สวัสดีครับ นี่เป็นกระทู้แรกที่ผมรีวิว เพราะส่วนตัวไม่ใช่คนที่ชอบท่องเที่ยวและชอบแชร์เรื่องราวอะไรเท่าไหร่ แต่เพราะการท่องเที่ยวครั้งนี่ของผมมันพิเศษจริงๆ เลยขอแชร์ประสบการณ์ครั้งนี้หน่อยนะครับ
ทริปครั้งนี้เริ่มขึ้นมาจากวันนึง เพื่อนสนิทของผมมะปรางเธอได้โทรมาหาผม เธอบอกว่าเธอทะเลาะกับแฟนของเธอ(อักษรย่อคือ จ.จาน) แล้วเธอกำลังอยู่ในช่วงที่เศร้ามาก ผมจึงแนะนำให้เธอหาอะไรทำอย่าง ดูหนัง เล่นเกมส์หรือ
ออกไปเที่ยว
เธอจึงชวนผมไปเที่ยว (ลืมบอกไปว่าผมนั้นแอบชอบเธออยู่พอดี เลยตกลงไปอย่างไม่ลังเล) และเราก็เลือกที่จะไปที่เขาใหญ่กัน
วันที่19/8/2558 ออกเดินทางวันแรกด้วยรถไฟ แม้จะถึงช้าหน่อยแต่ก็ได้ซึมซับกับธรรมชาติ ซึ่งเพื่อนของผมอาจจะซึมมากไปหน่อยเพราะตั้งแต่เดินทางมาจากกรุงเทพเธอนั้นเอาแต่ทำหน้าเศร้าและไม่ยิ้มเลย ซึ่งสิ่งแรกที่ผมจะทำนั้นก็คือการทำให้เธอยิ้มให้ได้(แต่ผมดันไม่ใช่คนตลกซะด้วย)
พอมาถึงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เราก็โบกรถขึ้นไปสักพักและลงเดินต่อ มะปรางเธอเดินเร็วมากและไม่ค่อยสนใจบรรยากาศรอบข้างเท่าไหร่ จนผมเริ่มเป็นห่วงแต่ก็ยังไม่กล้าเข้าไปคุยกับเธอ จนเรามาถึงจุดชมวิว

มันสวยมากครับ ยิ่งมองผ่านกล้องยิ่งสวย ผมจึงชวนเธอถ่ายรูป ผมบอกให้เธอยิ้มหน่อย เพราะ ภาพจะสวยขึ้นมากถ้าเธอยิ้ม แม้ตอนแรกมะปรางจะยิ้มแบบฝืนแต่ในที่สุด...

ผมก็ทำภารกิจแรกสำเร็จ ผมทำให้เธอยิ้มได้แล้ว^^
นอกจากรอยยิ้มของมะปรางแล้วสิ่งที่ผมได้เจอที่นั้นอีกอย่างก็คือเจ้าพวกนี้
เข้าใจเลยว่าซนเหมือนลิงคือยังไง
แม้วิวจะสวยแต่ด้วยความซนของลิงพวกนี้ ก็ทำให้ผมต้องรีบเดินต่อ เดินไปสักพักมะปรางกับ ผมก็เริ่มเหนื่อย เราเลยตัดสินใจโบกรถอีกคัน
มีรถกระบะคันหนึ่งจอดรับเรา มะปรางเธอขอนั่งกระบะท้ายเพราะ อยากที่จะรับลม ผมจึงรีบโดดขึ้นไปและยื่นมือเพื่อจะช่วยดึงเธอขึ้น ตอนนั้นรู้สึกแมนมาก(ความจริงผมแค่อยากจะจับมือเธอครับ) แต่ระหว่างที่มือของมะปรางกำลังยื่นมือมาจับผม แฟน(เก่า)ของเธอก็ดันโทรเข้ามาพอดี ตอนนั้นผมกำลังลุ้นว่าเธอจะรับโทรศัพท์รึเปล่า แต่มะปรางเธอก็ไม่รับครับ (ผมแอบดีใจนิดหน่อย) และผมก็ช่วยดึงเธอขึ้นมา รถขับไปเรื่อยๆ ตอนนั้นผมรู้สึกว่าวิวเขาใหญ่สวยขึ้นมาทันตาเลยครับ
เราขอลงตรงอ่างเก็บน้ำสายสร เป็นอีกที่นึงที่วิวสวยมาก
ใกล้ๆนั้นจะมีสะพานไม้อยู่
ซึ่งข้างหลังเป็นวิวอ่างพอดีผมจึงขอเธอให้เป็นนางแบบให้ผมอีกรอบ ผมจะยืนอยู่บนถนนข้างๆสะพาน ส่วนมะปรางเธอยืนบนสะพาน หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เราก็เดินกันกันต่อโดยที่ผมก็เดินบนถนน ส่วนมะปรางก็เดินบนสะพาน เราเดินไปคุยไปกันมากขึ้น เหมือนเราเริ่มปรับเข้าหากันได้มากขึ้น เรามองหน้ากันมากกว่ามองทางที่จะเดินเสียอีก จนมะปรางเธอสะดุดกับร่องของสะพานจนขาเธอแพลง ผมรีบวิ่งไปหาเธอ เราดูอาการกันสักพัก ด้วยความที่เรารีบต้องการขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่ผาให้ทัน ผมจึงโชว์แมนอีกรอบ โดยให้เธอขี่หลังไปสักพัก ช่วงนั้นเรากลับมาไม่พูดกันสักพัก ผมว่าเธอคงเกรงใจผมหน่อยๆ
แล้วเราก็มาถึงที่หมายทันดูพระอาทิตย์ตกพอดี
มะปรางเธอเดินออกไป เธอหลับตาแล้วตะโกนออกมา ผมทำได้แต่มองเธอจากข้างหลัง และเธอก็หันมายิ้มกับผม ผมรู้สึกได้เลยว่าเธอดีขึ้นแล้วจริงๆหลังจากได้ตะโกนออกมา เพราะนั้นคือรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดที่ผมได้เห็นจากเธอ คืนนั้นเราตั้งแคมป์กันบนเขาใหญ่ กลางคืนที่นี่ก็สวยไม่แพ้กลางวันเลย เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นวิวเขาใหญ่ตอนกลางคืนแบบนี้ คืนนั้นมะปรางขอบคุณผมที่มาเที่ยวเป็นเพื่อนเธอวันนี้ ตอนนั้นในใจผมไม่รู้เป็นอะไร อยู่ดีดีผมก็บอกกับเธอว่า
"จริงๆ เอิทไม่ได้อยากมาเป็นเพื่อนกับเธอหรอก มะปรางเราชอบเธอนะ ไว้คราวหน้าเราขอมาเที่ยวกับเธอในฐานะแฟนนะ"
เมื่อผมพูดเสร็จก็ได้แต่รอคำตอบจากเธอ เธออึ้งไปสักพัก ผมกำลังตั้งใจฟังทุกคำที่เธอพูดและพร้อมกับมัน เธอพูดออกมาว่า คือ... แล้วโทรศัพท์ของเธอก็ดัง ไอ้แฟน(เก่า)ของเธอดันโทรมาพอดี ผมคิดว่ายังไงเธอก็ไม่รับอยู่แล้ว แล้วมันจะโทรมาทำไม แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เธอรับโทรศัพท์ แล้วลุกออกไป
ผมได้แต่เงียบสักพัก ยอมรับว่าตอนแรกวันเจ็บแล้วเศร้ามาก แต่พอผมลองมองย้อนกลับไปในวันนี้ที่เราไปเที่ยวกัน ผมก็เข้าใจว่า เธอคงอยากให้เราเป็นเพื่อนแบบนี้กันต่อไปมากกว่า สักพักเธอก็กลับมานั่งที่เดิม แล้วผมก็พยายามทำตัวให้เหมือนปกติที่ผ่านมา
วันที่20/8/2558 เราเดินทางกลับตามเส้นทางที่เราเดินทางมา วันนี้เราแทบไม่ได้คุยอะไรกันมีเพียงตอนที่แยกย้าย เธอหันมายิ้มและโบกมือให้ผมแค่นั้น
ทริปในครั้งนั้นแม้จะไม่ได้จบลงอย่างที่ผมตั้งใจไว้ แต่มันก็ทำให้ผม เรียนรู้และเข้าใจอะไรหลายอย่าง นี้อาจเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายของผมกับเธอ แต่ผมก็พอใจแล้ว ไม่เคยนึกเสียใจที่ไปเที่ยวในครั้งและบอกความในใจที่ผมมีต่อเธอ
เจอกันทริปหน้าครับ
[CR] ประสบการณ์ไปเที่ยวคลายเศร้าให้กับเพื่อน(ที่แอบชอบ)หลังจากเธอพึ่งเลิกกับแฟน@เขาใหญ่ 2วัน1คืน
สวัสดีครับ นี่เป็นกระทู้แรกที่ผมรีวิว เพราะส่วนตัวไม่ใช่คนที่ชอบท่องเที่ยวและชอบแชร์เรื่องราวอะไรเท่าไหร่ แต่เพราะการท่องเที่ยวครั้งนี่ของผมมันพิเศษจริงๆ เลยขอแชร์ประสบการณ์ครั้งนี้หน่อยนะครับ
ทริปครั้งนี้เริ่มขึ้นมาจากวันนึง เพื่อนสนิทของผมมะปรางเธอได้โทรมาหาผม เธอบอกว่าเธอทะเลาะกับแฟนของเธอ(อักษรย่อคือ จ.จาน) แล้วเธอกำลังอยู่ในช่วงที่เศร้ามาก ผมจึงแนะนำให้เธอหาอะไรทำอย่าง ดูหนัง เล่นเกมส์หรือ ออกไปเที่ยว
เธอจึงชวนผมไปเที่ยว (ลืมบอกไปว่าผมนั้นแอบชอบเธออยู่พอดี เลยตกลงไปอย่างไม่ลังเล) และเราก็เลือกที่จะไปที่เขาใหญ่กัน
วันที่19/8/2558 ออกเดินทางวันแรกด้วยรถไฟ แม้จะถึงช้าหน่อยแต่ก็ได้ซึมซับกับธรรมชาติ ซึ่งเพื่อนของผมอาจจะซึมมากไปหน่อยเพราะตั้งแต่เดินทางมาจากกรุงเทพเธอนั้นเอาแต่ทำหน้าเศร้าและไม่ยิ้มเลย ซึ่งสิ่งแรกที่ผมจะทำนั้นก็คือการทำให้เธอยิ้มให้ได้(แต่ผมดันไม่ใช่คนตลกซะด้วย)
พอมาถึงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เราก็โบกรถขึ้นไปสักพักและลงเดินต่อ มะปรางเธอเดินเร็วมากและไม่ค่อยสนใจบรรยากาศรอบข้างเท่าไหร่ จนผมเริ่มเป็นห่วงแต่ก็ยังไม่กล้าเข้าไปคุยกับเธอ จนเรามาถึงจุดชมวิว
มันสวยมากครับ ยิ่งมองผ่านกล้องยิ่งสวย ผมจึงชวนเธอถ่ายรูป ผมบอกให้เธอยิ้มหน่อย เพราะ ภาพจะสวยขึ้นมากถ้าเธอยิ้ม แม้ตอนแรกมะปรางจะยิ้มแบบฝืนแต่ในที่สุด...
ผมก็ทำภารกิจแรกสำเร็จ ผมทำให้เธอยิ้มได้แล้ว^^
นอกจากรอยยิ้มของมะปรางแล้วสิ่งที่ผมได้เจอที่นั้นอีกอย่างก็คือเจ้าพวกนี้
เข้าใจเลยว่าซนเหมือนลิงคือยังไง
แม้วิวจะสวยแต่ด้วยความซนของลิงพวกนี้ ก็ทำให้ผมต้องรีบเดินต่อ เดินไปสักพักมะปรางกับ ผมก็เริ่มเหนื่อย เราเลยตัดสินใจโบกรถอีกคัน
มีรถกระบะคันหนึ่งจอดรับเรา มะปรางเธอขอนั่งกระบะท้ายเพราะ อยากที่จะรับลม ผมจึงรีบโดดขึ้นไปและยื่นมือเพื่อจะช่วยดึงเธอขึ้น ตอนนั้นรู้สึกแมนมาก(ความจริงผมแค่อยากจะจับมือเธอครับ) แต่ระหว่างที่มือของมะปรางกำลังยื่นมือมาจับผม แฟน(เก่า)ของเธอก็ดันโทรเข้ามาพอดี ตอนนั้นผมกำลังลุ้นว่าเธอจะรับโทรศัพท์รึเปล่า แต่มะปรางเธอก็ไม่รับครับ (ผมแอบดีใจนิดหน่อย) และผมก็ช่วยดึงเธอขึ้นมา รถขับไปเรื่อยๆ ตอนนั้นผมรู้สึกว่าวิวเขาใหญ่สวยขึ้นมาทันตาเลยครับ
เราขอลงตรงอ่างเก็บน้ำสายสร เป็นอีกที่นึงที่วิวสวยมาก
ใกล้ๆนั้นจะมีสะพานไม้อยู่
ซึ่งข้างหลังเป็นวิวอ่างพอดีผมจึงขอเธอให้เป็นนางแบบให้ผมอีกรอบ ผมจะยืนอยู่บนถนนข้างๆสะพาน ส่วนมะปรางเธอยืนบนสะพาน หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เราก็เดินกันกันต่อโดยที่ผมก็เดินบนถนน ส่วนมะปรางก็เดินบนสะพาน เราเดินไปคุยไปกันมากขึ้น เหมือนเราเริ่มปรับเข้าหากันได้มากขึ้น เรามองหน้ากันมากกว่ามองทางที่จะเดินเสียอีก จนมะปรางเธอสะดุดกับร่องของสะพานจนขาเธอแพลง ผมรีบวิ่งไปหาเธอ เราดูอาการกันสักพัก ด้วยความที่เรารีบต้องการขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่ผาให้ทัน ผมจึงโชว์แมนอีกรอบ โดยให้เธอขี่หลังไปสักพัก ช่วงนั้นเรากลับมาไม่พูดกันสักพัก ผมว่าเธอคงเกรงใจผมหน่อยๆ
แล้วเราก็มาถึงที่หมายทันดูพระอาทิตย์ตกพอดี
มะปรางเธอเดินออกไป เธอหลับตาแล้วตะโกนออกมา ผมทำได้แต่มองเธอจากข้างหลัง และเธอก็หันมายิ้มกับผม ผมรู้สึกได้เลยว่าเธอดีขึ้นแล้วจริงๆหลังจากได้ตะโกนออกมา เพราะนั้นคือรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดที่ผมได้เห็นจากเธอ คืนนั้นเราตั้งแคมป์กันบนเขาใหญ่ กลางคืนที่นี่ก็สวยไม่แพ้กลางวันเลย เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นวิวเขาใหญ่ตอนกลางคืนแบบนี้ คืนนั้นมะปรางขอบคุณผมที่มาเที่ยวเป็นเพื่อนเธอวันนี้ ตอนนั้นในใจผมไม่รู้เป็นอะไร อยู่ดีดีผมก็บอกกับเธอว่า
"จริงๆ เอิทไม่ได้อยากมาเป็นเพื่อนกับเธอหรอก มะปรางเราชอบเธอนะ ไว้คราวหน้าเราขอมาเที่ยวกับเธอในฐานะแฟนนะ"
เมื่อผมพูดเสร็จก็ได้แต่รอคำตอบจากเธอ เธออึ้งไปสักพัก ผมกำลังตั้งใจฟังทุกคำที่เธอพูดและพร้อมกับมัน เธอพูดออกมาว่า คือ... แล้วโทรศัพท์ของเธอก็ดัง ไอ้แฟน(เก่า)ของเธอดันโทรมาพอดี ผมคิดว่ายังไงเธอก็ไม่รับอยู่แล้ว แล้วมันจะโทรมาทำไม แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เธอรับโทรศัพท์ แล้วลุกออกไป
ผมได้แต่เงียบสักพัก ยอมรับว่าตอนแรกวันเจ็บแล้วเศร้ามาก แต่พอผมลองมองย้อนกลับไปในวันนี้ที่เราไปเที่ยวกัน ผมก็เข้าใจว่า เธอคงอยากให้เราเป็นเพื่อนแบบนี้กันต่อไปมากกว่า สักพักเธอก็กลับมานั่งที่เดิม แล้วผมก็พยายามทำตัวให้เหมือนปกติที่ผ่านมา
วันที่20/8/2558 เราเดินทางกลับตามเส้นทางที่เราเดินทางมา วันนี้เราแทบไม่ได้คุยอะไรกันมีเพียงตอนที่แยกย้าย เธอหันมายิ้มและโบกมือให้ผมแค่นั้น
ทริปในครั้งนั้นแม้จะไม่ได้จบลงอย่างที่ผมตั้งใจไว้ แต่มันก็ทำให้ผม เรียนรู้และเข้าใจอะไรหลายอย่าง นี้อาจเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายของผมกับเธอ แต่ผมก็พอใจแล้ว ไม่เคยนึกเสียใจที่ไปเที่ยวในครั้งและบอกความในใจที่ผมมีต่อเธอ
เจอกันทริปหน้าครับ