เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองครับ เคยเขียนเล่าอะไรยาวๆแบบนี้ครั้งแรกเหมือนกันถ้าอ่านแล้วงงๆขออภัยด้วยนะครับ
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ6ปีที่แล้วผมกับAเราเป็นเพื่อสนิทกันและผมก็แอบชอบเธอ แต่ผมไม่เคยแสดงอาการใดๆทั้งสิ้นออกไป หรือสัญญาณที่จะบ่งบอกเธอว่าผมแอบชอบเธออยู่ เราคุยกันแบบเพื่อนทำกิจกรรมร่วมกันในฐานะเพื่อน บทสนทนาที่เกิดขึ้นทั้งต่อหน้า,ผ่านโทรศัพท์หรือแชทต่างๆก็อยู่ในรูปแบบของเพื่อนคุยกัน ไม่เคยไปไหนกัน2คน แต่ผมก็มีความรู้สึกดีๆให้Aมาตลอด1ปี แต่วันนึงที่ผมพยามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้อยู่ผมยอมแพ้ในตัวเธอไป จำได้แค่ว่ามันไม่ได้เกิดจากการที่ความรู้สึกดีๆที่ผมมีต่อAหมดไป แต่เป็นเพราะอะไรสักย่างที่ทำให้ผมรู้สึกท้อจนผมบอกกับตัวเองว่าเหนื่อยมาพอแล้วกับการรู้สึกอยู่ฝ่ายเดียว และผมก็ขี้ขลาดเกินจะบอกAไปตรงๆ ผมเลยยอมแพ้ไปดื้อๆ แต่เราก็ยังเจอกันอยู่ทุกวันนะครับ หลังจากนั้นมาประมาณ4-5เดือน ระหว่างระยะเวลานี้ก็มีคุยกับคนอื่นนะครับแต่ก็ไม่ได้เกิดเป็นความรักหรือความสัมพันธ์อะไร เหมือนผมเป็นคนไม่ค่อยจะไว้ใจใครด้วยและก็เป็นผู้ชายประเภทที่ถ้าจะชอบผู้หญิงคือจากที่ได้ทำความรู้จักกันจริงๆเห็นพฤติกรรมหรือนิสัยใจคอเค้ากับเรื่องต่างๆอะไรประมาณนี้ครับ และผมก็มีโอกาสมาสนิทกับBผู้หญิงอีกคนนึงที่เจอกันทุกวันเหมือนกัน(ทั้งAและBเป็นเพื่อนในห้องเรียนครับ)ผมใช้ระยะเวลาคุยกับเธอก็เกือบปีได้และเราก็ตกลงเป็นแฟนกัน ครั้งนี้ผมกล้าเรียกได้เต็มปากว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันคือความรัก ซึ่งตากจากตอนAซึ่งอาจจะเป็นแค่ความรู้สึกดีๆของผม ไม่รู้สิครับผมก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกัน จากนั้นผมกับBเราก็รักกันดีนะครับมีทั้งช่วงทุกข์และช่วงสุขจนถึงวันนี้ก็คบกันได้4ปีกว่าแล้วครับ แต่ปัญหามันเกิดขึ้นหลังจากที่คบกับBได้สัก2-3เดือน ก็แยกย้ายกันไปเรียนมหาลัย ทั้งที่ก็ไม่ได้เจอAแล้วไม่ได้ติดต่ออาจจะมีเจอกันบ้างตามโอกาศ2ปีครั้งอะไรแบบนี้ครับ แต่เหมือนว่าผมก็ยังจำได้ดีทุกตอนทุกความรู้สึกในช่วงที่ผมมีกับAในฐานะเพื่อนมันก็วนกลับมาในหัว ผมก็ไม่ปฏิเสธความรู้สึกตัวเองนะครับว่าผมคิดถึงAทั้งๆที่ตอนนี้Aก็มีแฟนไปแล้วเหมือนกัน แต่สำหรับผมมันเหมือนมันยังมีบางอย่างค้างคาอยู่ในใจ ความรู้สึกต่างๆที่ไม่ได้พูดไป เหมือนเวลาผมนึกถึงAเค้าเหมือนจิ๊กซอที่ผมต่อไม่เสร็จและผมก็ยอมแพ้ไปก่อน เหมือนผมยังอยากรู้ว่าเมื่อต่อเสร็จจิ๊กซอรูปนั้นที่สมบูรณ์มันจะสวยขนาดไหนและตัวผมเองจะมีความสุขขนาดไหนที่ต่อได้สำเร็จ ในระยะเวลา4ปีที่คบกับBผมก็ยังคิดถึงAอยู่ตลอดนะครับ แต่ผมก็พยายามทำทุกๆอย่างให้มันถูกต้องเพราะผมก็มีปัจจุบันของผมที่ต้องรักษาไว้ ถ้าถามว่าคิดถึงAมานานขนาดนี้แล้วรักBไหม? ผมก็ตอบตัวเองว่ารักนะครับ ที่ผ่านมาก่อนที่จะมาขอคำปรึกษาในพันทิปนี้ที่ผมพยามแก้ปัญหาเองก็คือ เหมือนผมยอมแพ้ความรู้สึกที่ผมคิดถึงA ผมก็ปล่อยให้ตัวเองคิดถึงไปเพราะผมห้ามหรือควบคุมมันไม่ไหวจริงๆ แต่ผมก็จัดเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในที่ๆถูกต้อง พยามไม่ให้มันมากระทบปัจจุบันของผมกับB หรือถ้ากระทบก็พยายามให้มันมีผลน้อยที่สุด นั่นคือเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นกับผมและผมคิดว่ามันเป็นแบบนั้น ถ้าถามว่าปัจจุบันตอนนี้สถานการณ์ของความคิดผมเป็นอย่างไร?ผมต้องการแบบไหน? มันเกิดขึ้น2แบบครับ แบบที่1.แบบที่ผมต้องการให้มันเป็นไปได้มากที่สุดคือผมอยากจะให้Aหายไปครับ อยากจะเลิกคิดถึงอยากจะเอาความรู้สึกต่อAออกไปให้หมด หายไปจากความคิดถึง,หายไปจากความทรงจำ แต่เหมือนก็ได้แค่พูดน่ะครับเพราะก็รู้อยู่ว่าคงเป็นไปไม่ได้(หรือเป็นไปได้ครับ?) ผมอยากจะรักBได้ให้เต็มที่ เพราะเธอก็ดีกับผมมาตลอดและผมก็รักเธอ ผมไม่อยากลังเลแล้ว ผมไม่อยากแบ่งความรู้สึกที่ผมมีไปให้ใครแล้วนอกจากB อีกแบบที่คิดเผื่อไว้คือ ถ้าผมเลิกเป็นแบบนี้ไม่ได้จริงๆผมก็อยากจะเลิกกับBนะครับ ถามว่าเสียดายเวลาหลายปีที่พยายามกับBมาไหม เสียดายมากครับ แต่ถ้าผมยังเป็นแบบนี้อยู่มันเหมือนผมเห็นแก่ตัว เหมือนผมกำลังเอาความลังเลหรือไม่ว่ามันจะเรียกว่าอะไรก็ตาม ไปทำร้ายB ไปทำลายเวลาของBที่เค้าพยายามกับผมมา ที่คิดแบบนี้เพราะผมกลัวตัวเอง กลัวว่าถ้าตัวเองรู้สึกกับAแบบนี้,กลัวว่าตัวเองจะกล้าทำอะไรบ้างในอนาคต ถ้าเกิดวันนึงAเลิกกับแฟนขึ้นมาล่ะ? ถ้าเกิดวันที่Aเลิกกับแฟน ผมกับBคบกันไปได้10ปีแต่ความรู้สึกที่ผมมีให้Aยังไม่หายไปล่ะ ผมจะทำอะไร?
ที่มาตั้งกระทู้นี้ก็เหมือนอดทนมานานแล้วครับ ก็มีปรึกษาเพื่อนบ้าง แต่ก็อยากจะได้แง่คิดจากหลายๆมุมมองมาช่วยแนะนำครับว่าผมควรทำยังไง เพราะผมไม่อยากเป็นแบบนี้แล้ว
ปล.อยากบอกกับหลายๆคนนะครับว่า เรื่องการแอบชอบใครถ้ามันเกิดขึ้นแล้วมันก็เป็นอะไรที่สวยงามนะครับ ถ้าใครกังวลหรือกำลังตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ว่า ควรบอกเค้าดีไหม? บอกไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ? ถ้าเค้าไม่ได้ชอบเรากลับล่ะเราจะเสียเพื่อนกันไหม? หรือไม่ว่าจะคำถามไหนก็ตาม ผลลัพท์สำหรับการพูดมันออกได้หลายหน้าครับ แต่จากเหตุการณ์ที่ผมเจอมานี้ "บอกเค้าเถอะครับ" ไม่ว่าผลมันจะออกมาผิดหวังหรือเลวร้ายแค่ไหน ผมว่ามันไม่เลวร้ายไปกว่าการไม่ได้บอกนะครับ เพราะเราก็คงไม่มีทางรู้เหมือน ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นมานั้น มันจะอยู่ในใจเราไปถึงเมื่อไร
นี่ก็ผ่านมาจะ6ปีแล้ว ทำไมเธอยังไม่หายไปสักทีครับ
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ6ปีที่แล้วผมกับAเราเป็นเพื่อสนิทกันและผมก็แอบชอบเธอ แต่ผมไม่เคยแสดงอาการใดๆทั้งสิ้นออกไป หรือสัญญาณที่จะบ่งบอกเธอว่าผมแอบชอบเธออยู่ เราคุยกันแบบเพื่อนทำกิจกรรมร่วมกันในฐานะเพื่อน บทสนทนาที่เกิดขึ้นทั้งต่อหน้า,ผ่านโทรศัพท์หรือแชทต่างๆก็อยู่ในรูปแบบของเพื่อนคุยกัน ไม่เคยไปไหนกัน2คน แต่ผมก็มีความรู้สึกดีๆให้Aมาตลอด1ปี แต่วันนึงที่ผมพยามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้อยู่ผมยอมแพ้ในตัวเธอไป จำได้แค่ว่ามันไม่ได้เกิดจากการที่ความรู้สึกดีๆที่ผมมีต่อAหมดไป แต่เป็นเพราะอะไรสักย่างที่ทำให้ผมรู้สึกท้อจนผมบอกกับตัวเองว่าเหนื่อยมาพอแล้วกับการรู้สึกอยู่ฝ่ายเดียว และผมก็ขี้ขลาดเกินจะบอกAไปตรงๆ ผมเลยยอมแพ้ไปดื้อๆ แต่เราก็ยังเจอกันอยู่ทุกวันนะครับ หลังจากนั้นมาประมาณ4-5เดือน ระหว่างระยะเวลานี้ก็มีคุยกับคนอื่นนะครับแต่ก็ไม่ได้เกิดเป็นความรักหรือความสัมพันธ์อะไร เหมือนผมเป็นคนไม่ค่อยจะไว้ใจใครด้วยและก็เป็นผู้ชายประเภทที่ถ้าจะชอบผู้หญิงคือจากที่ได้ทำความรู้จักกันจริงๆเห็นพฤติกรรมหรือนิสัยใจคอเค้ากับเรื่องต่างๆอะไรประมาณนี้ครับ และผมก็มีโอกาสมาสนิทกับBผู้หญิงอีกคนนึงที่เจอกันทุกวันเหมือนกัน(ทั้งAและBเป็นเพื่อนในห้องเรียนครับ)ผมใช้ระยะเวลาคุยกับเธอก็เกือบปีได้และเราก็ตกลงเป็นแฟนกัน ครั้งนี้ผมกล้าเรียกได้เต็มปากว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันคือความรัก ซึ่งตากจากตอนAซึ่งอาจจะเป็นแค่ความรู้สึกดีๆของผม ไม่รู้สิครับผมก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกัน จากนั้นผมกับBเราก็รักกันดีนะครับมีทั้งช่วงทุกข์และช่วงสุขจนถึงวันนี้ก็คบกันได้4ปีกว่าแล้วครับ แต่ปัญหามันเกิดขึ้นหลังจากที่คบกับBได้สัก2-3เดือน ก็แยกย้ายกันไปเรียนมหาลัย ทั้งที่ก็ไม่ได้เจอAแล้วไม่ได้ติดต่ออาจจะมีเจอกันบ้างตามโอกาศ2ปีครั้งอะไรแบบนี้ครับ แต่เหมือนว่าผมก็ยังจำได้ดีทุกตอนทุกความรู้สึกในช่วงที่ผมมีกับAในฐานะเพื่อนมันก็วนกลับมาในหัว ผมก็ไม่ปฏิเสธความรู้สึกตัวเองนะครับว่าผมคิดถึงAทั้งๆที่ตอนนี้Aก็มีแฟนไปแล้วเหมือนกัน แต่สำหรับผมมันเหมือนมันยังมีบางอย่างค้างคาอยู่ในใจ ความรู้สึกต่างๆที่ไม่ได้พูดไป เหมือนเวลาผมนึกถึงAเค้าเหมือนจิ๊กซอที่ผมต่อไม่เสร็จและผมก็ยอมแพ้ไปก่อน เหมือนผมยังอยากรู้ว่าเมื่อต่อเสร็จจิ๊กซอรูปนั้นที่สมบูรณ์มันจะสวยขนาดไหนและตัวผมเองจะมีความสุขขนาดไหนที่ต่อได้สำเร็จ ในระยะเวลา4ปีที่คบกับBผมก็ยังคิดถึงAอยู่ตลอดนะครับ แต่ผมก็พยายามทำทุกๆอย่างให้มันถูกต้องเพราะผมก็มีปัจจุบันของผมที่ต้องรักษาไว้ ถ้าถามว่าคิดถึงAมานานขนาดนี้แล้วรักBไหม? ผมก็ตอบตัวเองว่ารักนะครับ ที่ผ่านมาก่อนที่จะมาขอคำปรึกษาในพันทิปนี้ที่ผมพยามแก้ปัญหาเองก็คือ เหมือนผมยอมแพ้ความรู้สึกที่ผมคิดถึงA ผมก็ปล่อยให้ตัวเองคิดถึงไปเพราะผมห้ามหรือควบคุมมันไม่ไหวจริงๆ แต่ผมก็จัดเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในที่ๆถูกต้อง พยามไม่ให้มันมากระทบปัจจุบันของผมกับB หรือถ้ากระทบก็พยายามให้มันมีผลน้อยที่สุด นั่นคือเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นกับผมและผมคิดว่ามันเป็นแบบนั้น ถ้าถามว่าปัจจุบันตอนนี้สถานการณ์ของความคิดผมเป็นอย่างไร?ผมต้องการแบบไหน? มันเกิดขึ้น2แบบครับ แบบที่1.แบบที่ผมต้องการให้มันเป็นไปได้มากที่สุดคือผมอยากจะให้Aหายไปครับ อยากจะเลิกคิดถึงอยากจะเอาความรู้สึกต่อAออกไปให้หมด หายไปจากความคิดถึง,หายไปจากความทรงจำ แต่เหมือนก็ได้แค่พูดน่ะครับเพราะก็รู้อยู่ว่าคงเป็นไปไม่ได้(หรือเป็นไปได้ครับ?) ผมอยากจะรักBได้ให้เต็มที่ เพราะเธอก็ดีกับผมมาตลอดและผมก็รักเธอ ผมไม่อยากลังเลแล้ว ผมไม่อยากแบ่งความรู้สึกที่ผมมีไปให้ใครแล้วนอกจากB อีกแบบที่คิดเผื่อไว้คือ ถ้าผมเลิกเป็นแบบนี้ไม่ได้จริงๆผมก็อยากจะเลิกกับBนะครับ ถามว่าเสียดายเวลาหลายปีที่พยายามกับBมาไหม เสียดายมากครับ แต่ถ้าผมยังเป็นแบบนี้อยู่มันเหมือนผมเห็นแก่ตัว เหมือนผมกำลังเอาความลังเลหรือไม่ว่ามันจะเรียกว่าอะไรก็ตาม ไปทำร้ายB ไปทำลายเวลาของBที่เค้าพยายามกับผมมา ที่คิดแบบนี้เพราะผมกลัวตัวเอง กลัวว่าถ้าตัวเองรู้สึกกับAแบบนี้,กลัวว่าตัวเองจะกล้าทำอะไรบ้างในอนาคต ถ้าเกิดวันนึงAเลิกกับแฟนขึ้นมาล่ะ? ถ้าเกิดวันที่Aเลิกกับแฟน ผมกับBคบกันไปได้10ปีแต่ความรู้สึกที่ผมมีให้Aยังไม่หายไปล่ะ ผมจะทำอะไร?
ที่มาตั้งกระทู้นี้ก็เหมือนอดทนมานานแล้วครับ ก็มีปรึกษาเพื่อนบ้าง แต่ก็อยากจะได้แง่คิดจากหลายๆมุมมองมาช่วยแนะนำครับว่าผมควรทำยังไง เพราะผมไม่อยากเป็นแบบนี้แล้ว
ปล.อยากบอกกับหลายๆคนนะครับว่า เรื่องการแอบชอบใครถ้ามันเกิดขึ้นแล้วมันก็เป็นอะไรที่สวยงามนะครับ ถ้าใครกังวลหรือกำลังตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ว่า ควรบอกเค้าดีไหม? บอกไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ? ถ้าเค้าไม่ได้ชอบเรากลับล่ะเราจะเสียเพื่อนกันไหม? หรือไม่ว่าจะคำถามไหนก็ตาม ผลลัพท์สำหรับการพูดมันออกได้หลายหน้าครับ แต่จากเหตุการณ์ที่ผมเจอมานี้ "บอกเค้าเถอะครับ" ไม่ว่าผลมันจะออกมาผิดหวังหรือเลวร้ายแค่ไหน ผมว่ามันไม่เลวร้ายไปกว่าการไม่ได้บอกนะครับ เพราะเราก็คงไม่มีทางรู้เหมือน ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นมานั้น มันจะอยู่ในใจเราไปถึงเมื่อไร