พ่อกับแม่เราเลิกกันไปเกือบจะ 10 กว่าปี แต่ทุกวันนี้เราก็ยังติดต่อกับพ่ออยู่
เรากับพ่อแทบไม่ได้เจอกันเลยปีๆนึง เจอกันครั้งนึงก็ไม่เคยเลย
เราพยายามจะตามหาที่อยู่พ่อ แต่ก็หาไม่ได้ พ่อไม่ยอมบอกว่าพ่ออยู่ที่ไหน
(พ่อเรามีครอบครัวใหม่ด้วยคะ) พอเราถามพ่อก็จะบอกแค่ว่าอยู่ไกล ลูกมาไม่ได้หรอก
จนเมื่อเดือนที่แล้ว เราเกิดอุบัติเหตุแอดมิดไปสิบกว่าวัน พ่อมาหาเราที่รพ. แต่ก็พาภรรยาใหม่ของพ่อมาด้วย
แม่เราเห็นพ่อ เจอพ่อ แต่ไม่ทักไม่คุยไม่พูดจาสักคำ พ่อก็เช่นกัน พอออกจากรพ. พ่อบอกเราว่าคนที่ดูแลค่าใช้จ่าย
ค่ารักษาพยาบาลคือน้าไหม (ชื่อภรรยาใหม่พ่อ) เราก็อึ้งคะ กลัวแม่จะรู้ เราเลยบอกพ่อว่า
ไม่เอานะ ไม่ต้องให้เค้าจ่าย เดี๋ยวแม่ว่า เราพูดพร้อมกับหันไปมองน้าไหม น้าไหมทำหน้าแบบไม่พอใจ บึ้งตึงใส่เรา
ซึ่งเราเองก็ไม่เข้าใจ น้าไหมไม่เคยคุยกับเราสักคำตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน จนออกจากรพ. เราก็ไม่ได้อะไรไม่ได้นึกโกดหรือเกลียดอะไร เพราะดูเหมือนพ่อก็รักน้าไหม ในเมื่อพ่อเลิกกับแม่ไปแล้วเจอคนที่ดูแลพ่อดี ทำให้พ่อมีความสุขมากกว่าอยู่กับแม่เรา เราก็โอเคด้วย
แต่ตอนเราออกจากรพ.นั่งวิลแชร์ออกมาที่ลานจอดรถ เราซึ่งเดินไม่ถนัด เพราะขาเจ็บ แขนก็เจ็บ เพราะเย็บทั้งตัวก็ว่าได้ น้าไหมไม่ยอมให้พ่อเข้าใกล้เราเลย พ่อจะมาเข็นวิลแชร์ น้าไหมก็ไม่ยอมบอกแค่ว่าบุรุษพยาบาลก็มี แล้วก็เดินจูงมือพ่อเราออกไปเลย ถามว่าตอนนั้นรู้สึกยัง
งัย รู้สึกอยากร้องไห้ น้อยใจพ่อ อยากโทรให้แม่มารับแทน แต่คิดไปคิดมาถ้าแม่มาแม่ก็ต้องเจอพ่อกับน้าไหม เราสงสารแม่ เลยเลือกที่จะเงียบ พอมาถึงรถตอนนั้นฝนตกหนักมาก พ่อก็นั่งอยู่บนรถไม่ได้ลงมาช่วยเราพยุง เราก็คิดว่าพ่ออาจให้น้าไหมลงมาช่วยก็ได้ แต่เปล่า น้าไหมนั่งเฉยมองเราจากในตัวรถ แบบไม่พอใจมาก เราก็เริ่มจะไม่โอเคและ เราก็ค่อยๆลุกยืน พี่บุรุษพยาบาลก็ช่วยพยุงเปิดประตูรถให้ พี่บุรุษพยาบาลเปิดประตูรถที่ฝั่งข้างๆคนขับ ซึ่งเบาะข้างคนขับมันจะค่อนข้างกว้าง ยืดขาได้ พี่บุรุษพยาบาลก็เลยถามว่า จะให้น้องนั่งข้างหน้านี้ได้มั๊ยครับ พ่อเราก็มองน้าไหม น้าไหมก็พูดว่า นั่งข้างหลังก็ได้ นั่งคนเดียวยืดไปสิข้างหลังอะ เราก็เลยงงๆ สรุปน้าไหมจะเป็นคนดีหรือเปล่าเนี่ย เราเลยบอกพี่บุรุษพยาบาลว่า ไม่เป็นรัยเดี๋ยวนั่งข้างหลังได้ เราก็ไปนั่งข้างหลัง ตลอดทางกลับบ้าน น้าไหมจะทำท่าทีออดอ้อนพ่อเราตลอด โดยไม่เกรงใจเราที่นั่งข้างหลัง ป้อนขนม หอมแก้มพ่อ เราก็หันหน้าหนี ตอนนั้นเหมือนเราเองเป็นส่วนเกิน55555555555 สักพักพ่อถามเราว่า เป็นขนาดนี้ลูกจะไปเรียนยังงัย เราเลยบอกว่า พ่อมารับหนูไปมหาลัยฯหน่อยสิ จนกว่าจะหายได้มั๊ย พ่อก็ถามเราว่าแล้วไปเรียนกี่โมงปกติ เราก็บอกว่าเช้า น้าไหมพูดขึ้นมาว่า น้าไหมก็ทำงานเช้านะ แล้วหันมามองเรา เราก็ยิ้มๆ พ่อเราเลยบอกว่า หนูนั่งแท้กซี่ไปเองแล้วกันพ่อกลัวไปส่งน้าไหมไม่ทัน เรานี่ถึงกลับนั่งหน้าเฉาเลยทีเดียว อยากจะร้องไห้ อยากถึงบ้านไวๆ อยากเจอแม่ใจจะขาด เพราะตั้งแต่เข้า รพ. แม่ไม่ค่อยได้มาหาเรา เพราะแม่เห็นว่าพ่อมาเฝ้า พอถึงบ้าน น้าไหมเห็นแม่มายืนรอรับเรา น้าไหมหันมาถามเราว่า แม่เธอหรอ พ่อก็หันมาปรามน้าไหม แต่เราก็ไม่สนใจค่อยๆพยุงตัวลงจากรถ เราเปิดประตูรถไม่ได้เลยบอกให้พ่อช่วย พ่อก็ลงมาช่วย น้าไหมก็พูดว่าต้องหัดช่วยตัวเองมั่งนะ เราก็หันไปตอบ คะ น้าไหมก็เมินหน้าใส่เรา พอเรากำลังจะเดินไปหาแม่ น้าไหมก็เรียกเรา ยื่นเงินให้เรา500 เราก็มอง ถามว่าให้ทำไม เค้าบอกว่าให้ค่าแท้กซี่ไว้เวลาไปเรียน จนกว่าจะหายดี !!! เดี๋ยวนะเราก็คิดในใจ 500 จนกว่าจะหายดี เราก็เลยมองพ่อเรา พ่อก็ยิ้มๆลูบหัวเราบอกให้เรายกมือไหว้น้าไหมแล้วเก็บเงินไปสะ เราก็ยกมือไหว้ แต่ไม่ได้เอาเงินเค้ามา พ่อก็ดุเราว่าทำไมเสียมารยาท เราก็ไม่สนใจ เดินหันหลังไปหาแม่ทันที ยอมรับเลยตอนนั้นใจแบบหวิวๆแล้ว หันมาเจอหน้าแม่ แม่ตาเริ่มแดง เดินมาหาเราช่วยพยุงเรา เราก็ร้องไห้ พยายามไม่ให้พ่อรู้ แม่ก็ถามเราเสียงสั่นๆว่า เค้าให้อะไรลูก เราเลยบอกว่า เค้าให้เงินหนูเป็นค่ารถไปเรียนจนกว่าจะหายดี แม่ก็พยักหน้าพูดต่ออีกว่า พ่อไม่มารับไปส่งที่มอใช่มั๊ย เราก็พยักหน้า
พอตอนเช้ามา เราไปมหาลัยด้วยความลพบากสุดๆ คือทั้งตัวพันด้วยผ้าก๊อต ดีที่มีเพื่อนช่วยพยุงขึ้นรถนั่นนู่นนี่ พอเย็นๆเราไกล้เลิกเรียนมีเบอร์แปลกโทรเข้ามาที่เครื่องเรา น้าไหมเป็นคนโทรมา น้าไหมบอกกับเราว่า "ต่อไปนี้ห้ามเราติดต่อกับพ่ออีกไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆทั้งสิ้น ในเมื่อต่างคนต่างอยู่กับแม่เธอแล้วเธอก็ควรอยู่กับแม่แบบเงียบๆ เงินมี ฐานะมี แม่เธอออกจะเก่ง เลี้ยงดูครอบครัวกันเองได้นิ ดูแลกันเองได้ " เราถึงกับสะอึกพอได้ยินแบบนี้เลยกดตัดสายโดยไม่ตอบโต้ใดๆ
เราไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าต้องการอะไรกันแน่ บางทีเหมือนดี บางทีก็ไม่ใช่ น้าไหมทำให้เรารู้สึกว่าความผูกพันของเรากับพ่อเริ่มหายไป เราเริ่มตีตัวออกห่าง เวลาพ่อจะมาหาเรา หรือให้เราไปหาเราค่อนข้างจะเลี่ยงตลอด แม่ก็เกลี้ยกล่อมให้เราไปหาพ่อ ยอมให้พ่อมาเจอเราตลอด เราก็ทำตามบ้างไม่ทำบ้าง ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นตอนไหน เราไม่รู้ว่าควรทำยังงัยต่อไปดี
ภรรยาใหม่ของพ่อเริ่มไม่โอเค ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเลยทีเดียว
เรากับพ่อแทบไม่ได้เจอกันเลยปีๆนึง เจอกันครั้งนึงก็ไม่เคยเลย
เราพยายามจะตามหาที่อยู่พ่อ แต่ก็หาไม่ได้ พ่อไม่ยอมบอกว่าพ่ออยู่ที่ไหน
(พ่อเรามีครอบครัวใหม่ด้วยคะ) พอเราถามพ่อก็จะบอกแค่ว่าอยู่ไกล ลูกมาไม่ได้หรอก
จนเมื่อเดือนที่แล้ว เราเกิดอุบัติเหตุแอดมิดไปสิบกว่าวัน พ่อมาหาเราที่รพ. แต่ก็พาภรรยาใหม่ของพ่อมาด้วย
แม่เราเห็นพ่อ เจอพ่อ แต่ไม่ทักไม่คุยไม่พูดจาสักคำ พ่อก็เช่นกัน พอออกจากรพ. พ่อบอกเราว่าคนที่ดูแลค่าใช้จ่าย
ค่ารักษาพยาบาลคือน้าไหม (ชื่อภรรยาใหม่พ่อ) เราก็อึ้งคะ กลัวแม่จะรู้ เราเลยบอกพ่อว่า
ไม่เอานะ ไม่ต้องให้เค้าจ่าย เดี๋ยวแม่ว่า เราพูดพร้อมกับหันไปมองน้าไหม น้าไหมทำหน้าแบบไม่พอใจ บึ้งตึงใส่เรา
ซึ่งเราเองก็ไม่เข้าใจ น้าไหมไม่เคยคุยกับเราสักคำตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน จนออกจากรพ. เราก็ไม่ได้อะไรไม่ได้นึกโกดหรือเกลียดอะไร เพราะดูเหมือนพ่อก็รักน้าไหม ในเมื่อพ่อเลิกกับแม่ไปแล้วเจอคนที่ดูแลพ่อดี ทำให้พ่อมีความสุขมากกว่าอยู่กับแม่เรา เราก็โอเคด้วย
แต่ตอนเราออกจากรพ.นั่งวิลแชร์ออกมาที่ลานจอดรถ เราซึ่งเดินไม่ถนัด เพราะขาเจ็บ แขนก็เจ็บ เพราะเย็บทั้งตัวก็ว่าได้ น้าไหมไม่ยอมให้พ่อเข้าใกล้เราเลย พ่อจะมาเข็นวิลแชร์ น้าไหมก็ไม่ยอมบอกแค่ว่าบุรุษพยาบาลก็มี แล้วก็เดินจูงมือพ่อเราออกไปเลย ถามว่าตอนนั้นรู้สึกยัง
งัย รู้สึกอยากร้องไห้ น้อยใจพ่อ อยากโทรให้แม่มารับแทน แต่คิดไปคิดมาถ้าแม่มาแม่ก็ต้องเจอพ่อกับน้าไหม เราสงสารแม่ เลยเลือกที่จะเงียบ พอมาถึงรถตอนนั้นฝนตกหนักมาก พ่อก็นั่งอยู่บนรถไม่ได้ลงมาช่วยเราพยุง เราก็คิดว่าพ่ออาจให้น้าไหมลงมาช่วยก็ได้ แต่เปล่า น้าไหมนั่งเฉยมองเราจากในตัวรถ แบบไม่พอใจมาก เราก็เริ่มจะไม่โอเคและ เราก็ค่อยๆลุกยืน พี่บุรุษพยาบาลก็ช่วยพยุงเปิดประตูรถให้ พี่บุรุษพยาบาลเปิดประตูรถที่ฝั่งข้างๆคนขับ ซึ่งเบาะข้างคนขับมันจะค่อนข้างกว้าง ยืดขาได้ พี่บุรุษพยาบาลก็เลยถามว่า จะให้น้องนั่งข้างหน้านี้ได้มั๊ยครับ พ่อเราก็มองน้าไหม น้าไหมก็พูดว่า นั่งข้างหลังก็ได้ นั่งคนเดียวยืดไปสิข้างหลังอะ เราก็เลยงงๆ สรุปน้าไหมจะเป็นคนดีหรือเปล่าเนี่ย เราเลยบอกพี่บุรุษพยาบาลว่า ไม่เป็นรัยเดี๋ยวนั่งข้างหลังได้ เราก็ไปนั่งข้างหลัง ตลอดทางกลับบ้าน น้าไหมจะทำท่าทีออดอ้อนพ่อเราตลอด โดยไม่เกรงใจเราที่นั่งข้างหลัง ป้อนขนม หอมแก้มพ่อ เราก็หันหน้าหนี ตอนนั้นเหมือนเราเองเป็นส่วนเกิน55555555555 สักพักพ่อถามเราว่า เป็นขนาดนี้ลูกจะไปเรียนยังงัย เราเลยบอกว่า พ่อมารับหนูไปมหาลัยฯหน่อยสิ จนกว่าจะหายได้มั๊ย พ่อก็ถามเราว่าแล้วไปเรียนกี่โมงปกติ เราก็บอกว่าเช้า น้าไหมพูดขึ้นมาว่า น้าไหมก็ทำงานเช้านะ แล้วหันมามองเรา เราก็ยิ้มๆ พ่อเราเลยบอกว่า หนูนั่งแท้กซี่ไปเองแล้วกันพ่อกลัวไปส่งน้าไหมไม่ทัน เรานี่ถึงกลับนั่งหน้าเฉาเลยทีเดียว อยากจะร้องไห้ อยากถึงบ้านไวๆ อยากเจอแม่ใจจะขาด เพราะตั้งแต่เข้า รพ. แม่ไม่ค่อยได้มาหาเรา เพราะแม่เห็นว่าพ่อมาเฝ้า พอถึงบ้าน น้าไหมเห็นแม่มายืนรอรับเรา น้าไหมหันมาถามเราว่า แม่เธอหรอ พ่อก็หันมาปรามน้าไหม แต่เราก็ไม่สนใจค่อยๆพยุงตัวลงจากรถ เราเปิดประตูรถไม่ได้เลยบอกให้พ่อช่วย พ่อก็ลงมาช่วย น้าไหมก็พูดว่าต้องหัดช่วยตัวเองมั่งนะ เราก็หันไปตอบ คะ น้าไหมก็เมินหน้าใส่เรา พอเรากำลังจะเดินไปหาแม่ น้าไหมก็เรียกเรา ยื่นเงินให้เรา500 เราก็มอง ถามว่าให้ทำไม เค้าบอกว่าให้ค่าแท้กซี่ไว้เวลาไปเรียน จนกว่าจะหายดี !!! เดี๋ยวนะเราก็คิดในใจ 500 จนกว่าจะหายดี เราก็เลยมองพ่อเรา พ่อก็ยิ้มๆลูบหัวเราบอกให้เรายกมือไหว้น้าไหมแล้วเก็บเงินไปสะ เราก็ยกมือไหว้ แต่ไม่ได้เอาเงินเค้ามา พ่อก็ดุเราว่าทำไมเสียมารยาท เราก็ไม่สนใจ เดินหันหลังไปหาแม่ทันที ยอมรับเลยตอนนั้นใจแบบหวิวๆแล้ว หันมาเจอหน้าแม่ แม่ตาเริ่มแดง เดินมาหาเราช่วยพยุงเรา เราก็ร้องไห้ พยายามไม่ให้พ่อรู้ แม่ก็ถามเราเสียงสั่นๆว่า เค้าให้อะไรลูก เราเลยบอกว่า เค้าให้เงินหนูเป็นค่ารถไปเรียนจนกว่าจะหายดี แม่ก็พยักหน้าพูดต่ออีกว่า พ่อไม่มารับไปส่งที่มอใช่มั๊ย เราก็พยักหน้า
พอตอนเช้ามา เราไปมหาลัยด้วยความลพบากสุดๆ คือทั้งตัวพันด้วยผ้าก๊อต ดีที่มีเพื่อนช่วยพยุงขึ้นรถนั่นนู่นนี่ พอเย็นๆเราไกล้เลิกเรียนมีเบอร์แปลกโทรเข้ามาที่เครื่องเรา น้าไหมเป็นคนโทรมา น้าไหมบอกกับเราว่า "ต่อไปนี้ห้ามเราติดต่อกับพ่ออีกไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆทั้งสิ้น ในเมื่อต่างคนต่างอยู่กับแม่เธอแล้วเธอก็ควรอยู่กับแม่แบบเงียบๆ เงินมี ฐานะมี แม่เธอออกจะเก่ง เลี้ยงดูครอบครัวกันเองได้นิ ดูแลกันเองได้ " เราถึงกับสะอึกพอได้ยินแบบนี้เลยกดตัดสายโดยไม่ตอบโต้ใดๆ
เราไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าต้องการอะไรกันแน่ บางทีเหมือนดี บางทีก็ไม่ใช่ น้าไหมทำให้เรารู้สึกว่าความผูกพันของเรากับพ่อเริ่มหายไป เราเริ่มตีตัวออกห่าง เวลาพ่อจะมาหาเรา หรือให้เราไปหาเราค่อนข้างจะเลี่ยงตลอด แม่ก็เกลี้ยกล่อมให้เราไปหาพ่อ ยอมให้พ่อมาเจอเราตลอด เราก็ทำตามบ้างไม่ทำบ้าง ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นตอนไหน เราไม่รู้ว่าควรทำยังงัยต่อไปดี