มันจบแล้วใช่มั้ยครับกับ บอนด์ แบบ แดเนียล เครก

ในที่สุดบอนด์แบบเถื่อน ดุ ดิบ ดัน ก็ต้องยอมแพ้ให้กับขนบธรรมเนียมแบบบอนด์ๆ  ติดหล่อ ติดหรู ของเล่นไฮเทค และ .... ได้ซั่มสาวแบบง่ายๆ ชนิดสาวเห็นหน้าปุ๊บยอมเปลื้องผ้าปั๊บ

ถึงแม้โครงเรื่องในภาคนี้มันจะดูสลับซับซ้อน ผูกโยงไปถึงภาคแรกของบอนด์ แดเนียล ชวนให้นึกไปถึงหนังสายลับคู่ขนานอย่าง MIB แต่อีธานต์ ฮันต์ ก็ยังไม่ทิ้งเอกลักษณ์ในตัวเองที่ต้องเอาตัวรอดแบบเท่ห์ๆ  แต่คนดูบอนด์ในภาคนี้อาจจะฉงนปนทึ่งไปกับความโชคดีของบอนด์ ลุยแค่ไหนก็แทบไม่มีรอยขีดข่วน ไม่มีอะไรทำร้ายแกได้แม้กระทั่งเครื่องลบความจำ

ผู้หญิงบอนด์ จากสปอยที่หลุดออกมา ได้ยินว่าเก่งกาจขนาดเทียบเท่าฟูริโอซ่าใน madmax และ อิลซ่า ใน mib5 แต่พอเอาเข้าจริงๆ เธอได้ช่วยบอนด์ 1 ครั้งในการยิงปืน แต่ก็ไม่เข้าเป้า แม้จะเกริ่นมาแล้วว่าถนัดในการใช้ปืนพอสมควร (เธอเคยโดนสายลับคาร์เตอร์ถีบตกตึกมาแล้วใน mib4)

ผู้ร้ายของบอนด์ ในภาคนี้กลับไปเป็นผู้ร้ายในแบบฉบับที่เคยถูกล้อมาก่อนจะถึงภาคของเครก  แต่งตัวมีสไตล์ ? พูดบ่นถึงความร้ายของตัวเอง รอให้บอนด์หาวิธีหลุดจากการถูกมัด ฐานทัพลับที่เหมือนมีมนุษย์ต่าวมาสร้างให้แผนการร้ายระดับทำลายโลก แต่แผนพังง่ายๆ  เพราะความฉลาดของบอนด์

สรุปดื้อๆ ว่าแผนการสร้างบอนด์ในแบบของดาเนียล เครก ที่เป็นบอนด์ในแบบจับต้องได้ มีเจ็บปวด มีบาดเจ็บ การเอาตัวรอดในแบบที่ผู้ชมต้องลุ้นได้ถูกเก็บขุ้นหิ้งไปใน สามภาคที่ผ่านมา ถ้านี่เป็นภาคสุดท้ายของเครก ใันคงเป็นบอนด์ที่ไม่ค่อยน่าจดจำ เพราะหนังยังพาผู้ชมไปไม่สุดในทุกทางที่หนังนำเสนอ

ถ้าชอบหนังสายลับเอาตัวรอด เจสัน บอนด์ ยังคงน่าเอาใจช่วยที่สุด

ถ้าหนังสายลับสุดเวอร์ แต่เจือไปด้วยความสนุกสนาน อีธาน ฮันต์ น่าจะยังไปได้เรื่อยๆ

แต่ถ้าอยากได้ทั้งสองแบบรวมกัน เจมส์ บอนด์ ของเครกในภาคสุดท้ายนี้มีให้คุณได้ แต่คุณอาจจะต้องทิ้งความคาดหวังทั้งมวลก่อนจะตีตั๋วเข้าไป เพราะมัน ..... ไปไม่สุดซักทาง

ถ้าอยากติดตามอ่านวิจารณ์ต่อ ไม่ต้องคลิกไปที่ Facebook ผมนะครับ ผมไม่เคยวิจารณ์อะไรยาวๆ ขนาดนี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่