http://www.dailynews.co.th/entertainment/359371
'กรีน' เก็บเรื่องรักดูยาว ๆ ในใจ ขอเปลี่ยนภาพใช้ผลงานพิสูจน์
'กรีน' เก็บเรื่องรักดูยาว ๆ ในใจ ขอเปลี่ยนภาพใช้ผลงานพิสูจน์ กรีนอยากให้คนมองภาพเปลี่ยนไป จากที่เคยมองเรื่องโน้นเรื่องนี้ที่ไม่ดี ก็อยากพิสูจน์ได้ด้วยเรื่องงานมากกว่า ส่วนเรื่องรักอยากให้เป็นเรื่องส่วนตัว เพราะเราอาจยังไม่แน่ใจกับคน ๆ นี้
เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่อยู่ในวงการถึง 7 ปีมาแล้ว สำหรับนางเอกสาว กรีน-อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล ที่ตอนนี้กำลังมีผลงาน “คู่ปรับฉบับหัวใจ” ประกบคู่หนุ่ม ธันวา สุริยจักร ซึ่งมีข่าวกำลังแอบกิ๊กกั๊กกันนอกจอ วันนี้ “ดาวต่างมุม” เลยขอนัดแนะนางเอกสาวคนนี้มาเปิดใจ ทั้งเรื่องของชีวิตบนถนนบันเทิง ที่เธอเคยผ่านข่าวหนัก ๆ มาแล้ว รวมไปถึงมุมมองหัวใจ ที่ดูเหมือนว่าสาว กรีนจะเติบโตขึ้นจากรักครั้งที่ผ่านมามากทีเดียว
คาแรกเตอร์ “แพรไหม” ใน “คู่ปรับฉบับหัวใจ” เป็นยังไง?
“แพรไหม เป็นคนห้าว ๆ มีความเป็นผู้นำสูง เนื่องจากเขาเป็นลูกคนเดียว พ่อกับแม่แยกทางกัน คุณพ่อไปมีเมียใหม่ เราเลยต้องเป็นเสาหลักของบ้าน กลายเป็นคนสู้ชีวิต เพราะอยากให้แม่สบายขึ้น บทนี้จะแก่น ๆ คล้ายเรื่องที่ผ่านมา แต่จะมีความซีเรียสมากขึ้น คาแรกเตอร์นี้มีความใกล้เคียงกับตัวกรีน อย่างการดูแลครอบครัวและมีบุคลิกห้าว ๆ แต่ที่ต่างคือเรายังมีครอบครัวที่อบอุ่นค่ะ"
“กรีน” อยู่วงการมา 7 ปีแล้ว ได้เรียนรู้อะไรจากตรงนี้บ้าง?
“เยอะค่ะ ได้เจอคนมากหน้าหลายรูปแบบ เราเองก็เคยเจอประสบการณ์ทั้งคนที่เข้ามาด้วยความหวังดี และคนที่เหมือนจะหวังดีแต่จริง ๆ ไม่ดี ทำให้เราต้องมีเกราะป้องกัน เรียนรู้ที่จะอยู่ตรงนี้ให้ได้ถ้าเราอยากทำงานตรงนี้ สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่ลืมตัวตนของเรา ถึงแม้ว่าวันนึงเราเป็นนางเอก ต้องมีภาพลักษณ์ แต่นั่นเป็นส่วนของงาน แต่พอเราเป็นตัวเราเอง เราต้องอยู่ในจุดที่เป็นตัวตนเราจริง ๆ ชื่อเสียงไม่เคยทำให้กรีนหลงระเริง เพราะกรีนไม่คิดว่าตัวเองโด่งดังขนาดนั้น เราเป็นแบบค่อยไปเรื่อย ๆ และกรีนก็ไม่ลืมว่ากำพืดเรามาจากไหน”
เราเคยผ่านข่าวหนัก ๆ ในวงการมาแล้ว มีวิธีรับมือข่าวไม่ดีที่เข้ามายังไง?
“สำหรับกรีนครอบครัวเป็นกำลังใจที่สำคัญมาก ครอบครัวให้กำลังใจและช่วยกันฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ อย่างข่าวที่ผ่านมาถือว่ารุนแรง กรีนก็พยายามใช้ความใจเย็น เอาน้ำเย็นลูบตัวเองเข้าไว้ มองว่าเราเข้ามาอยู่ตรงนี้ได้เพราะอะไร และสิ่งที่เราอยากได้ต่อจากนี้คืออะไร เราอยากได้ทรัพย์สินที่มาทำให้ครอบครัวสบายขึ้น ซึ่งข่าวพวกนี้อาจทำให้เราจิตตก แต่ก็ไม่เป็นไร เราพยายามมองข้ามให้มันเป็นเรื่องธรรมดา มีเครียดเหมือนกันนะ แต่ก็ทำให้เราได้มองอีกมุมนึงว่ามันเป็นกระแสที่ทำให้คนรู้จักเราด้วย ก็เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส แม้คนจะพูดว่าเราไม่ดี แต่ถ้าเราไม่ได้เป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์ไป”
เคยท้อบ้างมั้ย?
“ก็ไม่เชิงท้อค่ะ แต่ไม่เข้าใจคนที่ไม่เคยเข้าใจอะไรและพยายามใส่ไฟคนอื่น ทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่เคยสัมผัส อยู่หลังคีย์บอร์ดแล้วก็พิมพ์ และระรานคนอื่น กรีนไม่เข้าใจคนประเภทนี้ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าท้อนะ ส่วนการรับมือคือกรีนก็ปล่อยไปเลย เรานับถือศาสนาพุทธ ก็เชื่อเรื่องเวรกรรม ปล่อยไปดีกว่า อย่าไปอาฆาตแค้นค่ะ”
ปัญหาที่ผ่านเข้ามาทำให้เราเติบโตขึ้นมากน้อยแค่ไหน?
“เยอะค่ะ เราโตขึ้น นิ่งขึ้น สงบขึ้น และไม่ใจร้อน ทำให้ความคิดเราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มองมุมมองกว้างมากขึ้น จากนี้ต่อไปจะเจอข่าวที่แรงกว่านี้สักแค่ไหน ก็ง่ายแล้วแหละ (ยิ้ม) สบายมาก ที่ผ่านนั้นก็หนักสุดในชีวิตแล้วค่ะ”
มองอนาคตนักแสดงของตัวเองยังไงบ้าง?
“อยากทำให้ดี ตอนนี้เราเป็นนางเอกในระดับคนอาจรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง ก็อยากทำงานเป็นนางเอกในทุกบทบาทได้ และอยู่ไปเรื่อย ๆ โดยไม่อยากให้มีใครมาแทนที่ เราอยากมีผลงานดี ๆ ต่อไป ให้คนได้เห็นความสามารถทางด้านการแสดงของเราอีกมากมายที่คิดว่าเราน่าจะทำได้ คำว่านางเอก เอาจริง ๆ กรีนซีเรียสนะ เพราะเราเคยเป็นนางเอก แล้ววันที่เราต้องเปลี่ยนตำแหน่งไปเป็นบทรอง มันต้องมีความคิดที่ว่า อ้าว! ทำไมล่ะ เราทำผิดตรงไหนรึเปล่า”
แล้วกรีนมีวิธีรักษาตำแหน่งนางเอกยังไง?
“รักษาเรื่องทักษะการแสดง และปรับตัวให้เข้ากับสังคมค่ะ เห็นชัด ๆ คือเรื่องไอจี ที่สมัยนี้คนอาจดังได้ด้วยโซเชียล เราต้องรู้จักโปรโมตตัวเองให้คนได้รู้จักได้เยอะขึ้น เวลาทำงานก็ตั้งใจ อย่าให้ใครมาว่าได้ว่าไม่รับผิดชอบ เวลารับบทแต่ละครั้งกรีนก็เลือกบทที่ดี ที่ส่งเราและหลาย ๆ คน เราก็เหมือนตัวแทนช่อง ดังนั้นเวลาทำงานก็อยากให้ละครที่เล่นออกมาเรตติ้งสูง คนอยากดู ยิ่งบทที่ท้าทายก็ยิ่งดีกับตัวเรา เพราะเราได้เปลี่ยนคาแรกเตอร์ คนจะได้เห็นเราในหลากหลายแบบค่ะ”
ความฝันสูงสุดของกรีนคืออะไร?
“กรีนอยากทำงานในวงการต่อไปเรื่อย ๆ จนคนยอมรับในชื่อเสียงของเรา พอบอกไปว่ากรีน คนก็ร้องอ๋อ คนนี้ที่เล่นละครเรื่องนี้อยู่ เจ๋งดี ไม่ใช่มาจำเราในแบบว่า อ๋อ กรีนคนที่มีข่าวเหรอ อยากให้คนจดจำด้านผลงานมากกว่า เพราะข่าวที่ผ่านมาก็มีผลกับใจเรา โดยเฉพาะเรื่องเซ็นซิทีฟกับพ่อแม่ แต่มันก็คือการทำงานค่ะ อย่างคนทำงานในออฟฟิศก็อยากให้คนยอมรับในเรื่องของงาน เพื่อยกระดับตำแหน่งให้ดีขึ้น ก็เหมือนกับการเป็นนักแสดง ที่เราทำงานก็อยากให้ตัวเองมีความสามารถมากขึ้น กรีนว่าทุกคนคงฝันอยากได้รางวัล ถ้าได้ก็คงดีใจ แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสว่าต้องไปแข่งกับใคร ก็แค่ตั้งใจทำทุกบทที่ได้มาให้ดี ถ้าเราตั้งใจทำอะไร คนดูก็น่าจะเห็นได้ค่ะ”
มีคติหรือข้อคิดที่ใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจบ้างมั้ย?
“พ่อเคยบอกว่า “จะดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ จะสูงต่ำอยู่ที่ทำตัว” ก็ครอบคลุมหมดทุกอย่าง อยู่ในวงการนี้มีทั้งคนดีและไม่ดีที่เข้ามาหาเรา แต่ทุกอย่างไม่ได้อยู่ที่ตัวเขาอย่างเดียว มันอยู่ที่ตัวเราด้วย เราอยากเป็นคนอยู่ที่ต่ำหรือสูงมันอยู่ที่เราปฏิบัติตัวยังไง ส่วนใหญ่ที่บ้านจะสอนว่าไม่ให้โทษคนอื่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าโทษตัวเองซะจนเอาไปกดดัน คือให้มองตัวเองก่อนไปมองคนอื่นค่ะ”
ถามถึงเรื่องหัวใจบ้าง สรุปสถานะกับ “ธันวา” ณ ตอนนี้คืออะไร?
“จริง ๆ ตอนนี้โสดค่ะ ส่วนกับธันวาก็ยังเป็นเพื่อนกัน เพราะเขาให้ความคิดเราในหลายรูปแบบ เลยทำให้เราสนิทกัน อยู่กับเขาเหมือนเราโตขึ้น และเขาก็ชอบสไตล์เราที่ออกแมน ๆ รวมถึงช่วงวัย ก็ทำให้เข้ากันง่ายค่ะ”
เล่นละครคู่กับ “ธันวา” หวังเป็นคู่จิ้นคู่ใหม่เลยรึเปล่า เพราะยังไม่ทันออนแอร์ก็มีข่าวด้วยกันออกมาแล้ว?
“อาจเป็นเพราะทั้งกรีนและธันวาต่างก็โสดค่ะ และเรารู้สึกเล่นกับเขาก็ลงตัว แต่กรีนว่าใครเล่นกับเขาก็เคมีเข้ากันไปหมดแหละ เพราะเขาเป็นคนที่คิดซับซ้อนในเรื่องบท มีการตีความหลายแนว เขาจะมาปรึกษากับเราตลอดว่าจะเล่นแบบไหน ตั้งแต่กรีนแสดงมายังไม่เคยเจอนักแสดงที่เขาเลือกจะคุยกับเราในเรื่องบทละครแบบนี้ เขาจะคอยแนะนำเราตลอด คือกรีนบอกได้เลยว่าเขาเป็นคนที่น่าเล่นละครด้วยคนนึง เขาอาจไม่มีชั่วโมงบินสูงมาก แต่ความคิดเขาดีค่ะ อย่างหลัง ๆ เราจะมีซีนหวาน ๆ ด้วยกันเยอะธันวาก็ให้คำแนะนำว่าเราพูดแบบนี้มันดูแข็งไป ให้พูดซอฟต์ลงหน่อย มันกลายเป็นส่งกันดี ดูเป็นธรรมชาติ ธันวาเคยบอกกรีนว่าเล่นฝืนธรรมชาติ แต่ให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด เราก็ได้เรียนรู้จากธันวาในจุดนี้มาพัฒนาตัวเราเอง แต่เราไม่หวังเป็นคู่จิ้นคู่ใหม่ของช่อง แค่อยากเล่นแล้วให้คนรัก แต่คู่จิ้นอาจเป็นผลพลอยได้จากการที่เราเล่นแล้วเคมีถึงกัน จนคนดูอยากให้เป็นคู่จิ้นมากกว่าค่ะ”
มีข่าวแบบนี้ เวลาร่วมงานกันกดดันมั้ย?
“ไม่กดดันนะคะ ดีค่ะ (หัวเราะ) จะได้มีกระแส จริง ๆ เล่นละครด้วยกันมันก็เขิน เราก็มีคุยกัน แต่ก็ขำ ๆ ธันวาบอกว่าไม่ต้องไปซีเรียส เพราะเขาโดนแบบนี้ทุกเรื่อง มันแปลว่าเขามีเคมีที่เข้ากับทุกคนได้ พอ กรีนมาเล่นกับเขาก็ได้เห็นมุมมองที่ทั้งเป็นเด็กและผู้ใหญ่ เวลาทำงานเขาจะมีความตั้งใจมาก”
นิสัยแบบ “ธันวา” ถือเป็นสเปกเราได้รึเปล่า?
“เอาจริง ๆ ก็ได้นะ ไม่ได้แย่ เขาก็เป็นคนดีและน่ารักคนนึง ส่วนโอกาสพัฒนา มันคงเป็นเรื่องอนาคตค่ะ ยังบอกไม่ได้ว่า ยังไง เพราะว่าเรายังเด็กกันทั้งคู่ และกรีน อยากเพลา ๆ เรื่องรักบ้าง ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้รีบร้อนจริง ๆ เรื่องความรักเราก็มีคิด แต่กับธันวาตอนนี้เป็นเพื่อนสนิท ยังไม่ได้มองไปถึงตรงนั้น ส่วนอนาคตจะเป็นไปยังไงก็เป็นเรื่องอนาคต ไม่ได้ปิดหัวใจค่ะ”
มีหลายคนเชียร์เรากับธันวาอยู่ เสียงเชียร์มีผลกับการตัดสินใจรึเปล่า?
“เสียงเชียร์ไม่น่าเกี่ยว แต่ถ้าแม่เชียร์ก็ไม่แน่ (ยิ้ม) จริง ๆ ต้องผ่านทางผู้ใหญ่ แต่มันเป็นเรื่องอนาคตค่ะ”
หลังจากรักครั้งเก่า ดูเหมือนเรายังเข็ดกับความรักอยู่?
“จริง ๆ อยากพักเรื่องนี้ไว้ก่อน ให้มันเบา ๆ ลง อยากมาตั้งใจเรื่องงานมากกว่า ไม่อยากให้มีข่าวเรื่องรักเยอะแยะ แต่ไม่เข็ดนะคะ มุมมองความรักของกรีน ณ วันนี้ยังไม่เปลี่ยน แต่อาจชัดเจนมากขึ้นในการเลือกคบใคร คือกรีนได้เรียนรู้จากสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมา ว่าเราต้องใช้ระยะเวลาขนาดไหนยังไงดี ไม่ต้องรีบร้อน ค่อย ๆ ตัดสินใจ มีอะไรก็คุยกัน จะได้ไม่ต้องมีปัญหาเกิดขึ้น”
เรียกว่าใจเย็นและเลือกในเรื่องรักขึ้นมาก?
“คิดว่ามันเป็นทุกคนนะคะ พอมีเหตุการณ์ที่มาจี้เรา เราจะมีเกราะป้องกันมากขึ้น อย่างรักครั้งที่ผ่านมาก็ให้บทเรียนในเรื่องความเข้าใจ เรื่องของระยะเวลาซึ่งสำคัญมาก คือตอนนี้ถ้าเราคิดว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนที่ใช่ เราก็เก็บทดเอาไว้ในใจก่อน (ยิ้ม) อย่าเพิ่งไปบอกเขา แล้วค่อยดูไปเรื่อย ๆ และดูว่าจุดหมายที่แท้จริงของเราคืออะไร คือคนนี้ ครอบครัวหรือว่างาน และเราก็ไล่ระดับความสำคัญ ต้องคิดให้ละเอียดค่ะ”
เคยเป็นคนมีแฟน พอโสดแบบนี้ไม่เหงาเหรอ?
“ก็มีเหงาอยู่แล้วแหละ จากเดิมที่เคยไปไหนก็โทรฯ หากันตลอด พอวันนึงที่พฤติกรรมเปลี่ยน ก็ต้องปรับตัว แต่กรีนเป็นคนปรับตัวค่อนข้างไว พอเยียวยาตัวเองไปได้ ที่สำคัญเรามีครอบครัว มีงาน มีธุรกิจ แค่นี้ก็ไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นแล้ว และเรารู้ว่าเป้าหมายเราคือเรื่องงาน เราก็ใจจดจ่องาน ไม่ต้องไปคิดเรื่องอื่น ส่วนเรื่องรักมาก็มา ไม่มาก็ไม่เป็นไร ไม่ซีเรียสความรักขนาดนั้น”
ความคาดหวังรักครั้งต่อไปแค่ไหน?
“ไม่คาดหวังอะไรเลย ไม่อยากคาดหวัง เพราะกรีนเป็นคนที่คาดหวังเยอะก็เสียใจเอง ฝั่งโน้นไม่ได้รับรู้อะไรเลย แต่เราต้องมานั่งร้องไห้ ก็อย่าคาดหวังดีกว่า แม้ภายนอกจะดูแข็งแกร่ง แต่ผู้หญิงทุกคนมีจุดอ่อนไหว อย่างกรีนถ้าคาดหวังกับคนนี้แล้วทำไม่สำเร็จ เราจะเสียใจมาก เวลาเรารักใครจะรักจริงมาก ๆ พร้อมอยู่กับเขาคนเดียวเลย พ่อเองก็บอกว่าบางทีเราควรเผื่อใจไว้บ้าง เพราะถ้าเราล้มปุ๊บเราจะเจ็บ ไม่มีอะไรมาประคอง ถ้ามีความรักในครั้งต่อไปคงใช้เวลาในการพิสูจน์ยาว ๆ ค่ะ”
ถ้ามีรักครั้งต่อไป อยากเก็บเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเปิดเผยเหมือนที่ผ่านมา?
“จริง ๆ อยากเก็บไว้มากกว่า ไม่อยากชัดเจนขนาดนั้น กรีน อยากให้คนมองภาพเปลี่ยนไป จากที่เคยมองเรื่องโน้นเรื่องนี้ที่ไม่ดี ก็อยากพิสูจน์ได้ด้วยเรื่องงานมากกว่า ส่วนเรื่องรักอยากให้เป็นเรื่องส่วนตัว เพราะเราอาจยังไม่แน่ใจกับคน ๆ นี้ แล้วเราบังเอิญพลาดอีกแล้ว มันก็จะเสียกับตัวเราเองอีก เสียที่เขาด้วย เราเลือกเงียบ ๆ ดีกว่า นอกจากอีกช่วงอายุนึงที่เราแข็งแรง อายุสัก 30 ที่เราพร้อมที่จะบอกว่านี่แหละเป็นแฟน คนที่เราพร้อมจะแต่งงานด้วยแล้ว”
ถ้าจะเปิดเผย ก็แปลว่าเป็นคนที่เราเลือกแล้วว่าจะใช้ชีวิตคู่?
“ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะ แต่มันคงมีสักคนแหละหรือก็ไม่มีเลย (หัวเราะ) ถ้าใช่แบบพร้อมมีครอบครัว อยู่กับเขา พ่อแม่โอเคทุกฝ่าย ก็พร้อมที่จะออกมาบอก ดังนั้นคนนั้นต้องอดทนมาก ต้องรับเราได้ คือกรีน ไม่เป็นแม่บ้านแม่เรือนนะ”
"คู่ปรับฉบับหัวใจ"กำลังออนแอร์ เลยเก็บบทสัมภาษณ์ดีๆของ "น้องกรีน"นางเอกของเรื่องมาฝากกันค่ะ ^^
'กรีน' เก็บเรื่องรักดูยาว ๆ ในใจ ขอเปลี่ยนภาพใช้ผลงานพิสูจน์
'กรีน' เก็บเรื่องรักดูยาว ๆ ในใจ ขอเปลี่ยนภาพใช้ผลงานพิสูจน์ กรีนอยากให้คนมองภาพเปลี่ยนไป จากที่เคยมองเรื่องโน้นเรื่องนี้ที่ไม่ดี ก็อยากพิสูจน์ได้ด้วยเรื่องงานมากกว่า ส่วนเรื่องรักอยากให้เป็นเรื่องส่วนตัว เพราะเราอาจยังไม่แน่ใจกับคน ๆ นี้
เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่อยู่ในวงการถึง 7 ปีมาแล้ว สำหรับนางเอกสาว กรีน-อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล ที่ตอนนี้กำลังมีผลงาน “คู่ปรับฉบับหัวใจ” ประกบคู่หนุ่ม ธันวา สุริยจักร ซึ่งมีข่าวกำลังแอบกิ๊กกั๊กกันนอกจอ วันนี้ “ดาวต่างมุม” เลยขอนัดแนะนางเอกสาวคนนี้มาเปิดใจ ทั้งเรื่องของชีวิตบนถนนบันเทิง ที่เธอเคยผ่านข่าวหนัก ๆ มาแล้ว รวมไปถึงมุมมองหัวใจ ที่ดูเหมือนว่าสาว กรีนจะเติบโตขึ้นจากรักครั้งที่ผ่านมามากทีเดียว
คาแรกเตอร์ “แพรไหม” ใน “คู่ปรับฉบับหัวใจ” เป็นยังไง?
“แพรไหม เป็นคนห้าว ๆ มีความเป็นผู้นำสูง เนื่องจากเขาเป็นลูกคนเดียว พ่อกับแม่แยกทางกัน คุณพ่อไปมีเมียใหม่ เราเลยต้องเป็นเสาหลักของบ้าน กลายเป็นคนสู้ชีวิต เพราะอยากให้แม่สบายขึ้น บทนี้จะแก่น ๆ คล้ายเรื่องที่ผ่านมา แต่จะมีความซีเรียสมากขึ้น คาแรกเตอร์นี้มีความใกล้เคียงกับตัวกรีน อย่างการดูแลครอบครัวและมีบุคลิกห้าว ๆ แต่ที่ต่างคือเรายังมีครอบครัวที่อบอุ่นค่ะ"
“กรีน” อยู่วงการมา 7 ปีแล้ว ได้เรียนรู้อะไรจากตรงนี้บ้าง?
“เยอะค่ะ ได้เจอคนมากหน้าหลายรูปแบบ เราเองก็เคยเจอประสบการณ์ทั้งคนที่เข้ามาด้วยความหวังดี และคนที่เหมือนจะหวังดีแต่จริง ๆ ไม่ดี ทำให้เราต้องมีเกราะป้องกัน เรียนรู้ที่จะอยู่ตรงนี้ให้ได้ถ้าเราอยากทำงานตรงนี้ สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่ลืมตัวตนของเรา ถึงแม้ว่าวันนึงเราเป็นนางเอก ต้องมีภาพลักษณ์ แต่นั่นเป็นส่วนของงาน แต่พอเราเป็นตัวเราเอง เราต้องอยู่ในจุดที่เป็นตัวตนเราจริง ๆ ชื่อเสียงไม่เคยทำให้กรีนหลงระเริง เพราะกรีนไม่คิดว่าตัวเองโด่งดังขนาดนั้น เราเป็นแบบค่อยไปเรื่อย ๆ และกรีนก็ไม่ลืมว่ากำพืดเรามาจากไหน”
เราเคยผ่านข่าวหนัก ๆ ในวงการมาแล้ว มีวิธีรับมือข่าวไม่ดีที่เข้ามายังไง?
“สำหรับกรีนครอบครัวเป็นกำลังใจที่สำคัญมาก ครอบครัวให้กำลังใจและช่วยกันฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ อย่างข่าวที่ผ่านมาถือว่ารุนแรง กรีนก็พยายามใช้ความใจเย็น เอาน้ำเย็นลูบตัวเองเข้าไว้ มองว่าเราเข้ามาอยู่ตรงนี้ได้เพราะอะไร และสิ่งที่เราอยากได้ต่อจากนี้คืออะไร เราอยากได้ทรัพย์สินที่มาทำให้ครอบครัวสบายขึ้น ซึ่งข่าวพวกนี้อาจทำให้เราจิตตก แต่ก็ไม่เป็นไร เราพยายามมองข้ามให้มันเป็นเรื่องธรรมดา มีเครียดเหมือนกันนะ แต่ก็ทำให้เราได้มองอีกมุมนึงว่ามันเป็นกระแสที่ทำให้คนรู้จักเราด้วย ก็เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส แม้คนจะพูดว่าเราไม่ดี แต่ถ้าเราไม่ได้เป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์ไป”
เคยท้อบ้างมั้ย?
“ก็ไม่เชิงท้อค่ะ แต่ไม่เข้าใจคนที่ไม่เคยเข้าใจอะไรและพยายามใส่ไฟคนอื่น ทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่เคยสัมผัส อยู่หลังคีย์บอร์ดแล้วก็พิมพ์ และระรานคนอื่น กรีนไม่เข้าใจคนประเภทนี้ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าท้อนะ ส่วนการรับมือคือกรีนก็ปล่อยไปเลย เรานับถือศาสนาพุทธ ก็เชื่อเรื่องเวรกรรม ปล่อยไปดีกว่า อย่าไปอาฆาตแค้นค่ะ”
ปัญหาที่ผ่านเข้ามาทำให้เราเติบโตขึ้นมากน้อยแค่ไหน?
“เยอะค่ะ เราโตขึ้น นิ่งขึ้น สงบขึ้น และไม่ใจร้อน ทำให้ความคิดเราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มองมุมมองกว้างมากขึ้น จากนี้ต่อไปจะเจอข่าวที่แรงกว่านี้สักแค่ไหน ก็ง่ายแล้วแหละ (ยิ้ม) สบายมาก ที่ผ่านนั้นก็หนักสุดในชีวิตแล้วค่ะ”
มองอนาคตนักแสดงของตัวเองยังไงบ้าง?
“อยากทำให้ดี ตอนนี้เราเป็นนางเอกในระดับคนอาจรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง ก็อยากทำงานเป็นนางเอกในทุกบทบาทได้ และอยู่ไปเรื่อย ๆ โดยไม่อยากให้มีใครมาแทนที่ เราอยากมีผลงานดี ๆ ต่อไป ให้คนได้เห็นความสามารถทางด้านการแสดงของเราอีกมากมายที่คิดว่าเราน่าจะทำได้ คำว่านางเอก เอาจริง ๆ กรีนซีเรียสนะ เพราะเราเคยเป็นนางเอก แล้ววันที่เราต้องเปลี่ยนตำแหน่งไปเป็นบทรอง มันต้องมีความคิดที่ว่า อ้าว! ทำไมล่ะ เราทำผิดตรงไหนรึเปล่า”
แล้วกรีนมีวิธีรักษาตำแหน่งนางเอกยังไง?
“รักษาเรื่องทักษะการแสดง และปรับตัวให้เข้ากับสังคมค่ะ เห็นชัด ๆ คือเรื่องไอจี ที่สมัยนี้คนอาจดังได้ด้วยโซเชียล เราต้องรู้จักโปรโมตตัวเองให้คนได้รู้จักได้เยอะขึ้น เวลาทำงานก็ตั้งใจ อย่าให้ใครมาว่าได้ว่าไม่รับผิดชอบ เวลารับบทแต่ละครั้งกรีนก็เลือกบทที่ดี ที่ส่งเราและหลาย ๆ คน เราก็เหมือนตัวแทนช่อง ดังนั้นเวลาทำงานก็อยากให้ละครที่เล่นออกมาเรตติ้งสูง คนอยากดู ยิ่งบทที่ท้าทายก็ยิ่งดีกับตัวเรา เพราะเราได้เปลี่ยนคาแรกเตอร์ คนจะได้เห็นเราในหลากหลายแบบค่ะ”
ความฝันสูงสุดของกรีนคืออะไร?
“กรีนอยากทำงานในวงการต่อไปเรื่อย ๆ จนคนยอมรับในชื่อเสียงของเรา พอบอกไปว่ากรีน คนก็ร้องอ๋อ คนนี้ที่เล่นละครเรื่องนี้อยู่ เจ๋งดี ไม่ใช่มาจำเราในแบบว่า อ๋อ กรีนคนที่มีข่าวเหรอ อยากให้คนจดจำด้านผลงานมากกว่า เพราะข่าวที่ผ่านมาก็มีผลกับใจเรา โดยเฉพาะเรื่องเซ็นซิทีฟกับพ่อแม่ แต่มันก็คือการทำงานค่ะ อย่างคนทำงานในออฟฟิศก็อยากให้คนยอมรับในเรื่องของงาน เพื่อยกระดับตำแหน่งให้ดีขึ้น ก็เหมือนกับการเป็นนักแสดง ที่เราทำงานก็อยากให้ตัวเองมีความสามารถมากขึ้น กรีนว่าทุกคนคงฝันอยากได้รางวัล ถ้าได้ก็คงดีใจ แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสว่าต้องไปแข่งกับใคร ก็แค่ตั้งใจทำทุกบทที่ได้มาให้ดี ถ้าเราตั้งใจทำอะไร คนดูก็น่าจะเห็นได้ค่ะ”
มีคติหรือข้อคิดที่ใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจบ้างมั้ย?
“พ่อเคยบอกว่า “จะดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ จะสูงต่ำอยู่ที่ทำตัว” ก็ครอบคลุมหมดทุกอย่าง อยู่ในวงการนี้มีทั้งคนดีและไม่ดีที่เข้ามาหาเรา แต่ทุกอย่างไม่ได้อยู่ที่ตัวเขาอย่างเดียว มันอยู่ที่ตัวเราด้วย เราอยากเป็นคนอยู่ที่ต่ำหรือสูงมันอยู่ที่เราปฏิบัติตัวยังไง ส่วนใหญ่ที่บ้านจะสอนว่าไม่ให้โทษคนอื่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าโทษตัวเองซะจนเอาไปกดดัน คือให้มองตัวเองก่อนไปมองคนอื่นค่ะ”
ถามถึงเรื่องหัวใจบ้าง สรุปสถานะกับ “ธันวา” ณ ตอนนี้คืออะไร?
“จริง ๆ ตอนนี้โสดค่ะ ส่วนกับธันวาก็ยังเป็นเพื่อนกัน เพราะเขาให้ความคิดเราในหลายรูปแบบ เลยทำให้เราสนิทกัน อยู่กับเขาเหมือนเราโตขึ้น และเขาก็ชอบสไตล์เราที่ออกแมน ๆ รวมถึงช่วงวัย ก็ทำให้เข้ากันง่ายค่ะ”
เล่นละครคู่กับ “ธันวา” หวังเป็นคู่จิ้นคู่ใหม่เลยรึเปล่า เพราะยังไม่ทันออนแอร์ก็มีข่าวด้วยกันออกมาแล้ว?
“อาจเป็นเพราะทั้งกรีนและธันวาต่างก็โสดค่ะ และเรารู้สึกเล่นกับเขาก็ลงตัว แต่กรีนว่าใครเล่นกับเขาก็เคมีเข้ากันไปหมดแหละ เพราะเขาเป็นคนที่คิดซับซ้อนในเรื่องบท มีการตีความหลายแนว เขาจะมาปรึกษากับเราตลอดว่าจะเล่นแบบไหน ตั้งแต่กรีนแสดงมายังไม่เคยเจอนักแสดงที่เขาเลือกจะคุยกับเราในเรื่องบทละครแบบนี้ เขาจะคอยแนะนำเราตลอด คือกรีนบอกได้เลยว่าเขาเป็นคนที่น่าเล่นละครด้วยคนนึง เขาอาจไม่มีชั่วโมงบินสูงมาก แต่ความคิดเขาดีค่ะ อย่างหลัง ๆ เราจะมีซีนหวาน ๆ ด้วยกันเยอะธันวาก็ให้คำแนะนำว่าเราพูดแบบนี้มันดูแข็งไป ให้พูดซอฟต์ลงหน่อย มันกลายเป็นส่งกันดี ดูเป็นธรรมชาติ ธันวาเคยบอกกรีนว่าเล่นฝืนธรรมชาติ แต่ให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด เราก็ได้เรียนรู้จากธันวาในจุดนี้มาพัฒนาตัวเราเอง แต่เราไม่หวังเป็นคู่จิ้นคู่ใหม่ของช่อง แค่อยากเล่นแล้วให้คนรัก แต่คู่จิ้นอาจเป็นผลพลอยได้จากการที่เราเล่นแล้วเคมีถึงกัน จนคนดูอยากให้เป็นคู่จิ้นมากกว่าค่ะ”
มีข่าวแบบนี้ เวลาร่วมงานกันกดดันมั้ย?
“ไม่กดดันนะคะ ดีค่ะ (หัวเราะ) จะได้มีกระแส จริง ๆ เล่นละครด้วยกันมันก็เขิน เราก็มีคุยกัน แต่ก็ขำ ๆ ธันวาบอกว่าไม่ต้องไปซีเรียส เพราะเขาโดนแบบนี้ทุกเรื่อง มันแปลว่าเขามีเคมีที่เข้ากับทุกคนได้ พอ กรีนมาเล่นกับเขาก็ได้เห็นมุมมองที่ทั้งเป็นเด็กและผู้ใหญ่ เวลาทำงานเขาจะมีความตั้งใจมาก”
นิสัยแบบ “ธันวา” ถือเป็นสเปกเราได้รึเปล่า?
“เอาจริง ๆ ก็ได้นะ ไม่ได้แย่ เขาก็เป็นคนดีและน่ารักคนนึง ส่วนโอกาสพัฒนา มันคงเป็นเรื่องอนาคตค่ะ ยังบอกไม่ได้ว่า ยังไง เพราะว่าเรายังเด็กกันทั้งคู่ และกรีน อยากเพลา ๆ เรื่องรักบ้าง ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้รีบร้อนจริง ๆ เรื่องความรักเราก็มีคิด แต่กับธันวาตอนนี้เป็นเพื่อนสนิท ยังไม่ได้มองไปถึงตรงนั้น ส่วนอนาคตจะเป็นไปยังไงก็เป็นเรื่องอนาคต ไม่ได้ปิดหัวใจค่ะ”
มีหลายคนเชียร์เรากับธันวาอยู่ เสียงเชียร์มีผลกับการตัดสินใจรึเปล่า?
“เสียงเชียร์ไม่น่าเกี่ยว แต่ถ้าแม่เชียร์ก็ไม่แน่ (ยิ้ม) จริง ๆ ต้องผ่านทางผู้ใหญ่ แต่มันเป็นเรื่องอนาคตค่ะ”
หลังจากรักครั้งเก่า ดูเหมือนเรายังเข็ดกับความรักอยู่?
“จริง ๆ อยากพักเรื่องนี้ไว้ก่อน ให้มันเบา ๆ ลง อยากมาตั้งใจเรื่องงานมากกว่า ไม่อยากให้มีข่าวเรื่องรักเยอะแยะ แต่ไม่เข็ดนะคะ มุมมองความรักของกรีน ณ วันนี้ยังไม่เปลี่ยน แต่อาจชัดเจนมากขึ้นในการเลือกคบใคร คือกรีนได้เรียนรู้จากสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมา ว่าเราต้องใช้ระยะเวลาขนาดไหนยังไงดี ไม่ต้องรีบร้อน ค่อย ๆ ตัดสินใจ มีอะไรก็คุยกัน จะได้ไม่ต้องมีปัญหาเกิดขึ้น”
เรียกว่าใจเย็นและเลือกในเรื่องรักขึ้นมาก?
“คิดว่ามันเป็นทุกคนนะคะ พอมีเหตุการณ์ที่มาจี้เรา เราจะมีเกราะป้องกันมากขึ้น อย่างรักครั้งที่ผ่านมาก็ให้บทเรียนในเรื่องความเข้าใจ เรื่องของระยะเวลาซึ่งสำคัญมาก คือตอนนี้ถ้าเราคิดว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนที่ใช่ เราก็เก็บทดเอาไว้ในใจก่อน (ยิ้ม) อย่าเพิ่งไปบอกเขา แล้วค่อยดูไปเรื่อย ๆ และดูว่าจุดหมายที่แท้จริงของเราคืออะไร คือคนนี้ ครอบครัวหรือว่างาน และเราก็ไล่ระดับความสำคัญ ต้องคิดให้ละเอียดค่ะ”
เคยเป็นคนมีแฟน พอโสดแบบนี้ไม่เหงาเหรอ?
“ก็มีเหงาอยู่แล้วแหละ จากเดิมที่เคยไปไหนก็โทรฯ หากันตลอด พอวันนึงที่พฤติกรรมเปลี่ยน ก็ต้องปรับตัว แต่กรีนเป็นคนปรับตัวค่อนข้างไว พอเยียวยาตัวเองไปได้ ที่สำคัญเรามีครอบครัว มีงาน มีธุรกิจ แค่นี้ก็ไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นแล้ว และเรารู้ว่าเป้าหมายเราคือเรื่องงาน เราก็ใจจดจ่องาน ไม่ต้องไปคิดเรื่องอื่น ส่วนเรื่องรักมาก็มา ไม่มาก็ไม่เป็นไร ไม่ซีเรียสความรักขนาดนั้น”
ความคาดหวังรักครั้งต่อไปแค่ไหน?
“ไม่คาดหวังอะไรเลย ไม่อยากคาดหวัง เพราะกรีนเป็นคนที่คาดหวังเยอะก็เสียใจเอง ฝั่งโน้นไม่ได้รับรู้อะไรเลย แต่เราต้องมานั่งร้องไห้ ก็อย่าคาดหวังดีกว่า แม้ภายนอกจะดูแข็งแกร่ง แต่ผู้หญิงทุกคนมีจุดอ่อนไหว อย่างกรีนถ้าคาดหวังกับคนนี้แล้วทำไม่สำเร็จ เราจะเสียใจมาก เวลาเรารักใครจะรักจริงมาก ๆ พร้อมอยู่กับเขาคนเดียวเลย พ่อเองก็บอกว่าบางทีเราควรเผื่อใจไว้บ้าง เพราะถ้าเราล้มปุ๊บเราจะเจ็บ ไม่มีอะไรมาประคอง ถ้ามีความรักในครั้งต่อไปคงใช้เวลาในการพิสูจน์ยาว ๆ ค่ะ”
ถ้ามีรักครั้งต่อไป อยากเก็บเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเปิดเผยเหมือนที่ผ่านมา?
“จริง ๆ อยากเก็บไว้มากกว่า ไม่อยากชัดเจนขนาดนั้น กรีน อยากให้คนมองภาพเปลี่ยนไป จากที่เคยมองเรื่องโน้นเรื่องนี้ที่ไม่ดี ก็อยากพิสูจน์ได้ด้วยเรื่องงานมากกว่า ส่วนเรื่องรักอยากให้เป็นเรื่องส่วนตัว เพราะเราอาจยังไม่แน่ใจกับคน ๆ นี้ แล้วเราบังเอิญพลาดอีกแล้ว มันก็จะเสียกับตัวเราเองอีก เสียที่เขาด้วย เราเลือกเงียบ ๆ ดีกว่า นอกจากอีกช่วงอายุนึงที่เราแข็งแรง อายุสัก 30 ที่เราพร้อมที่จะบอกว่านี่แหละเป็นแฟน คนที่เราพร้อมจะแต่งงานด้วยแล้ว”
ถ้าจะเปิดเผย ก็แปลว่าเป็นคนที่เราเลือกแล้วว่าจะใช้ชีวิตคู่?
“ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะ แต่มันคงมีสักคนแหละหรือก็ไม่มีเลย (หัวเราะ) ถ้าใช่แบบพร้อมมีครอบครัว อยู่กับเขา พ่อแม่โอเคทุกฝ่าย ก็พร้อมที่จะออกมาบอก ดังนั้นคนนั้นต้องอดทนมาก ต้องรับเราได้ คือกรีน ไม่เป็นแม่บ้านแม่เรือนนะ”