ในช่วงเวลา8ปีที่คบกับแฟนมา มีเลิกกัน กลับมาคบกันอีกครั้ง ทะเลาะกันบ้างตามประสา เพราะเราเองก็เป็นนิสัยชะนีงี่เง่า ขี้หึง(เพราะแฟนเจ้าชู้ด้วย โดยเฉพาะเรื่องเฟสบุค) ผ่านร้อนผ่านหนาว หลายๆเรื่องมาด้วยกัน มันทำให้เราคิดว่าผู้ชายคนนี้แม้เค้าจะมีใครเค้าก็ยังกลับมาเลือกเรา แต่ก็ต้องน้ำตาตกเพราะเรื่องเดิมๆตลอดเวลา มันทำให้คนรอบข้างสงสัยว่าทำไมยังยอมให้กลับเข้ามาในชีวิตอีก ในเมื่อเค้าทำให้เสียใจหลายต่อหลายครั้ง ก็เพราะ "รัก" คำนี้มั้งที่เรายอมให้อภัยและอดทนเรื่อยมา พื้นฐานทางบ้านผู้ชายและกับเราก็ไม่ได้รวยอะไร ทั้งตัวเค้าและเราฐานะใกล้เคียงกัน คือ บ้านพ่อแม่ก็ยังเช่าอยู่ทั้งคู่ แต่ด้วยความที่เราทำงานโรงแรมจึงได้มีโอกาสมาทำงานในที่ๆมีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆของเมืองไทย รายได้ดี (น้องสาวของผู้ชายแนะนำมา) เลยทำให้เราทั้งคู่ได้มีโอกาสสร้างเนื้อสร้างตัวร่วมกัน ทั้งตัวเค้าเองและเราได้สร้างบ้านให้พ่อกับแม่ ต่างคนก็ได้ทดแทนพระคุณบิดามารดา และเราก็เริ่มวางแผนชีวิตร่วมกันเก็บเงินสร้างอนาคต(เปิดบัญชีเก็บเงินร่วมกัน) ดูเหมือนจะเริ่มดีใช่ไหม.....เราเองก็คิดอย่างนั้น แต่ทุกก้าวของชีวิตก็ต้องมีปัญหา ตัวผู้ชายมีพี่น้องอีก2คน ช่วงจังหวะนั้นน้องสาวฝ่ายชายมีปัญหาทางครอบครัวต้องเลิกลากับแฟนและที่สำคัญมีลูกด้วย เงินจากทำงานก็คงไม่พอใช้ ผู้ชายจึงให้เราช่วยหางานในโรงแรมให้น้องสาว และก็มีตำแหน่งงานว่าง ได้เข้ามาทำงานในที่เดียวกัน คืออยากจะบอกว่าผู้ชายเป็นคนที่รักครอบครัวมากๆจนขอเลิกกับเรา และให้เหตุผลว่าเค้าไม่สามารถที่จะสร้างครอบครัวกับเราได้เพราะห่วงน้องสาว หลาน พ่อแม่


!!!!!!????? เราอึ้ง มึน งง อะไรกัน เงินที่เก็บร่วมกันเราก็จะคืนให้ตามที่โอนไปฝาก( เวลาฝากเงินในส่วนของเราๆจะจดไว้เสมอ และมีการอัปสมุดบัญชีที่ฝากร่วมกันไว้เป็นหลักฐานตลอด......นี้แหละปัญหาที่จะเกิดต่อไปนี้)
ห่างกันสักพัก ไม่ถึงเดือนผู้ชายก็กลับมาคืนดีและเริ่มคบกันอีกครั้ง ก็ปรับความเข้าใจ เงินก็ยังเก็บร่วมกันไปเรื่อยๆ และปัญหาโลกแตกก็มีอีก.... เราอาจจะคิดไปเองก็ได้ เวลาไปไหนมาไหนผู้ชายจะพาน้องสาวไปด้วยทุกครั้ง สนใจเราน้อยลง ไม่ค่อยไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนเคย ทำให้ทุกคนในที่ทำงานสงสัยและทุกคนจะถามเหมือนกันหมดคือ " น้องสาวแท้ๆเหรอ ทำไมดูเอาอกเอาใจจังเลย" คือเข้าใจนะว่ารักครอบครัว แต่ด้วยความเป็นแฟนเราก็อยากอยู่กัน2คน มันทำให้เรารู้สึกอึดอัดและทำให้เราตีตัวออกห่าง พูดคุยกับน้องผู้ชายน้อยลง อันนี้เป็นนิสัยที่ไม่ดีของเราเองแหละ น้องสาวผู้ชายเองก็คงรู้ตัวและไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงเป็นแบบนี้ อันนี้เราก็ไม่อยากคิดว่าน้องสาวจะไปพูดหรืออะไรยังไงกับพี่ชาย เราและผู้ชายก็เลยทะเลาะกัน เป็นปัญหาคาใจ
ในระหว่างนั้นเงินที่เราทั้งคู่เก็บร่วมกัน ในใจเราคิดไว้เอาไว้แต่งงาน แต่ผู้ชายอยากได้รถ เราคุยกันว่าจะเอาเงินก้อนนี้ไปดาวน์รถและหลังจากนั้นก็ไปจดทะเบียนกันรถจะได้เป็นสินสมรส เราก็เชื่อใจและเห็นดีด้วย รถที่ออกมาเป็นชื่อผู้ชายเพราะผู้ชายฝากเงินเยอะกว่า.....เราก็โอเค ยังไงเด๊วเราก็ไปจดทะเบียนสมรสแล้ว
ต่อมาไม่นานน้องของผู้ชายอีกคนก็มีปัญหาชีวิตคู่ที่ต้องทำให้เลิกกับแฟนอีก.....โอ้แม่เจ้า!ต้องลาออกจากที่ทำงานและย้ายมาทำงานที่เดียวกันหมดเลย สรุปคือตอนนี้พี่น้อง3คนทำงานอยู่ที่เดียวกัน จากที่ไม่ค่อยสนใจอยู่แล้วก็กลายเป็นเราไม่มีตัวตน เรียกง่ายๆว่า "หมาหัวเน่า"
หลังจากที่น้องสาวและน้องชายมาทำงานที่เดียวกันหมด ตัวผู้ชายเองก็ขอเลิกกับเราเพราะเหตุผลเดิมๆเป็นห่วงน้อง หลาน พ่อแม่ และเห็นว่าเราไม่รักครอบครัวตัวเองทำไมเค้าจะต้องรักเรา คงเป็นเพราะผู้ชายแอดครูของหลานเป็นเพื่อนในเฟส เราไปเจอเลยถามว่าใคร ผู้ชายบอกเป็นครูของหลาน แอดเอาไว้คุยกับหลาน เอิ่มหลานอยู่อนุบาล มีเวลามาคุยกับลุงผ่านเฟสครูด้วยเหรอ ถ้าอยากคุยกับหลานทำไมไม่โทรหาพ่อกับแม่ที่บ้านก็ได้ แล้วแอดครูเอาไว้แชทคุยเกี่ยวกับหลานให้น้องสาวเป็นคนคุยจะดีกว่าไหม ผู้ชายให้เหตุผลว่าครูมีครอบครัวแล้ว แต่ที่เราไปส่องดู ไม่นะคะ คนที่มีครอบครัวแล้วต้องมีรูปลูกหรือสามีถ่ายรูปครอบครัวลงเฟส ไม่ใช่ใส่สายเดี่ยวเกาะอก ถ่ายรูปในห้องน้ำเที่ยวกลางคืนคืนกับเพื่อนอัปรูปลงเฟส มันไม่ใช่คะ และแล้วก็แถไปแบบสีข้างถลอกจะขอเลิกเหมือนเดิม
อ้าว! อะไรอีกเนี่ย เงินที่ว่าจะเอาไว้แต่งงานก็เอาไปดาวน์รถ ตอนไม่สบายเราก็ไปนอนเฝ้าที่โรงพยาบาล น้องสาว น้องชายมีปัญหาเราก็ช่วยหางานให้ แล้วทำไมมาทิ้งกันด้วยเหตุผลแบบนี้ ผู้ชายก็คิดว่าเราอ้างบุญคุณอีก ให้เราเอาหมายเลขบัญชีให้จะโอนเงินที่เก็บร่วมกันคืนในส่วนของเรา เราก็ส่งหลักฐานจำนวนเงินทั้งหมดให้ดูว่าฝากเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ในส่วนที่เป็นของเรา ผู้ชายบอกว่า "เราโกหก เงินเราเหลือน้อยกว่านั้น เฮ้ย! ถ้าไม่เชื่อดูที่หลักฐานและสมุดบัญชีที่ฝากร่วมกันได้เลยเช็คยอดได้ทุกอย่างตรงตามนั้นเลย แต่ผู้ชายยืนยันคำเดียวว่าเราโกง ไม่ดูไม่เช็ค ผู้ชายจำได้ว่าเงินเรามีเท่านี้ จะให้แค่นี้ เฮ้อ!เหนื่อยใจแท้
*****จำได้กับมีหลักฐานที่ตรวจเช็คได้ อันไหนน่าเชื่อถือกว่ากันคะ*****
เสียใจที่ถูกกล่าวหาว่าโกงและหมดศรัทธากับรักจริงๆคะ😭
ดูผู้หญิงให้ดูตอนลำบาก ดูผู้ชายให้ดูตอนสบาย
!!!!!!????? เราอึ้ง มึน งง อะไรกัน เงินที่เก็บร่วมกันเราก็จะคืนให้ตามที่โอนไปฝาก( เวลาฝากเงินในส่วนของเราๆจะจดไว้เสมอ และมีการอัปสมุดบัญชีที่ฝากร่วมกันไว้เป็นหลักฐานตลอด......นี้แหละปัญหาที่จะเกิดต่อไปนี้)
ห่างกันสักพัก ไม่ถึงเดือนผู้ชายก็กลับมาคืนดีและเริ่มคบกันอีกครั้ง ก็ปรับความเข้าใจ เงินก็ยังเก็บร่วมกันไปเรื่อยๆ และปัญหาโลกแตกก็มีอีก.... เราอาจจะคิดไปเองก็ได้ เวลาไปไหนมาไหนผู้ชายจะพาน้องสาวไปด้วยทุกครั้ง สนใจเราน้อยลง ไม่ค่อยไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนเคย ทำให้ทุกคนในที่ทำงานสงสัยและทุกคนจะถามเหมือนกันหมดคือ " น้องสาวแท้ๆเหรอ ทำไมดูเอาอกเอาใจจังเลย" คือเข้าใจนะว่ารักครอบครัว แต่ด้วยความเป็นแฟนเราก็อยากอยู่กัน2คน มันทำให้เรารู้สึกอึดอัดและทำให้เราตีตัวออกห่าง พูดคุยกับน้องผู้ชายน้อยลง อันนี้เป็นนิสัยที่ไม่ดีของเราเองแหละ น้องสาวผู้ชายเองก็คงรู้ตัวและไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงเป็นแบบนี้ อันนี้เราก็ไม่อยากคิดว่าน้องสาวจะไปพูดหรืออะไรยังไงกับพี่ชาย เราและผู้ชายก็เลยทะเลาะกัน เป็นปัญหาคาใจ
ในระหว่างนั้นเงินที่เราทั้งคู่เก็บร่วมกัน ในใจเราคิดไว้เอาไว้แต่งงาน แต่ผู้ชายอยากได้รถ เราคุยกันว่าจะเอาเงินก้อนนี้ไปดาวน์รถและหลังจากนั้นก็ไปจดทะเบียนกันรถจะได้เป็นสินสมรส เราก็เชื่อใจและเห็นดีด้วย รถที่ออกมาเป็นชื่อผู้ชายเพราะผู้ชายฝากเงินเยอะกว่า.....เราก็โอเค ยังไงเด๊วเราก็ไปจดทะเบียนสมรสแล้ว
ต่อมาไม่นานน้องของผู้ชายอีกคนก็มีปัญหาชีวิตคู่ที่ต้องทำให้เลิกกับแฟนอีก.....โอ้แม่เจ้า!ต้องลาออกจากที่ทำงานและย้ายมาทำงานที่เดียวกันหมดเลย สรุปคือตอนนี้พี่น้อง3คนทำงานอยู่ที่เดียวกัน จากที่ไม่ค่อยสนใจอยู่แล้วก็กลายเป็นเราไม่มีตัวตน เรียกง่ายๆว่า "หมาหัวเน่า"
หลังจากที่น้องสาวและน้องชายมาทำงานที่เดียวกันหมด ตัวผู้ชายเองก็ขอเลิกกับเราเพราะเหตุผลเดิมๆเป็นห่วงน้อง หลาน พ่อแม่ และเห็นว่าเราไม่รักครอบครัวตัวเองทำไมเค้าจะต้องรักเรา คงเป็นเพราะผู้ชายแอดครูของหลานเป็นเพื่อนในเฟส เราไปเจอเลยถามว่าใคร ผู้ชายบอกเป็นครูของหลาน แอดเอาไว้คุยกับหลาน เอิ่มหลานอยู่อนุบาล มีเวลามาคุยกับลุงผ่านเฟสครูด้วยเหรอ ถ้าอยากคุยกับหลานทำไมไม่โทรหาพ่อกับแม่ที่บ้านก็ได้ แล้วแอดครูเอาไว้แชทคุยเกี่ยวกับหลานให้น้องสาวเป็นคนคุยจะดีกว่าไหม ผู้ชายให้เหตุผลว่าครูมีครอบครัวแล้ว แต่ที่เราไปส่องดู ไม่นะคะ คนที่มีครอบครัวแล้วต้องมีรูปลูกหรือสามีถ่ายรูปครอบครัวลงเฟส ไม่ใช่ใส่สายเดี่ยวเกาะอก ถ่ายรูปในห้องน้ำเที่ยวกลางคืนคืนกับเพื่อนอัปรูปลงเฟส มันไม่ใช่คะ และแล้วก็แถไปแบบสีข้างถลอกจะขอเลิกเหมือนเดิม
อ้าว! อะไรอีกเนี่ย เงินที่ว่าจะเอาไว้แต่งงานก็เอาไปดาวน์รถ ตอนไม่สบายเราก็ไปนอนเฝ้าที่โรงพยาบาล น้องสาว น้องชายมีปัญหาเราก็ช่วยหางานให้ แล้วทำไมมาทิ้งกันด้วยเหตุผลแบบนี้ ผู้ชายก็คิดว่าเราอ้างบุญคุณอีก ให้เราเอาหมายเลขบัญชีให้จะโอนเงินที่เก็บร่วมกันคืนในส่วนของเรา เราก็ส่งหลักฐานจำนวนเงินทั้งหมดให้ดูว่าฝากเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ในส่วนที่เป็นของเรา ผู้ชายบอกว่า "เราโกหก เงินเราเหลือน้อยกว่านั้น เฮ้ย! ถ้าไม่เชื่อดูที่หลักฐานและสมุดบัญชีที่ฝากร่วมกันได้เลยเช็คยอดได้ทุกอย่างตรงตามนั้นเลย แต่ผู้ชายยืนยันคำเดียวว่าเราโกง ไม่ดูไม่เช็ค ผู้ชายจำได้ว่าเงินเรามีเท่านี้ จะให้แค่นี้ เฮ้อ!เหนื่อยใจแท้
*****จำได้กับมีหลักฐานที่ตรวจเช็คได้ อันไหนน่าเชื่อถือกว่ากันคะ*****
เสียใจที่ถูกกล่าวหาว่าโกงและหมดศรัทธากับรักจริงๆคะ😭