เกมชิงพื้นที่ข่าว(ความจริงที่เลวร้าย ถ้าไม่ยึดติดกับกลุ่มสีเสื้อของตัวเองจนโงหัวไม่ขึ้น จะมองเห็น)

เมื่อไม่กี่วันมานี้ อดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ไปเยี่ยมผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง อีกไม่กี่วันต่อมาอดีตนายกรัฐมนตรีอีกท่านหนึ่ง ก็ไปร่วมแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ก่อการร้ายในยุโรป ณ. สถานฑูตแห่งหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็น Time Line ทางการเมืองตอบโต้ การชิงพื้นที่สื่อกันไปมา แล้วก็มีการโพสเป็นหัวข้อในห้องราชดำเนินห้องนี้ของลูกหาบคอยช่วยโปรโมทให้แม่ทัพ เพื่อให้มีการเปรียบเทียบเกมการตลาด ชิงพื้นที่สื่อว่าใครเหนือกว่าใคร ใครได้หน้ากว่าใคร ทุกการเคลื่อนไหว ล้วนแต่มีกุนซือทีมงานอยู่เบื้องหลัง คอยจัด Time Line ให้ว่าควรจะไปปรากฏตัว ตามสถานการณ์ให้ปรากฏเป็นข่าว ณ. ที่ใดเวลาใด ทำให้มองได้ว่ามีการคิดวิเคราะห์วางแผนมาเป็นอย่างดีหรือไม่ มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้อยู่แก่ใจและให้คำตอบได้ ถ้าไปด้วยความบริสุทธิ์ใจก็ขอชื่นชมยินดี แต่ถ้าไปด้วยมีอะไรที่แอบแฝง ที่เรียกว่าเป็นเกมส์ชิงพื้นที่ข่าวแล้วละก็ ต้องบอกว่าเป็นความเลวร้ายเลยทีเดียว ถ้าเป็นอย่างหลังเชื่อว่าเกมส์ การเมืองหลังรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ประกาศเลือกตั้งในปี 60 เมื่อไหร่เชื่อได้เลยว่าการเมืองไทยจะกับมาร้อนแรงดุเดือด ชิงดีชิงเด่น ชิงอำนาจซึ่งกันและกัน ใครโดดเด่นกว่าใครไม่ได้จะเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ด่ากันเป็นรายวัน เหมือนเคย จะมีใครซักคนไหมหนอที่จะคิด ที่จะใช้โอกาสในภาวะวิกฤตเช่นนี้ ใช้โอกาสนี้ในการปัดกวาด เปลี่ยนการเมืองให้มันไฉลัยกว่าเดิม เปลียนภาพลักษณ์การเมืองไทยเสียใหม่ ลดการใช้เล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง ใช้ความจริงใจในการบริหารบ้านเมือง เลิกอคติแล้วบริหารบ้านเมืองอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องมีวาละแอบแฝง ทำกฏหมายให้เป็นกฏหมาย ใครผิดก็ให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดไม่ว่าฝ่ายไหนว่ากันตามตัวบทกฏหมาย ศาลตัดสินแล้วก็ให้ยอมรับ ถ้าคิดไม่ได้ทำไม่ได้ก็ยากที่จะวางมาตรฐานใหม่ให้กับการเมืองไทย การเมืองไทยคงอยู่ในวังวลแห่งความขัดแย้งแบบนี้ไปชั่วลูกชั่วหลาน ที่จริงถ้าลดละทิฐิและอคติลงบ้าง (ประชาชน พวกสีเสื้อต่าง) แล้วช่วยกันมองเริ่มตั้งคำถามถึง คุณภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร์ผู้ทรงเกียรติ ทุกสีทุกกล่มไม่ว่าจะอยู่สีไหน เคยบ้างไหมที่เห็นการทำงาน เห็นการพูดอภิปรายในสภา ในรัฐสภา เห็นพฤติกรรมต่างๆนานาของ ส.ส. ที่ท่านเลือกมา แล้วเกิดความรู้สึกว่า คุณคนนี้ นายคนนั้น นางสาวคนโน้น นางคนนี้ ชนะการเลือกตั้งมาได้อย่างไร แล้วก็ไม่เลือกเขาเหล่านั้นเข้ามาอีก มันจะเป็นการคัดกรองคุณภาพมาตรฐานของนักการเมืองเบื้องต้นไปในตัว ถ้าทำแบบนี้ได้เชื่อว่าการเมืองไทยจะดีขึ้น อย่าบอกว่าโลกสวยเลือกไม่ได้หรอก เขาเรียกว่าเลือกตั้ง ก็ต้องเลือกคนดีมีความสามรถเข้ามาเป็นตัวแทนของเรา ไม่ใช่ดูแต่นโยบายพรรค แล้วเลือกโจรห้าร้อย จะดีจะชั่วอย่างไรก็ได้ นักเลงหัวไม้กร่างขนาดไหน จะสะสะสะถุนนนต่ำทรามอย่างไรก็จะเลือก เพราะมองแต่หัวและนโยบายพรรค การเมืองไทยจะไม่มีวันโงหัวลืมตาอ้าปากได้ ถ้าเป็นอย่างนี้ จะเรียกว่าเลือกตั้งทำไม ต่างอะไรกับสรรหา เพระมองแต่หัวและนโยบายพรรค ภูมิภาคนิยม สีเสื้อ ไม่เคยมองไปถึงคุณภาพของ ส.ส.ในสภาผู้ขับเคลื่อนนโยบาย และกลั่นกรองกฏหมายเลย หรือไม่??? มองแคบไปไหม ก็เพระอย่างนี้ไงการเมืองไทยถึงได้มีแต่ความขัดแย้งและเลวร้ายอยู่อย่างนี้  
ไม่ได้โลกสวยนะ แต่เขียนให้คิด
ป.ล. รู้ตัวว่าการเขียนอะไรแบบนี้ อาจจะทำให้โดนรุมยำในห้องนี้ วงเล็บว่าประเด็นไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นผู้ป่วยหรือผู้สูญเสียในเหตุการณ์ก่อการร้ายเลย อย่าดราม่า กรุณาอ่านจับใจความของ จขกท ที่ต้องการสื่อสาร    # เขียนให้คิด
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่