แบ่งปันวิธีการดูแลตัวเอง ให้"ขา"ลายจุดด่างดำ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

กระทู้สนทนา
สวัสดีเพื่อนๆชาวพันทิพทุกคนจ้า กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของเรานะคะ ผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ 

เราขอตั้งขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจ และแนะนำเพื่อนๆที่ประสบปัญหาเดียวกับเรา ก็คือ เป็นภูมิแพ้ผิวหนัง ทำให้ขากลายเป็นลายจุด จนทำให้บางคนไม่กล้าใส่กระโปรงหรือกางเกงขาสั้น เรานี่แค่กางเกงสามส่วนยัง say no เลยค่ะ เรื่องว่ายน้ำหรอ อย่าให้พูดถึง ต้องซื้อกางเกงขายาวดำน้ำมาใส่แทน แต่อย่าท้อไป เราดูแลมันได้ ฟื้นฟูมันได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ใจต้องสู้และมีวินัยนะ ยิ้ม

เมื่อก่อนเราเป็นคนที่เคยมีผิวขาสุขภาพดีปกติ บวกขนหน้าแข้งปกคลุมทั่วทุกพื้นที่ แต่เหตุมันมาเกิดตรงที่พี่สาวเราเกิดอยากเลี้ยงแมวขึ้นมา ทำให้เราได้น้องแมวพันธุ์เปอร์เซียมาเลี้ยง แน่นอนหละ ขนก็ยาว เห็บหมัดก็มีง่าย เวลาผ่านไปเราเริ่มจากอาการคัดจมูก จามตลอดเวลา ตามมาด้วยผื่นคัน นานๆเข้ากลายเป็นตุ่มน้ำใสๆคันๆ ที่พอมาทักทายแล้วทิ้งรอยดำไว้ให้เสมอ ไปหาหมอ หมอถามคำถามแรก เลี้ยงหมา/แมว รึเปล่า? แล้วผลก็ออกมาว่าเราแพ้ขนสัตว์และเห็บหมัดแมว (ตัวเบ้อเริ่มดันแพ้สิ่งมีชีวิตตัวเท่าขี้เล็บ -....-)

และนี่คือรูปขาก่อนเริ่มดูแลของเรา รอยจริงๆเข้มกว่านี้ค่ะ มองขาตัวเองทีไรก็น้ำตาจะไหลทุกที (ขอโทษด้วยนะคะ ภาพอาจไม่น่ามองเท่าไหร่)


เราเริ่มดูแลจริงจังเพราะอะไร?
หนึ่ง คืออยากหาย อยากได้ขาเดิมกลับมา และสอง เพราะมีแรงบันดาลใจค่ะ แต่ก่อนเราเป็นคนดื่มน้ำน้อย ครีมก็ไม่ทา แต่เรามีฝันที่อยากเป็นแอร์โฮสเตสค่ะ (ความฝันที่หลายๆคนที่เคยเห็นขาเราแล้วจะบอกว่า อาจจะได้แค่ฝันต่อไป) แน่นอนว่าต้องใส่ uniform ที่เป็นกระโปรงสั้นด้วย ตอนนั้นเครียดกับตัวเองและท้อแท้มาก ทำยังไงดีให้หาย ทำยังไงดีให้เราได้ไปสอบอย่างมั่นใจเพื่อคว้าฝันของเรา หาข้อมูลในเน็ตเรื่องลดเลือนจุดด่างดำ บ้างก็บอกให้ทำใจ บ้างก็แนะนำผลิตภัณฑ์ แนะนำการเลเซอร์ เราก็เก็บข้อมูลไว้ เตรียมพร้อมเพื่อดูแลตัวเองสำหรับงานนี้ ยังไม่หมดหวังถึงจะเคยแอบรู้สึกว่าช่างริบหรี่บ้างก็ตาม บอกตัวเองว่าถึงไม่หาย แต่ต้องทำให้จางลงให้ได้

เริ่ม!

เนื่องจากเรามีระยะเวลาก่อนจะสอบค่อนข้างจำกัด หนึ่งในวิธีที่มีคนแนะนำเรามา เป็นวิธีที่ให้ผลได้เร็วขึ้นมาหน่อย นั่นคือ การเลเซอร์ ตอนนั้นสนใจทั้งเลเซอร์ขนหน้าแข้ง และเลเซอร์จุดด่างดำ เราเป็นคนมีขนหน้าแข้งยาวหนาอยู่แล้ว ปกติใช้วิธีโกน แต่ถ้าจะใส่กระโปรงสั้น ก็คงต้องทำเลเซอร์ขนหน้าแข้งไปเลย ซึ่งพอปรึกษาคุณหมอ คุณหมอบอกว่าผลพลอยได้ของการทำเลเซอร์ขนหน้าแข้ง จุดด่างดำที่ขาเราก็จะจางลงไปด้วย *แต่หากใครต้องการทำ ขอเน้นย้ำ!! ปรึกษาคุณหมอดีๆ และศึกษาหาข้อมูลเพิ่มด้วยนะคะ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ผิวหนังจะตอบสนองกับเลเซอร์ได้ดีโดยไม่มีเอฟเฟคใดๆ เราเป็นคนนึงที่มีอาการแพ้หลังจากเลเซอร์ ทำให้มีรอยแดงทั่วทุกพื้นที่ และรอยแดงเหล่านี้ก็จะกลายเป็นรอยดำจางๆ อีกเช่นกัน แบบนี้ค่ะ



เรารีบกลับไปหาหมอทันทีที่เห็นอาการแพ้ หมอบอกว่าเราผิวบางและ sensitive อยู่แล้ว เลยแพ้ง่าย หมอจึงให้ยามาทาและทาน สั่งพักงดเลเซอร์หนึ่งเดือน แล้วครั้งต่อไปเราไปทำ หมอก็ให้ความแรงที่ลดลงมา ซึ่งก็ดีขึ้นค่ะ ไม่แพ้มากแบบเดิม เรายังคงทำมาเรื่อยๆ แต่ไม่บ่อยค่ะ เนื่องจากแพ้ง่าย ทยอยทำให้หมดคอร์สไป แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่า มันช่วยเรื่องจุดด่างดำได้เหมือนกันนะ แถมได้กำจัดขนหน้าแข้งไปด้วย

แต่หากถามว่า ถ้าฉันงบน้อยละ กลัวเจ็บละ? ไม่ต้องห่วงค่ะ อีกสิ่งหนึ่งที่เราทำควบคู่ไปด้วย ซึ่งเราถือว่าถ้าทำเป็นประจำ ถึงแม้ต้องใช้เวลานานกว่า แต่เห็นผลได้ดีเช่นกัน นั่นคือ การทาครีมบำรุง ในช่วงที่เราเริ่มดูแลตัวเอง หลังอาบน้ำ เราจะทาครีมบำรุงผิว ทาตลอดจนติดเป็นนิสัยเลย ทำให้ผิวไม่แห้ง ซึ่งถือว่าสำคัญมากกับการทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้นอยู่เสมอ คุณหมอแนะนำมาด้วยว่า ช่วงบำรุงให้ผิวแข็งแรง อย่าเน้นพวก whitening นะคะ ให้เน้น moisturiser เพราะผิวแพ้ง่ายยิ่งใช้ตัวช่วยให้ขาว ผิวจะบางและจะเป็นรอยง่ายขึ้นอีก เรามีตัวหลักๆที่ใช้สำหรับขาเราเลย คือสามตัวนี้ค่ะ


เราถือว่าของเขาดีจริงๆนะ เห็นผลจริงสำหรับเราเรื่องลดเลือนจุดด่างดำและรอยแผลเป็น รอยดำจากที่เราแพ้เลเซอร์ก็จางลงด้วย แต่เราใช้ควบคู่สลับกันไปค่ะ เลยบอกไม่ได้ว่าถ้าแยกใช้จะเห็นผลเหมือนกันรึเปล่า ถามว่ามีตัวอื่นปะปนใช้ร่วมด้วยมั้ย ก็มีค่ะ แต่เจ้าสามตัวนี้ก็ยังเป็น main หลักสำหรับเราอยู่ดี

และสิ่งที่สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ ดื่มน้ำให้เยอะๆ ขับถ่ายให้เป็นประจำทุกวันนะคะ ช่วยเรื่องผิวพรรณที่ดีค่ะ

มีทำอย่างอื่นร่วมด้วยอีกมั้ย?
1. มีทานวิตามินเสริมบ้าง เพื่อช่วยเรื่องอาการภูมิแพ้ ส่วนใหญ่จะเป็นวิตามิน C แต่ถ้าทานผักผลไม้ได้ในปริมาณที่เพียงพอแล้ว จริงๆก็อาจจะไม่จำเป็นนะคะ แต่เราทานผลไม้น้อย เลยทานเสริมไปด้วยในตัว

2. ออกกำลังกายค่ะ เมื่อปีที่ผ่านมาเราหันมาออกกำลังกายเป็นประจำ โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาเรื่องภูมิแพ้ของเรา ออกอย่างมีวินัย เพื่อร่างกายแข็งแรงขึ้น เพราะเมื่อร่างกายแข็งแรง ผื่น ตุ่มจากภูมิแพ้ก็จะขึ้นน้อยลงด้วยค่ะ เราออกกำลังกายด้วยโยคะเป็นหลัก

ปล. คนที่เป็นภูมิแพ้ เวลาที่ปล่อยให้ร่างกายทรุดโทรม ไม่ว่าจะด้วยการนอนหลับไม่เพียงพอ เครียด ไม่สบาย อะไรก็ตาม จะกระตุ้นอาการภูมิแพ้ให้เกิดขึ้นได้ง่ายและตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นได้ไวกว่าปกติ เพราะฉะนั้น Stay strong นะคะ

ข้อแนะนำระหว่างการดูแลตัวเอง

เนื่องจากเรื่องของภูมิแพ้ เขาบอกว่าเป็นแล้วไม่หายขาด สิ่งที่สำคัญและต้องทำคือ หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น ถ้าเพื่อนๆคนไหนประสบปัญหาเดียวกันกับเรา แต่ยังอยู่กับน้องหมาแมวอยู่ บอกได้เลยว่า โอกาสหาย..ยากกกกก (คุณหมอบอกมาค่ะ) เพราะเห็บหมัดของน้องๆ หล่นทั่วบ้าน ไหนจะติดตามเสื้อผ้า โซฟาเราอีก ถ้ายังอยู่กับปัจจัยเหล่านี้ โอกาสที่ผื่นแพ้ เม็ดตุ่มคันจะขึ้นใหม่มีตลอดแน่นอนค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่ได้แนะนำให้นำน้องไปทิ้งนะคะ ย้ำค่ะ ไม่ได้สื่ออย่างนั้นนะคะ ถ้าเพื่อนๆอยากแก้ไขที่ต้นเหตุ ต้องหาทางออกที่ดีที่สุดที่ไม่กระทบกับใครให้ได้นะ  ..เราโชคดีที่สุดท้ายเราสอบแอร์โฮสเตสผ่าน จึงเป็นโอกาสที่เราต้องจากบ้านมาอยู่ต่างแดนเพื่อทำงานพอดี เลยเป็นการเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นภูมิแพ้ของเราไปในตัว

และที่ขาดไม่ได้ เพื่อนๆต้องเชื่อในตัวเองก่อนว่า กระทู้นี้เขาทำได้ ฉันก็ต้องทำได้ บอกตัวเอง มันจะจางลง มันจะดีขึ้น อดทนนะคะ อย่าไปใช้คำว่ารอยดำจะหายไป แต่ฮึบสู้เพื่อให้มัน "จาง"ค่ะ จะได้ไม่ฟังแล้วท้อ ให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ เพราะทั้งหมดทั้งมวลนี้ เราใช้เวลาไปเกินกว่าครึ่งปีถึงเกือบปีค่ะ กว่าเราจะได้ขาที่รอยดำจางลง และผิวที่ดีขึ้นกลับมา เพื่อนๆอย่าลืมถ่ายรูปสภาพ ณ ปัจจุบันเก็บเอาไว้ด้วยนะคะ จะได้สังเกตความเปลี่ยนแปลง และมีกำลังใจทำต่อไป ถ้ามีขึ้นมาเพิ่มบ้าง อย่าท้อแท้ค่ะ ของใหม่ดูแลไวก็จางได้ไวกว่า กล้าขึ้นมาหรอ! นี่แน่ะ เอาครีมโปะเลยยยย

และนี่คือผิวขาที่เราได้คืนมาหลังจากการตั้งหน้าตั้งตาในการดูแล เป็นภาพที่เราถ่ายตอนเป็นแอร์โฮสเตสแล้วนะคะ ดูสิ ขาแบบเราในอดีตที่คนเรียกว่าน้องด่าง ใครจะคิดว่าจะมาเป็นแอร์โฮสเตส ได้จริงๆ... จริงมั้ยคะ ^^


ถ้าดูดีๆ รอยยังมีนะคะ แต่จางๆ ได้มาแค่นี้ก็ดีใจแล้วค่ะ คุ้มค่าแก่การรอคอย
เอาใจช่วยและเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคนที่ประสบปัญหาเดียวกันนะคะ เราตั้งกระทู้นี้เพื่อมาบอกเพื่อนๆว่า มันจางลงได้จริงๆ เราทำมาแล้ว แต่ทุกๆอย่างต้องใช้เวลา อดทนแล้วผ่านไปให้ได้ค่ะ มาเริ่มกันตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ อนาคตที่สดใสรออยู่จ้าาาา
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่