*สปอย*Maze Runner2 ความต่างของ"หนัง"กับ"นิยาย"

Maze Runner 2.....
สนุกดีนะเห้ย... ครบรสหนัง... ตามใจตลาด... เอาใจคนดู... สนุกลุ้นทั้งเรื่อง... จิกเบาะทะลุ...
!!!!!!!!!!!!!!!! แต่ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
*สปอย*
มันไม่ค่อยจะเหมือนในหนังสือเลยงิ๊! TwT(เจ็บปวด) แรกๆก็เหมือน แต่หลังมาเริ่มล่องลอยห่างออกไป~
จุดประสงค์ของเรื่องเลยเปลี่ยนไปโดนสิ้นเชิงเลย(คือหนีวิคเค็ดกับแคร้ง(อารมณ์ซอมบี้... กัดแล้วติดเชื้อ)ทั้งเรื่อง)
คือมันไม่ใช่อะ... ตัวหนังสนุกมากก็จริงนะ แต่มันทำให้รู้เลยว่าภาค3คงออกทะเลไปไกลต่างกับหนังสือมากแน่ๆ

สำหรับคนที่ชอบนิยายมากอย่างเรา มันอดเขียนเล่าไม่ได้จริงๆ5555(แต่ก็อ่านมาเกือบปีแล้วนะ อะไรตกหล่นหรือผิดไปแย้งได้นะคะ)

ตัวอย่างเล็กน้อยเกี่ยวกับสิ่งที่ต่างจากในหนังสือ

    1.   "แคร้ง"ไม่ใช่"ซอมบี้"นะจ๊ะ~   ไม่ได้เอาแต่วิ่งไล่ พูดไม่รู้เรื่อง สภาพเหมือนเศษซากอะไรแบบในหนัง  แคร้งในหนังสือเสมือนกับคนวิกลจริต ความคุมตัวเองไม่ได้เพราะการติดเชื้อ ทำให้กระทำเรื่องรุนแรง ทำร้ายและอาจถึงขึ้นกินคนด้วยกัน(แต่ที่แน่ๆดูเหมือนคนมากกว่าในหนัง ในหนังนี่มันสุดโต่งซอมบี้จ๋าไปเลบ) และยังสามารถแพร่เชื้อได้ทุกทาง รวมถึงระบบหายใจและอื่นๆ(ไม่ใช่แค่การกัด) และกำลังตายอย่างช้าๆจากเชื้อ
จะเห็นได้ว่าทุกคนในหนังก็ใส่หน้ากากปิดปากในช่วงที่เชื้อระบาดแรกๆ กล่าวคือ แค่ใกล้ชิดเกินไปก็อาจติดเชื้อได้แล้ว  แต่เชื้อก็ไม่ได้แสดงผลเร็วแบบในหนังหรอกนะ

ไหนๆเทเรซ่าพูดเรื่องแม่แบบแปลกๆพิกลมาอย่างนั้น(เพื่อโยงถึงความเป็นแคร้งในนิยาย ที่เราไม่ได้เห็นในหนัง)
คนที่ไม่ได้อ่านอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นแคร้งแล้วต้องทำแบบนั้น แคร้งก็คล้ายซอมบี้นิ? ไม่ใช่เลยแหละ
เราจะอธิบายอาการความเป็นแคร้งให้ฟังนะ

คือพอได้รับเชื้อเนี่ย(รับได้ทางระบบหายใจ แพร่กระจายเร็วมาก แต่เวลาที่โรคแสดงผลจะไม่เท่ากัน บางคนก็นานมากกว่าจะแสดง)
คนๆนั่นมัมเริ่มรู้สึกเหมือนมีอะไรวิ่งๆอยู่ในสมอง
จะเริ่มหน้ามืดปวดหัวบ่อย เห็นภาพหลอนต่างๆนานา จนบางคนต้องใช้ยาเสพติดหลอนประสาทตัวเองให้จมอยู่กับความสุขแบบปลอมๆเหมือนพวกแก็งค์ปาร์ตี้ที่โทมัสเจอ(ใช่ค่ะ ทั้งหมดนั่นติดเชื้อแล้ว แล้วนั่นคืออาการวิกลจริตของคนเริ่มบ้า)
แล้วก็จะเป็นมากขึ้นๆเรื่อยๆจนคุมสติได้ยากจนถึงขั้นที่"หลุด"ไปเลย
คือพูดไม่รู้เรื่อง(ยังพูดได้นะแต่เจรจาด้วยไม่ได้แล้ว) ตัวเริ่มเน่าเปื่อยคล้ายซอมบี้ ทำร้ายคนอื่นแล้วบางทีก็ทำร้ายตัวเองแบบไม่มีเหตุผล
แต่ทุกอย่างนี้เกิดจากภาพหลอนและเชื้อที่เล่นงานสมองทั้งสิ้นค่ะ แล้วสุดท้ายก็ต้องตายไป...

คือเนื้อหาในหนังสือมันจะเพิ่มความทรมานใจให้เรา เพราะคนที่ติดเชื้อจะพยายามสู้กับโครอย่างเต็มที่ พยายามควบคุมตัวเอง
เผลอทำอะไรไปโดยไม่ได้ตั้งใจแล้วมาเสียใจทีหลัง ใช้เวลาในการต้องทนเห็นตัวเองค่อยๆ"เปลี่ยนไป"ยาวนานกว่าที่ซอมบี้ต้องเผชิญ
มันคือคนบ้าที่ลึกๆมีจิตสำนึกอยู่แต่ควบคุมตัวเองไม่ได้นั่นแหละค่ะ


บางคนก็เลือกที่จะทำให้ตัวเอง"ตาย"ก่อนมันเกิดขึ้นนะ  เดี๋ยวจะได้เห็นเองในภาคต่อไป

    2.   สมรภูมิมอดไหม้ที่ถูกจัดฉากว่าหนีไปได้นั้น คือ เฟส2   เป็นสนามทดสอบนอกสถานที่ของวิคเค็ดเหมือนกัน ซึ่งในนิยาย ตัวละครทุกตัวอารมณ์แบบจะถูกบอกว่ามีเชื้อแล้ว แต่ใครคนใดคนหนึ่งจะไม่มีภูมิคุ้มกัน(ไม่รู้ว่าเป็นใคร) จึงต้องไปตามเส้นทางที่วิคเค็ดกำหนดเพื่อแลกกับการได้รับยาระงับเชื้อ
คือถ้าคิดหนีหรือวอกแวก คิดจะโกงหรือออกนอกการทดลองระหว่างทางอาจต้องตายด้วยโรคไม่ต่างจากแคร้ง(สรุปว่าหนีมาก็เหมือนไม่ได้หนี เพราะต้องทำตามที่วิคเค็ดกำหนดอยู่ดี)

    3.   ทุกอย่างในสมรภูมิมอดไหม้เป็นเหมือนเกมที่วิคเค็ดจัดไว้ให้ตัวทดลองแล้ว   โดยวิคเค็ดจะจับตาดูอย่างห่างๆเสมอ ไม่ได้คอยไล่ตามจับ  โดยจะโฟกัสที่การทำงานของสมอง(การแก้ไขปัญหาที่ถูกโยนเข้าไปให้ และปัญหาตามธรรมชาติที่เจอเองจะหว่างทาง)
คือถ้าหากเกิดอะไรผิดพลาดนอกแผนขึ้น(เช่นตอนที่โทมัสถูกยิงในหนังสือ จะเห็นว่าวิคเค็ดตะบึงมารับตัวไปรักษาทันที เพราะปืนไม่ควรเป็นปัจจัยที่โผล่มาอยู่ในแผนการ และตัวทดลองอาจติดเชื้อจากแผลจนตาย ไม่คุ้มๆ)

    4.   เสียดายสัตว์ทดลองตัวสุดท้ายที่ต้องสู้ในหนังสือมากกกกก  คือมันเด็ดอยู่นะ ตอนอ่านภาพในหัวนี่ลอยมาเลย  กะว่าไปดูต้องมีแน่ๆ
แต่จบแบบปัง! วิคเค็ดลุยเองจ้าาา มันเหมือนขาดอะไรที่สำคัญไปเลยละเราว่า....  เพราะจุดนึงที่จัดว่าเด็ดของวิคเค็ดคือ จัดสัตว์ทดลองมาเป็นคู่ปรับเพื่อเผชิญหน้ากับชาวทุ่ง อย่างตัวกรีฟเวอร์ในภาคแรก เสียดายยย!


ปล.ไว้แค่นี้ก่อนนะ เดี่ยวมาต่อ ไปหยิบเล่มสองมาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจ้า~ ใครมีอีกก็มาเล่าสู่กันฟังได้เน้อ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่