ฝุ่น pm2.5 ทำให้อายุขัยเฉลี่ยสั้นลง 2.3 ปี

วิกฤต PM2.5 ในเขตเมืองเป็นโศกนาฏกรรมการหายใจที่ฉายซ้ำในช่วงฤดูหนาวของทุกปี แม้เราจะเลือกอาหารที่กินได้ เลือกน้ำที่ดื่มได้ (แม้ว่าตอนนี้เริ่มเลือกไม่ได้แล้ว เพราะมีไมโครพลาสติก) แต่อากาศเป็นสิ่งที่เราเลือกไม่ได้ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่าการสูดดม PM2.5 สัมพันธ์กับโรคเรื้อรังและปัญหาสุขภาพหลายอย่าง และทำให้เราอายุสั้นลงได้ด้วย
.
ดร.ไมเคิล กรีนสโตน (Michael Greenstone) จากมหาวิทยาลัยชิคาโก (University of Chicago) ผู้อยู่เบื้องหลังงานวิจัยระดับโลกอย่าง Air Quality Life Index (AQLI) ได้บอกว่า “การสูดดม PM2.5 กำลังพรากอายุขัยเฉลี่ยของประชากรโลกไปถึง 2.3 ปี”
.
งานวิจัยของ ดร.ไมเคิล ชี้ว่า มลพิษทางอากาศคือความเสี่ยงอันดับ 1 ของมนุษย์ มันฆ่าเราได้เร็วกว่าการสูบบุหรี่ เร็วกว่าแอลกอฮอล์ แต่ในขณะที่เรามีกฎหมายควบคุมเหล้าและบุหรี่อย่างเข้มงวด เรากลับปล่อยให้ฝุ่นและมลพิษทางอากาศลอยไปมาหน้าตาเฉย หรือมากสุด คือ การแจ้งเตือนประชาชนให้เลี่ยงการออกจากบ้านและสวมหน้ากากอนามัย
.
หากภาครัฐหรือใครสักคนบอกคุณว่า “การแก้ปัญหาฝุ่นมันยาก ต้องใช้เวลา” ก็ใช่ ในฐานะประชาชน เราเชื่อว่ามันทำยากและใช้เวลา แต่จากที่ผ่านมาหลายคนอาจไม่ได้เห็นความเคลื่อนไหวหรือท่าทางจริงจังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปีแล้ว ปีเล่า
.
ตัดภาพไปที่ประเทศจีน เคสที่ชัดที่สุดของการเปลี่ยนเมืองที่ปกคลุมไปด้วยมลพิษทางอากาศ ทั้งจาก PM2.5 และฝุ่นละอองทั่วไปจากการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็ว ย้อนกลับไปไม่ถึง 10 ปีก่อน ปักกิ่งเคยถูกขนานนามว่าเป็นเมืองหายนะทางอากาศ หรือ Airpocalypse แต่เมื่อรัฐบาลจีนประกาศสงครามกับมลพิษ ในปี 2014 ด้วยมาตรการที่เด็ดขาด ภายในเวลาเพียง 7 ปี จีนลดปริมาณฝุ่นลงได้เกือบ 40% ทวงคืนอายุขัยให้กับคนจีน นี่คือหลักฐานที่บอกว่า ถ้ารัฐเอาจริง ลมหายใจที่สะอาดก็สร้างได้ ไม่ต้องรอชาติหน้า
.
งานวิจัยจาก The Lancet Planetary Health พบว่ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบจาก PM2.5 และมลพิษทางอากาศมากที่สุด คือ กลุ่มเปราะบางที่มีรายได้ต่ำ คนที่ต้องยืนรอรถเมล์ คนที่ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ส่งของ คนที่บ้านไม่มีหน้าต่างมิดชิด ? พวกเขากลายมาเป็น เครื่องฟอกอากาศมีชีวิต ที่ต้องใช้ปอดของตัวเองกรองฝุ่น โดยที่ไม่สามารถเปลี่ยนไส้กรองได้ อากาศสะอาดจึงไม่ควรเป็นสินค้าหรือสิ่งที่ผู้คนต้องไขว่คว้า แต่มันคือ สิทธิมนุษยชน
.
เรามาถึงจุดที่ต้องตั้งคำถามด้วยเสียงที่ดังที่สุดไปยังรัฐบาล ไม่ใช่ด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด แต่ด้วยข้อมูลและความจริง อากาศสะอาดเป็นพื้นฐานที่มนุษย์ควรได้รับโดยไม่ต้องร้องขอ แต่ทำไมมาตรการที่เราเห็นยังคงเป็นการขอความร่วมมือ ?  หรือควันดำจากรถที่ต้องต่อทะเบียนทุกปี ขณะที่ด่านตรวจคนดื่มและคนละเมิดกฎจราจรมีอยู่ทุกหัวถนน ?
.
เราไม่ได้ต้องการแค่การแจ้งเตือนค่าฝุ่น เพื่อบอกให้เรา “สวมหน้ากาก” หรือ “งดออกจากบ้าน” สิ่งที่เราต้องการคือนโยบายที่กล้า กฎหมายที่แข็งแรง การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการจัดการต้นตอของปัญหาอย่างถอนรากถอนโคน เพื่อคืนเวลาชีวิตที่มนุษย์ควรจะมี
.
#BTbeartai

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่