เหตุการณ์เริ่มจากผมไปงาน Money Expo ที่เมืองทองธานี พนักงานตัวแทนขายของสีม่วง ได้ชักชวนให้ซื้อประกันและบอกถึงโปรโมชั่นต่าง ๆ ด้วยเห็นว่าน่าสนใจจึงตกลงใจว่าจะซื้อกรมธรรม์นี้โดยจ่ายเบี้ยประกันปีละ 120,000 บาท ชื่อผู้เอาประกันคือผมเอง โดยมีข้อเสนอพิเศษเพิ่มคือ ห้องพัก 5 คืนและกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อีก 1 ใบ พนักงานบอกว่าต้องจ่ายเป็นเงินก้อนเดียว แต่ด้วยช่วงนั้นผมมีเงินสดไม่พอ จึงแจ้งว่าจะจ่ายด้วยบัตรเครดิตของพี่สาวแฟน ทางพนักงานแจ้งว่าจะเข้าไปทำการรูดบัตรที่บ้านในวันรุ่งขึ้น โดยผมได้วางเงินมัดจำประมาณ 2,000 บาท และได้คุยเรื่องดอกเบี้ยกันว่า สามารถทำการแบ่งจ่ายเป็นแบบ 0% จำนวน 10 เดือนได้
ถึงวันนัดชำระเงินค่ากรมธรรม์ พนักงานของสีม่วงได้ไปหาที่บ้าน และพนักงานได้ทำการโทรหา Call Center เพื่อเช็ควงเงินบัตรเครดิต(สีม่วง)ของพี่สาวแฟน ซึ่งเป็นผู้ถือบัตร เพื่อที่จะชำระค่ากรมธรรม์แต่เนื่องจากวงเงินในบัตร ณ ขณะนั้นไม่พอ ทางตัวแทนจึงแนะนำให้แยกกรมธรรม์เป็นสองเล่ม เล่มละ 60,000 บาท โดยชื่อผู้เอาประกันเป็นชื่อผมทั้งสองเล่มและเงื่อนไขรวมทั้งผลประโยชน์ทุกอย่างยังเหมือนเดิม โดยเล่มแรกชำระด้วยบัตรเครดิตของพี่สาวแฟน ส่วนเล่มที่สองทางพนักงานแนะนำให้ผมสมัครบัตรเครดิตสีม่วง เมื่อบัตรอนุมัติแล้วทางพนักงานตัวแทนขายจะเข้ามาทาการรูดชำระให้ที่บ้านอีกครั้ง ผมจึงให้พนักงานตัวแทนขาย และ Call Center ของบัตรเครดิตคุยกัน เพราะคิดว่าน่าตกลงเรื่องเงื่อนไข 0% 10 เดือนกันได้ไม่ยากเพราะองค์กรเดียวกัน เมื่อพนักงานตัวแทนขายคุยเสร็จ พี่สาวแฟนก็ได้มีการถามย้ำกับพนักงานตัวแทนขายว่าได้เงื่อนไข “0% 10 เดือน ใช่หรือไม่?” และได้รับการยืนยันจากพนังงานตัวแทนขายว่า “ใช่” (นี่คือการโกหกครั้งที่ 1 ของพนักงานตัวแทนขายสีม่วง เจตนาคือจงใจปกปิดหลอกลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้นชัดเจน) จึงรูดบัตรไปเป็นจำนวนเงิน 60,000 บาท แต่หลังจากนั้น ทางพนักตัวแทนขาย ได้โทรแจ้งว่าบัตรของ ของพี่สาวแฟนผมไม่สามารถ จ่ายค่ากรมธรรม์ให้กับผมได้เนื่องจากไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันโดยตรง(ไม่ได้เป็นพ่อ,แม่,พี่,น้อง,กันโดยตรง) แฟนผมจึงแจ้งกับทางพนักงานตัวแทนขายว่าให้รอรูดบัตรเครดิตของผมทีเดียวเลยได้หรือไม่ แต่เนื่องจากบัตรได้ทำการรูดชำระไปแล้ว ทางพนักงานจึงแนะนำให้แยกกรมธรรม์ออกเป็นสองเล่ม เล่มแรกให้เป็นชื่อแฟนผม เป็นผู้เอาประกันเพื่อที่จะสามารถใช้บัตรเครดิตของพี่สาวจ่ายค่ากรมธรรม์และเพื่อใช้เงื่อนใข 0% 10 เดือน ทางผมและแฟนก็ได้ตกลงตามที่ พนักงานตัวแทนขายแนะนำเพราะเชื่อมั่นในองค์กร และไม่คิดว่าจะมีปัญหาใด ๆ
1 เดือนผ่านไป มีบิลบัตรเครดิตของการจ่ายค่ากรมธรรม์ของเล่มแรกมาถึง และเมื่อได้ทำการตรวจสอบตัวเลขพบว่า ทางบัตรเครดิตได้เรียกเก็บเงินเป็นจำนวนเต็ม 60,000 บาท โดยไม่ได้ทำการแบ่งจ่ายตามเงื่อนไข 0% 10 เดือน ตามที่ได้คุยกันไว้ จึงได้ติดต่อไปทางตัวแทนขาย และแจ้งถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ทางตัวแทนขาย ได้รับปากว่าจะดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขให้แต่ภายหลังพนักงานแจ้งว่าไม่สามารถทำเป็นดอกเบี้ย 0% 10 เดือนได้เนื่องจากความผิดพลาดในการส่งเอกสารและความผิดพลาดของทางบัตรเครดิต(นี่คือกำรโกหกครั้งที่ 2 ของพนักงานตัวแทนขายสีม่วง ทั้งที่ความจริงทำไม่ได้แต่ไม่ยอมบอกลูกค้า) ผมจึงนัดเข้ามาคุยที่บ้านอีกครั้ง
วันนัดทางพนักงานได้โทรคุยกับ Call Center เพื่อขอแบ่งชำระเป็น 10 งวด ทางพนักงานขายแจ้งผมว่าทาง Call Center แจ้งกลับมาว่าไม่สามารถทำเป็น 0% ได้ แต่กลับได้อัตราดอกเบี้ย 0.93% แทน (อ้าว

) เนื่องจากเลยกำหนดเวลาของโปรโมชั่นไปแล้ว ทางผมจึงไม่ยินยอมที่จะจ่ายดอกเบี้ยเนื่องเคยคุยกันไว้เป็น 0% จึงแจ้งทางพนักงานให้ยกเลิกเล่มนี้ไปรอชำระผ่านบัตรเครดิตของผมแทน แต่ทางพนักงานแจ้งว่าจะไปคุยกับทางหัวหน้าถึงปัญหา หลังจากนั้นได้รับแจ้งจากพนักงานขายว่าจะรับผิดชอบดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้โดยโอนเข้าบัญชีทุกเดือน แฟนผมเห็นว่าไม่มีหลักฐานยืนยันที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับเงินค่าดอกเบี้ยทั้งหมดจนครบจำนวนจริง จึงแจ้งให้ทางพนักงานขายไปดำเนินการออกหนังสือยินยอมรับชำระดอกเบี้ยจาก ทางสีม่วง ที่เป็นลายลักษณ์อักษรมา โดยมีลายเซ็นของผู้มีอำนาจลงนามด้วย ผมได้ทำการทวงถามไปตลอด แต่ทางพนักงานขายบอกว่าอยู่ในช่วงดำเนินการออกหนังสือรับรองตลอด (นี่คือกำรโกหกครั้งที่ 3 ของพนักงานตัวแทนขายสีม่วง ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ได้ทำหนังสือ)
ในระหว่างนั้นทางผมเห็นว่าเมื่อไม่มีอะไรยืนยันจึงไม่ยอมชำระค่าบัตรเครดิตโดยแจ้งทางพนักงานขายให้รับทราบตลอด ทางพนักงานจึงเสนอว่า ให้พี่สาวแฟนรูดเงินสดจากบัตรเครดิต เพื่อที่จะมาปิดยอดที่รูดไปก่อนหน้านี้(60,000) การทำแบบนี้จะให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง จึงได้รูดเงินสด มาเพื่อไปปิดยอดที่ได้รูดไปครั้งแรก และในระหว่างนั้นผมเองก็ได้ติดตามเรื่องเอกสารทางไลน์และโทรศัพท์มาตลอดเคยบอกว่าถ้าทำยากขนาดนี้ก็ให้ยกเลิกไปเถอะ แต่พนักงานขายก็พยายามยื้อไว้และยืนยันว่าจะได้เอกสารแน่นอน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้รับ แฟนผมจึงบอกให้พนักงานพาหัวหน้ามาคุยที่บ้านเพื่อรับทราบปัญหาและสร้างความมั่นใจ
วันนัดทางพนักงานได้พาหัวหน้ามาด้วย และได้พูดคุยถึงปัญหาต่างๆทุกอย่างให้หัวหน้าพนักงานรับรู้ หัวหน้ารับทราบและยืนยันว่าจะให้พนักงานทำเอกสารมาให้ตามที่ร้องขอ (เป็นการโกหกครั้งใหญ่ทั้งที่หัวหน้ารู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถดำเนินการให้ได้แต่ก็รับปากลูกค้า องค์กรนี้ Train คนของเค้ามาแบบนี้?) ทำให้ผมมั่นใจและเชื่อมั่นขึ้นไปอีกว่าได้เอกสารแน่นอน และในระหว่างนั้นทางผมได้รับการอนุมัติบัตรเครดิตจากสีม่วง ทางพนักงานก็ได้ติดต่อมาเพื่อให้ผมชำระเงินกรมธรรม์เล่มที่ 2 ซึ่งเล่มนี้เป็นชื่อของผมเอง ด้วยความเชื่อมั่นในความเป็นสีม่วง และมีหัวหน้ามารับประกัน ผมจึงยอมรูดบัตรเพื่อจ่ายค่ากรมธรรม์เล่มที่ 2
ในระหว่างนั้นผมก็ได้ทวงถามไปเป็นระยะๆ รอจนจะถึง Due ที่ต้องผ่อนจ่าย ก็ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ จากพนักงาน แถมยังโกหกไปเรื่อยจนในที่สุดพนักงานขายได้นัดที่จะนำเอกสารหนังสือยืนยันการรับชำระดอกเบี้ยเข้าไปให้ที่บ้านแต่พอถึงวันนัดทางพนักงานได้แจ้งว่าไม่สามารถไปได้เนื่องจากต้องไปต่างจังหวัดด่วนคุณแม่ไม่สบาย ทางผมก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ขอให้ส่งเอกสารให้ดูหน่อยโดยจะถ่ายรูปหรืออะไรก็ได้จะส่งทาง email หรือ Line ก็ได้ พนักงานก็รับปาก และสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นจากพนักงานขององค์กรที่น่าเชื่อระดับประเทศก็เกิดขึ้นเมื่อ พนักงานได้ส่งเอกสารปลอม พอผมเห็นเอกสารแล้วรู้เลยว่าไม่ใช่เอกสารจริงของทางสีม่วง แน่นอน (นี่คือการโกหกครั้งใหญ่มาก ของพนักงานตัวแทนขายสีม่วง ผมนี่งงเลยทำไมกล้าทำขนาดนี้เพื่อแลกกับยอด)
หลังจากนั้นผมได้ส่งเอกสารปลอมให้พี่สาวแฟน เพื่อตรวจสอบเอกสารอีกที พี่สาวแฟน ได้ทวงถามไปยัง พนักงานคนนั้นว่า เอกสารที่ส่งมาให้เป็นของสีม่วง จริงหรือไม่? ขอความชัดเจนด้วย พี่สาวแฟนได้ซักถามจน พนักงานยอมรับสารภาพว่า พนักงานทำขึ้นมาเองด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดี และที่แย่ไปกว่านั้นหลังพูดว่า “เอกสารนี้ทำปลอมขึ้นมำเองแหละ” ก็ได้วางหูโทรศัพท์ใส่ พี่สาวแฟนได้พยายามโทรติดต่ออีกหลายต่อหลายครั้ง
แต่ติดต่อไม่ได้ ทั้งไม่รับสาย ทั้งปิดเครื่อง เมื่อติดต่อพูดคุยกับพนักงานไม่ได้ จึงโทรเข้าไปร้องเรียนที่ Call Center ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อคุยกับ Call Center เสร็จแล้ว จากนั้นไม่นานพี่สาวแฟน ได้รับการติดต่อกลับทางโทรศัพท์จากหัวหน้าพนักงานคนนั้น ซึ่งหัวหน้าคนนี้ก็คือคนที่เคยยืนยันว่าจะได้เอกสารแน่ๆ ซึ่งเป็นผู้รู้เห็นเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่แรกและเป็นคนที่บอกว่าจะให้น้องทำเอกสารมาเพื่อยืนยันการจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมด แต่พอถึงตอนนี้กลับแจ้งว่าไม่รู้เรื่องราวพนักงานทำและไม่คิดว่าพนักงานจะทำทั้ง ๆ ที่วันที่เราคุยกันเขาได้ยืนยันหนักแน่นจะให้น้องทำเอกสำรส่งมา หลังจากนั้นไม่นานทางพนักงานได้ติดต่อเข้ามาเพื่อเจรจาและขอโทษกับสิ่งที่ได้กระทำไปและจะขอเข้ามาพบที่บ้านพร้อมกับจะมี ผอ. สาขา เข้ามาด้วย แต่การที่ ผอ. เข้ามานั้นไม่ได้มีประโยชน์ใดๆเลยเนื่องจุดประสงค์ที่ มา ไม่ได้จะมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการยกเลิกกรมธรรม์ แต่เข้ามาเพื่อชักแม่น้ำเพื่อให้ลูกค้ารับกรมธรรม์ให้ได้ ไม่ได้เข้าใจความรู้สึกของลูกค้าในตอนนั้นว่า ทำขนาดนี้ยังจะให้กูรับกรมธรรม์ได้ไง ไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ พอผมบอกไม่รับก็ โบ้ยไปว่านี่เป็นความผิดของพนักงานคนเดียว(พยายามปัดความรับผิดชอบไม่ให้ตกเป็นขององค์กร) เมื่อการเจรจาจบลงและผมยืนยันที่จะทำการยกเลิกกรมธรรม์ทั้ง 2 เล่ม ทางพนักงานตัวแทนขายและ ผอ.แจ้งว่าเล่มที่ 2 ของผมสามารถยกเลิกได้เลย แต่เล่มแรกที่เป็นชื่อแฟนผม จะดำเนินการให้ และได้เอาเอกสารแบบฟอร์มการยกเลิกมาให้ผมเซนต์ในวันนั้นแต่ผมเองไม่แน่ใจว่าผมได้ลงวันที่ในเอกสารหรือไม่เพราะพนักงานตัวแทนขายบอกว่าแค่เซนต์อย่างเดียวพอ รายละเอียดอื่นๆ จะลงให้เอง พนักงานได้บอกว่าระยะเวลาในการทำเรื่องคือ 30-45 วัน แต่หลังจากวันนั้นทางพนักงานก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆไม่มีการติดต่อเรื่องการชำระดอกเบี้ยหรือแจ้งความคืบหน้าการดำเนินการยกเลิก ผมจึงได้ติดต่อสอบถามไปทางพนักงานอีกครั้งก็ไม่ได้รับคำตอบแถมยังท้าทายให้ไปแจ้งความ
หลังจากวันนั้นผมก็ได้ติดตามเป็นระยะๆ เพื่อเร่งให้พนักงานตัวแทนขายรีบส่งเรื่องยกเลิกให้สำนักงานใหญ่ จนแล้วจนเล่าครบ 30 วันแล้วยังไม่ได้คำตอบใดๆ ผมทนรอ พนักงานตัวแทนขายต่อไปไม่ได้อีกแล้วเพราะคิดว่าคงโดนหลอกอีกแน่นอน จึงได้ทำการโทรไปที่ Call Center ของสีม่วง Life ส่วนกลางและตรวจสอบว่าเอกสารการยกเลิกของผมได้ถูกส่งมาที่ส่วนกลางแล้วหรือยัง และได้รับคำตอบจากส่วนกลางว่า ยังไม่มีการทำเรื่องใดๆ เอกสารยังไม่ถูกส่งมาเลย จากนั้นผมก็ได้สอบถามทางส่วนกลางว่าเรื่องการยกเลิกต้องมีเอกสารอะไรบ้างจึงได้รู้ข้อมูลจาก Call Center ว่าต้องมีคำร้อง เล่มกรมธรรม์และอื่นๆ รวมถึงผมได้ทำการสอบถามว่าเรื่องยกเลิกต้องใช้ระยะเวลาเท่าใหร่ และได้คำตอบจาก Call Center ว่า 14 วันก็ยกเลิกเสร็จ เมื่อได้คำตอบจาก Call Center ของส่วนกลางผมก็รีบทวงถามไปยังพนักงานทันทีว่าทำไมจึงไม่ส่งเรื่องยกเลิกให้ และได้คำตอบจากพนักงานว่า ได้ส่งเอกสารการขอยกเลิกที่ผมเซนต์ในวันรับเล่มไปแล้วแต่ยังไม่ได้ส่งเล่มกรมธรรม์ ผมก็ได้บอกกับพนักงานไปว่า ทำไมน้องไม่บอกว่าขาดเอกสารอะไรบ้างผมจะได้ส่งให้น้อง รอมาจนถึง 30 วันโดยที่ไม่ดำเนินการใดๆ เลยและหลังจากนั้น 1 วันผมได้ทำการคืนเล่มกรมธรรม์ให้กับพนักงาน จากนั้นพนักงานตัวแทนขายจึงได้ส่งเอกสารให้กับทางส่วนกลาง และได้ลงวันที่ในเอกสารขอยกเลิกเอง โดยข้อมูลนี้ผมได้รับรู้จาก พนักงานส่วนกลางของสีม่วง Life แจ้งมาทางผมว่าผมลงวันที่ในเอกสารเกินกำหนดที่จะทำการยกเลิกได้ ซึ่งแสดงว่าพนักงานลงวันที่เองและผลคือการยกเลิกสัญญาไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ซึ่งเงื่อนไขคือต้องยกเลิกสัญญาภายใน 15 วัน และที่พนักงานเคยบอกว่าส่งเรื่องเอกสารการยกเลิกไปแล้วแต่จะส่งเล่มตามไปทีหลังก็ไม่เป็นความจริงเพราะพนักงานส่วนกลางได้บอกกับผมว่าเอกสารเพิ่งหลังจากที่ผมส่งเล่มคืนให้พนักงาน นี่คือความจงใจของพนักงานที่จะทำให้การขอยกเลิกล่าช้าและจงใจจะให้เป็นความผิดของลูกค้าเป็นการบีบลูกค้าทางอ้อมให้ลูกค้าต้องยอมจำนนและรับเล่มกรมธรรม์ไปโดยปริยาย การกระทำเช่นนี้เข้าข่ายหลอกลวงและควรเป็นโมฆะ และจากเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ผมเสียเวลาเป็นอย่างมาก ปัญหาไม่จบไม่สิ้นและติดหนี้บัตรเครดิตพร้อมทั้งดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน หลังจากผมได้แจ้งความจำนงว่าจะยกเลิกไปทางส่วนกลางแล้ว ส่วนกลางยกเลิกกรรมธรรมให้ผมเพียงเล่มเดียวแถมดอกเบี้ยที่เกิดจากบัตรก็ไม่รับผิดชอบโบ้ยไปว่าให้ไปคุยกับทางบัตรเครดิตเองเพราะไม่ใช่หน้าที่ของสีม่วง Life ที่จะเข้าไปรับผิดชอบ สรุปคือปัดความรับผิดชอบ ส่วนอีกเล่มไม่ยอมยกเลิกให้และไม่รับผิดชอบใด ๆ โดยให้เหตุผลว่ารับเล่มเกิน 15 วันยกเลิกได้แต่ไม่คืนเงิน โดยที่ไม่ได้ดูเจตนาตั้งแต่แรกเลยว่าพนักงานของบริษัทเองที่หลอกขายสินค้าให้ลูกค้า พอมีปัญหากลับปัดความรับผิดชอบบอกให้ไปแจ้งความเอาผิดตัวแทนขายเอง เพราะตัวแทนขายไม่ใช่พนักงานของสีม่วง ทาง สีม่วง จึงไม่มีอำนาจในการจัดการ (แถไปได้)
ทำเอาเงิบบบบ วิธียัดเยียดหนี้บัตรเครดิตให้ลูกค้าของแบงค์สีม่วง พอกันทีกับแบงค์นี้
ถึงวันนัดชำระเงินค่ากรมธรรม์ พนักงานของสีม่วงได้ไปหาที่บ้าน และพนักงานได้ทำการโทรหา Call Center เพื่อเช็ควงเงินบัตรเครดิต(สีม่วง)ของพี่สาวแฟน ซึ่งเป็นผู้ถือบัตร เพื่อที่จะชำระค่ากรมธรรม์แต่เนื่องจากวงเงินในบัตร ณ ขณะนั้นไม่พอ ทางตัวแทนจึงแนะนำให้แยกกรมธรรม์เป็นสองเล่ม เล่มละ 60,000 บาท โดยชื่อผู้เอาประกันเป็นชื่อผมทั้งสองเล่มและเงื่อนไขรวมทั้งผลประโยชน์ทุกอย่างยังเหมือนเดิม โดยเล่มแรกชำระด้วยบัตรเครดิตของพี่สาวแฟน ส่วนเล่มที่สองทางพนักงานแนะนำให้ผมสมัครบัตรเครดิตสีม่วง เมื่อบัตรอนุมัติแล้วทางพนักงานตัวแทนขายจะเข้ามาทาการรูดชำระให้ที่บ้านอีกครั้ง ผมจึงให้พนักงานตัวแทนขาย และ Call Center ของบัตรเครดิตคุยกัน เพราะคิดว่าน่าตกลงเรื่องเงื่อนไข 0% 10 เดือนกันได้ไม่ยากเพราะองค์กรเดียวกัน เมื่อพนักงานตัวแทนขายคุยเสร็จ พี่สาวแฟนก็ได้มีการถามย้ำกับพนักงานตัวแทนขายว่าได้เงื่อนไข “0% 10 เดือน ใช่หรือไม่?” และได้รับการยืนยันจากพนังงานตัวแทนขายว่า “ใช่” (นี่คือการโกหกครั้งที่ 1 ของพนักงานตัวแทนขายสีม่วง เจตนาคือจงใจปกปิดหลอกลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้นชัดเจน) จึงรูดบัตรไปเป็นจำนวนเงิน 60,000 บาท แต่หลังจากนั้น ทางพนักตัวแทนขาย ได้โทรแจ้งว่าบัตรของ ของพี่สาวแฟนผมไม่สามารถ จ่ายค่ากรมธรรม์ให้กับผมได้เนื่องจากไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันโดยตรง(ไม่ได้เป็นพ่อ,แม่,พี่,น้อง,กันโดยตรง) แฟนผมจึงแจ้งกับทางพนักงานตัวแทนขายว่าให้รอรูดบัตรเครดิตของผมทีเดียวเลยได้หรือไม่ แต่เนื่องจากบัตรได้ทำการรูดชำระไปแล้ว ทางพนักงานจึงแนะนำให้แยกกรมธรรม์ออกเป็นสองเล่ม เล่มแรกให้เป็นชื่อแฟนผม เป็นผู้เอาประกันเพื่อที่จะสามารถใช้บัตรเครดิตของพี่สาวจ่ายค่ากรมธรรม์และเพื่อใช้เงื่อนใข 0% 10 เดือน ทางผมและแฟนก็ได้ตกลงตามที่ พนักงานตัวแทนขายแนะนำเพราะเชื่อมั่นในองค์กร และไม่คิดว่าจะมีปัญหาใด ๆ
1 เดือนผ่านไป มีบิลบัตรเครดิตของการจ่ายค่ากรมธรรม์ของเล่มแรกมาถึง และเมื่อได้ทำการตรวจสอบตัวเลขพบว่า ทางบัตรเครดิตได้เรียกเก็บเงินเป็นจำนวนเต็ม 60,000 บาท โดยไม่ได้ทำการแบ่งจ่ายตามเงื่อนไข 0% 10 เดือน ตามที่ได้คุยกันไว้ จึงได้ติดต่อไปทางตัวแทนขาย และแจ้งถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ทางตัวแทนขาย ได้รับปากว่าจะดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขให้แต่ภายหลังพนักงานแจ้งว่าไม่สามารถทำเป็นดอกเบี้ย 0% 10 เดือนได้เนื่องจากความผิดพลาดในการส่งเอกสารและความผิดพลาดของทางบัตรเครดิต(นี่คือกำรโกหกครั้งที่ 2 ของพนักงานตัวแทนขายสีม่วง ทั้งที่ความจริงทำไม่ได้แต่ไม่ยอมบอกลูกค้า) ผมจึงนัดเข้ามาคุยที่บ้านอีกครั้ง
วันนัดทางพนักงานได้โทรคุยกับ Call Center เพื่อขอแบ่งชำระเป็น 10 งวด ทางพนักงานขายแจ้งผมว่าทาง Call Center แจ้งกลับมาว่าไม่สามารถทำเป็น 0% ได้ แต่กลับได้อัตราดอกเบี้ย 0.93% แทน (อ้าว
ในระหว่างนั้นทางผมเห็นว่าเมื่อไม่มีอะไรยืนยันจึงไม่ยอมชำระค่าบัตรเครดิตโดยแจ้งทางพนักงานขายให้รับทราบตลอด ทางพนักงานจึงเสนอว่า ให้พี่สาวแฟนรูดเงินสดจากบัตรเครดิต เพื่อที่จะมาปิดยอดที่รูดไปก่อนหน้านี้(60,000) การทำแบบนี้จะให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง จึงได้รูดเงินสด มาเพื่อไปปิดยอดที่ได้รูดไปครั้งแรก และในระหว่างนั้นผมเองก็ได้ติดตามเรื่องเอกสารทางไลน์และโทรศัพท์มาตลอดเคยบอกว่าถ้าทำยากขนาดนี้ก็ให้ยกเลิกไปเถอะ แต่พนักงานขายก็พยายามยื้อไว้และยืนยันว่าจะได้เอกสารแน่นอน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้รับ แฟนผมจึงบอกให้พนักงานพาหัวหน้ามาคุยที่บ้านเพื่อรับทราบปัญหาและสร้างความมั่นใจ
วันนัดทางพนักงานได้พาหัวหน้ามาด้วย และได้พูดคุยถึงปัญหาต่างๆทุกอย่างให้หัวหน้าพนักงานรับรู้ หัวหน้ารับทราบและยืนยันว่าจะให้พนักงานทำเอกสารมาให้ตามที่ร้องขอ (เป็นการโกหกครั้งใหญ่ทั้งที่หัวหน้ารู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถดำเนินการให้ได้แต่ก็รับปากลูกค้า องค์กรนี้ Train คนของเค้ามาแบบนี้?) ทำให้ผมมั่นใจและเชื่อมั่นขึ้นไปอีกว่าได้เอกสารแน่นอน และในระหว่างนั้นทางผมได้รับการอนุมัติบัตรเครดิตจากสีม่วง ทางพนักงานก็ได้ติดต่อมาเพื่อให้ผมชำระเงินกรมธรรม์เล่มที่ 2 ซึ่งเล่มนี้เป็นชื่อของผมเอง ด้วยความเชื่อมั่นในความเป็นสีม่วง และมีหัวหน้ามารับประกัน ผมจึงยอมรูดบัตรเพื่อจ่ายค่ากรมธรรม์เล่มที่ 2
ในระหว่างนั้นผมก็ได้ทวงถามไปเป็นระยะๆ รอจนจะถึง Due ที่ต้องผ่อนจ่าย ก็ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ จากพนักงาน แถมยังโกหกไปเรื่อยจนในที่สุดพนักงานขายได้นัดที่จะนำเอกสารหนังสือยืนยันการรับชำระดอกเบี้ยเข้าไปให้ที่บ้านแต่พอถึงวันนัดทางพนักงานได้แจ้งว่าไม่สามารถไปได้เนื่องจากต้องไปต่างจังหวัดด่วนคุณแม่ไม่สบาย ทางผมก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ขอให้ส่งเอกสารให้ดูหน่อยโดยจะถ่ายรูปหรืออะไรก็ได้จะส่งทาง email หรือ Line ก็ได้ พนักงานก็รับปาก และสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นจากพนักงานขององค์กรที่น่าเชื่อระดับประเทศก็เกิดขึ้นเมื่อ พนักงานได้ส่งเอกสารปลอม พอผมเห็นเอกสารแล้วรู้เลยว่าไม่ใช่เอกสารจริงของทางสีม่วง แน่นอน (นี่คือการโกหกครั้งใหญ่มาก ของพนักงานตัวแทนขายสีม่วง ผมนี่งงเลยทำไมกล้าทำขนาดนี้เพื่อแลกกับยอด)
หลังจากนั้นผมได้ส่งเอกสารปลอมให้พี่สาวแฟน เพื่อตรวจสอบเอกสารอีกที พี่สาวแฟน ได้ทวงถามไปยัง พนักงานคนนั้นว่า เอกสารที่ส่งมาให้เป็นของสีม่วง จริงหรือไม่? ขอความชัดเจนด้วย พี่สาวแฟนได้ซักถามจน พนักงานยอมรับสารภาพว่า พนักงานทำขึ้นมาเองด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดี และที่แย่ไปกว่านั้นหลังพูดว่า “เอกสารนี้ทำปลอมขึ้นมำเองแหละ” ก็ได้วางหูโทรศัพท์ใส่ พี่สาวแฟนได้พยายามโทรติดต่ออีกหลายต่อหลายครั้ง
แต่ติดต่อไม่ได้ ทั้งไม่รับสาย ทั้งปิดเครื่อง เมื่อติดต่อพูดคุยกับพนักงานไม่ได้ จึงโทรเข้าไปร้องเรียนที่ Call Center ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อคุยกับ Call Center เสร็จแล้ว จากนั้นไม่นานพี่สาวแฟน ได้รับการติดต่อกลับทางโทรศัพท์จากหัวหน้าพนักงานคนนั้น ซึ่งหัวหน้าคนนี้ก็คือคนที่เคยยืนยันว่าจะได้เอกสารแน่ๆ ซึ่งเป็นผู้รู้เห็นเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่แรกและเป็นคนที่บอกว่าจะให้น้องทำเอกสารมาเพื่อยืนยันการจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมด แต่พอถึงตอนนี้กลับแจ้งว่าไม่รู้เรื่องราวพนักงานทำและไม่คิดว่าพนักงานจะทำทั้ง ๆ ที่วันที่เราคุยกันเขาได้ยืนยันหนักแน่นจะให้น้องทำเอกสำรส่งมา หลังจากนั้นไม่นานทางพนักงานได้ติดต่อเข้ามาเพื่อเจรจาและขอโทษกับสิ่งที่ได้กระทำไปและจะขอเข้ามาพบที่บ้านพร้อมกับจะมี ผอ. สาขา เข้ามาด้วย แต่การที่ ผอ. เข้ามานั้นไม่ได้มีประโยชน์ใดๆเลยเนื่องจุดประสงค์ที่ มา ไม่ได้จะมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการยกเลิกกรมธรรม์ แต่เข้ามาเพื่อชักแม่น้ำเพื่อให้ลูกค้ารับกรมธรรม์ให้ได้ ไม่ได้เข้าใจความรู้สึกของลูกค้าในตอนนั้นว่า ทำขนาดนี้ยังจะให้กูรับกรมธรรม์ได้ไง ไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ พอผมบอกไม่รับก็ โบ้ยไปว่านี่เป็นความผิดของพนักงานคนเดียว(พยายามปัดความรับผิดชอบไม่ให้ตกเป็นขององค์กร) เมื่อการเจรจาจบลงและผมยืนยันที่จะทำการยกเลิกกรมธรรม์ทั้ง 2 เล่ม ทางพนักงานตัวแทนขายและ ผอ.แจ้งว่าเล่มที่ 2 ของผมสามารถยกเลิกได้เลย แต่เล่มแรกที่เป็นชื่อแฟนผม จะดำเนินการให้ และได้เอาเอกสารแบบฟอร์มการยกเลิกมาให้ผมเซนต์ในวันนั้นแต่ผมเองไม่แน่ใจว่าผมได้ลงวันที่ในเอกสารหรือไม่เพราะพนักงานตัวแทนขายบอกว่าแค่เซนต์อย่างเดียวพอ รายละเอียดอื่นๆ จะลงให้เอง พนักงานได้บอกว่าระยะเวลาในการทำเรื่องคือ 30-45 วัน แต่หลังจากวันนั้นทางพนักงานก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆไม่มีการติดต่อเรื่องการชำระดอกเบี้ยหรือแจ้งความคืบหน้าการดำเนินการยกเลิก ผมจึงได้ติดต่อสอบถามไปทางพนักงานอีกครั้งก็ไม่ได้รับคำตอบแถมยังท้าทายให้ไปแจ้งความ
หลังจากวันนั้นผมก็ได้ติดตามเป็นระยะๆ เพื่อเร่งให้พนักงานตัวแทนขายรีบส่งเรื่องยกเลิกให้สำนักงานใหญ่ จนแล้วจนเล่าครบ 30 วันแล้วยังไม่ได้คำตอบใดๆ ผมทนรอ พนักงานตัวแทนขายต่อไปไม่ได้อีกแล้วเพราะคิดว่าคงโดนหลอกอีกแน่นอน จึงได้ทำการโทรไปที่ Call Center ของสีม่วง Life ส่วนกลางและตรวจสอบว่าเอกสารการยกเลิกของผมได้ถูกส่งมาที่ส่วนกลางแล้วหรือยัง และได้รับคำตอบจากส่วนกลางว่า ยังไม่มีการทำเรื่องใดๆ เอกสารยังไม่ถูกส่งมาเลย จากนั้นผมก็ได้สอบถามทางส่วนกลางว่าเรื่องการยกเลิกต้องมีเอกสารอะไรบ้างจึงได้รู้ข้อมูลจาก Call Center ว่าต้องมีคำร้อง เล่มกรมธรรม์และอื่นๆ รวมถึงผมได้ทำการสอบถามว่าเรื่องยกเลิกต้องใช้ระยะเวลาเท่าใหร่ และได้คำตอบจาก Call Center ว่า 14 วันก็ยกเลิกเสร็จ เมื่อได้คำตอบจาก Call Center ของส่วนกลางผมก็รีบทวงถามไปยังพนักงานทันทีว่าทำไมจึงไม่ส่งเรื่องยกเลิกให้ และได้คำตอบจากพนักงานว่า ได้ส่งเอกสารการขอยกเลิกที่ผมเซนต์ในวันรับเล่มไปแล้วแต่ยังไม่ได้ส่งเล่มกรมธรรม์ ผมก็ได้บอกกับพนักงานไปว่า ทำไมน้องไม่บอกว่าขาดเอกสารอะไรบ้างผมจะได้ส่งให้น้อง รอมาจนถึง 30 วันโดยที่ไม่ดำเนินการใดๆ เลยและหลังจากนั้น 1 วันผมได้ทำการคืนเล่มกรมธรรม์ให้กับพนักงาน จากนั้นพนักงานตัวแทนขายจึงได้ส่งเอกสารให้กับทางส่วนกลาง และได้ลงวันที่ในเอกสารขอยกเลิกเอง โดยข้อมูลนี้ผมได้รับรู้จาก พนักงานส่วนกลางของสีม่วง Life แจ้งมาทางผมว่าผมลงวันที่ในเอกสารเกินกำหนดที่จะทำการยกเลิกได้ ซึ่งแสดงว่าพนักงานลงวันที่เองและผลคือการยกเลิกสัญญาไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ซึ่งเงื่อนไขคือต้องยกเลิกสัญญาภายใน 15 วัน และที่พนักงานเคยบอกว่าส่งเรื่องเอกสารการยกเลิกไปแล้วแต่จะส่งเล่มตามไปทีหลังก็ไม่เป็นความจริงเพราะพนักงานส่วนกลางได้บอกกับผมว่าเอกสารเพิ่งหลังจากที่ผมส่งเล่มคืนให้พนักงาน นี่คือความจงใจของพนักงานที่จะทำให้การขอยกเลิกล่าช้าและจงใจจะให้เป็นความผิดของลูกค้าเป็นการบีบลูกค้าทางอ้อมให้ลูกค้าต้องยอมจำนนและรับเล่มกรมธรรม์ไปโดยปริยาย การกระทำเช่นนี้เข้าข่ายหลอกลวงและควรเป็นโมฆะ และจากเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ผมเสียเวลาเป็นอย่างมาก ปัญหาไม่จบไม่สิ้นและติดหนี้บัตรเครดิตพร้อมทั้งดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน หลังจากผมได้แจ้งความจำนงว่าจะยกเลิกไปทางส่วนกลางแล้ว ส่วนกลางยกเลิกกรรมธรรมให้ผมเพียงเล่มเดียวแถมดอกเบี้ยที่เกิดจากบัตรก็ไม่รับผิดชอบโบ้ยไปว่าให้ไปคุยกับทางบัตรเครดิตเองเพราะไม่ใช่หน้าที่ของสีม่วง Life ที่จะเข้าไปรับผิดชอบ สรุปคือปัดความรับผิดชอบ ส่วนอีกเล่มไม่ยอมยกเลิกให้และไม่รับผิดชอบใด ๆ โดยให้เหตุผลว่ารับเล่มเกิน 15 วันยกเลิกได้แต่ไม่คืนเงิน โดยที่ไม่ได้ดูเจตนาตั้งแต่แรกเลยว่าพนักงานของบริษัทเองที่หลอกขายสินค้าให้ลูกค้า พอมีปัญหากลับปัดความรับผิดชอบบอกให้ไปแจ้งความเอาผิดตัวแทนขายเอง เพราะตัวแทนขายไม่ใช่พนักงานของสีม่วง ทาง สีม่วง จึงไม่มีอำนาจในการจัดการ (แถไปได้)