สวัสดีค่ะ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ากระทู้นี้เป็นกระทู้เกี่ยวกับคนที่กำลังแอบรักเพื่อนอยู่
คือตอนนี้เรากำลังแอบชอบเพื่อนตัวเองอยู่ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
เริ่มจากตอนแรกที่ย้ายห้องมารวมกัน คือตอนนั้นอยู่ม.1บังเอิญว่าต้องมาอยู่กลุ่มวิทย์ด้วยกันแล้วมันเป็นคนขี้กวน
แบบกวนจนน่ารำคาญ ครูสอนอยู่ก็ทำอะไรแปลกๆเช่นทำเสียงดังจนทำให้กลุ่มโนหักคะแนนอยู่บ่อยๆ คือตอนนั้นเราคิดเสมอว่าโคตรโชคร้ายเลยที่ได้มันมาอยู่ด้วยแบบเกลียดมันอ่ะไม่ชอบขี้หน้า พอขึ้นม.2มาครูให้เลือกกลุ่มใหม่เรานี่วิ่งหนีมันเลยพยายามทุกวิธทางเพื่อที่จะไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน
แต่กลังจากขึ้นมาม.2มันก็เริ่มปล่อนไปมีนิสัยโตขึ้นดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมีน้ำใจกับเพื่อนแต่ก็มีบางครั้งที่ยังหลุดนิสัยเดิม
แต่มันก็ถือว่าดีก็เดิมเวลาที่เราขอให้ช่วยอะไรมันก็จะช่วยตลอดจนเราปลื้มมั้ง
วันนั้นครูแจ้งว่าจะนำตัวแทนนักเรียนไปเข้าค่ายซึ่งเราประมาณวาเป็นเตงของห้องครูเลยขอความคิดเห็นกับเราว่าจพพาใครไปบ้างเราก็ตอบไม่ลังเลเลยว่า......(ชื่อมัน)แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะมันมีธุระเลยไปไม่ได้ตอนม.2ก็ยังไม่ได้คิดไรนะแค่ปลื้มเฉยๆ
พอใกล้ปิดเทอมตอนม.2ก็มีการเลือกตั้งประธานนักเรียนซึ่งเรก็ลง มันก็ลง ใจเราอยากได้มันมาร่วมทีมนะแต่ทีมเรามันเต็มแล้ว
แล้วผลคะแนนก็ปรากฏเราได้ตำแหน่งประธานนักเรียน เราเลยจัดมันมาอยู่ในสภานักเรียนด้วย ตอนม.2ไม่มีอะไรมากเรื่องมันมาเกิดขึ้นตอนม.3
เรากับมันเริ่มสนิทกันมากขึ้นเพราะเวลาทำงานกลุ่มก็มักได้อยู่ด้วยกันตลอดเกือบทุกงาน คุยกันมากขึ้นใกล้ชิกันมากขึ้นจนเพื่อนในห้องแอบสังเกตุว่าพวกเราคบกันอยู่หรือเปล่า เราก็ไม่รู้หรอกทีแรกว่าเราชอบมันหรือเปล่าจนวันนึง มันมาขอยืมโทรศัพท์เราเข้าเฟสเพราะมีธระด่วนเราเลยให้ยืม
ไม่นานมันก็เอามาคืน
เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่อยู่โทรศัพท์มันก็ดังเหมือนมีการแจ้งเตือนข้อความเฟสบุ๊คเราเลยเอาดูแล้ว ปรากฏว่ามันยังไม่ล็อกเอาท์
ด้วยความเผือกที่มีอยู่เราเลยกดเข้าไปดู ตอนนั้นแหละเราอารมณ์เสียมากหลังจากได้อ่านข้อความที่มันคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเรารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนเก่ามันเหตุผลที่เราโมโหน่ะหรอเพราะเรารู้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีแฟนใหม่ไปแล้วแต่ยังมาพูดกับเพื่อนเราเป็นเชิงให้ความหวังแบบเคืองมากแต่ก็ต้องเก็บไว้ในใจ
เรามีกิจกรรมที่ทำทุกเย็นคือเต้นแอโรบิคเพราะเราค่อนข้างอวบแต่ไม่ถึงกับอ้วน
ส่วนมันก็มาเล่นบาสทุกวันนั้นเป็นเหตุให้เราเจอกันทุกวันและใกล้ชิดกันมากขึ้น
เราเล่นบาสกับมันก็ต้องเข้าใกล้กันเพื่อแย่งลูกบาสนั่นทำให้เรายิ่งหวั่นไหว
แต่เราก็พยายามบอกตัวเองว่าไม่ได้ชอบหรอก คงเป็นเพราะมันเป็นผู้ชายคนเดียวที่เราใกล้ชิดมากที่สุด
แต่ทุกอย่างที่เราพยายามบอกนั่นคือหลอกตัวเอง ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเราชอบมันจริงๆ
เรารู้แจ่มแจ้งเพราะเมื่อ3วันที่แล้วเรากับมันไปทำบุญด้วยกัน เราถึงได้รู้ว่าเราชอบมันเข้าแล้วเราควรไปบอกมันมั้ย
เราปรึกษากับเพื่อนทุกคน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันก็ชอบเรา
เพราะดูจากการกระทำในแต่ละอย่าง
เราจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีไปบอกกับมันในเฟสบุ๊ค
(เรา)คิดยังไงกับกูหรอ
คือตอนนี้กูสับสนมาก
ทำให้กูหวั่นไหวทำไม
กูไม่รู้หรอกนะว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร
กูชอบหรอ
นอกจากกูแล้วทำแบบนี้กับคนอื่นป้ะ
ถ้าไม่ได้คิดอะไรกูก็ขอโทษนะที่พูดให้ลำบากใจ แต่ขออย่างนึงนะ อย่าหายไปนะ ถ้าได้อ่านข้อความนี้
(มันตอบกับมาว่า)
อารัยเนีย
เป็นไร
(เรา)ไม่รู้เหมือนกันขอโทษนะ
ขอโทษไร
กินยาไม่เขย่าขวดหรอ
(เรา)
ไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ
คงเป็นแบบที่ว่าอ่ะกินยาผิด
(แล้วมันก็โทรมาทาง messenger แต่เราไม่ได้รับ)
(มัน)กินยาล้างห้องน้ำมาไช่ป่ะ
(เรา)ใช่กำลังอร่อยเลยเนี่ย
กินด้วยกันมั้ย
(มัน)เอาเลยเกรงใจ
(เรา)เฮ้อ!!! ก็นะห้ามกูบ้างก็ได้
(มัน)ห้ามไม่ได้หรอก
(มัน)ห้ามไปก็กินเหมือนเดิม
(เรา)ว่าแต่ทำไมกูต้องกินยาล้างห้องน้ำอ่ะ
(บ้า)
บางคนที่อ่วนอาจจะงงมันพยายามเปลี่ยนเรื่องไม่พูดถึงเรื่องที่เราบอกออกไป
เราเองก็คิดว่าทีมันเปลี่ยนเรื่องก็เพราะมันไม่ได้ชอบเราเราเลยหยุดแค่นั้นไม่พิมอะไรไปไปต่อมันเองก็ไม่ได้พิมอะไรกลับมา
ควรเดินหน้าต่อไปไหมหรือควรหยุดแค่นี้
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ากระทู้นี้เป็นกระทู้เกี่ยวกับคนที่กำลังแอบรักเพื่อนอยู่
คือตอนนี้เรากำลังแอบชอบเพื่อนตัวเองอยู่ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
เริ่มจากตอนแรกที่ย้ายห้องมารวมกัน คือตอนนั้นอยู่ม.1บังเอิญว่าต้องมาอยู่กลุ่มวิทย์ด้วยกันแล้วมันเป็นคนขี้กวน
แบบกวนจนน่ารำคาญ ครูสอนอยู่ก็ทำอะไรแปลกๆเช่นทำเสียงดังจนทำให้กลุ่มโนหักคะแนนอยู่บ่อยๆ คือตอนนั้นเราคิดเสมอว่าโคตรโชคร้ายเลยที่ได้มันมาอยู่ด้วยแบบเกลียดมันอ่ะไม่ชอบขี้หน้า พอขึ้นม.2มาครูให้เลือกกลุ่มใหม่เรานี่วิ่งหนีมันเลยพยายามทุกวิธทางเพื่อที่จะไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน
แต่กลังจากขึ้นมาม.2มันก็เริ่มปล่อนไปมีนิสัยโตขึ้นดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมีน้ำใจกับเพื่อนแต่ก็มีบางครั้งที่ยังหลุดนิสัยเดิม
แต่มันก็ถือว่าดีก็เดิมเวลาที่เราขอให้ช่วยอะไรมันก็จะช่วยตลอดจนเราปลื้มมั้ง
วันนั้นครูแจ้งว่าจะนำตัวแทนนักเรียนไปเข้าค่ายซึ่งเราประมาณวาเป็นเตงของห้องครูเลยขอความคิดเห็นกับเราว่าจพพาใครไปบ้างเราก็ตอบไม่ลังเลเลยว่า......(ชื่อมัน)แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะมันมีธุระเลยไปไม่ได้ตอนม.2ก็ยังไม่ได้คิดไรนะแค่ปลื้มเฉยๆ
พอใกล้ปิดเทอมตอนม.2ก็มีการเลือกตั้งประธานนักเรียนซึ่งเรก็ลง มันก็ลง ใจเราอยากได้มันมาร่วมทีมนะแต่ทีมเรามันเต็มแล้ว
แล้วผลคะแนนก็ปรากฏเราได้ตำแหน่งประธานนักเรียน เราเลยจัดมันมาอยู่ในสภานักเรียนด้วย ตอนม.2ไม่มีอะไรมากเรื่องมันมาเกิดขึ้นตอนม.3
เรากับมันเริ่มสนิทกันมากขึ้นเพราะเวลาทำงานกลุ่มก็มักได้อยู่ด้วยกันตลอดเกือบทุกงาน คุยกันมากขึ้นใกล้ชิกันมากขึ้นจนเพื่อนในห้องแอบสังเกตุว่าพวกเราคบกันอยู่หรือเปล่า เราก็ไม่รู้หรอกทีแรกว่าเราชอบมันหรือเปล่าจนวันนึง มันมาขอยืมโทรศัพท์เราเข้าเฟสเพราะมีธระด่วนเราเลยให้ยืม
ไม่นานมันก็เอามาคืน
เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่อยู่โทรศัพท์มันก็ดังเหมือนมีการแจ้งเตือนข้อความเฟสบุ๊คเราเลยเอาดูแล้ว ปรากฏว่ามันยังไม่ล็อกเอาท์
ด้วยความเผือกที่มีอยู่เราเลยกดเข้าไปดู ตอนนั้นแหละเราอารมณ์เสียมากหลังจากได้อ่านข้อความที่มันคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเรารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนเก่ามันเหตุผลที่เราโมโหน่ะหรอเพราะเรารู้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีแฟนใหม่ไปแล้วแต่ยังมาพูดกับเพื่อนเราเป็นเชิงให้ความหวังแบบเคืองมากแต่ก็ต้องเก็บไว้ในใจ
เรามีกิจกรรมที่ทำทุกเย็นคือเต้นแอโรบิคเพราะเราค่อนข้างอวบแต่ไม่ถึงกับอ้วน
ส่วนมันก็มาเล่นบาสทุกวันนั้นเป็นเหตุให้เราเจอกันทุกวันและใกล้ชิดกันมากขึ้น
เราเล่นบาสกับมันก็ต้องเข้าใกล้กันเพื่อแย่งลูกบาสนั่นทำให้เรายิ่งหวั่นไหว
แต่เราก็พยายามบอกตัวเองว่าไม่ได้ชอบหรอก คงเป็นเพราะมันเป็นผู้ชายคนเดียวที่เราใกล้ชิดมากที่สุด
แต่ทุกอย่างที่เราพยายามบอกนั่นคือหลอกตัวเอง ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเราชอบมันจริงๆ
เรารู้แจ่มแจ้งเพราะเมื่อ3วันที่แล้วเรากับมันไปทำบุญด้วยกัน เราถึงได้รู้ว่าเราชอบมันเข้าแล้วเราควรไปบอกมันมั้ย
เราปรึกษากับเพื่อนทุกคน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันก็ชอบเรา
เพราะดูจากการกระทำในแต่ละอย่าง
เราจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีไปบอกกับมันในเฟสบุ๊ค
(เรา)คิดยังไงกับกูหรอ
คือตอนนี้กูสับสนมาก
ทำให้กูหวั่นไหวทำไม
กูไม่รู้หรอกนะว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร
กูชอบหรอ
นอกจากกูแล้วทำแบบนี้กับคนอื่นป้ะ
ถ้าไม่ได้คิดอะไรกูก็ขอโทษนะที่พูดให้ลำบากใจ แต่ขออย่างนึงนะ อย่าหายไปนะ ถ้าได้อ่านข้อความนี้
(มันตอบกับมาว่า)
อารัยเนีย
เป็นไร
(เรา)ไม่รู้เหมือนกันขอโทษนะ
ขอโทษไร
กินยาไม่เขย่าขวดหรอ
(เรา)
ไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ
คงเป็นแบบที่ว่าอ่ะกินยาผิด
(แล้วมันก็โทรมาทาง messenger แต่เราไม่ได้รับ)
(มัน)กินยาล้างห้องน้ำมาไช่ป่ะ
(เรา)ใช่กำลังอร่อยเลยเนี่ย
กินด้วยกันมั้ย
(มัน)เอาเลยเกรงใจ
(เรา)เฮ้อ!!! ก็นะห้ามกูบ้างก็ได้
(มัน)ห้ามไม่ได้หรอก
(มัน)ห้ามไปก็กินเหมือนเดิม
(เรา)ว่าแต่ทำไมกูต้องกินยาล้างห้องน้ำอ่ะ
(บ้า)
บางคนที่อ่วนอาจจะงงมันพยายามเปลี่ยนเรื่องไม่พูดถึงเรื่องที่เราบอกออกไป
เราเองก็คิดว่าทีมันเปลี่ยนเรื่องก็เพราะมันไม่ได้ชอบเราเราเลยหยุดแค่นั้นไม่พิมอะไรไปไปต่อมันเองก็ไม่ได้พิมอะไรกลับมา