1. เม็ดเงินไม่บาลานซ์: จากที่ดัชนีขึ้นมาราวๆ 100 จุด สัดส่วนเม็ดเงินซื้อสุทธิของต่างชาติน้อยมาก(แทบไม่มีวันไหนเกิน 1 พันล้านเลย)
ถ้าเม็ดเงินเข้ามาจริง ควรมียอด 3-4 พันล้านถึงจะสอดคล้องกับขนาดของ Market Cap. ของ Set ที่ใหญ่ขึ้นกว่าหลายปีก่อน
2. กองทุนก็ไม่มียอดเม็ดเงินเข้ามาเช่นกัน (ไม่มียอดซื้อสุทธิ) . การขึ้นครั้งนี้ ยอดซื้อมากสุดคือ Prop (มากกว่า 1 หมื่นล้าน)
3. ต่างชาติ Long สุทธิหลายหมื่นสัญญา ผมคิดว่าเป็นการ covered short หลายหมื่นสัญญาเช่นกัน (อาจจะเกินมาฝั่ง Long บ้าง แต่ไม่ใช่ยอดทั้งหมด)
4. ระดับดัชนีต่ำกว่า 1,380 จุดลงไป(วันที่เกิดเหตุการระเบิด) รายย่อยมียอดซื้อุทธิสะสมอยู่ราว 4-5 หมื่นล้าน
ณ ระดับดัชนี 1,430 จะทำรายย่อยมีกำไรพอสมควร (ใครจะมารับไม้ต่อ)
5. ปกติขาขึ้น TFEX จะมี Discount ตลอดทาง และช่วงที่ TFEX มี Premium มักจะเป็นบริเวณจุดสูงสุด ( อันนี้จากประสบการณ์หลายๆครั้ง เช่นตอน1,650 TFEX ก็มี Premium ครับ)
ขอบคุณครับ ขอน้อมรับทุกความคิดเห็น แลกเปลี่ยนกันครับ
5 เหตุผล ที่ผมคิดว่า บริเวณ 1.430 ไม่ผ่าน
ถ้าเม็ดเงินเข้ามาจริง ควรมียอด 3-4 พันล้านถึงจะสอดคล้องกับขนาดของ Market Cap. ของ Set ที่ใหญ่ขึ้นกว่าหลายปีก่อน
2. กองทุนก็ไม่มียอดเม็ดเงินเข้ามาเช่นกัน (ไม่มียอดซื้อสุทธิ) . การขึ้นครั้งนี้ ยอดซื้อมากสุดคือ Prop (มากกว่า 1 หมื่นล้าน)
3. ต่างชาติ Long สุทธิหลายหมื่นสัญญา ผมคิดว่าเป็นการ covered short หลายหมื่นสัญญาเช่นกัน (อาจจะเกินมาฝั่ง Long บ้าง แต่ไม่ใช่ยอดทั้งหมด)
4. ระดับดัชนีต่ำกว่า 1,380 จุดลงไป(วันที่เกิดเหตุการระเบิด) รายย่อยมียอดซื้อุทธิสะสมอยู่ราว 4-5 หมื่นล้าน
ณ ระดับดัชนี 1,430 จะทำรายย่อยมีกำไรพอสมควร (ใครจะมารับไม้ต่อ)
5. ปกติขาขึ้น TFEX จะมี Discount ตลอดทาง และช่วงที่ TFEX มี Premium มักจะเป็นบริเวณจุดสูงสุด ( อันนี้จากประสบการณ์หลายๆครั้ง เช่นตอน1,650 TFEX ก็มี Premium ครับ)
ขอบคุณครับ ขอน้อมรับทุกความคิดเห็น แลกเปลี่ยนกันครับ