มาแชร์ประสบการณ์เที่ยวคนเดียวครั้งแรกกันครับ ว่า ตื่นเต้น ทุลักทุเล แค่ไหนกัน

ประสพการท่องเที่ยวของเพือนๆแต่ละคน ในห้องบลูผมเชื่อว่าแต่ละคนมีประสพการ อันโชกโชนกันแล้วแน่ๆ

แล้ววันนี้เรามาลองนึกย้อนไปในอดีต ถึงการออกท่องเที่ยวด้วยตัวเองครั้งแรก มัน สนุก หลง พลาดอะไรกันมาบ้าง

ขอเริ่มที่ตัวผมเองก่อนเลยแล้วกันนะครับ


   ตัวผมเองชอบเดินทางไปไหนคนเดียวมาตั้งแต่เด็กๆ บ้านผมอยู่ต่างจังหวัดใกล้ๆกรุงเทพนี้ละครับ จำได้ว่าสมัย ม.ต้นผมก็เริ่ม แอบไปเที่ยวสยามคนเดียวแล้วครับ ไปลองนั่งรถไฟฟ้าตอนเพิ่งเปิดใหม่ๆ

   แล้วเมื่อผมจบ ม.ต้น ผมก็ไปเรียนวิทยาลัยเทคนิคประจำจังหวัดต่อ ช่วงนั้นก็เล่นโปรแกรมแชทพวก เพิร์ท icq msn ก็ได้ไปรู้จักกับสาวที่เชียงใหม่อยู่คนนึงครับ

   ก็คุยกันไปกันมา ก็ชวนผมขึ้นไปเที่ยวเชียงใหม่ จากนั้นผมก็วางแผนเก็บเงิน ก็แพนว่าจะไป ตอนวันขึ้นปีใหม่เดินทางโดยรถทัวร์คืนวันที่ 30 ธันวาคม
ก่อนหน้าวันเดินทางก็นั้งรถเมล์ไปหมอชิตใหม่ ไปซื้อตั๋วไว้ล่วงหน้า ก่อนเกือบเดือน เพราะเป็นวันขึ้นปีใหม่คนน่าจะเยอะเลยไปซื้อไว้ก่อน

   ถึงวันเดินทางพอเลิกเรียนก็นั้งรถเมล์กลับบ้านประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วก็นั้งกลับมาที่ตัวเมืองอีก เพือมาขึ้นรถตู้ไปหมอชิต เป็นดังที่คาดไว้ครับคนเยอะมาก
เพราะเป็นช่วงหยุดปีใหม่ ผมไปถึงท่ารถตู้  6 โมงกว่า แต่แถวขึ้นรถตู้ ยาวเลือยไปเลือยมา หลายตลบ ผมยืนรอจนถึง 1 ทุ่ม ยังไม่มีที่ท่าจะได้ขึ้นรถตู้

   ผมต้องไปขึ้นรถทัวที่ซื้อตั๋วไว้ ที่จะออกตอน 20:30 นาที ซึงปกติรถตู้จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากที่ดูเหตุการแล้วท่ายังยืนรอรถตู้อยู่แบบนี้ตกรถแน่ๆ
เลยตัดสินใจเดินออกจากแถวไปหาแท็กซี่ฝั่งตรงข้ามแทน แต่ใช่ว่าจะง่ายเพราะคนก็หนีมาขั้นแท็กซี่กันเยอะมากเหมือนกัน

   พอได้รถแท็กซี่ผมบอกไปหมอชิต พี่แท็กซี่ก็สวนมาเลยครับ ไปหมอชิต ต้องเหมาไปนะ 800 ร้องไห้ เงิบเลยครับทำไงดีเงินมีจำกัด ก็เินคอตกถอยออกมาพอดีมี
อีกกลุ่มเดินเข้ามาถามราคาเหมือนกัน เขามากัน 3 คน พอเข้ารู้ราคาก็คงเงิบเหมือนผม ต่อกันไปกันมา พี่แท็กซี่เห็นผมยืน งงๆอยู่ก็เลยเรียกไปหาแล้วบแกว่า
ไปด้วยกันไหมกลับพี่เขา แชร์กันไป 4 คนก็ตกคนละ 200 ตกลงตามนั้นก็ไปซิครับจะรออะไรนี้ก็ ทุ่มครึ่งแล้ว เดียวจะไม่ทันรถทัวร์

   ถึงตอนนี้ขึ้นรถมาได้ก็โล่งอกไปครับไปถึงหมอชิตแน่ๆแล้ว น่าจะทัน แต่ก็มาเจอกับรถติดอีกครับรถเยอะมากเวลาก็ สองทุ่มครึ่งแล้วครับ แย่แน่ๆครับรถทัวร์จะออก รถยังติดอยู่ฝั่งตรงข้าม หมอชิต รอกลับรถไปเข้าหมอชิต เอาไงละวิ่งซิครับผมขอลงก่อนแล้ววิ่งข้ามถนนไปหมอชิต กับกระเป๋าเดินทางใบถ่วมหัว
แบบที่ฝรั่งใช้กัน แล้วก็รีบวิ่งไปที่ชานชลาที่จอดรถ ผมไปถึงตรงที่จอดรถ ช้าไปน่าจะ 20 นาทีได้ คนเยอะมากครับแน่นไปหมด พอไปถึงช่วงจอดว่างครับ
ยังไม่เข้ามาก็ออกไปแล้ว เลยเอาตั๋วให้คนของบริษัทรถทัวร์ดู เขาบอกรถเพิ่งออกไปสักพักแล้ว

   ผมนี้เข่าอ่อนเลยครับกระเป๋าก็หนักวิ่งมาตั้งแต่ฝั่งทางด่วน พี่เขาก็ลองโทรให้ครับว่ารถอยู่ไหนแล้ว สรุปรถยังไปไม่ไกลครับรถติดอยู่หน้าหมอชิตนี้ละ
เหมือนได้เติมพลังกลับมาเต็มถังเลยครับที่นี้ แต่ก็ต้องวิ่งไปข้างหน้า ริมถนน อีกรอบนึง แทบตายครับรอบนี้ล้าสุดๆ ที่นี้เมือวิ่งมาถึงรถทัวร์แล้วก็มีอีกปัญหา
ครับ คือที่นั้งที่เราจองไว้มีคนขึ้นนมานั่งแทนแล้ว เพราะช่วงปีใหม่คนเยอะมากอยู่แล้ว พนักงานก็เลยพาเดินขึ้นไปตรงที่นั่งของเรา ก็ไปเจอกับคุณป้านั่งอยู่
เอาไงละที่นี้พนักงานก็ไปคุยให้ แต่มันก็วุ้นวายนิดหน่อยผมผิดที่มาช้าเองด้วยหละไม่ตกรถก็บุญเท่าไหรแล้ว

   ก็เลยบอกพนักงานกับว่าไม่เป็นไร ให้ป้าแกนั้งไปเถอะ ผมลงไปนั่งข้างล่างก็ได้ คือชั้นล่างก็จะเป็นที่โล่งๆเอาไววางของวางกระเป๋าอยู่ติดกับห้องน้ำในรถ
ก็ขยับๆของหาที่นั้งกันไปก็พออยู่ได้ สบายสะอีกตีตั๋วนอนยาวแล้วจากทรงเหนือยมากครับ หลับสบายเลยทีนี้ แต่ก็ยังไม่วายคือนอนไปได่สักพักใหญ่รถเข้าไปจอดที่ ขนส่งนครสววคร์ แล้วดันรับคนขึ้นมาอีก 3-4 คนนี้ละ จะไปอยู่ตรงไหนละครับ ก็มานั่ง กระจุกกันตรงที่วางกระเป๋า กับผมเนี้ยละจากที่ตีตั๋วนอนมากกลับไปนั่งเหมือนเดิม

   ตัดมาที่อาเขตเช้าตู่ น่าจะตี4ตี5 ก็หยอดตู้โทรหาสาวเชียงใหม่เลยครับ สมัยนั้นยังไม่มีโทรศัพมือถือนะครับมีก็แพงซื้อไม่ไหว วัยรุ่นเขาใช้ เพจเจอร์กัน ก็ฝากข้อความส่งไป ก็เงียบไป สงใสคงหลับอยู่ ก็เลยมานั่งๆนอนๆ เลยอยู่ในอาเขตรอ เช้าๆให้ติดต่อกลับมา



   พอเช้าก็มีข้อความเด้งเขาเพจเจอร์มาครับว่า "ขอโทษนะ คงออกไปเจอไม่ได้ ขอโทษที" อะไรประมาณนี้ละครับ โอ้โห้เคว้งเลยซิครับตอนนี้ ส่งข้อความ
อะไรไปก็ไม่ตอบกลับมา รออยู่แถวอาเขต ล้างหน้าแปรงฟัน กินข้าวรอจนถึงเที่ยง ไร้วี่แวว โดนทิ้งจริงๆแล้วซินะ ทำไงได้ก็มาแล้ว ก้มหน้าก้มตาเที่ยว ไปคนเดียว นั่งรถแดงเองถามหาโรงแรมเอง จำได้ว่าก็ไม่ได้ไปไหนเยอะ ให้รถแดงไปส่งที่ประตูท่าแพ ตอนกลางวันก็ไม่เห็นมีอะไรเลย ก็เดินถามหาที่พัก กันคิวรถตุ๊กแถวนั้น ก็ได้ที่พักห้องพัดลม ราคา 200 กว่าบาทนี้ละ ก็นอนที่นี้ไป 3 คืนเลย ก็เที่ยวแค่ถนนคนเดิน ดอยสุเทพ นั่งๆนอนอยู่แถวท่าแพจนกลับ



แต่ก็แปลกกลายเป็นว่าการมาเยือนเชียงใหม่ครั้งนี้มันเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรหลายๆอย่าง

   
   ได้เพือนใหม่เพิ่มจากการเข้าไปนั้งเล่นอินเตอร์เน็ต ชั่วโมงละ 100
   โดนตุ๊กหลอกพาไปเที่ยว วัดพระสิง  ทั้งๆที่ก็เดินตามถนนคนเดินไปจนสุดก็เจอแล้ว ก็ดันไปโดนหลอกพาเข้าซอยโน้นออกซอยนี้ โดนไปเป็นร้อย ตอนแรกก็คิดว่าดีแล้วไม่ได้เดิน ไกลสะขนาดนี้ มารู้ความจริงตอนเดินถนนคนเดินตอนกลางคืน เดินจนสุดแล้วตัวเองมายืนอยู่ตรงข้ามวัดพระสิง
   รู้ว่าข้าวซอยหน้าตาเป็นยังไง
   รู้ว่าขึ้นรถแดงคนแรกก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไปส่งเราก่อน อาจจะไปถึงจุดหมายเป็นคนสุดท้ายก็ได้
   รู้ว่าท่าจะขึ้นรถแดงแล้วพูดกลาง จะโดน + 40 หรือ 60 ท่าพูดเหนือจะเหลือแค่ ซาวบาท
   รู้ว่าท่าจะเช่ามอไซขี่ต้องเสียมัดจำ 3000 อันนี้จำแม่นเลยตรงข้ามกาดสวนแก้ว

   แต่สรุปสุดท้ายกลายเป็นจังหวัดที่ผม ไปบ่อยที่สุด ไปจนมีเพือนฝูงอยู่ที่นี้มากมาย ไปจนมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง บนถนน นิมมาน กลายเป็นจังหวัดที่ผม
ผูกพันธ์มากที่สุด







พยายามหารูปที่เก่าที่สุดที่ยังพอมีเหลืออยู่ แล้วครับ

แล้วของเพือนๆละเป็นยังไงกันบ้างครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่