรสรุปว่าเธอเสียชีวิตแล้ว”

กฤชร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย

“อาคิลไม่ควรห้ามฉันเลย ถ้าฉันมาเร็วกว่านี้ ก็คงมาช่วยอนาสเตเซียทัน”

เขาคร่ำครวญออกมาอย่างสุดกลั้น

“ฉันปกป้องเธอไม่ได้ ได้ยินไหมอาคิล ฉันปกป้องอนาสเตเซียไม่ได้”

อาคิลลงนั่งข้างๆ พลางดึงกฤชขึ้นจากพื้น และโอบกอดเขาไว้อย่างปลอบโยน เหมือนเช่นที่เคยปลอบโยนคิโรสในคราวที่
สูญเสียอแนสซ่า

“ทำไมคิริโยสถึงด่วนสรุปล่ะ เราควรช่วยกันหาคิเรียอัณญ่าก่อน ถ้าเจอศพแล้วค่อยมานั่งเสียใจก็ยังทันนี่ครับ”
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่