สะดุดรัก ภารกิจลับ ตอนที่ 2 สาวน้อยร้อยปัญหา

กระทู้คำถาม
“กลับมาแล้วค่ะแม่ สวัสดีค่ะ”
อัยจอดรถมอเตอร์ไซค์ไว้ที่ประตูบ้าน หล่อนตะโกนเข้าไปให้แม่ได้ยินก่อน เพื่อแม่จะได้ไม่ตกใจเมื่อหล่อนโผล่พรวดเข้าไปข้างใน บ้านของหล่อนใหญ่โตเกินไปที่จะอยู่กันเพียงสามคนแม่ลูก ด้วยเงินบำนาญของพ่อเลี้ยงที่หอบขนเอามาใช้ในบั้นปลายชีวิตกับภรรยาคนไทยอย่างแม่ของหล่อน สามารถบันดาลสิ่งหรูหราได้มากมายก่อนที่เขาจะจากไปด้วยโรครุมเร้าในวัยชรา เงินก้อนใหญ่ที่มีอยู่ก็ดูจะไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับแผนการวางชีวิตของคนในครอบครัวที่อยู่ในระดับสูงเกินไป บ้านใหญ่เหมือนวัง เนื้อที่กว่าสิบไร่ โรงเรียนหรูระดับลูกไฮโซเรียน ซึ่งอัยจะถอนตัวก็ไม่ทันเสียแล้ว หล่อนเรียนที่นี่มาตั้งแต่เล็ก ๆ จนอีกแค่ปีเดียวหล่อนก็จะเรียนจบชั้นมัธยมปลาย จะย้ายไปโรงเรียนไทยก็คงจะเรียนไม่รู้เรื่อง ต่อให้เป็นนานาชาติที่อื่นก็ตามเถอะ ระบบการเรียนที่นี่ ก็ไม่เหมือนกับที่อื่นเลย มันส่งนักเรียนให้ไปอยู่ในมหาวิทยาลัยที่เอื้อระบบเดียวกันเท่านั้น
“เรียนให้จบที่เพรสทั้งคู่นะลูก เงินพ่อมีพอ ไม่ต้องกลัว ต่อมหาวิทยาลัยดี ๆที่ลูกอยากจะเข้า จบมาแล้วอยากจะทำงานก็อะไรก็ตามใจลูก จะทำธุรกิจก็ได้ เงินพ่อมีเหลือเฟือ”
พ่อเลี้ยงสั่งเสียก่อนจะจากไปอย่างสงบ หลังน้ำตาแห้ง สามแม่ลูกจึงมาเปิดดูบัญชีทั้งหมดที่พ่อเหลือไว้ให้ ทั้งสามเบิกตาโตมองตัวเลขบัญชีในธนาคารด้วยความคาดไม่ถึง แม่กับอัยลนลานหาเครื่องคิดเลขมาจิ้มกันมือเป็นระวิง คำนวนตัวเลขที่มี กับค่าเทอมของทั้งคู่ตลอดจนจบการศึกษา ก่อนจะพบว่า มันพอแค่นั้นจริง ๆ พอแค่ทั้งอัยและโนอาร์จบแค่ปริญญาตรี
พ่อไม่ได้คิดเผื่อค่ากินค่าอยู่เลย….
“อย่าขายบ้านนะพิม”
ยังจะสั่งเสียแม่แบบนั้นอยู่อีก….
บ้านหลังเบิ้มเริ่มนี้…จึงจำต้องเลิกจ้างแม่บ้าน คนสวน และขายหมา ม้า วัวออกไปหมด เหลือแต่พี่เลี้ยงสาวแก่ไว้หนึ่งคน ช่วยเป็นธุระเรื่องต่าง ๆ ให้โนอาร์ และช่วยแม่ทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ กับทำกับข้าว ส่วนเรื่องงานบ้านอื่น ๆ เป็นเรื่องของอัยกับโนอาร์ต้องช่วยกัน สวนก็สองเดือนจึง ค่อยหาคนมาช่วยตัดหญ้าเสียทีหนึ่ง
พ่ออาจจะแก่เกินไป จึงคำนวนเงินทั้งหลายผิดพลาดไปหมด พลาดมหันต์เลยทีเดียว…
อัยจึงต้องลำบากเลือดตาแทบกระเด็น ทั้งเรียน ทั้งงานบ้าน ทั้งหาเงิน ทุกอย่างอยู่ในความรับผิดชอบของเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีแค่คนเดียว
“เราแบ่งบ้านให้คนอื่นเช่าดีไหมลูก”
แม่พูดขึ้นระหว่างทำกับข้าว อัยยังง่วนอยู่กับอ่างล้างจาน ได้ยินเข้าก็เลิกคิ้ว
“ให้ใครก็ไม่รู้มาอยู่บ้านเดียวกับเราเนี่ยนะคะแม่ ไม่กลัวเหรอ”
แม่หล่อนเดินไปเช็ดมือ ปล่อยแกงในหม้อเดือดปุด ๆ ให้ลูกจ้างดูแทน แม่ส้มเช้งก็ดูรู้งานฉวยเอาทัพพีไปยืนเฝ้าต่อที่หน้าเตา นายหญิงจึงเดินออกไปนั่งที่ห้องรับแขกคุยต่อกับลูกสาวคนโต
“เราก็หาคนที่ไว้ใจได้สิลูก เราจะไปเอาคนไม่รู้จักมาอยู่กับเราทำไม อีกอย่างห้องหับบ้านเรามีเยอะแยะ ห้องใหญ่ ๆ ที่เป็นห้องชุดชั้นล่างเราก็มี ปล่อยเช่าได้เดือนละเป็นหมื่นเลยนะ”
ห้องชุดอย่างที่แม่ว่า มีราวสี่ถึงห้าห้องทีเดียว หากหล่อน ‘กล้า’ ที่จะปล่อยเช่า คงจะมีรายได้ต่อเดือนเพิ่มมากขึ้นอีกโข แต่มันก็แลกกันกับความเป็นส่วนตัวที่หายไปและอาจจะหมายรวมถึงความเสี่ยงกับภัยที่มากับคนเช่าเหล่านั้นด้วย คิดแล้วอัยก็ส่ายหัว
“กลัวค่ะแม่ บ้านเรามีแต่ผู้หญิง โนอาร์ก็ยังเด็ก อัยว่าเราประคองกันไปแบบนี้ก่อนดีกว่า แม่ก็อดทนเอาหน่อยนะคะ พออัยเรียนจบ เราก็คงจะสบายมากขึ้น”
อัยสบตาแม่อย่างขอความเห็นใจ แม่ชินกับความสุขสบายมาหลายปี ทุกวันนี้เหมือนนางจะจมไม่ค่อยลงกับสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองของบ้าน มื้อเช้าของแม่ก็ยังอยากจะให้มันเป็นอาหารฝรั่งที่ครบเซ็ททั้งขนมปังปิ้ง แฮม ไข่ดาว กาแฟและน้ำส้มคั้น อยากกินสเต๊กเนื้อตอนมื้อเที่ยงและสนุกสนานกับมื้อเย็นแบบอาหารไทยครบรส ซึ่งทั้งหมดนี้ อัยมองว่ามันสิ้นเปลืองมากสำหรับบ้านที่มีแต่รายจ่าย ไม่มีรายรับประจำอย่างที่เคยมี
“เราก็ประหยัดกันอีกหน่อย กินให้น้อยลง ถูกลง อัยคิดว่าอัยยังพอหาเงินไหวค่ะ”
แม่ของอัยทำท่าเซ ๆ คล้ายคนจะเป็นลม
“นี่อัยจะให้แม่กินข้าวต้มตอนเช้า ข้าวไข่เจียวตอนเที่ยง แล้วน้ำพริกมื้อเย็นอย่างนั้นเหรอ …โธ่..ลูก แม่ …แม่..กินไม่ลงหรอก”
นางก้มหน้าซ่อนน้ำตา เจ็บปวดชอกช้ำที่ไม่สามารถไปเล่นไพ่กับแก๊งเมียฝรั่งกลุ่มที่เคยคุ้นกันประจำไม่พอ นี่ยังต้องฝืนกล้ำกลืนกินอาหารคนยากเข้าไปอีกงั้นหรือ ชีวิตนางเข้าภาวะวิกฤติเหลือจะรับเกินไปแล้ว อัยมองแม่อย่างเห็นใจ มือเรียวยาวเอื้อมไปจับมือแม่มาบีบเบา ๆ
“แม่คะ เพื่อน ๆ ที่โมเดลลิ่งบางคนเขาก็กินกันแบบนั้นแหละค่ะ เขาสวยหุ่นดีกันจะตาย แม่อย่าไปคิดแบบนั้นสิคะ ตายายมาได้ยินเข้าคงเสียใจ”
มองแม่เอียงหน้าซุกเข้าหมอนอิงแล้วก็ส่ายหน้า ตั้งแต่พ่อเลี้ยงจากไป แม่หล่อนอยู่ในอารมณ์ดราม่าแบบนี้แทบทุกวัน เศร้าอกหมองใจที่ตัวเองจนลง ไม่ได้หรูหราอย่างที่เคยเป็นคุณนายบ้าน ‘เบลล์’ อย่างแต่ก่อน รับไม่ได้ที่ตัวเองไม่ได้ออกไปช้อปปิ้งหรือทัวร์ยุโรป เศร้าเสียใจทุกครั้งที่ต้องมีการขายทรัพย์สินบางอย่างในบ้านไปเพราะว่าไม่มีความสามารถพอจะจ่ายค่าดูแลรักษามันได้อีกต่อไป อัยไม่อยากต่อว่าแม่ให้ช้ำใจมากไปกว่านี้ ดีแค่ไหนแล้ว ที่นางไม่เคยเอ่ยปากบอกให้ลูกทั้งสองคนลาออกจากโรงเรียนเพรสแล้วไปเข้าเรียนโรงเรียนอื่นเสีย
“ไปเรียนเมืองนอกเมืองนา ก็หาสามีฝรั่งนะลูก ผัวไทยไม่ต้องไปเอามัน…จน”
‘วรรคทอง’ ของแม่ ทำให้อัยเข้าใจตั้งแต่นาทีนั้นเป็นต้นมาเลยว่า ที่แม่ให้ความสำคัญกับการศึกษา… เป็นเพราะอะไร
พ่อผู้ให้กำเนิดของอัยเป็นหนุ่มโรงงาน ตลอดเวลาที่แม่อยู่กับพ่อ ก็ทนกัดก้อนเกลือกินมาตลอด ถ้าจู่ ๆ พ่อไม่หนีหายไปในวันนั้น แม่ก็คงไม่ได้แต่งงานใหม่กับพ่อฝรั่งคนนี้ ในวัยสามขวบของอัย กับชีวิตที่หรูหราตลอดมา จนแม่เคยชินกับมัน อัยคิดหนาว ๆ ร้อน ๆ อยู่ในใจไม่น้อย เวลาเห็นแม่แต่งหน้าแต่งตัวออกจากบ้าน แม่ยังดูสาวและสวย โอกาสจะคว้าสามีฝรั่งคนใหม่ไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่อัยไม่อยากได้ใครมาแทนที่พ่อเลี้ยงของหล่อนอีก หล่อนยากจน… ก็อยากจะอยู่กันประสาแม่ลูก ไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายกับครอบครัว แม้แต่กับเรื่องที่จะเปิดบ้านให้คนอื่นเช่าหารายได้เพิ่มก็ตาม

เช้าวันต่อมา อัยก็ต้องประหลาดใจมากขึ้น หลังจากที่ได้รับอีเมลเรียกประชุมด่วนจากศาสตราจารย์สตีเฟ่น ในห้องประชุมมีคณาจารย์ชุดเดิม แต่มีเด็กนักเรียนอยู่ในห้องประชุมอีกสองสามคน เป็นเด็กผู้หญิงเกรดหก สองคนนั่งกอดกันร้องไห้ซิก ๆ อยู่ที่เก้าอี้โซฟามุมห้อง อีกคนเป็นนักเรียนเกรดสิบเอ็ดชั้นเดียวกันกับหล่อน นายเควิน เมอร์ตัน นักเรียนใหม่ ลูกครึ่งไทย เบลเยี่ยม เป็นนักเรียนทุนกีฬาประเภทเทนนิสที่ตัวสูงใหญ่ที่สุดในโรงเรียน เขานั่งอยู่ที่ปลายโต๊ะ เท้าคางเบือนหน้าออกจากวงสนทนา คิ้วเข้มขมวดอย่างไม่สบอารมณ์
อัยกวาดตามองรอบห้องประชุมอย่างสงสัย...พวกเขามาที่นี่ทำไมกัน...??!!??
“เอาล่ะ มาครบแล้วก็เริ่มประชุมกันได้”
ศาสตราจารย์สตีเฟ่นพูดขึ้น ภายในห้องประชุมเงียบกริบเมื่ออาจารย์ใหญ่พูดว่า เมื่อคืนนี้เกิดเหตุการณ์น่าตกใจขึ้นภายในโรงเรียน เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นหึ่ง ๆ  อาจารย์นาเรลป้องปากกระซิบกับอาจารย์มอลลี่ เช่นเดียวกับศาสตราจารย์เครกและศาสตราจารย์ฮันนาที่หันหน้าเข้าหากันพูดคุยเบา ๆ  ทุกคนเงียบเสียงลงอีกครั้ง เมื่อศาสตราจารย์สตีเฟ่นขอให้ลูซี่กับแอล เด็กผู้หญิงเกรด 6 ทั้งสองคน เป็นคนเล่าเหตุการณ์ที่เจอมาให้ทุกคนฟังเอง
“พวกเราเป็นเด็กหอพักค่ะ ตอนหนึ่งทุ่มต้องมาทำการบ้านด้วยกันที่ห้องสมุด”
แอลเล่าปนเสียงสะอื้น
“แต่หนูนึกขึ้นได้ว่ามีการบ้านวิชาภาษาอังกฤษ แล้วมันก็อยู่ในตู้ล็อกเกอร์”
ล็อกเกอร์ของนักเรียนเกรดหกอยู่ที่ระเบียงหน้าห้องวิทยาศาสตร์ อัยคิดคนเดียวในใจ เด็กสองคนนี้เพิ่งย้ายขึ้นมาจากฝั่งโรงเรียนประถม คงไม่ทันรู้เรื่องที่เขาเล่าลือกันในฝั่งโรงเรียนมัธยม
“แล้วหนูก็เห็น...”
เด็กน้อยตัวสั่นเริ่มสะอื้นจนตัวโยน อาจารย์นาเรลขยับเข้ากอดไหล่แอล ปลอบโยนสาวน้อยเบา ๆ จนหล่อนดูมั่นใจขึ้นอีกครั้งจึงเล่าต่อ
“มันมีแสงไฟสว่างขึ้นในห้องค่ะ หนูกับลูซี่สงสัยก็เลยชะเง้อหน้าดูทางช่องกระจกที่ประตู เห็นชัดเจนเลยค่ะ ว่าแสงที่มันสว่างนั่นมันเป็นรูปร่างคน คนตัวใหญ่ ๆ เดินไปเดินมาอยู่ในห้อง ลูซี่ตกใจก็ร้องออกมา พอ ... พอมันเห็นพวกหนูมันก็รีบเดินมาที่ประตู พวกหนูกลัวมาก เลยรีบวิ่งลงบันไดกลับไปที่ห้องสมุด ไปขอให้อาจารย์ช่วย”
    อัยปิดปากอย่างตกใจ เด็กผู้หญิงทั้งสองคนเริ่มต้นกอดกันร้องไห้อีกครั้ง น่าขนลุก อัยนึกถึงสำนวนไทยที่ว่า “กลัวจนหัวโกร๋น” ซึ่งแม่เคยเล่าว่ามันมีคนเคยกลัวจนหัวโกร๋นแล้วจริง ๆ หล่อนมองเด็กทั้งคนนี้แล้วก็พลอยนึกไปว่า โชคดีเหลือเกิน ที่ทั้งสองคนนี้ไม่ได้กลัวจนจับไข้ผมร่วงอย่างที่แม่เล่า
“ใจเย็น ๆ ก่อน”
ศาสตราจารย์สตีเฟ่นพูดขึ้นเสียงดัง
“ยังไงก็แล้วแต่ ช่วงเวลาทำการบ้านของเด็กหอเป็นช่วงหนึ่งทุ่มถึงสามทุ่ม และในช่วงเวลาเดียวกัน ก็มีรปภ.ไปพบกับเควินที่บริเวณชั้นสามของตึกมัธยมด้วย ซึ่งสิ่งที่ทั้งสองคนเจอในห้องวิทยาศาสตร์อาจจะเป็นเขา”
สายตาทุกคู่หันไปจ้องมองเควินเป็นตาเดียว หนุ่มลูกครึ่งส่ายหน้าหงุดหงิด
“เฮ้! ศาสตราจารย์ครับ ผมแค่ขึ้นไปเอาของที่ตู้ล็อกเกอร์ของผมเหมือนกัน เรื่องอะไรมากล่าวหาผมแบบนี้”
“เควิน ตู้ล็อกเกอร์ของเกรดสิบเอ็ดไม่ได้อยู่ที่หน้าห้องวิทยาศาสตร์สักหน่อย แล้วนายไปวุ่นวายแถวนั้นทำไม”
ศาสตราจารย์เครกเอ่ยขึ้นอีกคน อัยรู้หน้าที่ตัวเองเป็นอย่างดี ในระหว่างการสอบสวน นิ้วของหล่อนก็เริ่มทำงาน พรมรัวเร็วอยู่บนแป้นพิมพ์แท็ปเล็ตส่วนตัว บันทึกข้อความทุกอย่างไว้
“ผมไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับห้องวิทยาศาสตร์เลย.... ผมไปเอาของ เสร็จแล้วผมก็กลับ ขากลับผมเจอลุงยาม ผมก็ทักทายคุยกัน ไม่ได้ไปแกล้งหลอกผีใครสักหน่อย อีกอย่างนะครับ ศาสตราจารย์ ใครก็รู้ว่าประตูห้องวิทย์น่ะ มันปิดตาย แล้วผมจะเข้าไปข้างในได้ยังไงล่ะคร้าบ....”
น้ำเสียงยียวนตามสีหน้า แต่อัยสังเกตเห็นเหงื่อซึมที่ไรผม เควินเป็นนักเรียนใหม่ เขาอาจจะรู้หรือไม่รู้ก็ได้เรื่องข่าวลือในโรงเรียน แต่เกือบสองปีมานี้ ก็ยังไม่เคยได้ยินใครพูดว่าเห็นหรือเจออะไรที่ด้านห้องวิทย์มาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรก...
“เราจะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้งเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของคุณ… เควิน”
อาจารย์ใหญ่หันมาทางประธานนักเรียน
“ระหว่างนี้… อัย… ผมอยากให้คุณช่วยเคลียร์ห้องวิทยาศาสตร์นั่นด้วย จะได้หมดปัญหาเสียที”
อัยเลิกคิ้วสูง มองอาจารย์ใหญ่ราวกับไม่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้ยิน
“คะ…ศาสตราจารย์ว่าอะไรนะคะ…”
“เคลียร์ห้องวิทยาศาสตร์ อัย…คุณได้ยินชัดเจนน่า”
ศาสตราจารย์สตีเฟ่นมองหน้าหล่อน ยิ้มเย็น อัยหน้าเผือด
เคลียร์ห้องวิทย์อย่างนั้นเหรอ…ไม่จริงใช่มั้ย  ห้องนั้นไม่มีใครอยากแม้กระทั่งเดินผ่าน อัยนึกว่าศาสตราจารย์สตีเฟ่นจะแก้ปัญหาโดยการสั่งย้ายตู้ล็อกเกอร์หน้าวิทยาศาสตร์ออกไปเสียอีก นั่นมันง่ายกว่ากันเยอะเลย
“เคลียร์…ยังไงคะศาสตราจารย์”
“ผมจะให้กุญแจคุณไป ห้องนั้นถูกล็อกตายมาเกือบสองปีแล้ว กุญแจเก็บที่ตู้เซฟห้องดร. ฮาเบิร์ท ผมจะให้คุณเอาไปเปิด แล้วจัดการเคลียร์ทุกอย่างที่เป็นของศาสตราจารย์โรนัลออก แยกไว้เป็นของส่วนกลางเสีย ผมจะย้ายห้องวิทย์ใหม่ ส่วนห้องนั้น คุณเอาไว้ใช้จัดงานปาร์ตี้ตามที่ผมเคยสั่งแล้วก็แล้วกัน อ้อ... เควิน ระหว่างรอการตรวจสอบภาพจากกล้อง คุณช่วยอัยทำงานนี้ด้วยนะ ผมไม่อยากให้คนอื่นมาวุ่นวาย เก็บเป็นความลับระหว่างพวกคุณกับอาจารย์ในห้องประชุมนี้ก็แล้วกัน”
ศาสตราจารย์สตีเฟ่นสั่งปิดประชุม ก่อนจะแยกย้ายกันออกไปจากห้อง เหลือเพียงแต่อัยกับนายลูกครึ่งหน้าตากวนโอ๊ยอยู่ในห้อง หล่อนแทบจะร้องกรี๊ด นี่หล่อนต้องเคลียร์ห้องวิทย์! กับหมอนี่! แล้วอีกอย่าง.... ใครหน้าไหนมันอยากจะมาปาร์ตี้ในห้องที่เคยมีคนตายอย่างนี้เล่า!!
เกิดเป็น ‘อัย’ นี่มันซวยขนานแท้จริง ๆ เลย!!!
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
บรรทัดแรก... รถจักรยานยนต์ ต้องมีเสียงดังจนในบ้านได้ยินหรือเปล่า?  ยิ่งบ้านเหงาๆ เงียบๆ แม่ยิ่งต้องคอยตะแคงหูฟังไหมว่ามีอะไรผิดปกติที่หน้าบ้าน

กรณีนี้  มีเสียงรถจักรยานยนต์มา แม่ต้องโผล่มาดูตั้งแต่แรก หรือไม่ก็จำเสียงได้ว่าเป็นรถลูก

ดังนั้น การตะโกนบอกว่ากลับมาแล้ว เพื่อไม่ให้แม่ตกใจ  เป็นเหตุผลที่อ่อนเกินไปครับ


ปล. ระหว่างคิดว่าจะดำเนินเรื่องไปอย่างไร ต้องคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงเยอะๆ ประกอบกันไปด้วยครับ

ด้วยมิตร
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  แต่งนิยาย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่