"บิ๊กเสือ" แจงไม่เกี่ยวคำสั่งฟีฟ่า
จากกรณีที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกลาง เข้ามาเพื่อดูแล การเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ วาระใหม่ โดยมี ''เสธ.โต'' พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการเตรียมนักกีฬาทีมชาติไทย เป็นประธานการเลือกตั้งนายกสมาคม อุปนายก กรรมการ ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตามคำสั่งของฟีฟ่าในบทบัญญัติฟีฟ่า มาตรา 7 ย่อหน้า 2 นั้น
ล่าสุด ''บิ๊กเสือ'' นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เผยว่า แรกเริ่มนั้นมีการร้องเรียนไปทางฟีฟ่าใน 3 ประเด็นคือ ข้อบังคับ การส่งหนังสือเชิญสมาชิกประชุมถึงสมาชิกต้องได้รับก่อน 30 วัน (ถึงมือผู้รับ) ซึ่งข้อมูลแล้วหลายสโมสรสมาชิกไม่ครบตามที่กำหนด สองเรื่องการคัดเลือกผู้แทนภูมิภาค เดิมให้เลือกภูมิภาคอันดับ 1-5 รวม 30 คน แต่ในข้อบังคับ อยู่ในบทเฉพาะกาลขึ้นใหม่ว่า ให้ทำการ ''จัดเลือก'' ภูมิภาคละ 5 ทีม ซึ่งสมาชิกไม่พอใจ เพราะคลุมเครือ มีการได้เปรียบเกิดขึ้น ทั้งที่การจัดเลือกจะต้องเป็นการเลือกตั้ง หย่อนบัตร หรือยกมือ และคณะกรรมการเลือกตั้งซึ่งไม่ได้เป็นสโมสรสมาชิกของสมาคมฟุตบอลฯ ข้อมูลเหล่านี้ผู้ร้องได้ส่งเรื่องให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้ง กกท. ด้วย ซึ่ง กกท. เสนอให้เลื่อนออกไป เพราะป้องกันฟีฟ่าจะลงโทษสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย หากเกิดขึ้น ประชาชนจะรุมด่าว่า ทำไม กกท. ไม่ห้ามปราม แต่สุดท้ายเป็นฟีฟ่าที่ลงมาจัดการเสียเองกับประเด็นดังกล่าวตามที่เป็นข่าว
โดยในส่วนของระเบียบข้อบังคับ ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ร่างขึ้นเพื่อใช้ในการเลือกตั้งนั้น กกท. ไม่รับรอง และจะส่งต่อให้ คณะของ ''เสธ.โต'' พลเอก สุรวุฒิ มหารมณ์ เพื่อให้ปรับปรุงแก้ไข นำไปประชุมมวลสมาชิกเพื่อรับรอง โดยเฉพาะในส่วนของที่มาของเสียงภูมิภาค เพื่อป้องกันความได้เปรียบในกรณีมี ''นอมินี'' เข้ามา คณะกรรมการที่ฟีฟ่าแต่งตั้งนั้นไม่ได้มาจาก กกท. ตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ โดยฟีฟ่าได้สอบถามทุกฝ่ายเข้ามาว่าจะเสนอใครเข้าไป ทั้งเรา ทั้งฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยทางเราเสนอชื่อ นายมานิตย์ วรรธนะสาร ผู้อำนวยการฝ่ายนิติกรเข้าไป ซึ่งฝ่ายอื่นๆ ก็เสนอเข้าไปเช่นกัน ส่วนตำแหน่งอื่นๆ นั้น กกท. ไม่เกี่ยวข้องเลย
นอกจากนี้ บิ๊กเสือ กล่าวอีกว่า ในส่วนของทีมชาติไทยถือว่าปลอดภัย เรื่องของฟุตบอลในสนามไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน อย่างไรก็ตามคณะทำงานของฟีฟ่าจะมีอำนาจในการบริหารงานสมาคมรวมถึงการเตรียมทีมชาติ และจัดการลีกอาชีพด้วยหรือไม่ กกท. จะต้องทำหนังสือขอความชัดเจนต่อไป
บอลไทยไม่โดนแบน บิ๊กเสือ แจงไม่เกี่ยวคำสั่งฟีฟ่า พร้อมกล่าวว่าไม่ส่งผลกระทบต่อทีมชาติไทย
จากกรณีที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกลาง เข้ามาเพื่อดูแล การเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ วาระใหม่ โดยมี ''เสธ.โต'' พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการเตรียมนักกีฬาทีมชาติไทย เป็นประธานการเลือกตั้งนายกสมาคม อุปนายก กรรมการ ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตามคำสั่งของฟีฟ่าในบทบัญญัติฟีฟ่า มาตรา 7 ย่อหน้า 2 นั้น
ล่าสุด ''บิ๊กเสือ'' นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เผยว่า แรกเริ่มนั้นมีการร้องเรียนไปทางฟีฟ่าใน 3 ประเด็นคือ ข้อบังคับ การส่งหนังสือเชิญสมาชิกประชุมถึงสมาชิกต้องได้รับก่อน 30 วัน (ถึงมือผู้รับ) ซึ่งข้อมูลแล้วหลายสโมสรสมาชิกไม่ครบตามที่กำหนด สองเรื่องการคัดเลือกผู้แทนภูมิภาค เดิมให้เลือกภูมิภาคอันดับ 1-5 รวม 30 คน แต่ในข้อบังคับ อยู่ในบทเฉพาะกาลขึ้นใหม่ว่า ให้ทำการ ''จัดเลือก'' ภูมิภาคละ 5 ทีม ซึ่งสมาชิกไม่พอใจ เพราะคลุมเครือ มีการได้เปรียบเกิดขึ้น ทั้งที่การจัดเลือกจะต้องเป็นการเลือกตั้ง หย่อนบัตร หรือยกมือ และคณะกรรมการเลือกตั้งซึ่งไม่ได้เป็นสโมสรสมาชิกของสมาคมฟุตบอลฯ ข้อมูลเหล่านี้ผู้ร้องได้ส่งเรื่องให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้ง กกท. ด้วย ซึ่ง กกท. เสนอให้เลื่อนออกไป เพราะป้องกันฟีฟ่าจะลงโทษสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย หากเกิดขึ้น ประชาชนจะรุมด่าว่า ทำไม กกท. ไม่ห้ามปราม แต่สุดท้ายเป็นฟีฟ่าที่ลงมาจัดการเสียเองกับประเด็นดังกล่าวตามที่เป็นข่าว
โดยในส่วนของระเบียบข้อบังคับ ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ร่างขึ้นเพื่อใช้ในการเลือกตั้งนั้น กกท. ไม่รับรอง และจะส่งต่อให้ คณะของ ''เสธ.โต'' พลเอก สุรวุฒิ มหารมณ์ เพื่อให้ปรับปรุงแก้ไข นำไปประชุมมวลสมาชิกเพื่อรับรอง โดยเฉพาะในส่วนของที่มาของเสียงภูมิภาค เพื่อป้องกันความได้เปรียบในกรณีมี ''นอมินี'' เข้ามา คณะกรรมการที่ฟีฟ่าแต่งตั้งนั้นไม่ได้มาจาก กกท. ตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ โดยฟีฟ่าได้สอบถามทุกฝ่ายเข้ามาว่าจะเสนอใครเข้าไป ทั้งเรา ทั้งฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยทางเราเสนอชื่อ นายมานิตย์ วรรธนะสาร ผู้อำนวยการฝ่ายนิติกรเข้าไป ซึ่งฝ่ายอื่นๆ ก็เสนอเข้าไปเช่นกัน ส่วนตำแหน่งอื่นๆ นั้น กกท. ไม่เกี่ยวข้องเลย
นอกจากนี้ บิ๊กเสือ กล่าวอีกว่า ในส่วนของทีมชาติไทยถือว่าปลอดภัย เรื่องของฟุตบอลในสนามไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน อย่างไรก็ตามคณะทำงานของฟีฟ่าจะมีอำนาจในการบริหารงานสมาคมรวมถึงการเตรียมทีมชาติ และจัดการลีกอาชีพด้วยหรือไม่ กกท. จะต้องทำหนังสือขอความชัดเจนต่อไป