ถูกบ้าง ผิดบ้าง คละ เคล้ากันไปนะครับ แต่นี่คือ ความเห็นหนึ่งในมิติและมุมมองของผมเป็นความเห็นในมุมมองวิศวกรและมนุษย์เงินเดือนคนนึงนะครับ และเคยอ่านหนังสือรัฐศาสตร์มาบ้าง ผมอายุ 25 นะครับ
คุณทักษิณและคุณยิ่งลักษณ์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง "เร็วเกินไป" ฟังไม่ผิดหรอกครับ แล้วคำนี้ผมไม่ได้ชมหรือจะตินะครับ ผมจะอธิบายให้ฟัง
ผมมองว่าประเทศคือระบบๆ นึงนะครับ ทุกคนช่วยกันออกแบบโดยไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าเราวิเคราะห์ให้ดี มันเป็นระบบที่ค่อนข้างโอเค มีการกระจาย "ทรัพยากร" ที่มีค่อนข้าง "จำกัด" ไปยังทุกๆ คน แต่อย่าลืมว่าเราอยู่ในโลกที่เรียกว่าบริโภคนิยม ทุนนิยม ธรรมชาติของมนุษย์ต้องการความแตกต่างครับ เราจะบังคับให้ทุกคนใส่เสื้อสีเดียวกัน ทำตัวเหมือนๆ กันหมด นั้นมันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นในโลกนี้ คนที่มือยาวกว่า มีระบบหาเงินได้เก่งกว่าจึงได้เปรียบ ซึ่งเราทุกคนถือเป็น "เรื่องปกติ"
คราวนี้พอผมพูดแบบนี้ไป ก็จะมีคนบอกว่า อ้าว งี้คนจนไม่มีทางลืมตา อ้าปากเลยหรือครับ ไม่ใช่อย่างนั้นครับ มันมีทางออกที่เห็นได้ชัดอยู่แล้ว คือ การศึกษาและความขยัน ซึ่งมันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแน่นอนในอนาคต แต่ระบบนี้เราไม่ได้ออกแบบเอื้อให้ผู้ใหญ่ครับ แต่เอื้อให้กับเด็กที่เกิดมาใหม่ อย่างเช่น พ่อแม่ไม่รวย เจ็บออดๆ แอดๆ ลูกเห็นแบบนี้ ก็ต้องยิ่งมานะ พยายามเข้ามหาลัยให้ได้ กลายเป็นหมอ พ่อแม่เองก็ต้องพยายามดูแลร่างกายตัวเอง ขยันทำงานที่สุจริต รอวันลูกเรียนจบ แล้วกลับมารักษาพ่อแม่ และคนอื่นๆ ต่อไป เด็กบ้านข้างๆ เห็นบ้านนี้เรียบจบแล้วได้ดี ครอบครัวมีความสุขก็มองออกว่าต้องเอาเป็นแบบ
อย่าง กลายเป็นลูกโซ่ที่มีผลกระทบดีๆ เพียงแต่ว่ารอบหรือ cycle ตรงนี้มันกินเวลานานครับ ไม่ใช่แค่ปี สองปี แต่อาจจะเป็นสิบปี ยี่สิบปี ผู้ใหญ่ที่โตแล้วก็มีเวลาทำงานในระยะหนึ่งก่อนที่เด็กรุ่นหลังจะมาแทน เด็กรุ่นหลังก็จะมีเป้าหมายในใจว่า โตไปแล้วจะเป็นอะไร นี่คือ ระบบในอุดมคติตามที่มันควรจะเป็น
คราวนี้คุณทักษิณกับคุณยิ่งลักษณ์ทำอะไร พวกเค้าทำให้ระบบเกิดการกระชากอย่างรุนแรงครับ เช่น นโยบายค่าแรง 300 นโยบาย ป.ตรี หมื่นห้า นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ผมไม่เถียงครับว่าเป็นประโยชน์ แต่มองในอีกมิติหนึ่ง ผลกระทบมันรุนแรงพอกันครับ และผมคาดว่ามีหลายคนทักท้วงเยอะมาก อย่างนโยบาย 30 บาท มันเพิ่มภาระให้หมอและพยาบาลเร็วมาก ธรรมดาหมอโรงพยาบาลรัฐก็งานท่วมแล้วพอเกิดอย่างนี้อีกก็ยิ่งหนีออกไปเปิดคลีนิค และทำให้คนจนที่ใช้สิทธิ์ตรงนี้ยิ่งละเลยที่จะดูแลสุขภาพตัวเอง ก็ใช้สิทธิ์ 30 บาท ขูดหินปูนก็ไม่ค่อยจะไปขูด ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ไปนั่น เพราะถือว่าต่อให้เกิดอะไรขึ้น เราก็มี 30 บาทคอยบรรเทาอยู่ เชื่อมั๊ยถ้าเรายังบอกว่าดื่มเหล้าแล้วตับแข็งนะ ค่ารักษาพยาบาลหลักแสนนะ คนจะดูแลร่างกายดีขึ้น หรือนโยบาย ค่าแรง 300 และ ป.ตรี 15,000 ซึ่งโดยปกติคนจบปริญญาตรี ซึ่งผมคิดว่าคนจบ ปริญญาตรีส่วนใหญ่ได้เกินอยู่แล้ว และมันไม่สะท้อนค่าครองชีพของแต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัด คนที่ได้ประโยชน์จริงๆ ก็คือ คนงานพม่า ลาว กัมพูชา ซึ่งมันไม่ต่างอะไรกับการที่เราบอกว่า เฮ้ย งูมีพิษนะ ฆ่างูทั้งโลกกันเถอะ แต่อย่าลืมว่าในอีกด้านนึง มันคือ ตัวรักษาระบบนิเวศน์
นอกเรื่องหน่อย ผมเคยนั่งรถไปกับรุ่นพี่คนหนึ่ง พี่แกค่อนข้างสูบบุหรี่จัด และขับผ่านโปสเตอร์ สสส ที่มีรูปเด็กและพ่อแม่สูบบุหรี่และมีรูปสายน้ำเกลือระโยง ระยางมาที่ตัวเด็ก แกหัวเราะและหันมาคุยกับผมว่า เว่อๆ ตอนสูบไม่ได้ มีเด็กอยู่ไกล้ซะหน่อย ผมก็ได้แต่คิดในใจว่า สสส ไม่ได้จะสื่ออย่างนั้น เค้าจะสื่อว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่น่ะ ทำอะไรไม่ดีกับร่างกายตัวเองไว้ มันสามารถถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมไว้ แล้วผมก็คิดต่อว่า เอ๊ะ ทำไมผมถึงรู้ล่ะ เพราะ การศึกษาไง
ย้อนกลับไปวิธีการที่คุณทักษิณและยิ่งลักษณ์ใช้ ซึ่งสองคนนั้นมักจะแก้ปัญหาด้วยการอัดเงินลงไป และเปิดการตลาดตามคอนเซป 4P เป๊ะ ซึ่งผมมองว่าเป็นธรรมดาของการแก้ปัญหาแบบนักธุรกิจครับ การเอาเงินให้คนที่ไม่รู้ ไม่ต่างอะไรจาก เอาเงินยัดเข้ากระเป๋านายทุนเลยนะครับ ให้เงินไป --> จ่ายหนี้ --> เหลือก็ซื้อหวย ดื่มเหล้า ซื้อโทรศัพท์มือถือ ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า --> หมด ท้ายสุดแล้วมันทำให้ยิ่งเกิดความห่างของรายได้มากขึ้นเรื่อยๆ ครับ เพราะธรรมชาติของนายจ้าง จ่ายเงินเดือนลูกน้องเยอะขึ้น ก็ต้องปรับราคาของขึ้นตามอยู่แล้ว ผลกระทบมันถึงได้วนกลับมาซ้ำๆ ไงครับ นี่คือ สาเหตุว่าทำไม คนเก่าแก่ไม่ชอบคุณทักษิณและคุณยิ่งลักษณ์ สาเหตุไม่ใช่ว่าเค้าหัวโบราณนะครับ แต่เค้าผ่านชีวิตมาเยอะ การแก้ปัญหาด้วยเงิน(เป็นส่วนใหญ่) ไม่ใช่ทางออกที่ดีครับ มันไม่ยั่งยืน ไว้ถึงคราวจำเป็นจริงๆ ค่อยทำ และอีกอย่างผมว่าสไตล์คุณทักษิณ คือ แกเน้นฉายเดี่ยวครับ การพรีเซนต์ของเค้าในอีกแง่มุมนึง คล้ายๆ คุณตัน ด้วยเหตุนี้คนรุ่นหลังๆ ในระบบราชการก็คงรู้สึกเหมือนโดนทิ้งซะเป็นส่วนใหญ่ อุตส่าห์ทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและชาติตั้งมากมาย แต่ไม่ได้ใช้เลย ก็คงเคืองตรงนี้พอควร
คราวนี้ แล้วแบบไหนถึงจะดี ผมบอกไม่ได้ครับ ผมคนเดียวไม่อาจตัดสินคนทั้งโลกได้ ประชาธิปไตยอาจไม่ใช่ระบบที่ดีที่สุด ผมเชื่อเช่นนั้นแต่มันเลวร้ายน้อยที่สุด การที่คุณยิ่งลักษณ์หาเสียงด้วยการบอกจะขึ้นค่าแรง 300 ผิดมั๊ย ไม่ผิดกฎหมายครับ เพราะถ้าพิจารณาตามความเป็นไปของโลกทุนนิยม คนส่วนมากอยู่ฐานล่างของพิรามิด ผลลัพท์ที่ออกมาก็ตามคาดชนะถล่มทลาย
แต่ท้ายที่สุด ผมว่าทุกสิ่งจะกลับสู่สมดุลในตัวเองครับ
ผมรู้แล้วครับ ทำไมหลายคนถึงไม่ชอบคุณทักษิณและยิ่งลักษณ์
คุณทักษิณและคุณยิ่งลักษณ์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง "เร็วเกินไป" ฟังไม่ผิดหรอกครับ แล้วคำนี้ผมไม่ได้ชมหรือจะตินะครับ ผมจะอธิบายให้ฟัง
ผมมองว่าประเทศคือระบบๆ นึงนะครับ ทุกคนช่วยกันออกแบบโดยไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าเราวิเคราะห์ให้ดี มันเป็นระบบที่ค่อนข้างโอเค มีการกระจาย "ทรัพยากร" ที่มีค่อนข้าง "จำกัด" ไปยังทุกๆ คน แต่อย่าลืมว่าเราอยู่ในโลกที่เรียกว่าบริโภคนิยม ทุนนิยม ธรรมชาติของมนุษย์ต้องการความแตกต่างครับ เราจะบังคับให้ทุกคนใส่เสื้อสีเดียวกัน ทำตัวเหมือนๆ กันหมด นั้นมันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นในโลกนี้ คนที่มือยาวกว่า มีระบบหาเงินได้เก่งกว่าจึงได้เปรียบ ซึ่งเราทุกคนถือเป็น "เรื่องปกติ"
คราวนี้พอผมพูดแบบนี้ไป ก็จะมีคนบอกว่า อ้าว งี้คนจนไม่มีทางลืมตา อ้าปากเลยหรือครับ ไม่ใช่อย่างนั้นครับ มันมีทางออกที่เห็นได้ชัดอยู่แล้ว คือ การศึกษาและความขยัน ซึ่งมันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแน่นอนในอนาคต แต่ระบบนี้เราไม่ได้ออกแบบเอื้อให้ผู้ใหญ่ครับ แต่เอื้อให้กับเด็กที่เกิดมาใหม่ อย่างเช่น พ่อแม่ไม่รวย เจ็บออดๆ แอดๆ ลูกเห็นแบบนี้ ก็ต้องยิ่งมานะ พยายามเข้ามหาลัยให้ได้ กลายเป็นหมอ พ่อแม่เองก็ต้องพยายามดูแลร่างกายตัวเอง ขยันทำงานที่สุจริต รอวันลูกเรียนจบ แล้วกลับมารักษาพ่อแม่ และคนอื่นๆ ต่อไป เด็กบ้านข้างๆ เห็นบ้านนี้เรียบจบแล้วได้ดี ครอบครัวมีความสุขก็มองออกว่าต้องเอาเป็นแบบ
อย่าง กลายเป็นลูกโซ่ที่มีผลกระทบดีๆ เพียงแต่ว่ารอบหรือ cycle ตรงนี้มันกินเวลานานครับ ไม่ใช่แค่ปี สองปี แต่อาจจะเป็นสิบปี ยี่สิบปี ผู้ใหญ่ที่โตแล้วก็มีเวลาทำงานในระยะหนึ่งก่อนที่เด็กรุ่นหลังจะมาแทน เด็กรุ่นหลังก็จะมีเป้าหมายในใจว่า โตไปแล้วจะเป็นอะไร นี่คือ ระบบในอุดมคติตามที่มันควรจะเป็น
คราวนี้คุณทักษิณกับคุณยิ่งลักษณ์ทำอะไร พวกเค้าทำให้ระบบเกิดการกระชากอย่างรุนแรงครับ เช่น นโยบายค่าแรง 300 นโยบาย ป.ตรี หมื่นห้า นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ผมไม่เถียงครับว่าเป็นประโยชน์ แต่มองในอีกมิติหนึ่ง ผลกระทบมันรุนแรงพอกันครับ และผมคาดว่ามีหลายคนทักท้วงเยอะมาก อย่างนโยบาย 30 บาท มันเพิ่มภาระให้หมอและพยาบาลเร็วมาก ธรรมดาหมอโรงพยาบาลรัฐก็งานท่วมแล้วพอเกิดอย่างนี้อีกก็ยิ่งหนีออกไปเปิดคลีนิค และทำให้คนจนที่ใช้สิทธิ์ตรงนี้ยิ่งละเลยที่จะดูแลสุขภาพตัวเอง ก็ใช้สิทธิ์ 30 บาท ขูดหินปูนก็ไม่ค่อยจะไปขูด ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ไปนั่น เพราะถือว่าต่อให้เกิดอะไรขึ้น เราก็มี 30 บาทคอยบรรเทาอยู่ เชื่อมั๊ยถ้าเรายังบอกว่าดื่มเหล้าแล้วตับแข็งนะ ค่ารักษาพยาบาลหลักแสนนะ คนจะดูแลร่างกายดีขึ้น หรือนโยบาย ค่าแรง 300 และ ป.ตรี 15,000 ซึ่งโดยปกติคนจบปริญญาตรี ซึ่งผมคิดว่าคนจบ ปริญญาตรีส่วนใหญ่ได้เกินอยู่แล้ว และมันไม่สะท้อนค่าครองชีพของแต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัด คนที่ได้ประโยชน์จริงๆ ก็คือ คนงานพม่า ลาว กัมพูชา ซึ่งมันไม่ต่างอะไรกับการที่เราบอกว่า เฮ้ย งูมีพิษนะ ฆ่างูทั้งโลกกันเถอะ แต่อย่าลืมว่าในอีกด้านนึง มันคือ ตัวรักษาระบบนิเวศน์
นอกเรื่องหน่อย ผมเคยนั่งรถไปกับรุ่นพี่คนหนึ่ง พี่แกค่อนข้างสูบบุหรี่จัด และขับผ่านโปสเตอร์ สสส ที่มีรูปเด็กและพ่อแม่สูบบุหรี่และมีรูปสายน้ำเกลือระโยง ระยางมาที่ตัวเด็ก แกหัวเราะและหันมาคุยกับผมว่า เว่อๆ ตอนสูบไม่ได้ มีเด็กอยู่ไกล้ซะหน่อย ผมก็ได้แต่คิดในใจว่า สสส ไม่ได้จะสื่ออย่างนั้น เค้าจะสื่อว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่น่ะ ทำอะไรไม่ดีกับร่างกายตัวเองไว้ มันสามารถถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมไว้ แล้วผมก็คิดต่อว่า เอ๊ะ ทำไมผมถึงรู้ล่ะ เพราะ การศึกษาไง
ย้อนกลับไปวิธีการที่คุณทักษิณและยิ่งลักษณ์ใช้ ซึ่งสองคนนั้นมักจะแก้ปัญหาด้วยการอัดเงินลงไป และเปิดการตลาดตามคอนเซป 4P เป๊ะ ซึ่งผมมองว่าเป็นธรรมดาของการแก้ปัญหาแบบนักธุรกิจครับ การเอาเงินให้คนที่ไม่รู้ ไม่ต่างอะไรจาก เอาเงินยัดเข้ากระเป๋านายทุนเลยนะครับ ให้เงินไป --> จ่ายหนี้ --> เหลือก็ซื้อหวย ดื่มเหล้า ซื้อโทรศัพท์มือถือ ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า --> หมด ท้ายสุดแล้วมันทำให้ยิ่งเกิดความห่างของรายได้มากขึ้นเรื่อยๆ ครับ เพราะธรรมชาติของนายจ้าง จ่ายเงินเดือนลูกน้องเยอะขึ้น ก็ต้องปรับราคาของขึ้นตามอยู่แล้ว ผลกระทบมันถึงได้วนกลับมาซ้ำๆ ไงครับ นี่คือ สาเหตุว่าทำไม คนเก่าแก่ไม่ชอบคุณทักษิณและคุณยิ่งลักษณ์ สาเหตุไม่ใช่ว่าเค้าหัวโบราณนะครับ แต่เค้าผ่านชีวิตมาเยอะ การแก้ปัญหาด้วยเงิน(เป็นส่วนใหญ่) ไม่ใช่ทางออกที่ดีครับ มันไม่ยั่งยืน ไว้ถึงคราวจำเป็นจริงๆ ค่อยทำ และอีกอย่างผมว่าสไตล์คุณทักษิณ คือ แกเน้นฉายเดี่ยวครับ การพรีเซนต์ของเค้าในอีกแง่มุมนึง คล้ายๆ คุณตัน ด้วยเหตุนี้คนรุ่นหลังๆ ในระบบราชการก็คงรู้สึกเหมือนโดนทิ้งซะเป็นส่วนใหญ่ อุตส่าห์ทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและชาติตั้งมากมาย แต่ไม่ได้ใช้เลย ก็คงเคืองตรงนี้พอควร
คราวนี้ แล้วแบบไหนถึงจะดี ผมบอกไม่ได้ครับ ผมคนเดียวไม่อาจตัดสินคนทั้งโลกได้ ประชาธิปไตยอาจไม่ใช่ระบบที่ดีที่สุด ผมเชื่อเช่นนั้นแต่มันเลวร้ายน้อยที่สุด การที่คุณยิ่งลักษณ์หาเสียงด้วยการบอกจะขึ้นค่าแรง 300 ผิดมั๊ย ไม่ผิดกฎหมายครับ เพราะถ้าพิจารณาตามความเป็นไปของโลกทุนนิยม คนส่วนมากอยู่ฐานล่างของพิรามิด ผลลัพท์ที่ออกมาก็ตามคาดชนะถล่มทลาย
แต่ท้ายที่สุด ผมว่าทุกสิ่งจะกลับสู่สมดุลในตัวเองครับ